ตอนที่ 5 พัฒนาการ! ทักษะการปลุกพลัง
วันที่ 27 เดือนมิถุนายน ปี 2021
ฉีโย่วหลันและตงฟางไป๋เดินทางมุ่งหน้าไปตามเส้นทางตัวเมืองหลัก ระหว่างทางก็มองหาสัตว์กลายพันธุ์เพื่อฝึกฝนฝีมือ เมื่อบังเอิญเจอร้านอาหารก็จะแวะเข้าไปเติมเสบียง
ในระหว่างที่ได้ฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ ทั้งสองก็ค่อย ๆ สรุปกฎเกณฑ์ได้คร่าว ๆ เป็บางส่วน
เดิมทีเขตที่มนุษย์อยู่อาศัยไม่ว่าจะในเขตพื้นที่ชุมชน โรงเรียน และโรงพยาบาล มักจะมีสัตว์กลายพันธุ์ไม่มาก ทั้งยังเป็พวกที่ค่อนข้างอ่อนแออีกด้วย
ยิ่งเข้าใกล้ถิ่นทุรกันดาร สัตว์กลายพันธุ์ก็จะยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ และมีหลากหลายชนิดมากยิ่งขึ้น พลังก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากเป็พิเศษ
ทั้งสองได้วิเคราะห์สาเหตุดูคร่าว ๆ มีความเป็ไปได้ว่าเดิมทีตรงนั้นอาจเป็ที่พักอาศัยของมนุษย์ จากนั้นมนุษย์ก็หายสาบสูญกันเป็จำนวนมาก เลยทำให้สัตว์กลายพันธุ์สูญเสียแหล่งอาหารหลักไป
แต่ในถิ่นทุรกันดารนั้นมีอาหารมากมายหลายชนิด ไม่มีอาหารที่เป็เนื้อก็ยังมีอาหารที่เป็พืชให้กิน ยังมีสัตว์อีกมากมายที่ก่อนจะกลายพันธุ์ก็นั้นสามารถกินอาหารได้หลากหลายชนิด
เมื่อพวกเขาเข้าใกล้เขตทุรกันดารและพื้นที่ทุ่งนาและได้จู่โจมฆ่าสัตว์กลายพันธุ์มากยิ่งขึ้น มันก็ทำให้พวกเขาค้นพบข้อจำกัดบางประการของทักษะการปลุกพลัง
ฝูงหนูนากลายพันธุ์ได้ให้บทเรียนแก่พวกเขา พื้นที่การใช้โล่ของฉีโย่วหลันนั้นมีขีดจำกัด ซึ่งเป็ข้อบกพร่องที่ใหญ่พอสมควร ดังนั้นเมื่อต้องเจอกับสัตว์กลายพันธุ์จำนวนมาก ก็จะไม่สามารถป้องกันได้อย่างทั่วถึง
และหนามปฐีของเขาส่วนใหญ่ปรากฏขึ้นสามอันพร้อมกัน และเมื่ออัญเชิญอันที่สี่ อันแรกก็จะหายไป
ส่วนลูกะเิกลางอากาศของตงฟางไป๋ก็มีข้อบกพร่องที่ทำให้มีอานุภาพไม่พอปรากฏขึ้นเช่นกัน และที่สำคัญจำนวนที่ใช้ได้ในเวลาเดียวกันจะต้องไม่เกินสิบลูก
แต่ว่าทักษะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าที่แข็งแกร่งดั่งกระบี่ที่แหลมคมของตงฟางไป๋ยังพอที่จะชดเชยข้อบกพร่องตรงจุดนี้ได้บ้าง ผิวที่แทบไม่สามารถทำอันตรายอะไรได้ของเธอเป็สิ่งยืนยันความปลอดภัยของตัวเธอเองอีกด้วย
ที่สำคัญที่สุด พวกเขาค้นพบว่าทักษะการปลุกพลังนั้นไม่ได้สิ้นเปลืองพลังกาย แต่เป็พลังจิตต่างหาก
หากใช้ทักษะปลุกพลังเป็เวลานานหรือบ่อยครั้งจนเกินไป ก็จะมีอาการปวดหัว เวียนศีรษะ สายตาพร่ามัวอย่างรุนแรง
หนูนากลายพันธุ์ฝูงใหญ่นี้ ได้สร้างปัญหาใหญ่ให้กับทั้งสองคน ในบรรดาหนูนาทั้งหมดมีตัวหนึ่งที่มีรูปร่างขนาดใหญ่เป็พิเศษ มีฟันสีทองสำริดอ่อนๆ ซึ่งเป็จ่าฝูงหนูนากลายพันธุ์จึงดูดุร้ายมากเป็พิเศษ
หนูนากลายพันธุ์ตัวใหญ่นั้น ไม่เพียงแต่หนามปฐีที่ไม่สามารถทำร้ายมันได้ มันยังสามารถกัดโล่ของฉีโย่วหลันจนกลายเป็รูโหว่ได้อีกต่างหาก
ทั้งสองต่อสู้ไปพลางหลบหนีไปด้วย บวกกับความเข้าขากันดีขึ้นทำให้หนีรอดพ้นออกจากพื้นที่อาศัยของหนูนากลายพันธุ์ฝูงนั้นมาได้
วันที่ 28 เดือนมิถุนายน ปี 2021
ทั้งสองขึ้นไปหาที่หลบซ่อนและตั้งหลักอยู่บนดาดฟ้าของตึกที่สูงสามสิบชั้น
ตงฟางไป๋ที่อยู่ภายใต้การป้องกันของที่แข็งแกร่งของฉีโย่วหลันถูกหนูนากลายพันธุ์ข่วนโดนหลายครั้ง แต่ิักลับไม่รอยโดนข่วนเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่ฉีโย่วหลันคงไม่ได้โชคดีขนาดนั้น เพื่อที่จะปกป้องตงฟางไป๋ให้ดีที่สุด เขาจึงโดนหนูนากลายพันธุ์กัดไปหลายแผล
เพราะก่อนหน้านี้เคยถูกหนูกลายพันธุ์กัด แล้วยังติดเชื้อโรคพิษสุนัขบ้ามาอีก
ระบบของฉีโย่วหลันจึงถูกกระตุ้นขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจกับมันมากจนเกินไป
แต่ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่า เขายังเด็กและไร้เดียงสาเกินไป เขาประเมินค่าภูมิต้านทานเชื้อไวรัสในร่างกายสูงเกินไป หรือแม้แต่คิดว่าไวรัสของเขามีแรงดึงดูดเข้ากับร่างกายที่แข็งแกร่งมาก
ในตอนกลางคืนนั้นเอง ขณะที่ทั้งสองกำลังหาที่สำหรับพักผ่อนในคืนนั้นอยู่ โรคพิษสุนัขบ้าของเขาก็ได้กำเริบขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้เขาได้เตรียมความพร้อมเอาไว้แล้ว ด้วยการกัดผ้าไว้ในปาก
ความเ็ปนี้ที่รุนแรงมากกว่าครั้งแรก ฉีโย่วหลันที่ถูกตงฟางไป๋มัดมือมัดเท้าเอาไว้ยังคงโคจรพลังตามหลักคัมภีร์ธรรมชาติเพื่อต้านทานกับความเ็ป
ตงฟางไป๋ทำได้เพียงเฝ้ามองเขาด้วยความตึงเครียด แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ในขณะที่ฉีโย่วหลันกำลังจะล้มหมดสติลงไปด้วยความเ็ปและได้โคจรพลังตามหลักคัมภีร์ธรรมชาติจนครบรอบที่เก้า ก็ดูเหมือนว่าจะมีสารมากมายภายในร่างกายถูกดูดซึมเข้าสู่จุดตันเถียน
ม่านแสงสีขาวในระบบกระพริบขึ้นมา “ติ๊ง” ทักษะปลุกพลังได้รับการอัพเกรด
ฉีโย่วหลันรู้สึกแค่เพียงผ่อนคลายไปทั่วทั้งร่าง เหงื่อออกท่วมตัว ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
สติจมดิ่งเข้าสู่ห้วงแห่งสมอง จ้องมองไปยังม่านแสงระบบ
【ทักษะปลุกพลังสายเวท
คุณสมบัติดิน:
1.โล่ปฐี คุณภาพระดับทองแดง สามารถใช้สารประกอบธาตุดินหลอมกันเป็โล่แผ่นทองแดง ต้านทานการโจมตีทางกายภาพระดับทองแดง ความต้านทานธาตุอ่อน (สามารถอัพเกรดได้)
2.หนามปฐี คุณภาพระดับทองแดง สามารถใช้ธาตุดินเพื่อหลอมรวมหนามทองแดงเป็สามต้น เจาะทะลุศัตรู โจมตีทางกายภาพระดับทองแดง (สามารถอัพเกรดได้) 】
เนื้อหาอื่น ๆ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก ยังคงเป็คุณสมบัติเดิม
ผ่านพ้นไปอีกครั้งกับอาการไวรัสกำเริบที่ยิ่งทวีความเ็ปมากขึ้นเรื่อย ๆ แค่นึกถึงมันก็ทำให้เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
แต่สิ่งที่ได้รับมาก็มีมากมายมหาศาลเช่นกัน ทั้งวัตถุดิบ การโจมตีและระดับการป้องกันก็เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ตงฟางไป๋ช่วยเขาแก้มัดอย่างชำนาญ ก่อนจะหาผ้าชุบน้ำมาช่วยเช็ดเหงื่อบนใบหน้าให้เขา
แล้วพูดด้วยความเห็นใจว่า “ตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง? อดทนผ่านไปได้แล้วใช่ไหม?”
ฉีโย่วหลันใช้เวลาปรับตัวเพียงชั่วครู่ก่อนจะตอบ “น่าจะผ่านไปได้แล้วล่ะ มันเ็ปกว่าครั้งที่แล้วมากๆ อาจเป็เพราะโดนกัดอีกครั้งก็ได้ ดูเหมือนว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันถูกสัตว์กลายพันธุ์กัด อาการของฉันก็จะกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง คุณสมบัติข้อนี้ของฉันไม่ยุติธรรมเลย”
ตงฟางไป๋พยุงเขาลุกขึ้น แล้วพูดว่า “ไม่อย่างนั้นคืนนี้พวกเราหาห้องว่างแล้วนอนพักที่ตึกนี้สักหนึ่งคืนเถอะ”
หลังจากที่ผ่านพ้นโรคพิษสุนัขบ้าไปได้ ฉีโย่วหลันก็ฟื้นฟูกลับมาเป็ปกติได้อย่างรวดเร็ว เขาปล่อยมือของตงฟางไป๋ แล้วยืนครุ่นคิดอยู่กับที่สักพัก
“ดูเหมือนว่าฉันจะมีความรู้สึกใหม่ ๆ มันรู้สึกคล้ายกับครั้งก่อน แต่แตกต่างกันนิดหน่อย”
“หมายความว่ายังไง? นายยังปลุกทักษะใหม่ได้อีกเหรอ?” ตงฟางไป๋สงสัย
“ไม่ใช่ทักษะใหม่ ยังเป็ความรู้สึกเดิม เพียงแต่สามารถควบคุมได้แข็งแกร่งขึ้น ดูเหมือนความสามารถในการควบคุมดินจะแข็งแกร่งขึ้น” เขาต้องหาคำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับการอัพเกรดทักษะปลุกพลังในตัวเอง
ฉีโย่วหลันมองดูฝ่ามือของตัวเอง สายลมในยามค่ำคืนของฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านเสื้อผ้าของคนทั้งสอง ภายใต้แสงจันทร์ที่กระจางใสและเยือกเย็นฝ่ามือเรียวยาวของเขาดูทรงพลัง
เสียง “ซวบ” เขาชูมือซ้ายขึ้น โล่ทองแดงบานใหญ่ปรากฏอยู่ในมือ
เขาชูมือขวาขึ้น ตามด้วยเสียง “ซวบ ซวบ ซวบ” หนามปฐีสีทองแดงสามอันโผล่ออกมาจากผนังด้านข้าง
ฉีโย่วหลันมองดูโล่ขนาดใหญ่และหนามปฐีบนผนังกำแพงซ้ายขวาอย่างละเอียด ก่อนหน้านี้โล่ใหญ่และหนามปฐีของเขาเป็สีเหล็กดำทั้งหมด แต่ตอนนี้กลับกลายเป็สีทองแดงวาววับ
“นี่คือการอัพเกรดใช่ไหม?” ตงฟางไป๋รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของคำว่า “อัพเกรดได้” ในระบบแล้ว ถ้าติดไวรัสชนิดเดียวกัน ทักษะการปลุกพลังของเขาก็จะอัพเกรด
หมายความว่า ตราบใดที่เขายังติดไวรัสตัวเดิม ทักษะการปลูกพลังของเขาก็จะสามารถอัพเกรดได้อย่างต่อเนื่อง? การอัพเกรดแบบนี้จะมีจุดสิ้นสุดรึเปล่านะ?
เขาโบกโล่ขนาดใหญ่ในมือ น้ำหนักไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
เขาลองเอาโล่ใหญ่กระแทกไปที่คอนกรีต จนเกิดเสียงดัง “คลืน” คอนกรีตแตกกระจายออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่โล่ขนาดใหญ่กลับมีแค่รอยขีดข่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ดูเหมือนว่าระดับความแข็งแรงทนทานก็เพิ่มมากขึ้นด้วย
หนามปฐีทองแดงของเขาก็น่าจะได้เสริมความแข็งแกร่งแล้วเช่นกัน ส่วนพลังโจมตีก็คงจะเพิ่มขึ้นอีกระดับแล้วสินะ
การอัพเกรดนี้ทำให้เขานึกถึงหลาย ๆ อย่าง
มนุษย์ปกติทั่วไปมักจะมีการพัฒนาการด้านภูมิคุ้มกันต่อไวรัสชนิดเดียวกัน กล่าวก็คือ คนที่ติดเชื้อไวรัสปอดบวม ก็แทบจะไม่ติดเชื้อปอดบวมอีกเลย
แต่เขากลับสามารถติดเชื้อไวรัสชนิดเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่มันคือการเดินบนเส้นทางสู่ความตายที่ยิ่งเดินก็ยิ่งไกลสินะ
เขามองไปที่ตงฟางไป๋ แล้วพูดว่า “ฉันสามารถติดไวรัสชนิดเดียวกันได้ แล้วยังสามารถอัพเกรดทักษะปลุกพลังได้ เธอว่ามันน่าแปลกไหม?”
“โลกได้เปลี่ยนแปลงจนกลายมาเป็สภาพเหมือนทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็ไม่รู้สึกแปลกใจแล้วล่ะ ยิ่งไปกว่านั้นนายก็แค่แข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นโอกาสรอดของเราก็จะยิ่งสูงขึ้น มันถือว่าเป็เื่ที่ดีนะ”
ตงฟางไป๋เป็ผู้หญิงที่ฉลาด เข้าใจเื่ราวได้ชัดเจนดี ทั้งยังเป็คนที่มีน้ำใจ บางครั้งฉีโย่วหลันก็รู้สึกว่าอีคิวของเธอน่าจะสูงกว่าทุกคนที่ตัวเองรู้จักมา
“บนโลกใบนี้มีบางคนที่เป็โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องโดยกำเนิด แต่กลับไม่มีใครที่เหมือนฉันเลยสักคนที่เป็โรคไม่มีภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด ผู้ป่วยเ่าั้แค่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง แต่ฉันกลับไม่มีภูมิคุ้มกันอะไรเลย” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ฉีโย่วหลันยิ้มเยาะเย้ยตัวเองเล็กน้อย
“เธอว่า ถ้าเธอถูกนกพิราบจิกอีกและติดเชื้อไวรัสปอดบวม ทักษะการปลุกพลังของเธอจะมีการเปลี่ยนแปลงไหม? ฉีโย่วหลันถามด้วยความสงสัยเล็กน้อย
ตงฟางไป๋คิดอยู่สักพักหนึ่ง “ฉันเดาว่ามันคงยากสำหรับฉันที่จะติดเชื้อได้อีกครั้ง เพราะฉันอาจจะมีภูมิต้านทานต่อไวรัสแล้ว แต่ร่างกายของนาย มันช่างพิเศษมากจริง ๆ ”
ทั้งสองพูดคุยกันขณะเดินลงชั้นล่าง แล้วมองหาห้องพักคนจากนั้นก็พังกุญแจประตูเข้าไปในห้องนอน
นี่คืออาคารบ้านเรือนธรรมดาที่มีสองห้องนอนหนึ่งห้องรับแขก อาจมีความเป็ไปได้ว่า่ที่ไวรัสระบาด ไม่มีใครอยู่ในบ้าน ดังนั้นนอกจากฝุ่นที่เกาะติดอยู่ทั่วภายในห้องก็ไม่มีสิ่งสกปรกอย่างอื่นอีก
ทั้งสองทำความสะอาดไปเล็กน้อย มีห้องนอนสองห้อง หนึ่งคนต่อหนึ่งห้องพอดี
เ้าของเดิมน่าจะเป็คู่สามีภรรยา ในตู้ยังมีเสื้อผ้าสะอาดอยู่
เครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำยังคงใช้งานได้ ที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ ตู้เย็นยังคงทำงานอยู่ตลอด พวกเขาเจอเบียร์สองสามขวดอยู่ในตู้เย็น
ทั้งสองไม่ได้อาบน้ำมานานหลายวัน ดังนั้นจึงได้รีบผลัดกันอาบน้ำ
หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ก็เช็ดร่างกายให้แห้ง
ฉีโย่วหลันมองดูตัวเองในกระจกอย่างเงียบ ๆ ร่างกายที่เคยอ่อนแอเริ่มแข็งแกร่งขึ้นมาบ้างแล้ว
ถึงจะยังดูผอมมาก แต่ก็พอมองเห็นกล้ามเนื้ออยู่ราง ๆ
ใบหน้าที่ผอมบางดั่งรอยมีดขวานก็ไม่ได้แย่ไปกว่าพวกเด็กนักศึกษาคนดังเ่าั้เท่าไหร่
ขนคิ้วเรียงสวยราวกับกระบี่คมสองด้าม เชิดขึ้นไปในแนวเฉียงเล็กน้อย ั์ตาลึกซึ้งราวกับดวงดาราบนท้องฟ้า เป็อาวุธที่ใช้ดึงดูดผู้หญิงได้อย่างแน่นอน
เพิ่งจะตัดเล็มผมที่ไม่ได้ตัดมาปีกว่า อีกทั้งยังโกนหนวดเคราที่ดูรุงรังนั่นออก
ทรงผมกลมสั้นของเขา ทำให้เขาดูสดใสและหล่อเหลาขึ้นมาเป็พิเศษ
เขาสวมเสื้อผ้าของเ้าของบ้านพลางส่งยิ้มให้ตัวเองในกระจก “ยินดีด้วย พ่อหนุ่ม นายยังมีชีวิตอยู่!”
เมื่อเขาเปิดประตูห้องน้ำเดินออกมา ตงฟางไป๋ที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟาเห็นแล้วถึงกับหยุดชะงักไป
หนึ่งปีที่ผ่านมาทุกคนมัวแต่ยุ่งอยู่กับการหนีเอาชีวิตรอด การได้อาบน้ำอย่างปลอดภัยนั้นถือเป็เื่ที่ยากมาก นับประสาอะไรกับการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตัวเอง
ฉีโย่วหลันทำความสะอาดร่างกายตัวเองจนรู้สึกสดชื่นและดูหล่อเหลามากยิ่งขึ้นเดินออกมาจากห้องน้ำ นั่นกลับทำให้ผิวหน้าที่ขาวเนียนของตงฟางไป๋พลันเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ
โชคดีที่พวกเขาไม่ได้เปิดไฟในห้องรับแขกเพราะกลัวว่าจะดึงดูดสัตว์กลายพันธุ์ ดังนั้นจึงมองไม่เห็นใบหน้าสีแดงระเรื่อที่อยู่ในความมืดของตงฟางไป๋ได้
เพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เธอจึงรีบคว้าเสื้อผ้าของเ้าของบ้านแล้วพุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำทันที
พอได้ยินเสียงน้ำในห้องน้ำไหล ฉีโย่วหลันก็หยิบขวดเบียร์ที่อยู่ในตู้เย็นออกมาแล้วเปิดดื่มด้วยความสดชื่น
“ฮู้” ความเย็นสดชื่นทำให้เขาถึงกับพ่นลมหายใจเบา ๆ
หนึ่งปีก่อน ฉีโย่วหลันเป็คนขี้โรค สถานะทางการเงินที่บ้านก็ไม่ดี การที่หาแฟนสาวที่รูปร่างหน้าตาดีแบบสวีซินก็ถือว่าสูงมากแล้ว
ยิ่งระดับดาวมหาวิทยาลัยอย่างตงฟางไป๋ ยิ่งไม่ต้องเพ้อฝันเลย
แต่ในตอนนี้ภายใต้แสงจันทร์ที่สวยงาม แสงสลัวเหลืองอ่อนของแสงไฟในห้องน้ำ และสาวสวยระดับนั้นกำลังอาบน้ำอยู่ข้างใน
ฉีโย่วหลันรู้สึกแค่ว่าภายในใจนั้นมีแต่ความเงียบสงบ ความสบายใจ แล้วค่อยๆ จิบเบียร์ไปพลาง ๆ ราวกับสามีที่กำลังนั่งรอภรรยาออกมาจากห้องน้ำก็ไม่ปาน