หลังพิมพิชาเซ็นสัญญากับทางสกายเซิฟ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ต้นสังกัดใหม่ออกจดหมายแถลงสื่อมวลชนและแฟนคลับเพื่อสยบกระแสลบดังกล่าว
‘เราขอประกาศการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในฐานะของนักแสดงและผู้ดูแลนักแสดงของคุณพิมพิชา ปรีชารัตน์ ภายใต้บริษัทบริษัทสกายเซิฟ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไปและเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานและเป็ส่วนผลักดันให้คุณพิมพิชา ปรีชารัตน์ เติบโตในเส้นทางการเป็นักแสดงมืออาชีพต่อไป ขอให้ทุกท่านโปรดมอบความรักและส่งกำลังใจให้คุณพิมพิชา
บริษัท สกายเซิฟ เอ็นเตอร์เทนเมนต์’
สองอาทิตย์ต่อมา สถานีโทรทัศน์ช่อง JDC ผู้จัดซีรี่ย์เื่ ‘นี่ผมต้องเป็คุณพ่อแล้วเหรอ!!’ ออกประกาศรายชื่อนักแสดงที่รับบทแสดงนำ
'เซอร์ไพรส์แฟนคลับ ซีรี่ย์เื่ นี่ผมต้องเป็คุณพ่อแล้วเหรอ!! นักแสดงนำชายผู้เต็มไปด้วยความอบอุ่น วิน ภาวิน ด้วยบทบาทการแสดงใหม่ “พ่อหนุ่มเพลย์บอย” และนักแสดงนำสาวมากความสามารถ พิม พิมพิชา ที่โคจรมาเจอกันครั้งแรก หลังจากทั้งมีข่าวซุบซิบออกเดตและเลิกรากันไป ซีรี่ย์เื่นี้เตรียมเปิดกล้องถ่ายทำในเดือนหน้าและคาดว่าจะได้รับชมในปลายปีนี้อย่างแน่นอน!'
พิมพิชาเห็นข่าวประกาศนักแสดงนำซีรี่ย์ และยังรู้เื่นี้ไปพร้อมกันกับข่าว คนที่มารับบทนักแสดงนำคู่กับเธอคือ ภาวิน แต่ด้วยเหตุวุ่นวายของการย้ายสังกัดใหม่ ทำให้เธอลืมไปสนิทเลยว่าตัวเองนั้นถูกวางตัวให้รับบทนี้ไว้
แม้เธอรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องร่วมงานกับเขา เมื่อนึกย้อนไปหกปีก่อน เขาสร้างปัญหาให้เธอ จนเกือบถูกทำร้ายร่างกายจากกลุ่มคนที่แอนตี้เธอ แต่นั่นก็นับว่าเป็โชคของเธอในตอนนั้นที่มีพลเมืองดีเข้ามาช่วยเธอไว้ทัน
คนร้ายถูกตำรวจจับเข้าคุกไปทันที ด้วยข้อหาพยายามฆ่า แม้ว่าเื่นี้จะผ่านมานานและไม่เคยมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นอีก ยังไงซะ! ตัวเธอเองคงต้องรับเล่นบทนี้เพราะความเป็มืออาชีพของเธอ คงปฏิเสธไม่ได้อย่างแน่นอน
‘ภาวิน...เขาทำให้ฉันเคยตกเป็ข่าวเดตกับเขา ทั้งที่เราสองคนไม่เคยรู้จัก และเจอหน้ากันด้วยซ้ำ! ครั้งนี้เราคงได้เจอกันจริงๆ สักที’
หลายอาทิตย์ต่อมา
วันซ้อมบทนักแสดงนำและนักแสดงสมทบได้เข้าร่วมซ้อมบทละคร วันนี้ภาวินและพิมพิชาจะได้ร่วมงานกันเป็ครั้งแรก ทุกคนต่างจับตามองการแสดงของทั้งคู่เป็พิเศษ
ภาวินมาถึงห้องประชุม เขาเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงข้างพิมพิชาที่นั่งอยู่ก่อน สายตาเขาเหลือบมองไปที่พิมพิชา ที่กำลังก้มหน้าอ่านบท จึงเอ่ยทักทายเธอก่อนด้วยน้ำเสียงเรียบทุ้มต่ำ
“สวัสดีครับ คุณพิม”
‘มาแล้วเหรอ! พ่อตัวดี’ เสียงทักทายที่รอดผ่านเข้ามายังโสตประสาทบอกได้ทันทีว่าเป็เขา
“สวัสดีค่ะ” พิมพิชาที่ก้มหน้าเครียดอยู่กับบทเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มมารยาทตอบกลับภาวิน
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ” เขาพูดพร้อมยื่นมือขวาออกมาเพื่อทักทายเธอ
“เช่นกันค่ะ” เธอเอ่ยและสบั์ตาของเขา พร้อมยื่นมือของเธอเองไปรับ ตามมารยาทของการทักทาย
“เป็ครั้งแรกเลยนะครับ ที่เราได้ร่วมงานกันจริง ๆ สักที”
“แน่แหละค่ะ ก็เราเคยเป็ข่าวฉาวด้วยกันนี่คะ” น้ำเสียงเธอประชดประชันเล็กน้อย ทำให้ผู้ที่สนทนาด้วยรู้สึกได้ว่าเธอต้องมีเื่หมางใจกับเขาแน่
ย้อนไปหกปีก่อน พิมพิชาเป็นักแสดงใหม่พึ่งเข้าวงการเพียงไม่นาน กลับถูกพลาดพิงว่าเป็แฟนสาวของเขา หลายสื่อตีข่าวซุบซิบนี้ เวลานั้นภาวินได้รับกระแสการตอบรับดีมากกับบทนักแสดงนำภาพยนตร์ฟอร์มั์
จึงไม่น่าแปลกใจที่จะถูกจับตามอง แม้กระทั่งเื่ส่วนตัว ข่าวซุบซิบนี้ ถูกปล่อยภาพหลุดภาวินที่กำลังเดินจูงมือกับแฟนสาวที่อิตาลี แต่แฟนสาวในภาพดันไปมีส่วนคล้ายพิมพิชา
‘พาดหัวข่าว นักแสดงหนุ่มที่มาแรงขณะนี้ “ภาวิน” กำลังซุ่มคบกับแฟนสาวนักแสดงอักษรย่อ “พ” พร้อมภาพสวีทหวาน เดินจูงมือที่ประเทศอิตาลี’
ในห้องประชุมบริษัท โกล์เดนสตาร์ ต้นสังกัดพิมพิชา ทีมงานกำลังหารือข่าวซุบซิบของนักแสดงหนุ่มภาวินและนักแสดงสาวพิมพิชา
พวกเขายอมรับข้อเสนอจากต้นสังกัดของภาวิน โดยขอให้แถลงยอมรับว่านักแสดงทั้งสองคบกันและให้แถลงข่าวเลิกราในอีกสามเดือนข้างหน้า
ข้อเสนอนี้มีเม็ดเงินหลายเท่าและคุ้มค่ากับค่าปรับของซีรี่ย์เื่ใหม่ ต้นสังกัดพิมพิชาที่เห็นแกเงิน จึงได้ยอมรับเงื่อนไขนี้แบบไม่ลังเล เพราะเห็นว่าต้นสังกัดเองไม่ต้องลงทุนอะไรเพียงแต่ยอมรับ รายได้ก็เข้าบริษัททันที
“พิมไม่ได้เป็อะไรกับคุณภาวินนะคะ แล้วทำไมเราถึงต้องแถลงข่าวว่าเป็พิมล่ะคะ แล้วอีกอย่างทำไมต้องปฏิเสธรับเล่นซีรี่ย์เื่นี้ด้วย”
“พี่คิดว่าถ้าเรารับเล่นตอนนี้จะเกิดกระแสต่อต้านเธออย่างแน่นอน ทางผู้จัดและนักเขียนเองคงไม่อยากให้มีผลกระทบกับซีรี่ย์ของเขาแน่นอน” ผู้บริหารค่ายพูดโน้มน้าวพิมพิชา ให้เธอยอมรับการตัดสินใจครั้งนี้
“แต่ซีรี่ย์เื่นี้ทุกคนจะเห็นได้ฝีมือพิม ไม่ใช่คำพูดในอินเทอร์เน็ตที่บอกว่าพิมมีแค่หน้าตาเท่านั้น!”
“เชื่อพี่นะพิม พี่ว่าพิมพักผ่อนไปก่อนนะ รอประกาศเลิกราเมื่อไหร่ พี่จะหาบทดี ๆ ให้นะ”
พิมพิชาไม่เห็นด้วยกับสังกัดที่ตัดสินใจให้ข่าวนี้ เธอไม่พอใจผู้บริหารที่เห็นแกเงินและภาวินที่เป็ต้นเหตุ โดยที่ไม่ออกมารับผิดชอบเื่ของตัวเอง ทำให้เธอพลาดโอกาสเพื่อพิสูจน์ฝีมือของเธอ
‘เหตุผลอะไรที่ต้นสังกัดภาวิน ต้องออกมายอมรับหลอก ๆ ว่าเป็เธอ แทนที่จะเป็แฟนสาวตัวจริงของเขา และถึงขั้นยอมจ่ายเงินมหาศาลขนาดนี้’
ท้ายที่สุด เหตุการณ์ครั้งนั้นต้นสังกัดเก่าของเธอ ได้ออกมายอมรับว่ามีความสัมพันธ์กับนักแสดงหนุ่มภาวินจริงและปฏิเสธรับบทซีรี่ย์เื่นั้นไปด้วยเหตุผลทางสุขภาพ
ปัจจุบัน
“เอาล่ะ ถึงคิวภาวินกับพิมพิชาละ” เสียงผู้กำกับแจ้งนักแสดงทั้งสอง ว่าถึงคิวซ้อมบทระหว่างพระนาง
“ฉากที่ซ้อมนี้ เป็ฉากที่นางเอกของเื่รู้ว่าตัวเองท้องกับพระเอกนะ”
พิมพิชาเริ่มต้นซ้อมบทฉากนี้ สีหน้า น้ำเสียงเธอถูกดึงเข้าหาตัวละครนี้ทันที
“วันนี้เรามาเจอกันหน่อยได้มั้ย มินมีเื่จะบอกภัทร เป็เื่สำคัญ!”
ภาวินมองไปเหลือบสายตาไปที่พิมพิชา เขาดูทึ่งและประทับใจในความสามารถของเธอมาก
‘เธอดูเป็มืออาชีพมาก ทำไมผมถึงไม่เจอเธอผ่านงานอื่นบ้างเลยนะ หรืออาจเป็เพราะข่าวที่เราเคยคบกันมั้ง?’
ภาวินต่อบทด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่มของภาวิน เข้าถึงบทบาทตัวละครนี้เช่นกัน
“ได้ เดี๋ยวเรามาเจอกันที่คอนโดนะ”
พิมพิชาต่อบทของเธอไปทันที
“มินกำลังท้อง!”
“ท้องเหรอ! นี่มินรู้ั้แ่เมื่อไหร่ พรุ่งนี้เราไปหาคุณพ่อกับคุณแม่มินนะ”
“แต่…ถ้าภัทรไม่พร้อม เราสองคนไม่พร้อม มินว่า...เราปล่อยเขาไปได้นะ ยังไงความสัมพันธ์ของเรามันแค่ชั่วคราวเท่านั้น”
“อย่าพูดอย่างนี้สิครับมิน ผมเต็มใจที่จะรับผิดชอบมินนะ ยังไงเด็กคนนี้ก็เป็ลูกของผมนะ เราแต่งงานกันนะ”
ทั้งสองต่อบทละครฉากนี้จบลง ผู้กำกับกล่าวกับนักแสดงทั้งสองถึงฉากที่ต้องให้ความสำคัญ
"คุณทั้งสองได้ลองอ่านบทซีรี่ย์กันมาบ้างแล้ว เื่นี้เราต้องให้ความสำคัญกับฉากเลิฟซีนและฉากคอมมาดี้ระหว่างตัวละคร ยังไงผมก็เชื่อในฝีมือของทั้งสองว่าพวกคุณจะทำมันออกมาได้ดี"
“ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับคุณพิม” ภาวินเอ่ยแล้วรีบหันใบหน้าของเขามาหาพิมพิชา สายตาดูกรุ้มกริ่ม ท่าทีที่ดูกระตือรือร้น เหมือนอยากคุยกับหญิงสาวที่นั่งข้าง ๆ
‘ไม่รู้เป็อะไร ทำไมรู้สึกว่าตัวดูพยายามชวนเธอคุย อยากทำความรู้กับเธอมากอย่างนั้น’
ภาวินเองก็รู้สึกว่าตื่นเต้นกับงานนี้ อีกทั้งเมื่อคืนก็หลับไม่เต็มอิ่มเพราะความตื่นเต้น เกิดอะไรขึ้นกัน? วันนี้เป็วันที่ยิ้มออกกว่าทุกวัน ฮอร์โมนความรักมันจะเกิดกับคนวันสามสิบอีกครั้งแล้วใช่ไหม?
“พิมก็ฝากเนื้อฝากตัวเช่นกันค่ะ” พิมพิชาที่เหมือนกับว่าโดนจู่โจมด้วยคำถามของเขา รีบตอบกลับตามมารยาท
“ผมคิดว่าคงพอแค่นี้ สำหรับการพบปะและซ้อมบท ผมว่ามันออกมาดูดีเลยทีเดียว ขอบคุณทุกคนที่มาเจอกันครับ ไว้เจอกันวันเปิดกล้อง”
หลังจากเสร็จงานซ้อมบทนี้ พิมพิชาเองต้องย้ายที่พักเข้าคอนโดใหม่ ซึ่งพลอยผู้จัดการคนใหม่ ได้เตรียมให้เธอพักใกล้กับสังกัดใหม่ของเธอ
คอนโดนี้จากทางเข้าถึงตัวคอนโด มีสวนสไตล์อังกฤษและต้นสนใหญ่หลายต้นคอยบดบังสายตา มีระยะจากทางเข้าที่ไกลพอสมควร คงเพราะไม่ได้ติดกับถนนหลัก ระบบการรักษาความปลอดภัยก็ได้รับการจัดการอย่างดี พิมพิชาวางใจกับที่อยู่ใหม่มาก
“คอนโดนี้ปลอดภัยหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะพี่พิม ไม่มีปาปารัสซี่ ไม่มีแอนตี้คอยติดตาม มีทางเข้าออกทั้งด้านหน้าและด้านหลังค่ะ ที่สำคัญนักข่าวไม่มีทางเข้ามาได้ค่ะ”
“โอเคมากเลย แล้วของจากคอนโดเก่าพลอยจัดการให้คนย้ายมาแล้วใช้มั้ย?”
“ค่ะพี่ พลอยจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ แล้วก็อันนี้เป็คีย์การ์ด กุญแจสำรอง ส่วนรหัส พลอยส่งให้ในเมจเซสแล้วค่ะ ออ!ห้องพี่อยู่ชั้นสิบแปดนะคะ”
“พลอยกลับได้เลยไม่ต้องขึ้นไปส่งพี่ วันนี้ขอบใจมากจ้า เหนื่อยแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ”
“ค่ะพี่พิม”
รถตู้พิมพิชามาถึงหน้าคอนโดและจอดพร้อมรถตู้อีกคัน เธอก้าวลงมาจากรถตู้ มองไปที่รถตู้อีกคัน ‘ภาวิน!’
ภาวินเองเมื่อเห็นพิมพิชาก็รีบเข้ามาพูดทักทาย
“เจอกันอีกแล้วนะครับพิม คุณอดีตแฟน”
“ใครอดีตแฟนคุณไม่ทราบคะ”
ทั้งสองรีบเดินเข้าคอนโดและขึ้นลิฟต์ตัวเดียวกัน พิมพิชาเอื้อมไปกดปุ่มชั้นสิบแปดพร้อมกับที่นิ้วชี้ของภาวินยื่นออกมากดปุ่มชั้นเดียวกันพอดี
‘หึหึ ผมกะจังหวะได้พอดีเลย’
ทั้งสองคนรีบดึงนิ้วออกทันที ทั้งพิมพิชาและภาวินกลับประหม่าและทำตัวไม่ถูกกับเื่บังเอิญนี้
“...”
ภาวินเห็นว่าเธออยู่ชั้นเดียวกับเขา จึงแกล้งถามเธออย่างจงใจด้วยน้ำเสียงที่ยียวนประสาทเธอ
“ชั้นเดียวกันเหรอครับ อย่างนี้ก็เป็เพื่อนบ้านผมน่ะสิครับ”