Doomdays ซอมบี้ล้างโลก

    ตอนที่ 88 สั่งสอน

    ตอนที่ 88  สั่งสอน

     

    หลังจากที่เขาได้โว้ยวายสักพัก ริวจิก็ดึงสติของเขากลับมาได้ และตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องออกไป หลังจากที่ได้สำรวจของใน Black Market  พอคร่าวๆ และยังมีบันไดเพื่อไปในชั้นต่อไป แต่ริวจิเลือกที่จะออกไปก่อน แล้วค่อยจะกลับมาใหม่ หลังจากที่เขาได้ Coin แล้วนั้นเอง 

    คิดได้ดังนั้นเด็กหนุ่มก็ตัดใจ และตัดสินใจหันหลังกลับ 

    ตึก 

    ตึก 

     

    ณ  Toyko Tower 

    อายูและมิโกะยังต่อสู้กับอย่างเมามัน ถึงแม้ว่าพวกเธอจะยังไม่ใส่กันเต็มที่ แต่ว่ามิโกะก็ยังเสียเปรียบอายูอยู่ดี เพราะตอนนี้มันเป็นเวลากลางคืนและอายู ก็ได้รับผลของสกิล Shadow เข้าเต็มๆ แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นอายูเธอก็ไม่ได้ตอบโต้มิโกะเลยสักครั้งเดียว อายูยังคอยรับการโจมตีของเธออย่างใจเย็นและนิ่งสงบ 

    เมื่อมิโกะถึงแม้เธอจะเอ๋อๆ ไปบ้าง แต่เธอก็ไม่ได้โง่ถึงขั้นที่ไม่รู้ว่าอายูไม่คิดจะตอบโต้กลับมาเลยสักครั้ง นั้นทำให้มิโกะได้คิดว่าอายูกำลังดูถูกเธอ ทำให้มิโกะ โกรธขึ้นมา 

    " ฉันจะคอยดูว่าเธอจะอวดเก่งได้อีกสักกี่น้ำ " 

    ฟู้มมมมม 

    จิตสังหารแผ่ออกมาจากมิโกะ ถึงแม่ว่าเธอจะไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าอายูจริงๆ ก็เถอะ แต่เนื่องจากตอนนี้เธอโกรธและโมโหสุดๆ กับการเยาะเย้ยของอายู ซึ่งดูเหมือนว่าอายูจะทำเกินไปหน่อย แต่ที่อายูทำไปทั้งหมดก็เพราะว่าเธอกลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย แถมริวจิก็ไปแค่ 14 - 15 นาที เมื่อมองจากตรงนี้ดูเหมือนว่ามิโกะจะดูเหมือนเป็น กระต่ายตื่นตูมมากเกินไป  

    แต่จิตสังหารที่มิโกะแผ่ออกมานั่น ทำให้อายูสั่นคลอนได้เลยทีเดียว ถึงแม้ว่าเธอจะอัพเลเวลมาพอสมควรและอัพค่าสถานะไปที่ความอดทนมาบ้างเลยก็ตาม แต่มันก็ดูเหมือนจะไม่พอ 

     

    โทชิโอะที่ยืนอยู่ไกลๆ ถึงกับต้องอุทานขึ้นมาเสียงดังเมื่อเธอเห็นมิโกะโกรธ

    " เป็นเรื่องแล้วสิ " 

    แต่ก็ไม่มีใครกล้าไปห้ามปรามทั้งสอง พวกเขาได้แต่ภาวนาให้ริวจิกลับออกมาโดยเร็วที่สุด ถ้าไม่อย่างงั้น Tokyo Tower มีสิทธิ์ที่จะพังลงได้ และพวกเขาก็จะขาดที่ชมวิวดีดี แถมยังเป็นที่สอดส่องศัตรูในระยะไกลอีกด้วย

    แต่เมื่อมิโกะได้ปล่อยจิตจังหารออกมานั่นโทชิโอะถึงกับสั่นและพูดไม่เป็นคำเลยทีเดียว 

    " แย่ แย่แล้ว แย่แล้ว นี่ น นี่ นี่แย่จริงๆ "

     

    อายูสังเกตเห็นพฤติกรรมของมิโกะ และดูเหมือนว่าเธอจะเอาจริง จากนั่นอายูก็ได้มองไปรอบๆ และสังเกตว่ามี Hunter ที่เป็นกำลังสำคัญในค่ายกว่าร้อยคน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่มีครอบครัว แต่ถึงอย่างงั้นก็ไม่ควรจะให้พวกเขามาตายเปล่าโดยการโดนลูกหลงจากการต่อสู้ และถ้ามันเกิดขึ้นความรู้สึกที่เข้ามาถาโถมใส่มิโกะ นั่นมันจะต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาอย่างแน่นอน และหลังจากจบเรื่องนี้อายูก็ตัดสินใจจะคุยเรื่องนี้กับริวจิให้เด็ดขาด 

    " ทุกคน ! ถอยไป " 

    มันเป็นคำพูดที่ไม่ได้เสียงดังลั่น แต่มันกลับกระจายไปทั่วทั้งToyko Tower เนื่องจากพวกเขาเป็น Hunter ประสาทรับรู้ของพวกเขาก็ต้องเหนือกว่าคนทั่วไปอยู่แล้วแถมตอนนี้ในค่าย ก็มีคนที่เป็นขั้นที่ 2 มากขึ้นรวมถึงโทชิโอะก็เป็นหนึ่งในนั้น  

    โดยที่อายูไม่ต้องพูดต่อพวกเขารับรู้ได้โดยสัญชาตญาณ ว่าการต่อสู้กับเริ่มไม่ขำ และมันเริ่มจะทวีคูณความรุนแรงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว 

    Hunter ทั้ง 100 คนก็ได้เคลื่อนที่ลงมาจากตึก Toyko Tower อย่างรวดเร็ว 

    ฟึบ

    ฟึบ 

    มิโกะไม่ได้ห้ามพวกเขาหรือทำอะไรทั้งสิ้น มันดีกับเธอกว่าเสียอีกที่ดีจะได้ใส่เต็มสูบ เพราะในใจลึกๆ ของเธอก็อยากพิสูจน์ความแข็งแกร่งของเธอกับอายูอยู่เหมือนกัน 

    และในที่สุด 2 นาที ถัดมา โทชิโอะและคนอื่น ๆ ก็ได้ก้าวเท้าลงมาถึงพื้นจนได้ และHunter หลายคนก็ได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก 

    " เฮ้อ ! ฉันคิดว่าฉันจะตายแล้วสะอีก " 

    " เออใช่ ! ถ้าไม่มีคุณอายูป่านนี้พวกเราอาจจะโดนมัดรวมก็เป็นได้ " 

    " ฉันหายใจแทบไม่ออกในตอนที่คุณมิโกะปล่อยจิตสังหารออกมา " 

    " เกือบตายแล้วมั้ยละพวกเรา " 

    " โอ้ยย ! เมื่อไหร่หัวหน้าจะกลับมาาาาาาา "

    ซุบซิบ....ซุบซิบ 

     

    แต่ในตอนที่พวกเขากำลังซุบซิบและพูดไหลยังกับสายน้ำอยู่นั่นก็ได้มีเสียงของเหล็กปะทะกัน 

    เคร๊งงงงง 

    ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ข้างล่างแต่เสียงของมันนั่นก็ทำให้พวกเขาได้ยินอย่างชัดเจนและไม่ผิดเพี้ยนอย่างแน่นอน และหลายๆ คน ก็มั่นใจในความคิดของพวกเขาก่อนจะพูดขึ้น

    " นี่มันบ้าไปใหญ่แล้ว " 

    " เสียงนั่นมันไม่ใช่เสียงของดาบไม้ปะทะกันอย่างแน่นอน " 

    " นี่มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ " 

    พวกเขาต่างมั่นใจเป็นเสียงเดียวกันว่า เสียงที่ปะทะกันนั่นมันคือเสียงของดาบของมิโกะและกริชของอายูอย่างแน่นอน แล้วตอนนี้เหตุการณ์มันก็ชักจะเลยเถิดไปไกล แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้น พวกเขาก็ได้แต่มอง แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกเสียจากต้องภาวนา เท่านั้น 

     

     

    " เฮ้ ! พวกนายมาทำอะไรข้างล่างนี่ละ " 

    เมื่อได้ยินเสียงที่ดังขึ้น Hunter กว่าร้อยคนพวกเขาแทบไม่ต้องแยกแยะด้วยซ้ำว่านั่นเป็นเสียงของใคร เพราะนี่คือสิ่งที่พวกเขาอยากได้ยินที่สุดในเวลานี้ เพราะนั่นคือเสียงของริวจิ และเมื่อทุกคนหันขวับไปทางของเสียง ได้ปรากฏรูปลักษณ์ของริวจิ ซึ่งไม่ได้มีรอยแผลหรือหลักฐานที่แสดงว่าริวจิผ่านเกิดการต่อสู้ใดๆ ทำให้พวกเขารู้สึกดีใจไม่น้อย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องนี้

    " คุ คุค คุณริวจิ แย แย่แล้ววว "  

    " แยะ แย่ แย่ จริ จริงๆนะครับ " 

    ได้เกิดเสียงสอดแทรกดังขึ้นนับไม่ถ้วนทำให้ริวจิ ฟังไม่ได้ศัพท์จับไม่ได้ความ ว่าพวกเขาจะพูดถึงเรื่องอะไรกับแน่ 

    ริวจิ : เงียบบบบบบบ !!! 

    จากนั้นเขาก็ได้ให้โทชิโอะเป็นคนพูดคนเดียว 

    " ไหนนายลองเล่ามาสิ่ " 

    จากนั่นโทชิโอะก็ได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้กับริวจิฟัง ทำให้ริวจิอุทานขึ้นมาก่อนจะพุ่งขึ้นมาบน Tokyo Tower 

    " สงสัยจะต้องอบรมกันสักหน่อยแล้วมั้ง "  

     

    2 นาทีก่อนหน้านี้

    " ตอนนี้ไม่มีคนมาขัดแล้ว เธอจะใส่เต็มที่ได้รึยังละ " 

    มิโกะเธอได้ยั่วยุอายูกลับไปบ้าง หลังจากที่เธอโดนปั่นหัวมาอยู่นานสองนาน แต่อายูไม่ได้พูดอะไรตอบโต้กลับไป แต่กลับกัน เธอยกกริชไม้ขึ้นมาแทน นั่นทำให้มิโกะหัวเราะคิกคัก 

    " อย่าทำให้ขำหน่อยเลยน่า อาวุธแค่นั้น มันทนแรงปะทะไม่ไหวหรอก " 

    พูดจบมิโกะเธอก็ได้ยกดาบของเธอออกมา เมื่อเห็นท่าทางที่มิโกะแสดงออกมา อายูไม่ปฏิเสธเธอก็หยิบกริชของเธอออกมาเช่นกัน นั่นแสดงถึงการตอบรับคำท้าได้อย่างดีเยี่ยม ถึงแม้ว่าอายูไม่ได้แสดงออกมาด้วยคำพูดก็ตาม

    มิโกะสังเกตเห็นอายูยกกริชขึ้นมาเสร็จแล้วนั่น เธอไม่รอช้าเธอพุ่งเข้าใส่หญิงสาวทันที 

    ฟึบ 

    มิโกะเธอพุ่งไปด้วยความเร็วสูงสุด เธอคิดจะใส่เต็ม เธออยากจะพิสูจน์ให้อายูเห็นว่า เธอไม่ได้อ่อนแอเหมือนกับตอนที่พวกเขาเจอกันตอนแรก ดังนั้นมิโกะคิดจะใส่เต็มตั้งแต่เริ่ม  

    ฟู้มมม 

    " ฉันไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว วันนี้ฉันจะพิสูจน์ให้เธอได้เห็น ว่าฉันแข็งแกร่งกว่าเธอ " 

    เคร๊งงงงง 

    เสียงของดาบและกริชของทั้ง 2 ปะทะกันก่อให้เกิดเสียงดังกืดก้อง แต่ถึงมิโกะจะใส่เต็มแรงถึงขนาดนี้แล้วก็ตาม อายูกลับถอยหลังไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากนั่นหญิงสาวผมสีส้มก็ได้เปิดปากที่ดูสวยอมชมพู ถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ทาลิปสติกก็ตามแต่ 

    " ได้แค่นี้เองงั้นเหรอ " 

     

    คำพูดของอายูที่เธอพูดในแต่ละคำนั้นมันเหมือนกับไปจุดชนวนระเบิด ที่อยู่ในกลางใจของมิโกะ ทำให้เธอระเบิดความโกรธออกมาอย่างสุดขีดดด 

    ย๊าาาาาาาา 

    " อย่ามาดูถูกกก ฉันนะะะะ "   

    เมื่อเห็นมิโกะระเบิดความโกรธออกมาอย่างเต็มที่ แต่อายูนั้นเธอไม่ได้ร้อนรนตามแต่อย่างใด กลับกันเธอได้คิดอย่างเงียบสงบ  และถ้าเกิดว่าเธอยังรับการโจมตีอยู่แบบนี้อีกละก็ มันอาจจะเกิดเหตุไม่คาดฝันและเธออาจจะเผลอโจมตีกลับไปเช่นกัน ถึงแม้ว่าตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ ยังดูดีและยังไม่มีซอมบี้เข้ามาบุก แต่ถึงอย่างงั้นวันนี้มันก็คือวันแรกที่ระบบมันบอกว่า บททดสอบที่2 ได้เริ่มขึ้นแล้ว ดังนั้นถ้าเธอทั้ง 2 ต่อสู้กันและถ้าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดบาดเจ็บขึ้นมา และถ้ามีศัตรูเข้ามาอย่างกะทันหัน หน้าที่ทุกอย่างก็จะตกไปอยู่ที่ริวจิคนเดียวตามเคย และที่เธอทำมาทั้งหมดก็ไม่มีความหมาย เธออยากจะช่วยริวจิบ้าง เพราะตอนนี้เธอก็ไปตามหาครอบครัวของเธอได้แล้ว รวมถึงริวจิ และริวจิก็เป็นคนที่มีพระคุณของเธอ ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าริวจิต้องการแค่คนขับรถก็ตามในตอนนั้น

     

    [  สกิล Steal ทำงาน เผาผลาญค่าความแข็งแกร่ง 1/1Min ]

    [ คุณสมบัติ : เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 50 % ]  

     

    ในตอนแรกถึงแม้ว่าความเร็วของทั้ง 2 จะเกือบเท่าๆ กัน แต่ในตอนนี้มันไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว อายูเร็วกว่ามิโกะมากกว่า 1.5 เท่า ทำให้ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่จะหลบการโจมตีของเด็กสาวผู้ไร้เดียงสา 

    ฟึบ

    ฟึบ

    ฟึบ 

    อายูเบี่ยงตัวหลบการโจมตีของมิโกะได้ทันเวลาทุกครั้ง แต่เธอก็โจมตีไปบ้างในบางครั้ง เพื่อไม่ให้มิโกะคิดว่าเธอกำลังออมมือให้กับเธออยู่ 

    เคร๊ง

    เคร๊ง 

    แต่การแสดงก็คือการแสดง หลังจากรับการโจมตีของอายูอยู่สักพัก มิโกะเธอก็ได้จับไต๋ของอายูได้ว่า อายูกำลังแสดงละครหลอกตาอยู่ นั่นทำให้เธอยิ่งโมโหขึ้นไปอีก 

     

    " นี่จะดูถูกฉันไปอีกไหนนนนน " 

    มิโกะกัดริมฝีปากแน่นด้วยความเจ็บใจ จนเลือดไม้ไหวออกจากริมฝีปากที่ดูสวยของเธอ ก่อนที่เธอจะตะโกนขึ้น 

     

    " ถ้าเธอไม่เอาจริง ฉันจะฆ่าเธอจริงๆ แล้วนะ อายูวววววววว " 

    หญิงสาวได้กำดาบแน่น และเธอได้ปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างไม่มีกั๊กอีกต่อไป ซึ่งมันเป็นจุดอ่อนเดียวของอายู 

    อึก 

    ความเร็วของอายูได้ตกลง ทำให้มิโกะได้โอกาส และในตอนนี้มิโกะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว เธอถูกอารมณ์ควบคุมโดยสมบูรณ์แบบ 

    เมื่อเห็นอายูชะงักลงเนื่องจากจิตสังหารของเธอ 

    ฟึบบบบ 

    เธอเคลื่อนที่เข้าใกล้อย่างรวดเร็ว หวังที่จะเข้าไปเพื่อหวังที่จะปลิดชีวิตของอายูจริงๆ 

    ย๊าาาาาาา 

    " ตายยสะะะะ " 

     

    เคร๊งงงงงงง 

    เกร๊กกก 

     

    ได้เกิดเสียงดาบปะทะกัน และถัดจากนั่นเพียงเสี้ยววิ ก็ได้เกิดเสียงดาบหัก นั่นทำให้มิโกะตกใจเป็นอย่างมาก เพราะเธอยังเคลื่อนที่ไม่ถึงอายูด้วยซ้ำ แต่ดาบของเธอกลับหักลง เธอไม่เชื่อว่าอายูจะสามารถหักดาบของเธอได้ เพราะดาบของเธอก็คือดาบ Rank A ที่ได้มาจากริวจิ ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่ากริชของอายูก็เป็น Rank A เหมือนกันก็ตาม  แถมอายูกำลังโดนผลจากจิตสังหารของเธอ อายูไม่มีทางสามารถเคลื่อนที่รวดเร็วได้มากถึงขนาดนี้ และหญิงสาวก็ค่อยๆ เงยหน้าดูบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเพื่อตรวจสอบดูว่าบุคคลที่สามารถหักดาบของเธอได้อย่างง่ายดายขนาดนี้เป็นใครกันแน่  

    และเมื่อเธอได้เงยหน้าขึ้นเต็มตา มิโกะเธอถึงกับต้องอ้าปากค้าง พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึง 

     

    " พี่ " 

    เมื่อยืนยันแล้วว่าเป็นริวจิ มิโกะเร่งพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว 

    " มิโกะเห็นว่าพี่ไปนาน หนูรู้สึกเป็นห่วงเลยว่าจะไปตามดู แต่อายูเธอกลับห้าม.. " 

     

    " พอได้แล้วมิโกะไม่ต้องพูดแล้ว พี่ได้ฟังเรื่องทุกอย่างจากโทชิโอะเรียบร้อยแล้ว " 

     ได้ยินที่ริวจิพูดมิโกะก็ได้ซึมไป 

    " มิโกะขอโทษ ! '' 

    ริวจิรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยหลังจากที่ได้ฟังคำขอโทษของมิโกะ แต่ว่าถ้าเขาไม่ทำให้มันเด็ดขาดแล้วละก็ มันจะติดเป็นนิสัยของเธอ และมันจะส่งผลร้ายให้กับพวกเขาไม่น้อยเลยละในนิสัย ที่เอาแต่ใจของเธอ 

    " มิโกะ "

    ริวจิได้เรียกชื่อของน้องสาวของเขา แต่มิโกะเธอกลับไม่มีเสียงตอบโต้กลับมา ทำให้ริวจิต้องเค้นเสียงดังขึ้นไปอีก 

    " มิโกะะะะะ " 

    " ค่ะะะะ " 

    " ได้ยินที่พี่พูดมั้ย " 

    " ได้  ได้ยินคะ " 

    " อืม ดูเหมือนว่าพี่จะตามใจน้องเกินไป  น้องขัดคำสั่งพี่ และยังต่อสู้กับพวกพ้องโดยคิดจะหวังเอาชีวิตอีก พี่รู้นะว่าน้องดีใจที่พี่ยังมีชีวิตรอดจากซอมบี้มาได้ แต่ว่าน้องเป็นอัจฉริยะ น้องฉลาด น้องเก่งทักษะดาบกว่าพี่เสียอีก แต่ทำไมน้องถึงทำตัวแบบนี้ มิโกะจะมาทำตัวแบบเหมือนในยุคก่อนไม่ได้นะ ตอนนี้โลกเราได้เปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้มันคือยุคของยุคมืด และก่อนที่พี่จะมาน้องก็เป็นถึงหัวหน้าของพวกเขา พี่ไม่เชื่อหรอกนะว่าพวกเขาจะให้เด็กที่เอาแต่ใจ รวมถึงคิดจะฆ่าพวกพ้องกันเอง ให้ขึ้นเป็นถึงหัวหน้าได้ น้องลองกลับไปทบทวนดูนะ ในสิ่งที่พี่บอก เพราะถ้าขืนน้องยังทำตัวแบบนี้ต่อไปอีกละก็ พี่กับแม่อาจจะต้องตายเพื่อปกป้องน้องก็เป็นได้ " 

    เมื่อพูดจบเด็กหนุ่มก็หันหลังกลับไปดูเพื่อเช็กอาการของอายูดูว่าเธอบาดเจ็บรึเปล่า 

     

     

     

     

     

    คล้ายกับเรื่องDoomdays ซอมบี้ล้างโลก ที่คุณอ่าน