บทที่20 อดีตของมู่หลงเสวียน
ณ วิหารเทพ
ในตอนนี้จวินซีอยู่ที่วิหารเทพของเมืองหลินชินและกำลังถ่ายไอเวทย์ของตนเข้าไปในคฑาไม้เถาวัลย์ของตนโดยมีคนเผ่าจอมเวทย์คนอื่นๆถ่ายทอดพลังเวทย์ให้นางอีกที ที่ต้องทำไปเช่นนี้เพราะจะเตรียมการอัญเชิญสัตว์เทพทั้งสี่ให้มาสถิตในวิหารเทพแห่งนี้
วิหารเทพตั้งอยู่ที่จัตุรัสกลางเมืองเป็สถานที่บูชาเหล่าทวยเพททั้งหลายที่ชาวเมืองเคารพนับถือและวิหารเทพแห่งนี้ก็เป็สถานที่จัดพิธีบูรชาสี่สัตว์เทพที่จะมาถึงอีกไม่กี่วันนี้ ่นี้จวินซีอาศัยพลังแห่งทวยเทพให้ช่วยเสริมพลังบำเพ็ญของนาง การอัญเชิญสี่สัตว์เทพไม่ใช่เื่ง่ายเลยด้วยพลังบำเพ็ญของนางในตอนนี้ยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้จำเป็ต้องยืมพลังของห้ามผู้าุโและคนเผ่าจอมเวทย์คนอื่นๆที่ถูกคัดเลือกมาเท่านั้นถึงจะทำได้
ทว่าก็ยังแค่ทำให้เห็นแค่ภาพเลือนร่างของสี่สัตว์เทพเท่านั้นเอง จวินซีหลายวันมานี้นางอยู่แต่ในวิหารเทพโดยไม่ได้ทราบเลยว่าท่านอาจายร์ของนางที่นางเคารพนับถือไม่ต่างจากบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้วได้แอบไปหมั้นหมายให้แก่นาง
ส่วนทางด้านของเฝิงเซี่ยอี้หลังจากทางนางได้ออกจากโรงรับรองแล้ว นางก็มุ่งตรงกลับไปยังเรือนพักรับรองของนางที่มู่หลงซีจัดหาให้ด้วยท่าทีเหมือนคนไร้ิญญา พอกลับไปถึงเจียงหลันที่เป็สาวใช้คนสนิทที่เห็นคุณหนูของตนเป็เช่นนี้ก็รีบตรงเข้าไปหา " คุณหนูเกิดสิ่งใดขึ้นหรือเ้าคะ "
เฝิงเซี่ยอี้ได้เห็นคนสนิทของตนเข้ามาหาก็โผลเข้ากอดนางแล้วปล่อยให้น้ำตาไหลรินอย่างเงียบๆ จนเจียงหลันต้องยกมือลูบหลังนายตนเองเบาๆแล้วพาเดินเข้าไปในห้องพักแล้วเอ่ยถาม " คุณหนูเป็อะไรไปหรือเ้าคะ ผู้ใดทำให้คุณหนูของบ่าวต้องเป็เช่นนี้ "
" เจียงหลัน....ท่านพี่ซี....ฝ่าามีราชโองการให้ท่านพี่ซี....หมั้นหมายกับธิดาเทพ... " เฝิงเซี่ยอี้เอ่ยขึ้นมาย่างอยากลำบาก
" โถ่..คุณหนูของบ่าว " เจียงหลันได้เเต่เอ่ยปลอบผู้เป็นายของตน นางรู้ดีว่าคุณหนูรักซีอ๋องมาขนาดไหน ั้แ่เล็กจนโตในหัวใจของคุณหนูก็มีแต่ซีอ๋องเพียงผู้เดียว " คุณหนูไม่ต้องร้องนะเ้าคะ "
" ฮึก...เจียงหลันข้าจะทำเช่นไรดี ถ้าเป็สตรีคนอื่นข้าสามารถสู้ได้แต่สตรีที่หมั้นหมายกับท่านพี่ซีคือธิดาเทพข้า... " นางหมดหวังเลยจริงๆ นางคิดมาตลอดว่าด้วยฐานะของนางที่เป็บุตรีของอัครเสนาบดีที่อย่างไรนางก็ต้องได้แต่งกับบุรุษที่ตนรักอย่างแน่นอน ทว่าพอมาถึงตอนนี้แล้วนางรู้แล้วเลยว่าเหนือฟ้าก็ย่อมมีฟ้า....
" โถ่...คุณหนูของบ่าวไม่เป็ไรนะเ้าค่ะ " เจียงหลันอยู่ปลอบผู้เป็นายของตน กว่าผู้เป็นายจะสงบลงได้ก็นานอยู่พอสมควรจนกระทั่งร้องไห้จนเหนื่อยและหลับไป
ก็อก! ก็อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาเจียงหลันก็เลยลุกขึ้นไปเปิดประตูก็ปรากฏว่าคนที่เคาะประตูนั้นคือมู่หลงเสวียนที่เป็องค์รัชทายาทของแคว้น " หม่อมฉันถวายบังคมไท่จื่อ "
หลังจากที่มู่หลงเสวียนออกจากโถงรับรองแล้วก็ตรงมายังเรือนพักของเฝิงเซี่ยอี้ทันทีโดยความเป็ห่วง เหตุใดเขาจะไม่รู้ว่าในหัวใจของนางมีผู้ใดอยู่และเขาก็หวังว่าสักวันนางจะหันกลับมามองเขาบาง เขาก็รักนางไม่ต่างจากที่มู่หลงซีรักนางแล้วสักนิดด้วยเขาที่มีฐานะเป็ไท่จื่อมีข้อจำกัดมากมายไม่สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตนได้ตลอดมาตัวเขาก็ได้แต่เฝ้ามองนางอยู่ที่ไกลๆ
เมื่อเขาเห็นนางอยู่ติดกับน้องสามของตนก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้ ั้แ่เล็กเสร็จแม่ของเขาเคร่งครัดกับเขามากไม่ว่าทำสิ่งใดต้องอย่างในกรอบเสมอด้วยตัวของเข้านั้นเป็ถึงองค์รัชทายาทของแคว้นผู้ที่จะเป็โอสสรรค์ในภายหน้าจึงทำให้เขาทำสิ่งใดตามใจตัวเองไม่ได้ แต่มู่หลงซีไม่ใช่น้องสามของเขาผู้นี้ใช้ชีวิตอย่างมีอิสระไม่มีกฎเกณฑ์มากมายอย่างเช่นเขา พอมาถึงวันราชสมภพของเสด็จพ่อตอนที่เขาอายุได้สิบสามปีทเขาก็ไปพบกับเด็กผู้หญิงที่น่ารักน่าเอ็นดูคนหนึ่งเข้านางเอาแต่ตามติดมู่หลงซีไปทั้งงานและเรียกมู่หลงซีว่าท่านพี่ซี ไม่รู้ว่าทำไมสายตาของเขาในตอนนั้นจดจ่ออยู่ที่นางตลอด
จนกระทั่งนางพลัดตกลงไปในทะเลสาบเข้าถึงรีบะโน้ำเข้าไปช่วยทันทีโดยไม่คิดสิ่งใด พอเขาได้ช่วยนางเอาไว้ได้มู่หลงซีก็มาถึงและขันทีประจำของเขาก็รีบพาเขากลับตำหนักไปเปลี่ยนชุด ต่อมาเด็ผู้หญิงคนนั้นก็คิดว่าหมู่หลงซีเป็คนช่วยนางไว้ก็ยิ่งตามติดมู่หลงซีมากขึ้น จนกระทั่งมู่หลงซีได้ไปประจำการอยู่ที่ชายแดน เขาเห็นนางยืนร้องไห้อยู่คนเดียวจึงได้ยื่นผ้าเช็ดหน้าได้แก่นางและเอ่ยปลอบนางสองสามประโยคั้แ่นั้นมาเขาก็เริ่มสนิทกับนางมากขึ้นและเขายังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าั้แ่เมื่อไหร่ที่สายตาของเขาจดจ่ออยู่กับนางของรู้ตัวอีกทีเขาก็หลงรักคุณหนูจวนอัครเสนาบดีผู้นี้แล้ว
ในที่สุดมู่หลงเสวียนก็เดินมาถึงหน้าเรือนพักของเฝิงเซี่ยอี้ พอมู่หลงเสวียนเดินเข้าไปด้านในปรสกฎว่าในเรืแนเงิฝียบยิ่งนักเขาจึงเดินหาจนได้พบห้องพักของเฝิงเซี่ยอี้และเขาก็เคาะประตูสักพักสาวใช้คนสนิทของเฝิงเซี่ยอี้ก็เปิดประตูออกมา
" ถวายบังคมไท่จื่อเพคะ "
มู่หลงเสวียนปรายตามองสาวใช้นางนี้ครู่หนึ่งก็เอ่ยถามขึ้น " ตอนนี้นางเป็เช่นไรบ้าง "
เจียงหลันถอดหายใจเฮือกใหญ่ทำไมนางจะไม่รฝทราบว่าองค์รัชทยาททรงมีใจให้กับคุณหนูของนาง ถ้าคุณหนูของนางสนใจองค์รัชทายาทสักนิดคงไม่ได้มาเ็ปใจเช่นในตอนนี้แน่ " ทูลไท่จื่อ คุณหนูของบ่าวพึ่งหลับไปเพคะ "
มู่หลงเสวียนจึงพยักหน้ารับแล้วเอ่ยขึ้น " ดูเเลคุณหนูของเ้าให้ดี ถ้านางตื่นแล้วให้คนไปแจ้งเปิ่นไท่จื่อด้วย "
" เพคะ " แล้วมู่หลงเสวียนก็เดินออกไปจากบริเวณเรือนพักขแงเฝิงเซี่ยอี้ เขากลัวถ้าอยู่นานไปจะทำให้นางเสียชื่อเสียงได้ถึงอย่างไรนางก็เป็คนหนูในห้องหอ
พอมู่หลงเสวียนกลับถึงที่พักของตนก็เอ่ยขึ้นกับคนสนิทของตน " เ้าไปสืบมาว่าธิดาเทพกับน้องสามของเปิ่นไท่จื่อมีความสัมพันธุ์กันเช่นไร "
" พ่ะย่ะค่ะ " จงหลินนับคำสั่งนายของตนและหนุนตัวเดินออกไปทันที
มู่หลงเสวียนนั่งอยู่ที่โต๊ะทรงงานแล้วครุ่คิดอย่างหนัก ด้วยนิสัยของมู่หลงซีเขายามไม่ตอบรับการหมั้นหมายง่ายๆเช่นนั้น เมื่อก่อนเสด็จพ่อเรียกมู่หลงซีมาคุยเื่หมั้นหมายหลายครั้งหลายคราวแต่ก็โดนปฏิเสษกลับไปครั้ง แต่ตอนนี้มู่หลงซีตอบรับการหมั้นหมายง่ายๆต้องมีลับลมคมในเป็แน่
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมู่หลงซีถือว่าไม่ได้เลวร้ายนักทว่าก็ไม่สนิทถึงกับถามเื่ส่วนตัวของกันและกันได้ มู่หลงเสวียนถอนหายใจอย่างหนักอกถ้าความสัมพันธ์ระหว่างน้องสามกับธิดาเทพเป็ไปด้วยดีเขาก็ดีใจ
ทว่าถ้าไม่คงต้องวุ่นวายกันน่าดูแค่คำพูดของผู้าุโเผ่าจอมเวทย์ว่าธิดาเทพผู้นั้นเป็คนหัวแข็งไม่ยอมคน เขาอยากรู้นักว่าน้องสามที่มีท่าทีเฉยชากับทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็เช่นไรแค่คิดเขาก็รู้สึกว่าต้องมีเื่อะไรสนุกให้ดูเป็แน่ เขารู้สึกว่าธิดาเทพผู้นั้นเป็คนที่รับมือไม่ได้ง่ายๆเป็แน่ ตอนนี้แววตาของมู่หลงเสวียนส่อแววสนุกสนานอย่างเต็มที่