เื่ราวที่มายด์เล่าให้ฟังทั้งหมดเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
จิมมี่เดินไปเดินมา ท่าทางจะใช้ความคิดมากมายมาขบคิดอย่างถึงที่สุดเธอคิดยังไงก็คิดไม่ออก เพราะจะให้มายด์ไปสอบถามก็เห็นว่ากำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วตอนนี้
ใกล้จะ่เที่ยงที่ลูกค้ามาใช้บริการกันเยอะ จะให้ไปสอบถามก็ไม่ได้ เธอเดินไปเดินมาแล้วหยุดยืนชะงักหันไปมองนักศึกษาฝึกงานทั้งสามคน
ขวัญข้าวเห็นแววตาของพี่จิมมี่แล้ว ก็พอเข้าใจว่าเขาจะให้พวกเธอทำอะไรส่วนกายและเพิร์ลก็น่าจะรู้ดี เธอจึงใช้ความคิดว่า จะทำยังไงให้เื่นี้ผ่านไปได้ด้วยดีจะดีกว่า
“น้องๆทั้งสามคน พี่ขอความช่วยเหลือหน่อยนะ”
“ค่ะ ครับ”
“ขอบคุณนะน้องๆ ช่วยพี่หน่อยนะ”
มายด์พูดด้วยน้ำเสียงที่ซาบซึ้ง แววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังจนขวัญข้าวและเพื่อนของเธออดเห็นใจไม่ได้ จึงรีบออกเดินทางไปที่เป้าหมายทันที
ขวัญข้าวกดลิฟต์ เพื่อขึ้นไปชั้นที่คุณเจสซี่อยู่กับแฟนหนุ่มของเธอกายและเพิร์ลเดินตามมาด้วย เสียงลิฟต์ดังขึ้นเพื่อเป็สัญญาณเตือนว่าลิฟต์มาถึงแล้ว
เมื่อลิฟต์พาพวกเธอมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ขณะที่กำลังจะเดินเข้าไปกดกริ่งประตูห้องก็ได้ยินเสียงจากด้านในเสียงนั้นมันทำให้พวกเธอหน้าแดงไปตามๆกันทีเดียว
“เอายังไงดีอ่ะพวกเธอ”
“เพิร์ล ฉันว่าเราต้องวางแผนกันใหม่แล้วล่ะ ถ้าฝืนเรียกแบบนี้มีหวัง..”
กายทำท่าทางโดยเอานิ้วชี้ขึ้นมาปาดคอตัวเอง แล้วทำหน้ายี้ใส่เพิร์ลส่ายหน้าทำหน้าหงุดหงิดเต็มทีเธอหันไปมองที่ขวัญข้าวก็พอเดาออกว่าขวัญข้าวต้องคิดได้แน่ๆแล้ว
“คิดได้แล้วเหรอ”
ในที่สุดเพิร์ลก็รู้แล้วว่าเธอคิดได้เธอจึงเล่าทุกอย่างให้เพื่อนทั้งสองคนฟัง ทั้งสองคนยิ้มพยักหน้ารู้สึกว่าขวัญข้าวคนเก่งกลับมาอีกครั้งแล้ว
ภารกิจต่อไปจึงเกิดขึ้น
เพิร์ลแอบยืนมองอยู่ห่างๆเธอจะเป็คนส่งสัญญาณว่าคุณเจสซี่เดินออกมาหรือยัง ประตูเปิดออกเป็คุณเจสซี่ที่สวมชุดเดรสสีเขียวเนื้อผ้าซาตินพอจะเห็นสวดทรงองเอวที่ชัดเจนเดินออกมากับแฟนหนุ่มรูปหล่อของเธอแล้วเพิร์ลดีดนิ้วขึ้นมาอย่างลืมตัว เป็ไปอย่างที่ขวัญข้าวคิดไว้ทีเดียวในเวลานี้เธอจึงส่งสัญญาณให้กายทราบ กายจึงออกมาทันที กายสวมใส่เสื้อเชฟสีขาวแขนยาว มีกระเป๋าอก แต่งกระดุมคู่ด้านหน้า นั่นก็คือชุดฟอร์มพนักงานเชฟนั่นเอง กายส่งสายตามองมาที่เพิร์ลแล้วยิ้มขยิบตาเล็กน้อยเป็เชิงว่าสำเร็จแน่นอน
กายยืนอยู่ตรงหน้าคุณเจสซี่เรียบร้อยแล้ว เธอยืนมองกายแล้วดูท่าทางจะงง เล็กน้อยที่จู่ๆก็มีเชฟเข็นรถมายืนอยู่ตรงหน้า
“มาทำอะไรที่นี่น่ะ ฉันไม่ได้สั่งอาหารที่นี่”
เจสซี่มองดูเชฟหน้าใส ผิวขาว รูปร่างดี ใช้ได้ก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“สวัสดีครับ คุณเจสซี่พอดีว่าโรงแรมของเรามีสิทธิพิเศษสำหรับคุณลูกค้าคนสำคัญจึงเตรียมอาหารสุดแสนพิเศษจะมอบให้ครับ”
กายยิ้มให้คุณเจสซี่เขาทำมือผายไปที่อาหารที่กำลังจะเสิร์ฟคนตรงหน้าเจสซี่มองดูก็เห็นอาหารที่มีฝาปิดอยู่ จึงไม่รู้ว่าอาหารตรงหน้าคืออะไร
“จะให้ฉันต้องมาเสียเงินเพิ่ม จากสิ่งที่ฉันไม่้างั้นเหรอ”
“คุณเจสซี่ ไม่มีการชำระเงินแต่อย่างใดกับอาหารมื้อนี้เลยนะครับ”
“ไม่เอาอ่ะ ฉันบอกให้พนักงานจองร้านอาหารไว้แล้ว”
“ไม่ทราบว่าที่จองไปร้านอะไรหรือครับ ผมจะได้แคนเซิลให้ครับ”
“ฉันบอกพนักงานเคาน์เตอร์ไว้แล้ว ไปถามเอาเองสิ”
“ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมแจ้งพนักงานเคาน์เตอร์แคนเซิลให้นะครับ”
“ไม่ ฉันจะทานอาหารที่นั่นด้วย”
“ร้านอาหารที่คุณเจสซี่จองไว้ ต้องพิเศษแน่ๆเลยใช่ไหมครับทำผมอยากรู้ไวๆจัง ว่าชื่อร้านอะไร ถึงชนะใจคุณเจสซี่ได้ขนาดนี้”
“ก็ร้านเขาทั้งอร่อย บรรยากาศก็ดี ที่สำคัญคนพิเศษของฉันวันนี้ต้องไปทานร้านนั้นให้ได้”
เจสซี่พูดพร้อมกับมองคนข้างกายอย่างยิ้มแย้ม มือบางของเธอเอื้อมไปจับใบหน้าของแฟนหนุ่มแล้วจูบปากอย่างดูดดื่มหนึ่งครั้งกายยืนอยู่ก็ไม่ประหม่าใดๆยังคงยืนนิ่งเฉยเหมือนเมื่อสักครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสต่อไป
“คุณเจสซี่ครับ ถ้าอย่างนั้นช่วยบอกผมเถอะครับ ถ้าเป็ร้านที่ผมรู้จักผมจะได้แนะนำให้ถูกว่าเมนูไหนอร่อยที่สุดในร้าน เพราะผมมีอยู่ร้านหนึ่งที่อร่อยและบรรยากาศดีมากทีเดียวล่ะครับรับรองว่าทั้งคุณเจสซี่และคุณจอนห์ไปต้องประทับใจมากๆแน่ๆครับ”
กายพูดด้วยอารมณ์ที่ตื่นเต้นและมั่นใจว่าเจสซี่ต้องชอบร้านนี้ที่สุด
“พูดซะ ฉันอยากจะรู้จริงๆว่าร้านไหน”
“ครับ ร้านที่ผมแนะนำก็คือร้าน ซันเซท เบย์ ภูเก็ต ใช่ไหมครับ”
คุณเจสซี่ยิ้ม ยังไม่พูดออกมาว่าใช่ร้านเดียวกันหรือเปล่าทำเอากายเหงื่อเริ่มออก มีอาการร้อนขึ้น เขาไม่รู้ว่าคุณเจสซี่จะมาลูกไม้ไหนอีก
“ถูกต้อง ร้านนั้นล่ะ”
เกินขาด พูดออกมาสักทีว่าร้านไหน กายหันไปมองเพิร์ลที่แอบฟังอยู่เธอคงได้ยินแล้วและตอนนี้เธอน่าจะไปจัดการเื่นี้แล้ว กายแอบถอนหายใจเล็กน้อย หลังจากนั้นกายจึงเล่าเื่ทุกอย่างที่เกี่ยวกับร้านนี้และอาหารที่เสิร์ฟให้ฟังถึงที่มาที่ไปดูเหมือนคุณเจสซี่ก็ชอบเื่ที่กายเล่าให้ฟังด้วยกายตั้งเวลาในใจและพยายามดึงเวลาให้มากที่สุด เขาหวังว่าเพื่อนทั้งสองคนของเขาจะจองร้านอาหารทันในขณะที่คุณเจสซี่จะไปถึงที่ร้านพอดี
เพิร์ลเดินออกมาจากลิฟต์ที่พาเธอมาถึงชั้นล่างและโทรหาขวัญข้าวที่ตอนนี้สแตนบายรออยู่ที่ร้านเรียบร้อยแล้ว
“รับสายช้าจังร้านนั้นล่ะที่เธอคิดไว้เลย”
“คนเต็มร้านเลยไม่มีที่ว่าง ฉันถามผู้จัดการร้านแล้ว”
“บรรยากาศดีตรงไหนเนี่ยคนเต็มร้าน”
เพิร์ลบ่นที่ได้ยินคุณเจสซี่เล่าว่าบรรยากาศที่ร้านดีหลังจากที่เธอแอบฟังอยู่ แต่ทำให้ขวัญข้าวคิดออกว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
“ถ้างั้นก็ดีเลยเดี๋ยวฉันจัดการเองแค่นี้ก่อน”
ขวัญข้าววางสายไปหลังจากที่ได้คุยกับเพิร์ลเสร็จแล้วเธอยิ้มดีใจที่บังเอิญเธอได้เจอโอกาสดีๆอีกครั้ง เธอเดินไปหาผู้จัดการร้านผู้จัดการร้านเห็นขวัญข้าวเดินมาก็รีบปฏิเสธกลับไปอีกครั้ง
“โต๊ะยังเต็มอยู่เลยครับยังไม่ว่างสักโต๊ะ ถ้าจะสั่งไปทานก็พอทำได้อยู่”
“นั่นล่ะค่ะขวัญขอไปทานตรงมุมพิเศษมุมนี้ได้ไหมคะ เดี๋ยวขวัญจะทำความสะอาดเองค่ะ”
ขวัญข้าวชี้ไปที่มุมโต๊ะที่มีเพลิงหลังเล็กๆใกล้ริมหาดน้ำทะเลซัดดูบรรยากาศดีกว่าภายในร้านเป็อย่างมาก ทั้งยังโชคดีที่วันนี้ไม่มีแดดออกมาสักนิด
“เดี๋ยวขวัญจะไปจัดการเองค่ะ”
ขวัญข้าวพูดอีกครั้งเธอกำลังจะเดินไปทางที่เป็เป้าหมายของเธอ ผู้จัดการร้านก็เรียกไว้ซะก่อน
“เดี๋ยวผมจะให้พนักงานไปช่วยคุณขวัญข้าวนะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
ขวัญข้าวหันกลับมาและหันหลังกลับอย่างรีบร้อน
เมื่อถึงเวลาที่คุณเจสซี่ได้เดินทางมาถึงร้านอาหารเรียบร้อยแล้ว
บรรยากาศในร้านตกแต่ประดับอย่างสวยงามเช่นเดิม แต่คนก็เยอะเช่นกัน ทำให้เธอพลอยอารมณ์เสียไม่อยากทานอยู่บ้าง
ขวัญข้าวห็นว่าคุณเจสซี่เดินมาที่ร้านแล้วจึงเดินเข้าไปหาเธอ
“สวัสดีค่ะคุณเจสซี่”
ขวัญข้าวเดินไปหาแล้วยกมือไหว้
“เธอเป็พนักงานที่โรงแรมนี่แล้วมาทำอะไรที่นี่”
เจสซี่ถามอย่างแปลกใจ
“พอดี ขวัญได้จองร้านอาหารที่นี่ไว้ให้ค่ะแล้วเห็นว่าร้านอาหารคนเยอะ จะดูแออัดเกินไปคุณเจสซี่ไม่น่าจะชอบขวัญก็เลยขอให้ผู้จัดการแนะนำโต๊ะพิเศษที่บรรยากาศที่ดีให้คุณเจสซี่ค่ะเธอผายมือไปทางเพลิงโต๊ะอาหารริมทะเลที่มีอยู่ที่เดียวและไม่เหมือนใครจอนห์แฟนหนุ่มของเจสซี่ยืนมองขวัญข้าวอยู่นาน เขาดูจะประทับใจขวัญข้าวเพราะน่าตาสะสวยและน่ารักของเธอ รวมทั้งรูปร่างที่สะดุดตาที่สุดและที่เขาชอบที่สุดก็คือความเด็กของขวัญข้าว
“น้องขวัญข้าวนี่เก่งจริงๆเลยนะครับรู้ใจเจสซี่ที่สุด”
จอนห์พูดแล้วยิ้มให้ขวัญข้าวไม่วางตาเจสซี่สังเกตุเห็นก็รู้สึกไม่ชอบ เธออายุเท่าไรแล้ว มาถึงขนาดนี้ไม่รู้ว่าแฟนหนุ่มคิดอะไรอยู่ก็โง่เต็มที