ตอนที่ 126: รสแช่แข็งกลืนศิลา
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงประดุจกองทัพอัศวินเหยียบย่ำดินดังสะท้อนก้องไปตามชะง่อนผาและหน้าผาสูงชันของโตรกผาแคบด่านหน้าเหมืองแร่ศิลาเหล็ก ผืนแผ่นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับจะถล่มทลายลงไปสู่ก้นบึ้งของขุมนรกลาวา ไอความร้อนระอุสีส้มอมแดงจากธารลาวาเหลวที่ไหลผ่านซอกหินด้านล่างแผ่ซ่านขึ้นมาอบอวลจนชั้นบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวเลือนราง เศษฝุ่นผงและสะเก็ดหินโบราณสีเทาดำลอยล่องคละคลุ้งไปตามแรงลมพายุรบ ยามนี้ไม่มีสิ่งใดที่จะสะดุดตาและดึงดูดความสนใจของทั้งฝ่ายรุกและฝ่ายรับได้เท่ากับร่างปราดเปรียวของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังสับฝีเท้าวิ่งหลบหลีกคมอาวุธอย่างพริ้วไหวรวดเร็วปานวายุคลั่ง
ร่างของชายหนุ่มผู้นั้นแทบจะเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ทั่วทั้งกายมีเพียงกางเกงในมารเรืองแสงสีชมพูตัวเดียวเท่านั้นที่สวมใส่ปกปิดจุดยุทธศาสตร์เบื้องล่างเอาไว้!
กางเกงในมารเรืองแสงสีชมพูตัวนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องแต่งกายชิ้นน้อยที่น่าอับอาย ทว่ามันกำลังทำหน้าที่ปลดปล่อยรัศมีเจิดจ้าวิบวับเป็นระลอกคลื่นสีชมพูบานเย็นสว่างวาบสะท้อนประกายระยิบระยับลอยละล่องออกมาเป็นประกายระยับระยับล้อมรอบก้นและบั้นท้ายกลมกลึงของเขา ทุกครั้งที่เขาบิดเอวควงสะโพกกระโดดหลบหลีกหินผาใหญ่ที่ถล่มทลายลงมา ละอองแสงรูปหัวใจสีชมพูฟรุ้งฟริ้งจะระเบิดตัวออกแผ่กระจายเป็นคลื่นพลังงานอ่อนๆ คอยดูดซับและกระจายแรงกระแทกทางกายภาพรอบตัวเขาจนอากาศบิดเบี้ยว ช่วยผ่อนคลายแรงอัดจากอากาศและคลื่นกระแทกดินสะเทือนไปกว่าเก้าสิบส่วนอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้หลีเฮงสามารถเคลื่อนไหวร่างได้สะดวกรวดเร็วประดุจนักเต้นเท้าไฟไร้น้ำหนัก
"ฮ่าๆๆ! แม่นางผิวสีน้ำผึ้งสุดแน่น! ค้อนศึกยักษ์ใหญ่โตขนาดนั้นเหวี่ยงวืดไปสิบห้าวาแล้วนะจ๊ะ! ระวังหน้าอกหน้าใจขนาดมหึมาคัพอีสองเต้านั้นจะเหวี่ยงกระแทกอกตนเองจนระบมเสียก่อนล่ะ พี่ชายคนนี้ล่ะเป็นห่วงเป็นใยบัวงามของน้องหญิงแทบแย่แล้วเนี่ย!"
หลีเฮงส่งเสียงเป่าปากวิ้ววับพลางเอี้ยวตัวสะบัดสะโพกเต้นหลบการจู่โจมอย่างกวนประสาท ชายหนุ่มหันหลังกลับมาส่ายก้นยิ้มกะล่อนอย่างหน้าหนา แสงสีชมพูแวบวาบสะกดสายตาจากกางเกงในมารส่องสะท้อนเข้าตาของข้าศึกจนชวนแสบพร่าและหัวเสีย ยามเมื่อสะเก็ดหินแหลมคมพุ่งผ่านเฉียดผิวกาย กางเกงในวิเศษจากระบบพลันแผ่กำแพงพลังงานโปร่งแสงสีชมพูอ่อนโยนขึ้นมาปะทะจนสะเก็ดหินสะท้อนกระเด็นออกไปรอบข้างโดยไม่ระคายผิวแม้แต่ปลายก้อยของชายหนุ่ม
"แก! ไอ้คนวิปริตหน้านิ่วไร้ยางอาย! ข้าจะทุบแกให้แหลกละเอียดเปียกโชกเป็นดินป่นชะล้างธารลาวาให้หมดสิ้น!"
เสียงหวานทว่าทรงอำนาจน่าเกรงขามดั่งราชสีห์สาวคำรามลั่นสะท้านปฐพี ผู้ที่กวดไล่ตามหลังหลีเฮงมาอย่างบ้าคลั่งไม่ลืมหูลืมตาก็คือ ราชินีกู๋เอ๋อร์ ผู้นำสูงสุดแห่งชนเผ่าเกราะศิลา ร่างกายอวบอัดสะบึมแน่นเปรี๊ยะไปทุกสัดส่วนสีน้ำผึ้งสวยเนียนของนางบัดนี้ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อจากความโกรธจัดและอารมณ์อับอายขายหน้า ทรวงอกตึงเปรี๊ยะขนาดคัพอีอันยิ่งใหญ่มหึมาที่ดันจนเกราะศิลาโบราณสลักลายเวทอักขระดินปูดโปนขยับกระเพื่อมไหวรุนแรงตามจังหวะก้าววิ่ง สองมือเรียวทรงพลังยกค้อนศึกหินผายักษ์ที่มีขนาดใหญ่โตกว่าร่างของนางหลายเท่าขึ้นสูง ก่อนจะกระแทกสับลงมายังแผ่นดินหมายปลิดชีพคนกะล่อนให้ตายคามือ
ตึง! ตึง! เปรี้ยง!
เศษผาหินแตกร้าวเป็นช่องเหวลึกยาว ปลุกฝุ่นควันและไฟลาวาปะทุพวยพุ่ง หลีเฮงเบิกตาโพลงก้าวเท้าสไลด์หลบก้นชี้ฟ้า ม้วนตัวกลิ้งไปตามพื้นดินหลบพ้นความกว้างของค้อนยักษ์ได้อย่างหวุดหวิดฉวัดเฉวียน ท่วงท่าการหลบหลีกช่างพิลึกพิลั่นกาวขี้เล่นยิ่งนัก ชายหนุ่มสบถด่าในใจสลับกับเสียงหัวเราะยั่วเย้าของระบบที่ดังก้องอยู่ในดวงจิต
*[ติ๊ง! ระบบตรวจพบว่าผู้โฮสต์กำลังเปิดเผยเสน่ห์อันกวนประสาทผ่านท่วงท่าเต้นยั่วยวนข้าศึกอย่างเหนือชั้น ระบบดำเนินการปรับลดแต้มศักดิ์ศรีของท่านลงอย่างต่อเนื่อง ทว่าการกระทำนี้มีประสิทธิภาพในการดึงดูดความสนใจจากเป้าหมายได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ กรุณาดำเนินการหลอกล่อกู๋เอ๋อร์เข้าสู่เขตกับดักแช่แข็งโตรกผาด้านในโดยด่วน!]*
'โธ่เอ๊ย! เจ้าระบบบ้า! หักแต้มศักดิ์ศรีข้าจนไม่เหลือชิ้นดีแล้วเนี่ย! แต่เพื่อการสยบสตรีและสกัดรหัสยีนส์เกราะศิลามาเสริมทัพปราบข้าศึก สามีคนนี้ยอมหน้าหนาสวมกางเกงในสีชมพูวิ่งล่อตีนกลางดงกระสุนหินก็ได้วะ!' หลีเฮงสบถตอบกลับพลางเร่งลมปราณนักสู้ขั้นสูงสุดในร่างทะยานกายหลบหลีกรวดเร็วขึ้นไปอีกขั้น
ความแค้นและไฟโทสะที่ลุกโชนในอกของราชินีกู๋เอ๋อร์เปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟเพลิงลุกโชน ตลอดชีวิตอันสง่างามของนางในฐานะราชินีแห่งเผ่าเกราะศิลาเหล็ก มีแต่ผู้คนคุกเข่าศิโรราบเกรงกลัวในพลังทำลายล้างอันน่ากลัวของค้อนศึกคู่นี้ ทว่าบัดนี้ ภาพพจน์และเกียรติยศทั้งหมดกลับถูกมนุษย์หนุ่มท่าทางกะล่อนนุ่งเพียงกางเกงในสีชมพูระยิบระยับเต้นแร้งเต้นกาส่ายก้นส่ายตูดตบก้นฉาดๆ ยั่วยวนกวนส้นเท้าอยู่ตรงหน้าต่อหน้าเหล่าทหารหาญนับร้อยนับพันของนาง เส้นสติในสมองของนางจึงขาดสะบั้นไม่มีชิ้นดี ลมปราณศิลาธาตุสลักอักขระดินแผ่พุ่งคลุมรอบตัวเป็นสีทองแดงเข้มปานจะเผาผลาญศัตรู
หลีเฮงแสร้งทำเป็นเสียหลักลื่นสะดุดล้มลงตรงพิกัดแคบก้นโตรกผาตัน ชายหนุ่มหันหลังพิงกำแพงผาชันสูงชันตั้งตระหง่านกั้นขวางประดุจทางตัน ไร้ซึ่งช่องทางหลบหนีไปไหนต่อได้อีก
"คราวนี้แกหนีไม่พ้นแล้ว ไอ้คนวิปริตหน้านิ่ว!" กู๋เอ๋อร์เหยียบย่ำกระทืบพื้นดินก้าวเข้ามาอย่างดุดัน รอยยิ้มหยิ่งทะนงดุดร้ายปรากฏบนใบหน้านุ่มสวยสีน้ำผึ้ง ผิวสีทองแดงระเรื่อด้วยปราณเพลิงอักขระส่องแสงสว่างจ้าดึงดูดพลังทำลายล้างทั้งหมดมาบรรจุที่ค้อนศึกยักษ์ "ไอ้ขยะมนุษย์หน้าหนา! บังอาจเอาเกียรติยศของราชวงศ์เผ่าศิลามาเล่นตลก วันนี้ข้าจะขยี้กระดูกและกางเกงในชมพูบ้าๆ ของเจ้าให้จมอยู่ใต้ดินลาวานี้ไปตลอดกาล!"
นางรวบรวมลมปราณอักขระดินโบราณขอบเขตระดับสองเอสอย่างบ้าคลั่ง ค้อนศึกหินผายักษ์แผ่ไอร้อนขีดสุดเปล่งรัศมีกดทับรุนแรงบีบคั้นอากาศจนเกิดลมพายุหมุนวนบดทับร่างของชายหนุ่มตรงหน้า
ทว่า หลีเฮงกลับไม่ได้มีท่าทางตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ชายหนุ่มกลับคลี่ยิ้มกว้างกะล่อนเจ้าเล่ห์ดุจสุนัขจิ้งจอกพราวเสน่ห์ ดวงตาเรียวระยิบระยับมองดูสัดส่วนสะบึมตึงตึงคัพอีของราชินีสาวตรงหน้าด้วยความกรุ้มกริ่มสะใจ
"ใครบอกว่าพี่ชายคิดจะหนีกันล่ะจ๊ะน้องหญิงสุดสะบึม... ข้าแค่ล่อเจ้าเข้ามาในวิหารน้ำแข็งต่างหากเล่า!"
พูดจบ หลีเฮงสูดลมหายใจเข้าลึก โคจรพลังลมปราณหยางอุ่นในเส้นชีพจรทั้งหมดกวาดผ่านไปยังฝ่ามือขวา ก่อนจะสะกิดนิ้วกดกระตุ้นสั่งการปลดปล่อยพลังงานของวิเศษในอุ้งมือทันที... นั่นคือ **"ผลึกไข่มุกเหมันต์สะกดวิญญาณ"**!
ผลึกไข่มุกทรงกลมสีฟ้าครามใสบริสุทธิ์ชิ้นนี้ คือสุดยอดของวิเศษช่วยเหลือสายน้ำแข็งชั้นยอดที่กู่ชิงชิงระดับยอดยุทธ์เหมันต์อัปสร ร่วมกับหลินเสวี่ยเหยา จักรพรรดินีเหมันต์ระดับสามเอส ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจประสานพลังหลอมรวมแก่นแท้ลมปราณเย็นยะเยือกอันบริสุทธิ์เป็นพิเศษ แล้วส่งผ่านทางกระเป๋ามิติของหุ่นเทพจำแลงมาให้หลีเฮงใช้สำหรับป้องกันตัวและสยบศึกในดินแดนปีศาจโดยเฉพาะ
ทันทีที่ลมปราณหยางอุ่นของหลีเฮงกระตุ้นเข้าสู่โครงสร้างชั้นใน ผลึกไข่มุกเหมันต์สะกดวิญญาณพลันเปล่งแสงสว่างสีน้ำเงินครามเข้มข้นจนเกิดเป็นวงแหวนพลังงานสีน้ำแข็งแผ่ซ่านออกมาอย่างบ้าคลั่งรอบทิศทาง!
ฟู่ม...! เปรี้ยง!
พลานุภาพไอเย็นระดับยอดยุทธ์ระเบิดแตกตัวออกเป็นพายุน้ำแข็งขนาดมหึมาพวยพุ่งกระจายออกจากฝ่ามือของหลีเฮง อุณหภูมิโดยรอบโตรกผาแคบพลันร่วงดิ่งลงสู่ระดับจุดเยือกแข็งหนาวเหน็บลึกถึงกระดูกในเสี้ยววินาที ลมอุ่นลาวาเดือดและไอร้อนระอุรอบข้างพลันถูกแช่แข็งกลับกลายสภาพเป็นเกล็ดหิมะสีเงินประกายเกล็ดแก้วคมกริบ วิ่งวนสาดซัดเปรียบเสมือนกำแพงพายุเกล็ดหิมะล้อมรอบร่างของราชินีกู๋เอ๋อร์เอาไว้
"อ๊ะ...! หนาว... หนาวเหลือเกิน... นี่มัน... พลังปราณไอเย็นระดับยอดยุทธ์ได้อย่างไรกัน?!"
กู๋เอ๋อร์ที่กำลังเหวี่ยงค้อนยักษ์ลงมาพลันสะดุ้งสุดตัว ดวงตาเรียวเบิกกว้างฉายแววตื่นตะลึงระคนหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายอวบอัดของนางที่กำลังร้อนระอุจากการเคลื่อนไหวและไอเวทอักขระดินโบราณ พลันสัมผัสได้ถึงไอเย็นลึกซึ้งระลอกใหญ่ที่พุ่งทะลวงผ่านแผ่นเกราะศิลาเข้าสู่ชั้นผิวเนื้อของนางอย่างไม่ทันตั้งตัว
พายุน้ำแข็งสีฟ้าครามโหมกระหน่ำวิ่งเข้าเกาะกุมแช่แข็งร่างกายครึ่งท่อนล่างของนางตั้งแต่ช่วงข้อเท้าเรียวงาม น่องแน่น ขาอ่อน ไปจนถึงสะโพกผายอวบอัดตึงเปรี๊ยะ ในพริบตาเดียวน้ำแข็งสีฟ้าครามหนาทึบหลายคืบพลันแผ่ขยายจับร่างขาทั้งสองข้างและบั้นท้ายของนางให้ติดตรึงแน่นอยู่กับพื้นดินเย็นยะเยือกประดุจรูปปั้นหินแกะสลักในแดนเหมันต์!
ไม่เพียงเท่านั้น ไอเย็นระลอกยอดยุทธ์ยังแผ่พุ่งสกัดครอบงำค้อนศึกหินผายักษ์คู่กายของนาง เกล็ดหิมะหนาเตอะเกาะกุมตรึงค้อนยักษ์ให้ติดตรึงอยู่กับผาหินด้านข้างอย่างมั่นคง พลังอักขระเวทสีทองแดงเข้มสั่นระริกและมืดดับลงอย่างราบคาบ ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่กระเบียดนิ้วเดียว!
ตึง!
ร่างอันสวบสาบอวบอัดของกู๋เอ๋อร์เสียการทรงตัว ล้มฟุบลงนอนราบสั่นเทาสะท้านอยู่กับพื้นหินที่เคลือบไปด้วยปุยหิมะและเกล็ดน้ำแข็งใส ร่างครึ่งล่างถูกน้ำแข็งพันธนาการหนาแน่นจนขยับเขยื้อนไม่ได้ มีเพียงท่อนบนและทรวงอกขนาดมหึมาคัพอีสองข้างที่ไม่ได้โดนน้ำแข็งจับตรงๆ ทว่ากระเพื่อมไหวรัวเร็วสั่นระริกสะท้านจากไอความเย็นลึกซึ้งสั่นเทาไปทั่วผิวเนียนสีน้ำผึ้งสวยล้ำค่า
"ปล่อย... ปล่อยข้า... ไอ้มนุษย์ไร้ยางอาย... ฮัดเช้ย! ข้า... ข้าหนาว... หนาวเหลือเกิน..." กู๋เอ๋อร์ครางเสียงสั่นระริก ฟันกระทบเสียงดัง กึกๆๆๆ ใบหน้าสวยซีดเผือด ริมฝีปากอวบอิ่มสั่นพั่บๆ ร่างกายทรมานจากความเย็นยะเยือกของเกณฑ์ยอดยุทธ์
หลีเฮงเหยียบย่ำหิมะก้าวเดินเข้าไปหานางอย่างเชื่องช้าลื่นไหลในสภาพนุ่งกางเกงในสีชมพูเรืองแสงวิบวับ ชายหนุ่มเก็บผลึกไข่มุกเหมันต์ลงสู่ระบบ พลางเอื้อมมือซ้ายดึงเอาขวดเครื่องยาและของวิเศษอีกชิ้นออกมาอย่างแผ่วเบา... มันคือ **"น้ำมันมะพร้าวสวรรค์"** ขวดสีโปร่งใสที่บรรจุน้ำมันสีสะอาดบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอวลละมุนของมะพร้าวศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยชวนให้ผ่อนคลายความตึงเครียด
ระบบเทพแมงดาส่งเสียงอธิบายทางกลไกฟิสิกส์เวทมนตร์ขึ้นในดวงจิตของเขา:
*[ติ๊ง! รายงานข้อมูลเชิงลึกทางกายภาพและธาตุศิลา: ร่างกายของราชินีกู๋เอ๋อร์ได้รับการปกคลุมด้วยเกราะศิลาโบราณสลักอักขระดิน ซึ่งมีพลังยึดเหนี่ยวโมเลกุลธาตุดินหนาแน่นสูงมาก ทว่ายามนี้เกราะศิลาเผชิญแรงกระแทกความแตกต่างอุณหภูมิเฉียบพลัน จากอุณหภูมิร้อนจัดตอนรบปะทะกับไอเย็นระดับยอดยุทธ์ ส่งผลให้ผลึกเกราะหินหดตัวกะทันหันจนเกิดรอยแยกแตกร้าวระดับเล็กละเอียดย่อยยับไปทั่วโครงสร้าง น้ำมันมะพร้าวสวรรค์มีคุณสมบัติพิเศษลื่นไหลซึมลึกสูงยิ่งยวด จะสามารถแทรงซึมไปตามรอยแตกเหล่านั้น ละลายพันธะโครงสร้างและพลังเวทอักขระดินของศิลาให้สลายตัวกลายเป็นเม็ดทรายหลุดลอกออกไปได้ทันที!]*
"โอ้โห! สรรพคุณวิเศษแบบนี้นี่เอง มิน่าเล่าเจ้าระบบถึงบังคับให้ข้าทำภารกิจนวดชโลมน้ำมันมะพร้าว!" หลีเฮงตาเป็นประกายพลางมองดูเรือนร่างสะบึมสีน้ำผึ้งสวยงามไร้ที่ติของกู๋เอ๋อร์ที่นอนหนาวสะท้านสั่นระริกอยู่เบื้องหน้า
ชายหนุ่มเปิดจุกขวดน้ำมัน เทน้ำมันมะพร้าวสวรรค์อุ่นๆ กลิ่นหอมกรุ่นลงบนฝ่ามือหนาของตนเอง ลมปราณอ่อนๆ โคจรผ่านฝ่ามือช่วยเพิ่มความอุ่นร้อนขีดสุด ก่อนที่เขาจะย่างสามขุมก้มตัวลงทาบฝ่ามือลงบนแผ่นเกราะหินโบราณสีเทาดำที่กำลังร้าวเปรี๊ยะๆ อยู่รอบเรือนร่างของนาง
"เจ้า... ไอ้บ้ากาม... คิดจะแตะต้อง... ร่างกายของข้า... รึ... อุ๊ย!"
คำพูดขู่ดุร้ายของกู๋เอ๋อร์พลันสะดุดหยุดลง เปลี่ยนเป็นเสียงอุทานแผ่วครางสั่น เมื่อฝ่ามืออันอบอุ่นลื่นไหลชโลมไปด้วยน้ำมันมะพร้าวสวรรค์ของหลีเฮงกดแนบลงมาบนลาดไหล่และเนินอกแกร่งเคลือบศิลาของนาง ชายหนุ่มลูบไล้เฟ้นไปตามเนื้อเกราะศิลาโบราณอย่างนุ่มนวล ท่วงท่าละเมียดละไมสลับสอดลึกซึ้ง ผิวเกราะศิลาที่หนาทึบและเย็นเยือกยามปะทะน้ำมันมะพร้าวและฝ่ามืออุ่นๆ ของเขาพลันส่งเสียง ฟู่ม...!
ไอร้อนสีขาวละมุนลอยกรุ่นคล้ายหมอกควันน้ำหอม กลิ่นมะพร้าวสวรรค์อวนอบอวลไปทั่วโตรกผา ละลายไอเย็นที่เกาะผิวนอกออกไป โครงสร้างเกราะหินโบราณที่เปราะบางร้าวรานอยู่แล้วพลันเกิดปฏิกิริยาสลายแรงยึดเหนี่ยวในระดับลึก เม็ดทรายและสะเก็ดหินร่วงกราวหลุดลอกล่อนออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยดั่งเปลือกไข่ผุพัง!
หลีเฮงยิ้มกะล่อนอย่างได้ใจ ขยับมือลูบไล้เฟ้นนวดหนักเบาอย่างสละสลวย ชโลมน้ำมันมะพร้าวไปตามแนวบ่า แผ่นอก หน้าท้อง และเรียวขาของราชินีสาว ผิวกายของกู๋เอ๋อร์ส่วนที่หลุดพ้นจากเกราะศิลาเผยให้เห็นผิวเนียนนุ่มตึงเปรี๊ยะสีน้ำผึ้งสวยผุดผ่องสะท้อนแสงสว่างไสว ยามสะท้อนแสงสว่างสีชมพูเรืองแสงจากกางเกงในของหลีเฮง ผิวนวลสีน้ำผึ้งสวยลื่นไหลเยิ้มไปด้วยคราบน้ำมันมะพร้าวสวรรค์ยิ่งส่งประกายเย้ายวนใจเกินพรรณนา
เกราะหินศิลาที่ปกป้อง ทรวงอกคัพอี ขนาดใหญ่มหึมาของนางค่อยๆ สลายตัวละลายกลายเป็นผงหินนุ่มนิ่มร่วงหล่นลงพื้นจนหมดสิ้น เผยปทุมถันคู่งามขนาดมหึมาตึงตังแน่นหนาราวภูเขาสวรรค์ชี้เด่นเป็นสง่า ยอดปทุมถันสีชมพูเข้มสั่นระริกเบาๆ จากลมหนาวที่ยังหลงเหลือและอารมณ์ความละอายใจสะท้านสยิวที่แล่นพล่านจากการนวดลูบไล้อันช่ำชองของชายหนุ่ม
"อื้อ... อ๊า... ร้อน... ตรงที่เจ้าลูบ... มันร้อนเหลือเกิน... ละลายหมดแล้ว เกราะของบรรพชนข้า..." กู๋เอ๋อร์ร้องครางแผ่วเบา ใบหน้าสวยเนียนสีน้ำผึ้งแดงซ่านร้อนผ่าวด้วยความขัดเขิน ดวงตากลมอวบอิ่มเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตาบางเบา ยามที่น้ำมันมะพร้าววิเศษค่อยๆ ซึมซับสลายเกราะหินรอบสะโพกผายแน่นตึงเปรี๊ยะของนางออกไปจนเกลี้ยงเกลา
ยามนี้ชุดเกราะศิลาโบราณอันเป็นเกียรติยศและสิ่งคุ้มกันกายขององค์ราชินีได้สลายละลายหายวับไปกับตาดั่งหิมะต้องแสงแดด ปล่อยให้ร่างงามสะบึมสุดอวบอัดสีน้ำผึ้งเนียนสวยนอนสั่นสะท้านเปลือยกายล่อนจ้อนลื่นไหลเยิ้มไปด้วยน้ำมันหอมมะพร้าวสวรรค์ ท่ามกลางหิมะน้ำแข็งสะกดวิญญาณสีน้ำเงินที่ประคองอยู่เบื้องล่าง!
ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์อัศจรรย์ปนความกาวไร้ยางอายในโตรกผาก็ไม่อาจหลุดรอดจากสายตาของกองทัพแนวหลังไปได้!
ทหารยักษ์เผ่าเกราะศิลาเหล็กหลายสิบนายที่เพิ่งหนีตายแตกพ่ายและพยายามปีนป่ายขึ้นมาตามหาตัวราชินีกู๋เอ๋อร์บนหน้าผาสูง ต่างพากันมาหยุดชะงักงันอยู่เหนือโตรกผา สายตาของพวกมันก้มลงมองภาพเบื้องล่างก่อนจะเบิกตากว้างอ้าปากค้างจนแทบจะร่วงหล่นจากยอดผา!
"สะ... สวรรค์! ข้าตาฝาดไปรึเปล่าวะเนี่ย?!" ทหารยักษ์เกราะศิลานายหนึ่งพึมพำเสียงสั่นสะท้าน ค้อนยักษ์ในมือหลุดร่วงตกลงไปในธารลาวาเบื้องล่างโดยไม่รู้ตัว
"เกราะศิลาบรรพชนระดับสองเอสอันแสนแกร่งกล้าขององค์ราชินี... ละลายหมดสิ้นเพราะน้ำมันมะพร้าวของไอ้มนุษย์นุ่งกางเกงในสีชมพูเรืองแสงนั่นเนี่ยนะ?!"
"ม่ายยย! องค์ราชินีผู้บริสุทธิ์สง่างามของพวกเรา บัดนี้โดนลูบคลำจนร่างสลัดเกราะเหล็กเปลือยเปล่าไปหมดแล้ว! ไอ้หมอนั่นมันใช้วิชาเวทมนตร์วิปริตอันใดกัน!"
เหล่าทหารเผ่าเกราะศิลาแนวหลังพากันช็อกตาค้าง จิตใจแหลกสลายไม่มีชิ้นดี บางคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งร้องไห้ระงมเสียใจอย่างรุนแรงที่ภาพลักษณ์ความน่าเกรงขามดุดันของราชินีผู้ยิ่งใหญ่บัดนี้สลายหายไป กลายเป็นภาพสาวสวยสุดสะบึมคัพอีสีน้ำผึ้งนอนหมดทางสู้และตัวสั่นระริกอวดโฉมอยู่กับพื้นหิมะ ขณะที่พวกอสูรหมาป่าและทหารของฝั่งหลีเฮงต่างส่งเสียงขู่คำรามร้องโห่ร้องเชิดชูด้วยความเบิกบานใจในชัยชนะและเทคนิคอันพิลึกกวนประสาทของผู้นำของตนเอง
หลีเฮงมองดูเกราะหินที่สลายตัวไปหมดแล้ว ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าไอเย็นจากผลึกเหมันต์ระดับยอดยุทธ์ยังคงส่งความหนาวเหน็บเกาะกุมกู๋เอ๋อร์อย่างไม่ยอมคลาย หากทิ้งร่างเปลือยเปล่าอวบอัดสีน้ำผึ้งลื่นไหลน้ำมันนี้ไว้นอกโตรกผานานเกินไป ชีพจรของนางอาจแช่แข็งเสียหายถาวรและส่งผลเสียต่อการฝึกบำเพ็ญคู่เพื่อสกัดยีนส์ในอนาคตได้
ชายหนุ่มคลี่ยิ้มละมุนละไม ก้มตัวลงสอดแขนแกร่งเข้าใต้ข้อพับเข่าเรียวงามและแผ่นหลังเนียนลื่นของนาง ก่อนจะออกแรงช้อนอุ้มร่างอันอวบอัดหนักแน่นสะบึมคัพอีของกู๋เอ๋อร์ขึ้นมาแนบอกอย่างแผ่วเบาทะนุถนอม
ฟุ่บ!
ผิวสีน้ำผึ้งนุ่มๆ เย็นยะเยือกที่ชโลมด้วยน้ำมันมะพร้าวสวรรค์บดเบียดเข้ากับแผ่นอกและร่างกายของหลีเฮงอย่างพอดี ความนุ่มนวลแน่นหนาของเต้าทรวงคัพอีขยับเบียดเสียดสร้างความรู้สึกซ่านเสียวสยิวกายให้แก่ชายหนุ่มจนต้องสูดปากเบาๆ ยามเมื่อร่างนุ่มสั่นระริกอยู่ในอ้อมอกอันอบอุ่นของเขา
"ปล่อย... เจ้ามนุษย์กะล่อน... ปล่อยข้านะ..." กู๋เอ๋อร์บ่นอุบอิบเสียงแผ่ว พยายามยกมือเรียวมาผลักหน้าอกเขา แต่ลมปราณที่โดนแช่แข็งสะกดจุดบวกกับความอ่อนล้าทางพลังงานกายภาพทำให้นางไร้เรี่ยวแรงดิ้นรน ได้แต่ปล่อยตัวนอนหนุนซบไหล่อบอุ่นของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใบหน้าหวานสีน้ำผึ้งแดงก่ำเขินอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
"พี่ชายจะปล่อยให้น้องหญิงกู๋เอ๋อร์นอนหนาวสั่นตายอยู่ตรงนี้ได้อย่างไรกันจ๊ะ ผิวพรรณเนียนนุ่มตึงเปรี๊ยะน่าฟัดขนาดนี้ ต้องรีบเข้าไปผิงไฟอุ่นๆ ในถ้ำเหมืองส่วนตัวของพี่ และช่วยนวดอุ่นสะกิดชีพจรฟื้นฟูลมปราณสยบจิตใจที่ดื้อรั้นของเจ้าให้อบอุ่นดีกว่านะจ๊ะคนดี!"
หลีเฮงก้มลงกระซิบข้างหูพลางเป่าลมร้อนเบาๆ ทำเอากู๋เอ๋อร์สะดุ้งตัวสั่นใบหูแดงซ่านถึงขีดสุด ชายหนุ่มผู้นุ่งกางเกงในสีชมพูเรืองแสงสว่างไสวกลางพายุฝุ่นและไฟสงครามก้าวเท้าฉับๆ อุ้มร่างราชินีสะบึมสาวหลบหนีหายลับเข้าไปในถ้ำเหมืองอุ่นส่วนตัวทันที ปล่อยให้ความโกลาหลและความตกตะลึงภายนอกดำเนินต่อไปภายใต้เสียงกรีดร้องช็อกตาค้างของเหล่าทหารแนวหลังข้าศึก!