หลินซือเยว่ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานบ้าน สายตากวาดมองไปรอบบริเวณอย่างเงียบ ๆ บรรยากาศ่สายเริ่มคลี่คลายจากความวุ่นวาย กลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง
หลังมื้อเช้า เว่ยหานเจิ้งก็ออกไปทำงานตามปกติ คุณย่าเว่ยเข็นรถผักออกไปที่ลานหน้าหมู่บ้าน แม่สามีก็หายเงียบไป คาดว่าน่าจะออกไปเก็บฟืนตามเคย ส่วนเว่ยเมิ่งหลาน เธอเห็นเด็กสาวสะพายกระเป๋านักเรียนออกจากบ้านแต่เช้า ตอนนี้ก็น่าจะนั่งเรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมในตัวเมือง อีกไม่นานก็คงเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย
หญิงสาวไม่รอช้า รีบสาวเท้ากลับเข้าห้องนอนทันที บานประตูไม้ถูกปิดลงอย่างเงียบกริบ เธอยกข้อมือขึ้น กุญแจมิติที่เรืองแสงจาง ๆ ลอยเหนือข้อมืออยู่บัดนี้ สั่นไหวเล็กน้อย ราวกับกำลังตอบสนองต่อเจตจำนงในใจของผู้เป็เ้าของ
“ไหนดูซิ… ว่าคลังเสบียงของเ้า ‘ระบบจอมกวน’ นี่จะอลังการสมกับคำโอ้อวดจริงไหม”
ปลายนิ้วของเธอเอื้อมแตะลงไปบนสัญลักษณ์กุญแจที่ลอยกลางอากาศอย่างแ่เบา...
ทันทีที่ปลายนิ้วัั แสงสีทองจาง ๆ ก็เรืองวาบขึ้นทันใด แล้วโลกทั้งใบรอบกายเธอก็ดับวูบลงในพริบตา
เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในห้องสีขาวสะอาด ชั้นวางของสูงจรดเพดานเรียงรายไปทั่วทั้งสี่ทิศ ที่เต็มไปด้วยชั้นวางของสูงจรดเพดาน และมีสินค้าต่างๆ วางเรียงรายอยู่มากมาย
ข้าวสารบรรจุถุงอย่างดี หม้อหุงข้าวไฟฟ้า ถังน้ำดื่มบริสุทธิ์ เครื่องปรุงรสต่างๆ ที่เธอคุ้นเคย… แชมพู สบู่ น้ำหอม… และที่มุมหนึ่ง… มีกองยาต่างๆ ที่เธอรู้จัก
“โอ้มายก๊อด” หลินซือเยว่ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง นี่มันเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ตส่วนตัวที่มาจากโลกที่เธอจากมาเลยนี่
แต่แล้วสายตาของหลินซือเยว่ก็เหลือบไปเห็น ‘รายการสินค้า’ ที่ปรากฏอยู่บนผนังของคลังเสบียง แถบเมนูเรืองแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏชัดเจน พร้อมราคาสินค้าทุกชิ้นแสดงเป็ "หยวนดิจิทัล" ที่สามารถใช้ได้เฉพาะในมิตินี้
“ยินดีต้อนรับสู่คลังเสบียงของระบบ โฮสต์สามารถใช้ยอดเงินดิจิทัล 6,300 หยวนที่มีอยู่ เพื่อแลกซื้อสินค้าได้ตาม้า โปรดทราบว่า การคงอยู่ในมิตินี้มีเวลาจำกัด โปรดใช้เวลาอย่างคุ้มค่า…”
เสียงของระบบ 8099 ดังขึ้นพร้อมกับนาฬิกาจับเวลาที่ลอยขึ้นตรงหน้า นับถอยหลัง 5 นาที
“ห้านาที? ล้อเล่นใช่ไหมเนี่ย…” เธอบ่นพึมพำด้วยความใ แต่ขณะเดียวกันก็รีบกวาดตามองอย่างรวดเร็ว
สิ่งแรกที่เธอเล็งคือของที่ “ยกระดับอาหาร” ได้โดยไม่ต้องลงแรงมากเกินไป
“ผงปรุงรสไก่ 100 กรัม 1.8 หยวน”
“น้ำมันงา 50 มิลลิลิตร 1 หยวน”
“สบู่สูตรสมุนไพร 0.5 หยวน”
“ซื้อสำเร็จ ตอนนี้โฮสต์มียอดคงเหลือ: 6296.7 หยวน”
‘โอ๊ยทำของยุคนี้ถึงได้ถูกเวอร์แบบนี้ เงินยังเหลือเยอะอยู่ดี… ลองดูของกินพื้นฐานดีกว่า’
เธอเลื่อนสายตาไปยังหมวด “วัตถุดิบอาหาร” อย่างเร็วพลัน ดวงตาเป็ประกายเมื่อเห็นรายการราคาสมเหตุสมผลตรงหน้า
“ข้าวสารหอมพิเศษ 1 กิโลกรัม 0.8 หยวน”
“ไข่ไก่สดเบอร์หนึ่ง (6 ฟอง) 1 หยวน”
“เนื้อหมูสามชั้นคุณภาพดี 300 กรัม 0.9 หยวน”
“เอาทั้งหมดเลย” เธอพูดอย่างไม่ลังเล
เสียงระบบดังขึ้นอีกครั้ง:
“ซื้อสำเร็จ ตอนนี้โฮสต์มียอดคงเหลือ: 6,294 หยวน”
เธอกำลังจะกดรายการอื่นต่อ แต่เสียงระบบก็ดังขึ้นเตือนอีกครั้ง
“ตอนนี้เหลือเวลาในมิติเพียง 1 นาที 15 วินาที โปรดตัดสินใจให้รวดเร็ว”
‘เร็วเกินไปหรือเปล่า ไอ้เ้าระบบ’ เธอกัดฟันแน่น ก่อนจะสูดลมหายใจ
“โอเค รอบนี้เอาเท่านี้ก่อนก็แล้วกัน…” เธอพึมพำอย่างเสียดาย ขณะกดยืนยันรายการ
ไอเทมทั้งหมดปรากฏขึ้นในมือเธอในพริบตา ...ผงปรุงรสหลากชนิด ใส่ถุงซิปล็อกเล็ก ๆ อย่างเป็ระเบียบ พร้อมด้วยขวดน้ำมันงาสีทองจางที่ดูพรีเมียมเกินยุคไปหลายสิบปี และ สบู่ก้อน ที่หอมฟุ้งราวกับเพิ่งออกจากแผนกเครื่องหอมในห้างหรู
"โอ้โห… มันเว่อร์จริง ๆ นะ ระบบนี่"
หลินซือเยว่รีบรวบของทั้งหมดมากอดไว้แน่น จากนั้นก็ใช้มือแตะไอคอน [ออกจากมิติ]
ทันใดนั้น แสงสีขาวก็วาบขึ้นรอบกาย เพียงพริบตาเดียว หลินซือเยว่ก็กลับมานั่งอยู่บนเตียงไม้เก่าในห้องนอนอีกครั้ง
“ฟู่… รอดแล้ว” เธอหอบหายใจเบา ๆ ขณะก้มลงมองของในมือด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกตีกันยุ่งเหยิง
ขวดน้ำมันงาใส ๆ และถุงผงปรุงรสที่ดูทันสมัยเกินยุควางนิ่งอยู่ในฝ่ามือของเธอราวกับบอกว่า “มันไม่ควรอยู่ที่นี่…”
เธอรีบซุกของเ่าั้ใต้ที่นอนด้วยท่าทางระแวดระวังราวกับซ่อนอาวุธลับสุดยอด
“ให้ตายเถอะ… ถ้ามีใครมาเห็นเข้าล่ะก็ ไม่ถูกหาว่าเป็ผีสิงก็คงโดนกล่าวหาว่าใช้เวทมนตร์ดำแน่ ๆ”
เธอถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนจะหรี่ตามองข้อมือของตัวเอง
“นี่เ้าระบบ… ของพวกนี้เก็บกลับเข้ามิติได้ไหม? จะให้ซ่อนไว้ใต้ที่นอนทุกวันมันไม่ไหวนะ”
ยังไม่ทันบ่นจบ เสียงเจื้อยแจ้วของมันก็ดังขึ้นทันที เหมือนแอบนั่งฟังอยู่ั้แ่ต้น
[ติ๊ง... อุ๊ย ต้องขอโทษที ระบบลืมบอกเื่สำคัญไปเลย]
“แน่นอนคร้าบ ว่าโฮสต์สามารถจัดเก็บของได้ เพียงแค่โฮสต์แตะวัตถุแล้วสั่ง ‘จัดเก็บ’ ในใจ หรือพูดออกเสียงก็ได้ ระบบจะเก็บกลับเข้าคลังมิติให้อัตโนมัติเลย”
เมื่อเธอได้ยินที่มันเอ่ยก็ค้อนใส่ไอ้เ้าระบบหน้าตายทันที “ขอบใจนะ… ที่เพิ่งนึกออกตอนของรกจนเดินแทบไม่ได้”
พูดจบ เธอก็ยื่นมือไปแตะของทั้งหมด
“จัดเก็บ”
แสงจาง ๆ วาบขึ้นก่อนที่ของจะหายไปในพริบตา เหมือนไม่เคยอยู่ตรงนั้นเลย
"วันนี้ทำภารกิจครบแล้ว… ขอพักบ้างเถอะ"
หลินซือเยว่เอนตัวลงนอนอย่างเหนื่อยล้า เปลือกตาปิดลงช้า ๆ และไม่นานนัก สติสัมปชัญญะของเธอก็จมหายไปในห้วงนิทรา
เมื่อเธอลืมตาขึ้นมาอีกที แสงอุ่นของยามบ่ายคล้อยก็ส่องลอดหน้าต่างเข้ามาในห้อง “เกือบเย็นแล้วสินะ?”
เธอลุกขึ้นจากเตียงด้วยความงัวเงีย ก่อนจะรีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แล้วเดินออกจากห้อง กลิ่นอาหารเย็นโชยมาแตะปลายจมูกพอดี
แม่สามีกำลังจัดจานข้าวผัดผักดองและซุปเต้าหู้ร้อน ๆ อยู่ที่โต๊ะ หลินเสวี่ยอวิ๋นรีบเข้าไปช่วยจัดเรียงสำรับเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากอ้างว่าตนเพิ่งตื่น หรือหาเหตุผลใด ๆ เธอแค่ก้มหน้าทำหน้าที่อย่างตั้งใจที่สุด
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากลานหน้าบ้าน เว่ยหานเจิ้ง และเว่ยเมิ่งหลาน ต่างก็กลับมาถึงบ้าน เขาสวมเสื้อผ้าธรรมดาเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยฝุ่นและกลิ่นแดด ใบหน้าคมสันยังคงเรียบนิ่ง แต่มีเสี้ยวหนึ่งของความเหนื่อยล้าที่ฉายอยู่ในแววตา ชายหนุ่มกวาดตามองโต๊ะอาหาร ก่อนสายตาจะหยุดลงที่หลินซือเยว่ซึ่งกำลังจัดตะเกียบให้ตรง
เขาไม่ได้พูดอะไร ไม่มีคำทักใดๆ มีเพียงแค่แววตาที่มองเธออยู่สั้น ๆ ราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง แล้วจึงเดินไปล้างหน้าล้างมือเงียบ ๆ
“ตอนนี้เขาเริ่มต้นทำธุรกิจแล้วสินะ”
“อีกไม่กี่ปีจากนี้… เว่ยหานเจิ้งจะกลายเป็เ้าของร้านค้าหลายสาขา ขยายกิจการใหญ่โตจนใครก็แตะต้องไม่ได้…”
หลินเสวี่ยอวิ๋นคิดพลางมองแผ่นหลังกว้างของของคุณพระเอกที่ลับสายตาไป
เมื่อเธอเดินมาที่โต๊ะอาหาร ทุกคนก็นั่งทานข้าวกันอย่างเงียบเชียบ บรรยากาศที่ควรจะอบอุ่นกลับเย็นะเืราวกับมีลมหนาวพัดผ่าน
เธอมองกับข้าวบนโต๊ะ มีแค่ผักต้มจืดชืด ซุปผักดองรสชาติจางเหมือนน้ำล้างผัก และข้าวแข็ง ๆ ที่ดูจะหุงด้วยไฟอาฆาตมากกว่าไฟเตา
“เอิ่ม… เข้าใจแล้วว่าทำไมทุกคนถึงกินกันเงียบแบบนี้”
“แม่สามีก็ประหยัดเกินไปหน่อย ใส่เครื่องปรุงน้อยจนแทบจะเรียกว่าต้มผักเปล่าได้แล้ว…”
เธอฝืนยิ้ม ก่อนจะนั่งลงอย่างเรียบร้อย ไม่พูด ไม่บ่น และไม่ทำตัวน่ารังเกียจเหมือนหลินซือเยว่คนเดิม เธอกินข้าวเงียบ ๆ อย่างมีมารยาท พลางคิดในใจ
‘ไม่ได้การแล้ว แบบนี้ฉันต้องทำกับข้าวกินเองทุกมื้อ’ หลินซือเยว่คิดในใจ พลางนึกถึงภารกิจที่เพิ่งได้รับคำชมจากคุณย่า และของรางวัลนั่นก็คือ กล่องเครื่องปรุงสำเร็จรูปจากระบบ 1 กล่อง ของแบบนั้น… คือขุมสมบัติแห่งการปรุงอาหารยุคนี้ชัดๆ
หลังจากทานข้าวเสร็จ หลินซือเยว่ช่วยเก็บถ้วยชามเข้าครัวก่อนจะเดินกลับมานั่งใกล้คุณย่าเว่ยที่กำลังจัดผักอยู่ใต้ชายคา เธอชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“คุณย่าคะ… พรุ่งนี้จะไปขายของที่ตลาดใช่ไหมคะ?”
ย่าเว่ยพยักหน้าเบา ๆ โดยไม่เงยหน้าขึ้นจากการเด็ดผัก “ก็เหมือนทุกวันนั่นแหละ... พอมีรายได้ติดบ้าน จะได้ไม่ต้องรบกวนเ้าใหญ่มาก”
“งั้น... หนูช่วยจัดผักด้วยได้ไหมคะ?” เธอพูดเสียงหวานออดอ้อน จนดูไม่เหมือนหลินซือเยว่คนเดิมแม้แต่น้อย
มือของย่าเว่ยที่กำลังเด็ดผักชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบตามองหลานสะใภ้อย่างพินิจพิจารณา “หล่อนน่ะเหรอ จะช่วยฉันจัดผัก?”
“ค่ะ หนูเห็นว่าบางต้นต้องคัดแยกก่อนถึงจะขายได้ง่าย หนูอยากช่วยจริง ๆ ค่ะ”
ย่าเว่ยมองนิ่ง ๆ อยู่อีกครู่ คล้ายกำลังชั่งใจว่าจะเชื่อดีหรือไม่ สุดท้ายก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วพยักหน้า
“งั้นก็มาลองดู... อยากรู้เหมือนกันว่ามือคุณหนูอย่างหล่อน จะจับผักได้ดีแค่ไหน”
หลินซือเยว่ยิ้มจาง ๆ ก่อนจะนั่งลงข้างตะกร้า แล้วค่อย ๆ เริ่มลงมือคัดผักอย่างตั้งใจ ใบไหนเหลืองก็แยกทิ้ง ใบไหนสด เธอก็จัดเรียงใหม่ให้น่ามอง ยังไม่ลืมแอบใช้เทคนิคเรียงชั้นและเว้นช่องลมแบบที่เคยดูจากสารคดี “ขายของให้ดูดี คนซื้อถึงจะกล้าเลือก”
คุณย่าเว่ยเหลือบมองอยู่เงียบ ๆ ผ่านไปพักใหญ่ก็เผลอพึมพำออกมาเบา ๆ ราวกับไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง
“…แปลกจริง ๆ ไม่คิดว่าหล่อนจะทำได้ดีขนาดนี้…”
ติ๊ง
[ระบบแจ้งเตือน] คุณย่าของพระเอกชมเชย +10 คะแนนความสัมพันธ์กับย่าเว่ย
ภารกิจย่อย: ได้รับคำชมจากคุณย่าของพระเอก 3 ครั้ง’ ก้าวหน้า (2/3)
“โอ๊ย โฮสต์จ๋า ประจบคนแก่ได้ลื่นไหลราวกับมือโปร ระบบขอยกตำแหน่งหลานสะใภ้มือทอง ให้เลยจ้า”
หลินซือเยว่ชะงักไปนิดเมื่อเสียงกวน ๆ ดังขึ้นในหัว แต่เธอแสร้งทำหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้ยินอะไร ยังคงก้มหน้าคัดผักต่ออย่างใจเย็น แต่ในอกกลับเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย... แอบดีใจอยู่ลึก ๆ ที่ความพยายามเริ่มเห็นผล
‘ดี… อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ฉันก็จะได้ของรางวัลแล้ว’
หลังช่วยคุณย่าจัดผักเสร็จ เธอเดินไปห้องน้ำทันที วันนี้อากาศร้อนเหนียวตัวไปทั้งวัน และที่สำคัญคือ… เธอมีสบู่ใหม่ให้ทดลองด้วย
หญิงสาวนำสบู่ก้อนกลิ่นหอมละมุนนำออกมา ก่อนจะลูบไล้ลงบนผิวเบา ๆ กลิ่นหอมสดชื่นขึ้นมาทันที กลิ่นที่ไม่เคยมีใครในบ้านนี้ได้กลิ่นมาก่อน
“โอ้โห… นี่มันหอมสุดๆ ไปเลย หากสบู่พวกนี้ไปขายให้คนมีเงิน คงได้เงินเยอะมาก”
เธอก็อดไม่ได้ที่จะหลับตาพริ้มขณะฟอกตัว กลิ่นสบู่หอมผ่อนคลายราวกับสปาหรู ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปยุคของตัวเองชั่วครู่
หลังอาบน้ำเสร็จ หลินเสวี่ยอวิ๋นเช็ดตัวให้แห้ง ผิวเนียนสะอาด หอมกรุ่นจนตัวเองยังแอบหลง เธอกลับเข้าห้องนอนทันทีโดยไม่พูดอะไรกับใคร คืนนี้เธอขอแค่ “พัก” เงียบ ๆ สักคืนก่อนจะลุยต่อพรุ่งนี้ เพราะเส้นทาง “นางร้ายผู้เปลี่ยนชะตา” เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น…

เช้านี้ยัยน้องคือรอจังหวะทอง พอคนในบ้านหายหมด นางพุ่งเข้าห้องทันที
กดกุญแจมิติเร็วกว่าแสง เจอซูเปอร์มาร์เก็ตเวอร์ชันระบบ 8099 เข้าคือดีจนตาแทบหลุด
แต่... ระบบดันให้เวลาแค่ 5 นาทีค่ะ น้องต้องกดของเร็วระดับแฟลชเซลล์
นางต้องหอบของออกมานั่งเหงื่อแตกกลางห้อง แบบว่าคลังเสบียงกลายเป็โกดังวัดดวง
แล้วพีคคือ ไอ้เ้าระบบเพิ่งโผล่มากรุบ ๆ บอกว่า
“อ้อ เก็บของเข้าคลังได้นะคร้าบ”
ยัยน้องนั่งขำไม่ออก แทบจะทุบหัวระบบแล้วจริง ๆ
มาเอาใจช่วยน้องต่อสู้กับระบบจอมป่วนกันนะคะ