ยามบ่ายคล้อย แสงตะวันเริ่มอ่อนแรงลง ทอดเงาทาบทับโรงเตี๊ยมรักพักใจให้ดูสงบเงียบ บรรยากาศภายในโรงเตี๊ยมยังคงคึกคักด้วยเสียงสนทนาของจอมยุทธ์หลากหลายสำนัก ทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมที่แวะพักระหว่างทาง กลิ่นหอมของอาหารจีนแท้ๆ ผสมปนเปกับกลิ่นสมุนไพรลึกลับลอยอบอวลไปทั่วห้อง
อาหลางยืนเช็ดโต๊ะอยู่มุมหนึ่งของโรงเตี๊ยม ดวงตาของเขาแอบกวาดมองไปยังแขกต่างๆ ที่กำลังนั่งดื่มกินอยู่ ศิลาเนตรมารในอกเสื้อของเขาส่องประกายเบาๆ ขณะที่เขาใช้มันอ่านค่าราคะและความลับของผู้คน ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็สมบัติล้ำค่าสำหรับแผนการอันยิ่งใหญ่ของเขา
ทว่าความสงบนั้นพลันถูกทำลายลงด้วยการปรากฏตัวของแขกใหม่ผู้หนึ่ง เสียงฝีเท้าเบาๆ แต่มั่นใจดังขึ้นจากทางเข้าโรงเตี๊ยม ตามด้วยเสียงกระซิบและเสียงหายใจที่ชะงักของจอมยุทธ์ชายหลายคนที่หันไปมองทางประตู
นางก้าวเข้ามาในโรงเตี๊ยมด้วยท่วงท่าอันสง่างาม แต่แฝงไว้ด้วยความเย้ายวนชวนมอง ชุดแดงเพลิงที่นางสวมใส่เป็ผ้าไหมเนื้อดี ตัดเย็บอย่างประณีต ผ่าสูงขึ้นไปจนเผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่องเนียนนุ่มราวหยกแกะสลัก ทุกย่างก้าวของนางล้วนดึงดูดสายตาของจอมยุทธ์ชายทุกคนในโรงเตี๊ยมให้หันไปจับจ้องราวกับต้องมนต์สะกด
ผมยาวสีดำเข้มของนางถูกจัดแต่งอย่างประณีต ประดับด้วยกิ่งไผ่ทองคำเล็กๆ ที่ส่องแสงระยิบระยับเมื่อนางเคลื่อนไหว ใบหน้าขาวผ่องของนางเหมือนดวงจันทร์เต็มดวง ริมฝีปากแดงกุหลาบเบ่งบาน คิ้วโค้งเป็ธรรมชาติ และที่สำคัญที่สุดคือดวงตาคู่นั้น ที่แม้จะดูอ่อนหวานแต่กลับแฝงไว้ด้วยความเฉียบคมของนักสู้ผู้ช่ำชอง
นางคือแม่นางเว่ย จอมยุทธ์สาวผู้เลื่องชื่อในยุทธภพด้วยฝีมือกระบี่อันร้ายกาจ และความงามที่ยากจะหาผู้ใดเทียบ ชื่อเสียงของนางแผ่ไปทั่วแผ่นดิน ไม่เพียงแต่ด้วยวิทยายุทธ์ที่เก่งกาจ แต่ยังด้วยบุคลิกที่ชอบเล่นกับผู้ชาย ทำให้หลายคนเรียกนางว่า "ราชินีแห่งการล่อลวง"
นางมีรอยยิ้มพริ้มเพรา ดวงตาคมกริบแต่แฝงไปด้วยประกายแห่งความขี้เล่น เมื่อนางกวาดสายตามองไปรอบๆ โรงเตี๊ยม รอยยิ้มนั้นก็ยิ่งทวีความเย้ายวนขึ้นไปอีก นางเดินผ่านโต๊ะต่างๆ อย่างช้าๆ ราวกับกำลังเลือกเหยื่อที่เหมาะสม
"อ้อ... โรงเตี๊ยมแห่งนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ" นางพูดด้วยเสียงหวานใสที่ทำให้ผู้ชายหลายคนต้องสะดุ้ง "มีจอมยุทธ์หล่อๆ มากมายเหลือเกิน"
นางโปรยเสน่ห์ให้กับจอมยุทธ์ชายคนอื่นๆ อย่างสนุกสนาน บ้างก็ส่งสายตาหวานเชื่อม บ้างก็หัวเราะคิกคักอย่างเป็กันเอง ทำให้บรรดาบุรุษทั้งหลายต่างพากันหลงใหลในความงามและท่าทีอันเปิดเผยของนาง
จอมยุทธ์หนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ พยายามจะเข้าไปทักทาย "แม่นางเว่ย ข้าเป็เจียงเฟิง จากสำนักดาบ์ เชิญนั่งที่โต๊ะข้าเถิด"
แม่นางเว่ยหันไปมองเขาด้วยรอยยิ้มหวาน "อ้อ... เ้าน้อยเจียง ข้ารู้จักชื่อเสียงของเ้าดี แต่วันนี้ข้าอยากจะนั่งคนเดียวก่อนค่ะ" นางพูดพร้อมกับส่ายผมยาวอย่างเย้ายวน
เสียงกระซิบและเสียงหัวเราะของนางทำให้บรรยากาศในโรงเตี๊ยมร้อนแรงขึ้น จอมยุทธ์ชายหลายคนพยายามจะเข้าไปคุยด้วย บ้างก็เสนอจะซื้อเหล้าให้ บ้างก็พยายามจะอวดฝีมือวิทยายุทธ์ แต่นางกลับตอบรับอย่างเป็มิตรแต่ไม่ให้ใครเข้าใกล้มากเกินไป
ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงหัวเราะคิกคัก อาหลางกลับยังคงนิ่งเฉย เขายืนเช็ดโต๊ะอยู่มุมหนึ่งของโรงเตี๊ยม ดวงตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่แม่นางเว่ยเหมือนเช่นบุรุษคนอื่นๆ ท่าทีของเขาดูสงบและไร้อารมณ์ ราวกับว่าหญิงงามตรงหน้าเป็เพียงอากาศธาตุที่ไร้ตัวตน
ความเฉยเมยของอาหลางทำให้แม่นางเว่ยรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย นางที่เคยชินกับการเป็จุดสนใจของผู้ชายทุกคน กลับพบว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่สนใจนางเลย นางเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง สังเกตเห็นใบหน้าที่ดูซื่อสัตย์และท่าทีที่เรียบง่ายของเขา
"น่าสนใจจัง" นางคิดในใจ "ชายคนนี้ทำไมถึงไม่มองข้าเลย? เขาเป็ขันทีหรือเปล่า หรือว่าเขาแกล้งทำเป็ไม่สนใจเพื่อดึงดูดความสนใจของข้า?"
นางหันกลับไปสนทนากับจอมยุทธ์คนอื่นๆ ต่อไป แต่สายตาของนางแอบเหลือบไปมองอาหลางเป็ระยะๆ ความอยากรู้อยากเห็นเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ นางเคยเจอผู้ชายมากมายที่พยายามจะเข้าหา บางคนก็ตรงไปตรงมา บางคนก็อ้อมค้อม แต่ไม่เคยเจอใครที่เฉยเมยกับนางขนาดนี้
ขณะที่แม่นางเว่ยกำลังสนทนากับจอมยุทธ์คนอื่นๆ อาหลางก็แอบหยิบศิลาเนตรมารสีดำสนิทขึ้นมาส่องดูอย่างเงียบๆ เขาปกปิดการกระทำนี้ไว้อย่างชาญฉลาด โดยทำเป็กำลังเช็ดแก้วน้ำใส
แสงสีม่วงอ่อนๆ ส่องประกายออกมาจากศิลา เมื่อเขาเพ่งมองเข้าไปในนั้น ภาพของแม่นางเว่ยก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับตัวเลขที่พุ่งสูงลิ่วถึงเก้าสิบสอง นั่นคือค่าราคะที่พุ่งทะยานอย่างน่าใ สูงกว่าจอมยุทธ์คนอื่นๆ ที่เขาเคยวัดมาทั้งหมด
อาหลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ค่าราคะที่สูงขนาดนี้บ่งบอกถึงความปรารถนาอันแรงกล้าที่ซ่อนอยู่ภายใน แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องขมวดคิ้วยิ่งกว่านั้นคือความลับที่ศิลาเนตรมารเผยออกมา
ภาพและข้อความต่างๆ เริ่มปรากฏขึ้นในจิตใจของเขา ความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มและท่าทีเย้ายวนของแม่นางเว่ย มันไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิด
'นางจะมีความสุขที่สุดเมื่อถูกแอบดู' เสียงกระซิบแ่เบาดังก้องอยู่ในห้วงความคิดของอาหลาง ตามด้วยภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ภาพของแม่นางเว่ยที่กำลังอาบน้ำในสระน้ำลึกลับแห่งหนึ่ง โดยไม่รู้ว่ามีใครแอบมองอยู่ ใบหน้าของนางในภาพนั้นเปล่งประกายด้วยความสุขสมที่แท้จริง ไม่ใช่รอยยิ้มเทียมที่นางแสดงต่อหน้าผู้คน
ความลับนี้ทำให้อาหลางมองแม่นางเว่ยด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป นางไม่ได้รักสนุกเหมือนที่แสดงออกภายนอก แต่มีความลับที่ซับซ้อนกว่านั้นซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มและท่าทีอันเย้ายวนนั้น นางเป็คนที่ชอบการถูกสังเกต ชอบความรู้สึกของการเป็จุดสนใจ แต่ในแบบที่ลึกซึ้งกว่าการเป็เพียงแค่คนที่ชอบอวดโฉม
ภาพต่อไปที่ปรากฏในจิตใจของอาหลางคือแม่นางเว่ยที่กำลังฝึกซ้อมวิทยายุทธ์อยู่ลำพัง ในยามที่นางคิดว่าไม่มีใครมอง นางจะแสดงท่าทางที่เซ็กซี่และเย้ายวนมากกว่าปกติ ราวกับว่านางกำลังแสดงให้ผู้ชมที่มองไม่เห็นดู ความจริงที่ว่านางแอบหวังว่าจะมีใครสักคนแอบมองอยู่
"น่าสนใจมาก" อาหลางคิดในใจ "นางเป็คนที่ชอบการถูกปรารถนาจากระยะไกล มากกว่าการมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง นี่คือจุดอ่อนที่สำคัญ"
เขาเก็บศิลาเนตรมารลงในอกเสื้อ ก่อนจะกลับไปทำงานของเขาต่อด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความสงสัยและความสนใจในตัวแม่นางเว่ยผู้นี้ นางคือใครกันแน่ และความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดแดงเพลิงนั้นคืออะไรกันแน่
ขณะที่อาหลางกำลังคิดทบทวนข้อมูลที่ได้รับ แม่นางเว่ยก็สังเกตเห็นว่าเขายังคงไม่หันมามองนางเลย ความอยากรู้อยากเห็นของนางเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น นางเคยเจอผู้ชายที่แกล้งทำเป็ไม่สนใจเพื่อดึงดูดความสนใจ แต่ชายคนนี้ดูเหมือนจะเฉยเมยจริงๆ
"เสี่ยวเอ้อ" นางเรียกอาหลางด้วยเสียงหวานใส "ข้าขอเหล้าองุ่นดีๆ สักขวดได้ไหม?"
อาหลางหันมามองนางครั้งแรก ดวงตาของเขาสงบเฉยและไม่มีแววใดๆ ที่บ่งบอกถึงความประทับใจ "ได้ครับแม่นาง รอสักครู่" เขาตอบด้วยน้ำเสียงธรรมดา ก่อนจะเดินไปหยิบเหล้าให้
แม่นางเว่ยมองตามหลังเขาด้วยความสนใจ ท่าทางของเขาเรียบง่ายและไม่มีพิษมีภัย แต่มีบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้นางรู้สึกอยากรู้อยากเห็น บางทีอาจเป็เพราะเขาเป็ผู้ชายคนแรกที่ไม่ได้มองนางด้วยสายตาปรารถนา
เมื่ออาหลางกลับมาพร้อมกับขวดเหล้าองุ่น นางก็ลองสังเกตดูเขาอย่างละเอียดมากขึ้น ใบหน้าของเขาดูซื่อสัตย์ ไม่หล่อเหลาจนผิดธรรมดา แต่มีเสน่ห์แบบเรียบง่าย ร่างกายของเขาดูแข็งแรงแต่ไม่บึกบึน ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดเสี่ยวเอ้อที่เรียบง่าย
"ขอบใจ" นางพูดพร้อมกับยิ้มหวาน "เ้าชื่ออะไร?"
"อาหลางครับ" เขาตอบสั้นๆ
"อาหลาง..." นางทำเสียงเหมือนกำลังทดลองเรียกชื่อ "ชื่อดีนี่ เ้าทำงานที่นี่มานานแล้วหรือ?"
"สองปีแล้วครับ" อาหลางตอบ ก่อนจะทำท่าจะเดินจากไป
"เดี๋ยวก่อน" นางเรียกหยุด "เ้าไม่อยากคุยกับข้าหรือ? ผู้ชายส่วนใหญ่ต่างก็อยากจะมาคุยกับข้า"
อาหลางหยุดเดินและหันมามองนาง "ข้าแค่ทำหน้าที่ของข้าครับแม่นาง ไม่อยากรบกวนแขกผู้มีเกียรติ"
คำตอบนี้ทำให้แม่นางเว่ยรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่ได้ปฏิเสธนางอย่างหยาบคาย แต่กลับตอบด้วยความสุภาพและเหตุผลที่สมเหตุสมผล สิ่งนี้ทำให้นางยิ่งสนใจเขามากขึ้น
"เ้าน่าสนใจจัง" นางพูดพร้อมกับเอียงหัวมองเขา "ข้าเดินทางมาไกล เจอผู้ชายมากมาย แต่ไม่เคยเจอใครที่เฉยเมยกับข้าขนาดนี้"
อาหลางยิ้มเจื่อนๆ "บางทีข้าอาจจะไม่ใช่ประเภทที่แม่นางชอบครับ"
"เ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าชอบประเภทไหน?" นางถามกลับด้วยน้ำเสียงเล่นๆ
"ข้าเดาครับ" เขาตอบ ก่อนจะค้อมตัวลงเล็กน้อย "ขอตัวก่อนครับ ข้ามีงานต้องทำ"
แม่นางเว่ยมองตามหลังเขาที่เดินจากไปด้วยความรู้สึกผสมผสาน นางรู้สึกทั้งหงุดหงิดและสนใจไปพร้อมกัน เป็ครั้งแรกที่มีผู้ชายคนหนึ่งทำให้นางรู้สึกว่าตนเองไม่ได้เป็จุดสนใจหลัก
จอมยุทธ์หนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ เห็นการสนทนาระหว่างนางกับอาหลาง จึงเข้ามาแทรก "แม่นางเว่ย เ้าไม่ต้องสนใจเสี่ยวเอ้อคนนั้นหรอก เขาเป็แค่คนใช้ธรรมดาๆ มาคุยกับข้าดีกว่า ข้าเป็ลูกศิษย์ของสำนักดาบฟ้าผ่า"
แม่นางเว่ยหันไปมองเขาด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็มิตร แต่ในใจกลับรู้สึกรำคาญ "ข้ารู้ว่าเ้าเป็ใคร แต่วันนี้ข้าอยากจะสงบๆ หน่อย"
ขณะที่แม่นางเว่ยกำลังจัดการกับจอมยุทธ์หนุ่มที่พยายามจะเข้าหา อาหลางก็กลับไปยืนที่มุมเดิม แต่ครั้งนี้เขาแอบสังเกตดูนางอย่างระมัดระวัง เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมค่าราคะของนางถึงสูงมาก และทำไมความลับของนางถึงเป็เื่ของการถูกแอบดู
นางชอบความรู้สึกของการเป็จุดสนใจ แต่ในขณะเดียวกันก็้าความลึกลับ ้าให้คนอื่นต้องพยายามเข้าใจนาง ไม่ใช่แค่มองนางเป็ผู้หญิงสวยที่เข้าหาได้ง่าย การที่เขาเฉยเมยกับนางกลับทำให้นางสนใจ เพราะมันขัดกับสิ่งที่นางเคยชิน
อาหลางเริ่มวางแผนในใจ เขารู้แล้วว่าจะต้องเล่นเกมนี้อย่างไร ไม่ใช่การเข้าหาโดยตรง แต่เป็การสร้างความอยากรู้อยากเห็น การทำให้นางรู้สึกว่าเขาเป็ปริศนาที่ต้องไขให้ได้
เย็นวันนั้น เมื่อแขกส่วนใหญ่กลับไปพักผ่อนในห้องของตน แม่นางเว่ยยังคงนั่งดื่มเหล้าองุ่นอยู่โต๊ะเดิม นางแอบมองไปทางอาหลางที่กำลังเก็บโต๊ะเก้าอี้ เตรียมปิดโรงเตี๊ยม
"อาหลาง" นางเรียก
เขาหันมามองนาง "มีอะไรให้รับใช้ครับแม่นาง?"
"เ้าคิดว่าข้าเป็อย่างไร?" นางถามอย่างตรงไปตรงมา
อาหลางหยุดเคลื่อนไหวชั่วขณะ ก่อนจะตอบ "ข้าคิดว่าแม่นางเป็คนที่มีเสน่ห์และฉลาด"
"แค่นั้นเหรอ?" นางถามต่อ "ไม่มีอะไรอื่นแล้วหรือ?"
"ข้าคิดว่าแม่นางเป็คนที่เหงา" เขาตอบอย่างเงียบๆ
คำตอบนี้ทำให้แม่นางเว่ยต้องหยุดคิด นางไม่คาดคิดว่าเขาจะตอบแบบนี้ "เหงาเหรอ? ทำไมเ้าถึงคิดอย่างนั้น?"
"เพราะคนที่ไม่เหงาจะไม่พยายามดึงดูดความสนใจจากคนอื่นขนาดนี้" อาหลางตอบ "แม่นาง้าให้คนอื่นมองนาง ้าให้คนอื่นปรารถนานาง แต่ข้าสงสัยว่าแม่นางเคยให้ใครเข้าใกล้จริงๆ บ้างไหม"
แม่นางเว่ยรู้สึกเหมือนถูกเปิดเผยความลับที่ซ่อนลึก นางมองเขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป "เ้า... เ้าไม่ธรรมดาเลย"
"ข้าเป็แค่คนธรรมดาครับ" อาหลางตอบ "แต่ข้าชอบสังเกตคน"
"แล้วเ้าสังเกตเห็นอะไรในตัวข้าอีก?" นางถามด้วยความอยากรู้
อาหลางเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบ "ข้าเห็นว่าแม่นางเป็คนที่กล้าหาญ แต่กลัวความจริงใจ เป็คนที่แข็งแกร่ง แต่อยากจะมีใครสักคนที่เข้าใจนางจริงๆ"
คำพูดของเขาแทงเข้าไปในใจนางอย่างแม่นยำ นางรู้สึกเหมือนเขากำลังอ่านหนังสือที่เขียนด้วยภาษาที่เธอคิดว่าไม่มีใครเข้าใจ
"เ้าทำไมถึงพูดได้ขนาดนี้?" นางถามด้วยเสียงที่เริ่มสั่นเครือ
"เพราะข้าเคยเหงาเหมือนกัน" อาหลางตอบ "ข้าเลยรู้ว่าคนที่เหงาหน้าตาเป็อย่างไร"
ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่ แม่นางเว่ยมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน ความสนใจ และบางอย่างที่ลึกกว่านั้น เป็ครั้งแรกที่มีใครทำให้นางรู้สึกว่าตนเองถูกเข้าใจจริงๆ
"ข้าต้องไปแล้ว" อาหลางพูดขึ้น "ขอให้แม่นางพักผ่อนให้เพียงพอ"
เขาเดินจากไปอย่างเงียบๆ ทิ้งให้แม่นางเว่ยนั่งคิดคนเดียว นางรู้สึกเหมือนเพิ่งได้พบกับบางสิ่งที่นางตามหามานาน แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไรกันแน่
ในห้องพักของเขา อาหลางนั่งมองศิลาเนตรมารที่ส่องแสงเบาๆ เขารู้ว่าเขาได้วางหมากตัวแรกไปแล้ว ไม่ใช่ด้วยการใช้ของวิเศษ แต่ด้วยการใช้ความจริงที่เขาอ่านได้จากศิลา
แม่นางเว่ยคือเป้าหมายที่น่าสนใจ นางมีพลังและอิทธิพล มีความงามและเสน่ห์ แต่สำคัญที่สุดคือนางมีความเหงาที่ลึกซึ้ง ความเหงาที่จะทำให้นาง้าคนที่เข้าใจนางจริงๆ
และอาหลางก็รู้ว่าเขาจะเป็คนๆ นั้นได้ ด้วยความช่วยเหลือจากของวิเศษในคลังของเขา และด้วยการเล่นเกมจิตวิทยาที่เขาเก่งที่สุด
นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของเกมที่ยิ่งใหญ่กว่า เกมที่จะทำให้เขาได้ไม่เพียงแค่ร่างกายของแม่นางเว่ย แต่ยังรวมถึงจิตใจและิญญาของนางด้วย