บทที่17 วันที่แสนวุ่นวาย
“เป็อย่างไรบ้าง พอจะกินกันได้ไหม”เย่หัวถามเด็กๆ ทั้งหมดที่กำลังกินมันหวานต้มกับเนื้อเป็มื้อเช้า
“อร่อยมากเลยขอรับ/เ้าค่ะ”
เด็กๆ ทุกคนตอบอย่างพร้อมเพรียงกันด้วยรอยยิ้มที่ริมฝีปากยังคงมันแผลบเนื่องจากความมันของน้ำซุป
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเด็กเล็กั้แ่เจ็ดขวบลงไปพากันไปวิ่งเล่นกันก่อนก็ได้ส่วนคนที่อายุมากกว่านั้นเดี๋ยวอยู่ช่วยกันเก็บล้างจานก่อน เดี๋ยวหลังจากนี้เราจะไปแยกกอมันฝรั่งกัน”
ด้วยที่มีเด็กๆ หกสิบกว่าคนที่มาพร้อมกันทั้งหมู่บ้านแบบนี้ทำให้แผนการต่างๆ ของนางต้องเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควร อีกทั้งมันฝั่งเองที่นางจำวิธีปลูกดูแลได้แค่ลางๆดันโตเร็วไปกว่าที่นางคิดมากโขเลยต้องเร่งแยกกอก่อนกำหนด
แต่ก็นั่นแหละอาจจะเพราะผู้คนที่โลกนี้ยังไม่ได้ถูกปรุงแต่งด้วยสือหรือสังคมที่โหดร้ายทำให้เด็กๆ เองต่างก็ยังคงเป็ผ้าขาวที่ไม่ได้ถูกย้อมแต่อย่างใดทำให้นางมีแรงงานเด็กโตยี่สิบกว่าคนที่อายุั้แ่แปดขวบถึงสิบห้าขวบปีมาช่วยกันทำสิ่งต่างๆโดยที่ตัวเด็กๆ เองต่างก็ยินดีทำตามโดยมิเกี่ยงงอน
หลังจากนั้นกิจกรรมใน่เช้าก็จะเป็การที่เด็กๆช่วยกันทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยเปื่อย มีเล่นสนุกกันบ้าง แบ่งกันทำงานบ้างโดยที่มีเด็กโตอายุสิบสี่สิบห้าขวบชายกันยกร่องแยกต้นมันฝรั่งที่มากเกินในแต่ละกอออกไปเป็จำนวนหนึ่งต่อสี่...
ทั้งๆที่นางเคยจำได้ว่าปกติแล้วมันฝรั่งแต่ละหัวจะแตกกอราวๆ สิบต้นหรือสิบกว่าต้นนี่แหละแต่ทำไมมันแต่ละกอของนางถึงได้แตกกอดกกว่านั้นสี่ห้าเท่าเห็นจะได้ทำให้สุดท้ายแปลงมันฝรั่งที่แต่เดิมก็มากกว่ามันหวานอยู่แล้วก็เพิ่มจำนวนขึ้นกว่าเดิมอีกสี่เท่า!
ไม่เพียงแค่นั้น มันหวานเองก็แตกกอไปอีกหลายสิบต้นจนพันกันแทบจะรกไปหมด จนสุดท้ายหลังจากที่ถามความเห็นจากเด็กโตหลายๆคนที่พอมีประสบการการทำสวนอยู่บาง จนจบที่ทุกคนต่างก็เห็นด้วยให้ทำการยกร่องใหม่แล้วแยกกอมันหวานด้วยเช่นกันมันจะได้ไม่แออัดกันจนเกินไป
ที่สำคัญก็คือดูเหมือนมันหวานเองก็โตเร็วมากทั้งยังแต่ละเถายังกินพื้นที่พอสมควรสุดท้ายแล้วทั้งจำนวนมันหวานและมันฝรุ่งเองต่างกันเพิ่มจำนวนแปลงไปพอๆ กัน
เป็แปลงมันฝรั่งสามสิบแปลงและแปลงมันหวานอีกสามสิบแปลงจากแต่เดิมมีแค่มันหวานสามแปลงกับมันฝรั่งเพียงแค่ห้าแปลงเท่านั้น
เพราะเหตุนี้เองทำให้เด็กๆแหละตัวเย่หัวเองต่างก็ต้องช่วยทำงานกันจนแทบจะเกิดกว่าวัยของพวกเขาไปแล้วแต่ไม่รู้เพราะการแบ่งหน้าที่ได้ดี โดยมีพวกผู้หญิงที่โตหน่อยช่วยกันทำอาหารมาคอยแบ่งกันพวกผู้ชายก็ไปจัดการงานที่หนักกว่าอย่างการเตรียมดินเตรียมแปลง ส่วนเด็กๆ เองก็ไม่อยู่เฉยๆช่วยพี่ๆ ถอนต้นกล้าอย่างเบามือแล้วนำไปปลูกตามตำแห่งที่มีกิ่งไม้ปักเอาไว้และช่วยกันนำกระบอกไม้ไผ่ไปตักน้ำมาช่วยกันรดต้นอ่อนที่ถูกปลูกลงไป
กว่าจะเสร็จงานกันก็เวลาล่วงเลยไปมากจนดวงตะวันบ่ายคล้อยจนจวนจะลับขอบฟ้าไปในเวลาไม่นาน
แต่ถึงอย่างนั้นเย่หัวก็ไม่ลืมให้ทุกคนกินอาหารกันอย่างอิ่มหนำซ้ำยังมีของติดไม้ติดมือกลับไปฝากคนที่บ้านเหมือนในทุกๆ ครั้งที่มาที่นี่
วันนี้ก็เป็อีกวันหนึ่งที่ทั้งเย่หัวเองและเด็กๆทุกคนทั้งเหนื่อยกันแทบจะหายใจหายคอไม่คล่อง แต่ทุกคนเองต่างก็สนุกกับการที่ได้ทำสิ่งใหม่ๆเช่นเดียวกัน
เมื่อทำงานหนักและกินอิ่มก็เป็ธรรมดาที่เมื่อกลับบ้านแล้วหัวถึงหมอนเด็กๆ แทบทุกคนต่างก็หลับเป็ตาย ไม่เว้นแม้แต่ตัวเย่หัวเองก็เหมือนกัน นางเองก็เหนื่อยไม่แพ้คนอื่นๆ
ถึงจะไม่ต้องไปใช้แรงงานขุดดินกลางแดดหรือต้องไปก้มหน้าหลังขดหลังแข็งทำอาหารในครัวแต่นางก็ต้องวิ่งเข้าวิ่งออกระหว่างที่บ้านเพื่อหยิบวัตถุดิบออกมาจาก “ตู้เย็น”แล้วยังต้องไปตามเสียงแรกของเด็กๆ ที่ให้ไปตรวจงานที่แปลงมันสุดท้ายแล้วร่างของเด็กหญิงวัยแปดปีก็ต้องวิ่งไปวิ่งมาตลอดวันจนหมดเรี่ยวหมดแรงไปในท้ายทีสุดแล้วก็หลับเป็ตายไปตลอดทั้งคืนโดยไม่แต่แต่จะอาบน้ำล้างหน้าล้างตาด้วยซ้ำ
แต่ถึงจะเหนื่อยขนาดนั้นมันก็เป็ค่ำคืนที่นางมีความสุขมากๆอยู่ดี
.................................