ั้แ่วันแรกที่เพียงดาวเริ่มทำงาน ภูดินก็อยู่ที่ออฟฟิศเกือบทุกวันเพื่อสอนงานเธอ ทั้งสองคนใช้เวลาด้วยกันั้แ่เช้ายันเย็นหรือบางวันก็ทำงานจนถึงดึกดื่น เพียงดาวเรียนรู้งานได้ค่อนข้างเร็ว ประกอบกับความมุ่งมั่น ตั้งใจและขยันจึงทำให้เธอเข้าใจกระบวนการทำงานได้ภายในเวลาแค่เดือนเดียว ตลอดเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาที่ภูดินได้ใช้เวลาอยู่กับเพียงดาวนอกจากเื่ของการทำงานแล้วทั้งสองคนก็ได้เรียนรู้นิสัยส่วนตัวของกันและกันเพิ่มมากขึ้นด้วย
เพียงดาวเมื่อได้เมื่อได้อยู่กับชายหนุ่มก็เห็นว่าเขานอกจากจะเป็คนที่ทำงานเก่ง ละเอียด รอบคอบจนบางครั้งดูเหมือนจะดุและเคร่งครัดแล้ว อีกสิ่งที่เขามีและตรงข้ามกับภาพลักษณ์การทำงานของเขาคือความรัก มีน้ำใจและเอาใจใส่ต่อพนักงานของเขาทุกคน ไม่เคยเอาเปรียบลูกน้อง เธอจึงไม่แปลกใจเลยที่ทุกคนที่นี่รักและเคารพเขาทั้งที่อายุแค่สามสิบ
ส่วนภูดินเองเมื่อได้ทำงานใกล้ชิดและใช้เวลากับเพียงดาวมากขึ้น ก็ทำให้เขายิ่งอยากรู้จักและเรียนรู้เธอมากขึ้นไปอีกเพราะผู้หญิงคนนี้ทำให้คนบ้างานอย่างเขานับวันยิ่งสนใจในตัวเธอเพราะผู้หญิงคนนี้มีสิ่งที่ทำให้เขาเซอร์ไพรส์ได้ทุกวัน จากตอนแรกที่เขาแค่อยากหาทางให้เธอมาอยู่ใกล้ๆ เพราะอยากเรียนรู้นิสัยใจคอของเธอ แต่ไม่คิดว่าเธอจะขยัน ทำงานเก่ง เอาการเอางานขนาดนี้ แถมยังมีน้ำใจ ดูแลเอาใจใส่ทุกคนเป็อย่างดี และบางเวลายังเด็ดเดี่ยวมีความเป็ผู้นำ สามารถตัดสินใจแทนเขาได้ในวันที่เขาไม่อยู่ และไม่ว่าเธอจะทำงานหนักแค่ไหนก็ยังน่ารัก สดใสและที่สำคัญทำให้เขายิ้มได้ในทุกวัน ภาพนายหญิงของที่นี่ค่อยๆ จึงฉายชัดขึ้นในใจของชายหนุ่ม
ทั้งคู่ไปไหนไปกันทำงานตัวติดกันจนกลายเป็ภาพที่ทุกคนในฟาร์มเห็นจนชินตา จนเวลาล่วงเลยมาเกือบครึ่งปีแล้ว เพียงดาวปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้เป็อย่างดี ภูดินเองก็เริ่มชินกับการมีหญิงสาวอยู่เคียงข้าง เขามักจะแสดงความห่วงใยดูแลเอาใจใส่เธอเป็พิเศษ ที่มากกว่าเ้านายกับลูกน้อง เพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกที่มีต่อเธอให้เธอได้ค่อยๆ ซึมซับและรับรู้ เพียงดาวเองเธอก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้น หากแต่เธอเองไม่กล้าคิดเกินเลย ด้วยฐานะที่แตกต่างกันมากและเขาเองก็ไม่เคยพูดความรู้สึกที่มีต่อเธอเลยซักครั้ง
เย็นวันหนึ่งขณะที่ภูดิน เพียงดาวและนมแย้มนั่งทานข้าวเย็นกันอยู่ ภูดินก็เอ่ยกับทั้งสองคนว่า
“นมครับ ผมอยากจัดงานเลี้ยงให้ทุกคนในฟาร์มครับ คุณว่าไงดาว” เขาเอ่ยกับนมแย้มก่อนกันไปถามความคิดเห็นของหญิงสาวด้วย
“ก็ดีนะคะ เราไม่มีงานรื่นเริงมานานแล้ว” นมแย้มบอก
“ดีค่ะทุกคนจะได้ผ่อนคลายอีกอย่างก็จะสิ้นปีแล้วด้วยจะได้เลี้ยงปีใหม่ทีเดียวเลยดีมั้ยคะ”
เพียงดาวเสนอเพราะตอนนี้ก็จะเข้าสู่เดือนธันวาคมแล้ว
หลังทานข้าวเสร็จภูดิน เพียงดาว นมแย้ม พี่จันทร์ พี่จวงมาปรึกษาวางแผนการจัดงานเลี้ยง เพียงดาวเสนอให้มีการจับของขวัญปีใหม่เพื่อมอบรางวัลให้พนักงานทุกคนด้วยและให้มีการจัดประกวดชุดแต่งกายยอดเยี่ยมด้วยเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนอยากมีส่วนร่วมโดยมีเงินรางวัลสำหรับผู้ชนะด้วย เธอเสนอความคิดเห็นของตนเองก่อนหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งฟังเธอพูดอย่างตั้งใจ
“เอ่อ ดาวพูดเยอะเกินไปมั้ยคะ” เธอหันไปมองชายหนุ่มก่อนถามเขา
“ไม่เลยผมชอบ” ทำเอาหญิงสาวเขินทำตัวไม่ถูก ส่วนคนอื่นๆ ก็นั่งยิ่มไปตามๆ กัน
“จัดให้ทันวันคริสมาสต์ได้มั้ยครับ” ภูดินเอ่ยถามทุกคน
“พี่จันทร์พี่จวงจัดให้ตามคำขอค่ะ”
“ตีมจัดงานเป็แนวย้อนยุคดีมั้ยคะ แต่มีข้อแม้ว่าห้ามทุกคนไปตัดชุดใหม่ให้ดัดแปลงจากชุดที่มีอยู่ เพื่อไม่ให้สิ้นเปลือง ส่วนเงินรางวัลตามแต่คุณภูเห็นสมควรเลยค่ะ”
“หมื่นนึง ส่วนของขวัญที่จะจับสลากให้ทุกคนเอาตามที่ดาวเห็นสมควรเลย ค่าอาหารเครื่องดื่มพี่จันทร์พี่จวงไปคิดมาว่าใช้เท่าไหร่แล้วค่อยมาเบิก เอาตามที่เหมาะสมได้เลยผมไม่จำกัดงบ”
“ใจป้ำมากเลยค่ะคุณภู” จันทร์เอ่ยทุกคนต่างนั่งปรบมือชอบใจกันใหญ่
พูดจบภูดินก็ขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนจะลงมาพร้อมกับบัตรเครดิตและบัตรเอทีเอ็ม พร้อมยื่นมันให้เพียงดาวและบอกทุกคนว่าให้เบิกค่าใช้จ่ายจากเพียงดาวได้เลย นมแย้มเห็นดังนั้นก็นั่งยิ้มอย่างมีความสุขที่เห็นภูดินไว้ใจเพียงดาวถึงขั้นมอบบัตรส่วนไว้ให้ใช้จ่าย ก่อนจะขอตัวไปพักผ่อน ปล่อยให้เด็กๆ นั่งคุยกันต่อ ส่วนเพียงดาวเมื่อคุยธุระเสร็จแล้วก็ชวนภูดินมาคุยกันที่สวนหน้าบ้าน
“คุณภูคะ เื่งานเลี้ยงดาวเห็นด้วยนะคะ แต่เื่เงินคุณเอาบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตส่วนตัวมาให้ดาวไม่ได้นะคะ”
“ทำไมล่ะ”
“ก็ ดาวก็เป็ลูกน้อง อีกอย่างถ้าจะเบิกก็ใช้เงินจากบริษัทก็ได้นี่คะ เดี๋ยวดาวทำเื่เบิกเอง”
“ข้อแรกคุณไม่เหมือนลูกน้องคนอื่น ข้อสองผมอยากใช้เงินส่วนตัวจัดงานนี้” ภูดินพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับสบตาหญิงสาว
“ไม่เหมือน….ยังไงคะ” เธอถามเขาด้วยเสียงอึกอัก
“เพราะคุณคือลูกน้องคนพิเศษ....เป็ผู้ช่วยส่วนตัวของผม” เขากระซิบข้างหูเธอ ก่อนที่จะเอามือขยี้ที่หัวของเธอเบาๆ ใจจริงเขาอยากจะบอกเธอว่าเพราะเธอคือคนที่เขาชอบแต่กลัวหญิงสาวใและความปากหนักของตัวเองจึงยังไม่กล้าบอกเธอตามตรง
“คุณภู ผมดาวยุ่งหมดแล้วค่ะ” เธอดุเขาเบาๆ
“ผมอยากให้คุณจำไว้ว่าคุณไม่เหมือนกับลูกน้องคนอื่นนะดาว คุณคือคนสำคัญคนนึงในชีวิตของผม รหัสบัตรคือปีและเดือนเกิดผม บัตรนี้ผมให้คุณไว้ไม่ต้องคืนต่อไปเื่ภายในบ้านต้องรบกวนคุณช่วยจัดการแล้ว”
………เพียงดาวไม่ตอบเขา เธอได้แต่นั่งมองดวงดาวที่เปล่งแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ใจก็คิดไปว่าคิดว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนี้กับเธอด้วยนะ และความรู้สึกในใจเธอตอนนี้มันคืออะไรกัน ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่มันแค่เ้านายกับลูกน้องจริงๆ หรือมีอะไรมากกว่านั้น การกระทำของเขานับวันยิ่งแสดงออกชัดเจนว่าไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน แต่เขาก็ไม่เคยพูดความรู้สึกที่มีต่อเธอสักครั้ง เพียงดาวกลัวว่าสิ่งที่เธอกำลังคิดเป็เพียงความคิดไปเองของเธอฝ่ายเดียว ภูดินเมื่อเห็นหญิงสาวเงียบไปเขาก็นั่งมองดวงดาวเงียบๆ ข้างเธอซักพักก่อนจะเป็ฝ่ายพูดขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
“วันนี้ดาวเต็มฟ้าสวยดีนะ”
“ค่ะสวยมาก”
“ดูนู่นสิดาวเห็นมั้ยกลุ่มดาวนายพราน” เขาพูดพลางชี้มือและหันหน้าไปด้านทิศตะวันออก
“ไหนคะดาวมองไม่เห็นออกเลย”
“ทางนั้นไงดูดีๆ” เขาพูดพลางหันหน้ามาหาหญิงสาวและเป็เวลาเดียวกันกับที่หญิงสาวหันหน้ามาพอดีทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่ััชนกัน ทั้งคู่สบตากันหัวใจเต้นแรงและนั่งนิ่งกันชั่วครู่ก่อนที่เพียงดาวจะเป็ฝ่ายหันหน้าหลบด้วยความเขิน
“ดึกแล้วเราเข้าบ้านกันดีกว่าค่ะ” พูดจบเพียงดาวก็รีบลุกเดินเข้าบ้านไปโดยไม่รอเขา
เหลือแต่ภูดินที่นั่งยิ้มมองท้องฟ้าอยู่คนเดียว ผมจะเริ่มจีบคุณแล้วนะดาวเตรียมตัวรับมือไว้ให้ดี ขอให้เธอรับรักผมด้วยนะครับ เขาพูดพลางแหงนหน้ามองดวงดาวที่ส่องระยิบระยับเต็มท้องฟ้า