เวลาผ่านหนึ่งฤดูเเล้ว ในตอนนี้ชีวิตในที่พักของเราเข้าที่มากขึ้นเรื่อยๆ เื่อาหารหลังจากที่ชั้นเเนะนำเื่เนื้อเเดดเดียวให้โรเซ่ไป กลายเป็ว่าเธอต่อยอดจนไปทำปลาเเดดเดียวด้วยตัวเองเเล้ว ทำให้เราไม่ต้องออกล่ารายวัน เเค่ออกไปหาอาหารครั้งใหญ่ หนึ่งถึงสองครั้งต่อสัปดาห์ก็พอเเล้ว มีน่าก็สามารถออกล่าด้วยตัวเองได้ น้ำเราก็มีไม่ขาด เเถมลูน่าก็ไปปลูกพืชต่างๆทั้งสมุนไพร ผัก ผลไม้บริเวณใกล้บ่อน้ำอีกทำให้ถ้าเจ็บป่วยเราก็มียาไว้ให้กิน เสื้อผ้าก็มีนิซ่าทำขึ้นมาจากเส้นใยที่ได้จากต้นเถาที่ขึ้นอยู่เต็มในสวนข้างผาหินนี้ ถึงจะเป็เนื้อผ้าที่เเม้จะเเข็งไปนิดเเต่ก็โล่งใส่สบายชั้นชอบเอามากๆเลย ชั้นเองก็ทำเปลนอนจากไม้เถาเอามาสานเข้าด้วยกันมาผูกไว้ระหว่างต้นไม้ นานๆทีก็เป็จุดรวมกลุ่มของพวกเรา
ทำให้ไม่มีอะไรน่าเป็ห่วงเเล้วทุกคนน่าจะใช้ชีวิตกันได้เรื่อยๆ เพราะงั้นเลยได้เวลาคิดเกี่ยวกับเื่ของตัวเอง.. ชั้นต้องไปล่าฮอนวูสฟ์ด้วยตัวคนเดียวจำนวนห้าตัว ชั้นนอนอยู่ที่เปลกำลังใช้ความคิดอย่างเหม่อลอย เเต่กระนั้นก็มีกลิ่นหอมจากชาสมุนไพรลอยมาเเตะจมูกจนต้องมองไปตามกลิ่น
"นี่ชาสมุนไพรจ๊ะ" โรเซ่ถือเเก้วไม้ของชั้นที่เติมชามาให้ถึงที่จนต้องลุกมานั่งรับเเบบดีๆ
"สมุนไพรนี่มัน" ถ้าจำไม่ผิด..
"เห็นมันขึ้นเเถวๆบ่อน้ำน่ะเลยเด็ดมาใช้ซะหน่อย" เธอหลับตาข้างนึงก่อนพูดอย่างเ้าเล่ห์ออกมา ฮะฮะ เ้าตัวที่ออกไปเก็บผลไม้กลับมาได้ตีกันอีกเเน่เลย ดูเหมือนโรเซ่จะชอบเเหย่ลูน่าเป็พิเศษ เเต่พวกเธอก็รักกันดีอย่างตอนนอนพวกเธอมักจะนอนข้างกันพอเช้ามาก็มักจะจบด้วยการกอดกันกลมทุกครั้งไป
"เเล้วคิดอะไรอยู่เหรอ" โรเซ่ปัดตอไม้ใกล้ตัวก่อนจะนั่งลง
"อ๋อ เปล่าหรอกพอดีมีเื่ให้คิดนิดหน่อย"
"เื่ที่ว่าคือ ฮอนวูสฟ์ใช่มั้ยล่ะ"
"อ่า ไปได้ยินมาจากไหนน่ะ" ชั้นไม่เคยได้บอกคนอื่นๆเลย เพราะมันเป็ภารกิจของชั้นคนเดียว
"ฮะ ฮะ มีเื่อะไรเกี่ยวกับเธอที่พวกเราไม่รู้บ้างล่ะ"
"พวกเรา?" โรเซ่สะอึกเล็กๆก่อนจะเปลี่ยนเื่
"เเล้ว ยายเขามอบหมายอะไรมาล่ะ ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหม"
"..ได้สิ ในตอนมื้อเย็นที่จะถึงนี่เรามาพูดเื่นี้กันเถอะ"
"อืม ชั้นจะรอฟังนะ" โรเซ่พูดพร้อมปล่อยตัวไปกับลมเย็นที่พัดมาจนเวลาผ่านไปถึงตอนเย็น
พวกเรามารวมตัวกันอีกครั้ง ตอนนี้ซาเรียเริ่มเป็คนเตรียมอาหารทั้งหมดเเทนโรเซ่เเล้ว ดูเหมือนพวกเธอจะสลับกันทำคนละวันเลย อย่างวันนี้โรเซ่เเค่รับหน้าที่ยกอาหารมาเตรียมไว้เท่านั้นเอง
"วันนี้อาหารก็อร่อยเหมือนเดิมเลยนะ"
"ซาเรียเก่งมากเลย ไม่คิดจะมาอยู่กลุ่มทำอาหารจริงๆเหรอ"
"เเหม ไม่หรอกคะ เราต้องฝึกอีกเยอะเลย"
"จะว่าไปใครเด็ดต้นสมุนไพรเค้าหรือเปล่า ใบมันเเหว่งๆน่ะ"
"ชั้นเองล่ะ"
"นี่เธออีกเเล้วเหรอออ"
หลังมื้ออาหารเราก็มานั่งพูดคุยกันเหมือนเดิม เเต่วันนี้จะต่างออกไป
"ทุกคน.." ชั้นพูดขึ้นเเทรกบทสนทนาของทุกคนขึ้น ทุกสายตามองมาที่ทางนี้เป็ตาเดียวกัน
"หลังจากนี้ ชั้นจะไปที่ทางตะวันออกต่อนะ"
"!?"
"อะไรกัน"
ทุกคนมีการตอบสนองที่ต่างกัน โรเซ่ตบมือขึ้นให้ทุกคนใจเย็นลง ก่อนพูดขึ้น
"เข้าใจว่าทุกคนใกัน เเต่มาฟังให้จบกันก่อนดีไหม"
"..ชั้นว่าทุกคนอาจรู้กันอยู่เเล้ว ว่าชั้นต้องไปล่าฮอนวูสฟ์ห้าตัวที่ป่าหลังูเาทางตะวันออกน่ะ เเถมในตอนนี้ที่พักเราเข้าที่มากขึ้นเเล้ว ชั้นเลยจะใช้เวลานี้ไปทำตามที่ได้รับมอบหมายเอาไว้" ชั้นพูดอธิบายให้ทุกคนฟังโดยทุกคนก็นั่งฟังกันอย่างดี
"งั้น..นี้คือเงื่อนไขของเอลมารีนถ้าจะออกเดินทางไปข้างนอกหมู่บ้านสินะ" ลูน่าพูดขึ้น
"ใช่เเล้วล่ะ"
"ฮอนวูสฟ์เนี่ยที่มันเป็หมาป่าตัวใหญ่มีเขาที่เป็คริสตัลนั้นสินะ ได้ยินว่ามันอันตรายมากเลยไม่ใช่เหรอ"มีน่าพูดขึ้นด้วยความตื่นตะหนกขึ้นอีก
"ไม่เป็ไรหรอก มีพวกเราซะอย่าง ตอนนั้นเเค่สี่คนเราก็จัดการกันได้ไม่ยากนี่นา" หืม?
"เดี๋ยวๆ ชั้นต้องจัดการด้วยตัวคนเดียวนะ"ชั้นทักขึ้น
"เป็หนึ่งในเงื่อนไขเหรอ.."
"ใช่เเล้วล่ะ"
ตอนนั้นเองวิเวียนก็ลุกขึ้นเเต่ก่อนจะพูดอะไรเธอก็ก้มหน้าก้มตาอีกครั้งเพราะเธอกลายเป็จุดสนใจขึ้นมา
"ชะ ชั้น จะไปด้วย"เธอหายใจเข้าก่อนพูดขึ้นด้วยเสียงดังฟังชัดที่ไม่ค่อยได้ยินจากเธอมากนัก
"ก็ดีนะ อย่างน้อยให้วิเวียนไปด้วย"
"เเต่ว่า.."
"ยายเขาให้เธอจัดการหมาป่าคนเดียวไม่ใช่เหรอ เเล้วใครจะเป็คนยืนยันว่าเธอจัดการคนเดียวจริงๆล่ะ" โรเซ่ว่าขึ้น
"ใช่ ใช่ อย่างน้อยก็ต้องมีคนไปดู เพื่อยืนยัน"มีน่าเสริมขึ้นอีก ชั้นไม่คิดจะคัดค้านอะไร ก็รู้อยู่เเล้วว่าที่พวกเธอพูดมาก็เพราะเป็ห่วงชั้น
"ทุกคน ขอบคุณนะ"ไม่มีคำอะไรจะพูดจริงๆ
"หลังเอลมารีนกลับมาเราจะเลี้ยงฉลองกันอีก รีบกลับมาล่ะ" ลูน่าพูด
"ใช่เเล้วล่ะ กลับมาอย่างปลอดภัยด้วยนะ"นิซ่าว่าขึ้น
"เเล้วเธอจะออกไปเมื่อไหร่ล่ะ"
"ชั้นว่าจะเตรียมสักวันสองวันก่อนน่ะ"
"อืม ดีเเล้วไม่ต้องเร่งรีบไปนักหรอก"
"ชั้นจะเตรียมเนื้อเเดดเดียวไว้ให้นะ"
"โรเซ่ เดี๋ยวเราช่วยด้วยนะ"
ทุกคนดูกลับมาเป็เเบบเดิมเเล้วทำให้ความกังวลของชั้นก่อนหน้านี่หมดไปเลย สองวันให้หลัง ชั้นก็เตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไกล หยิบกระเป๋าที่ใช้เดินทางมาถึงนี่อีกครั้ง เรียก [สไลม์] มาเก็บกระเป๋าของเราสองคนเข้าไปคว้าหอกสามท่อนมาไว้ในมือ ก่อนพวกเราเดินมาอยู่ในทางออกของผาหินนี่
"เดินทางปลอดภัยนะ"นิซ่าพูดขึ้น
"เอลมารีน วิเวียน ระวังตัวด้วยนะ" มีน่าว่าขึ้นก่อนหันไปลูบหัวซาเรียที่ซบอยู่ที่ไหล่ นี่พวกเราไม่ได้ลาไปไกลขนาดนั้นซะหน่อยไม่เห็นต้องเศร้าขนาดนั้นเลยเเท้ๆ
"ฮ้าว~ เดิน ทาง ปลอดภัยน้า ทุกคนน" ทุกคนอะไรล่ะมีเเค่ชั้นกับวิเวียน ยังไม่ตื่นเต็มตาสินะลูน่า เอาเถอะก็เวลานี่มันเช้าตรู่ เวลานี่ลูน่ายังนอนขดอยู่เลย
"งั้นพวกเราไปล่ะนะ"ชั้นโบกมือลาทุกคนพร้อมเดินไปตามทาง
"ขะ ขอตัวก่อนนะจ๊ะ"วิเวียนก้มหัวให้เเล้วรีบเดินมาอยู่ข้างชั้นทันที
"ครั้งนี้ กะ ก็ฝากตัวด้วยนะจ๊ะ"
"ชั้นสิต้องพูด ฝากตัวด้วยนะ"
"จ๊ะ ได้เลย" ข้างตัววิเวียนมีซองใส่ลูกธนูที่อัดเเน่นด้วยลูกธนูราวกับจะออกรบพกไปขนาดนี้จะดีเหรอเนี่ย..
กลางดึก พวกเราเดินทางมาไกลระดับนึงเเล้ว เมนูมื้อนี้เราย่างเนื้อเเดดเดียวที่โรเซ่กับซาเรียช่วยกันทำมาเเบ่งกินส่วนนึง ด้วยคืนนี้อากาศในป่ามันหนาวมากจนเราต้องเอาขนหมาป่าที่ชั้นเก็บไว้ใน [สไลม์] มาห่มกันสองคน เเต่กระนั้นก็ยังหนาวสั่น
"หนาวชะมัด.." ด้วยถ้ามีเต๊นทก็ช่วยกันลมหนาวอยู่พอสมควรเเต่นี่ไม่ใช่กับเเค่ผืนขนหมาป่าไง
"จะ จ๊ะ นะ นะ หนาว มะ มาก เลย" วิเวียนปากสั่นจนพูดติดๆขัดๆ
"วิเวียน ขยับมานี่สิ"
"เอ๊ะ"
"นั่งชิดกันมันจะอุ่นขึ้นน่ะ"
"เอ๋ ชิดกัน.." ไม่รอช้า ชั้นขยับไปนั่งข้างเธอทันที พอพิงอยู่ข้างกันก็รู้สึกอุ่นขึ้นมากเลย
"อะ เอลมารีน"
"อุ่นดีนะ"
"กะ ก็จริงจ๊ะ" ในหัววิเวียนเริ่มตีกันไปมาจะลองอิงหัวที่ไหล่จะเป็อะไรไหมนะ..หลังลังเลสักพักก็ตัดสินใจพิงหัวเข้าที่ไหล่ของคนที่สูงกว่าเเบบกล้าๆกลัวๆ ถ้าเธอรำคาญจนผลักชั้นออกมาจะทำหน้ายังไงดีนะ เเต่มืออุ่นๆนั้นกลับจับที่ผมกดหัวให้เเนบไปที่ไหล่ ทำเอาวิเวียนตาโตกับสิ่งที่ถูกกระทำ
"อะ เอลมา.." เธอลนลานพูดขึ้นเเต่เสียงหายใจเเผ่วเบาเป็สิ่งตอบรับเธอเเทน ดูเหมือนว่าคนผมเงินจะหลับไปเเล้ว ทำเอาวิเวียนทำตัวไม่ถูกรู้ตัวอีกทีเธอก็โดนไออุ่นจากคนข้างๆกล่อมจนหลับไปอีกคนจนถึงเช้า
"อือ เช้าเเล้วเหรอ.." ชั้นตื่นมาด้วยเเสงเเดดส่องหน้าจนต้องตื่นขึ้น จำเื่เมื่อคืนไม่ได้เท่าไหร่จำได้เเค่เมื่อคืนหนาวมากเเค่ขนหมาป่านี้ก็ยังหนาวสั่นเราเลยนั่งพิงกัน..เเค่นั้น
"อื้ออ" วิเวียนส่งเสียงขึ้นก่อนลืมตาขึ้น
"อรุณสวัสดิ์"
"จ๊ะ อรุณ..เอ๋" สภาพเธอตอนนี้คือเธอลงมานอนหนุนตักอีกฝ่ายต่างหมอน ถึงเธอจะใอยู่เเต่ก็เเอบถูเเก้มเข้าที่ต้นขานุ่มก่อนจะได้สติเด้งตัวขึ้นมานั่งในทันที
"ขะขอโทษนะจ๊ะ"
"ไม่เป็อะไรหรอก" งั้นเราจะเดินทางกันต่อเลยไหม
"จ๊ะ ไปกันเลย " พวกเราเดินทางอีกครั้งโดยกินเนื้อเเดดเดียวย่างที่เหลือจากเมื่อคืน
"เราเดินอีกครึ่งวันเราก็จะถึงบริเวณูเาเเล้ว เราต้องระวังมากขึ้นเเล้วนะ"
"นั้นสินะ..อะ เอลมารีน" วิเวียนหันขวับไปที่ต้นเสียงเเปลกๆไกลจากเราไปไม่กี่เมตรเธอคว้าลูกธนูขึ้นพร้อมตั้งไว้เตรียมยิงเข้าใส่
เเซ่ก เเซ่ก สิ่งที่ะโออกมาจากพุ่มไม้คือ กระต่ายตัวน้อยที่ออกมาจ้องมองเราอย่างสงสัย พวกเราเลยลดการ์ดลง ทำเพียงไล่มันให้ไปไกลๆ
"เฮ้อ ตะ ใหมดเลย"วิเวียนลูบอกพร้อมถอดหายใจ
"ดูเธอตื่นเต้นนะ วิเวียน"
"งะ งั้นเหรอ คือนี้เป็ครั้งเเรกที่ชั้นได้มาที่ป่าหลังเขานี่น่ะ"
"จริงสิ ครั้งนั้นเธอไม่ได้มาด้วยนี่นา"
"จ๊ะ.." หลังเดินสักพักชั้นก็ตัดสินใจฟันต้นไม้ๆใกล้ตัวจนเป็รอยยาวด้วยปลายหอก
"ว้าย อยู่ๆก็ทำอะไรเหรอจ๊ะ"
"อืม เเถวนี้ถ้าจำไม่ผิดจะมี มอนเตอร์ที่ทำให้หลงทางอยู่น่ะ"
"อะไรกัน ละ เเล้วจะทำยังไงกันดี"วิเวียนเริ่มหมุนตัวมองไปทั่ว
"ใจเย็นๆ เมื่อกี้ชั้นทำสัญลักษณ์ไว้เเล้วเราลองเดินต่อไปอีกสักพักดีกว่า"
"ดะ ได้เลย" วิเวียนเดินมาเเนบชิดกันมากขึ้น พวกเราเดินกันสักพักก็หยุดพักลง
"เเฮ่ก เราเดินมาไกลเเล้วนะ คิดว่าเราหลุดจากพวกมอนเตอร์หรือยังจ๊ะ"เธอมองไปรอบๆเพื่อสังเกตสัญลักษณ์ที่ชั้นทำไว้พร้อมพูดไปด้วย..
"ชั้นไม่รู้เหมือนกัน" ชั้นลองเเตะไปที่ต้นไม้ใกล้ตัว หือ
"นี่มัน.." ชั้นลากไปตามเปลือกไม้ที่ดูปกติ เเต่ััที่ได้คือเป็เปลือกไม้ที่มีรอยฟันผ่านยาวเหมือนอย่างที่ชั้นทำไว้เเต่เเรก
"นี่พวกเรา ยังไม่ออกไปจากจุดเดิมเลย!"
"เอ๋"
"วิเวียนเกาะชั้นไว้"
"จะ จ๊ะได้เลย"เธอเข้ามาเกาะไหล่ชั้นทันที ก่อนชั้นจะสะบัดหอกออกไปด้านข้าง
"สกิล: พุ่งทะลวงวายุ" ที่ก่อกำเนิดสายลมที่ปลายหอกขึ้น ทีนี้ชั้นก็กวาดหอกไปรอบตัวเกิดเป็ลมกรรโชกที่พัดเศษใบไม้ปลิวว่อนไปพร้อมกับต้นไม้ที่เอียนเอียงไปตามเเรงลม มีต้นไม้ต้นนึงไม่ไกลตัวนักล้มลงทันทีเมื่อโดนลมพัดเข้าใส่ก่อนมันจะลุกขึ้นมาด้วยเปลือกไม้ที่เเยกออกเป็เเขนขา
"นั้นน่ะเหรอ มอนเตอร์" วิเวียนตั้งลูกธนูทันที
"ชั้นจะล่อให้ฝากโจมตีจากด้านหลังที สกิล:พุ่ทะลวง" ชั้นพุ่งไปจนถึงระยะ ก็เพิ่มเเรงฟาดด้วยการหมุนตัวฟาดเข้าใส่จนมันกระเด็นไปตามเเรง ว่ากันตามจริงมันถือว่าตัวเล็กกว่าที่คุณมาธาจัดการเมื่อครั้งก่อนครั้งนั้นมันสูงกว่าชั้นถึงสองเท่าได้เเต่ตัวนี้มันสูงกว่าชั้นที่ยืนตรงสัก50เซ็นเห็นจะได้เอง เเถมยังตัวบางกว่าที่เราเคยเจออีก มันล้มลงไปดิ้นสักพักก่อนลุกขึ้นมาใช้ส่วนเปลือกที่เป็เเขนจุ่มลงดิน เกิดเป็หนวดตันไม้หนามพุ่งขึ้นจากดินที่ชั้นยืนอยู่ ชั้นที่รู้ตัวก่อนก็หลบออกมาทันถึงจะเฉือนเสื้อผ้าไปหน่อยนึง ยังไม่จบเเค่นั้นก็มีหนวดต้นไม้หนึ่งในนั้นที่สะบัดลำต้นเข้าใส่ชั้นที่พึ่งตั้งหลักได้จนไม่มีทางเลือกต้องตั้งการ์ดรับมันเอาไว้
"สกิล: ดาร์คเฟรมซ๊อต" เสียงคุ้นหูใช้สกิลพร้อมลูกธนูที่ลุกไหม้ด้วยไฟสีม่วงพุ่งผ่านชั้นไปทะลวงเถาหนวดนั้นพร้อมกับเผาจนเป็ขี้เถ้า
"เอลมารีนไปเลย สกิล: ดาร์ควูสฟ์ซ็อต" เ้าของลูกธนูนั้นคือวิเวียนโดยธาตุของเธอก็คือธาตุมืด ที่สามารถยิงลูกธนูออกมาเป็รูปลักษณ์ของสัตว์หลากหลายชนิดได้
ชั้นวิ่งเข้าหาต้นไม้นั้นอีกครั้งโดยหลบหนวดต้นไม้ที่พุ่งขึ้นตามทาง ตามมาด้วยหมาป่าสีดำม่วงที่ทะลวงต้นไม้หนวดนั้นอย่างง่ายดายวิ่งระนาบกันมา
พอถึงระยะ ชั้นก็ฟาดปลายหอกเข้าใส่ลำต้นจนเป็เส้นขาดลึกยาว พร้อมหมาป่าสีดำที่เข้าขย้ำที่ลำต้นก่อนะเิขึ้นจนเนื้อลำต้นนั้นหายไปเลย ชั้นฉวยโอกาสนั้นเข้าประชิดฟาดเข้าใส่กลางลำต้นอีกครั้งจนต้นไม้ปีศาจหักกลางลำ ล้มลงไม่ขยับอีกเลย
"ฟู่ จัดการได้เเล้วสินะ.." ชั้นพ่นลมหายใจออกมาเพื่อสงบจิตใจ ก่อนหันไปหาวิเวียนที่เดินมาสมทบ
"จัดการได้เเล้วสินะจ๊ะ"
"อื้อ น่าจะไม่ขยับเเล้วละ" ชั้นเดินเข้าหาก่อนจะถีบพลิกซากมันขึ้นอีกด้าน ชั้นฟ้นเข้าไปเรื่อยๆจนฟาดเข้าใส่หินก้อนนึงข้างในนั้นหลุดจนกระเด็นไปชนกับต้นไม้ข้างๆ
"อะ มีอะไรกระเด็นออกมาด้วย!" วิเวียนเดินไปเก็บมาให้เเต่ก็สงสัยกับของในมือเหมือนกัน
"มันเป็หินที่เรียกว่าหินเวทน่ะ"
"หินเวท?"
"เป็ของที่มีในตัวมอนเตอร์ทุกตัวน่ะ คุณมาธาว่าอย่างงั้น"
"เห เเปลกประหลาดจังนะจ๊ะ"
"วิเวียนเอาไปไหมล่ะ"
"เอ๊ะ มะ ไม่จ๊ะ เอลมารีนเอาไปเถอะ"
"งั้นเหรอ" ชั้นหยิบหินเวทมาเก็บไว้ พร้อมให้ [สไลม์] เก็บซากต้นไม้ทั้งต้นเข้าไปเผื่อเอาไปทำฟืน หลังจากเราจัดการมอนเตอร์ต้นไม้เราก็ถึงปากทางขึ้นูเาจนได้ ในตอนนี้ก็เวลาบ่ายเเล้ว เราจึงเลือกพักตั้งกองไฟกันก่อนจะขึ้นเขาไป ชั้นเอาเนื้อสัตว์จากสไลม์ออกมาเป็เนื้อที่เราใส่ไว้ในสไลม์ก่อนจะเข้าพิธีสุดท้ายซะอีกเเต่มันยังดูสดใหม่อยู่เลย พวกเราใช้ไม้เหลาเเหลมเสียบเนื้อที่หั่นเป็ชิ้นพร้อมผลไม้หั่นพอดีคำเอามาปิ้งบนกองไฟ พวกเรากินจนอิ่มเเล้วนอนพักเอาเเรงไปอีกวัน...
------------------------------------------------
วิเวียนบทเยอะขึ้นนะเนี่ย55 มาเเอบบอกนิดนึงว่า ว่าสกิลเนี่ยเเม้จะเป็เเบบเดียวกันเช่น พุ่งทะลวงวายุเนี่ยคนสองคนมีเหมือนกันเเต่ก็จะต่างกันตามการใช้งานของเเต่ล่ะคน อย่างตอนนี้เอลมารีนใช้สกิลนั้นเเต่ไม่ได้พุ่งไปเเทงเเต่กวาดไปรอบตัว เป็การโจมตีเเบบลมกรรโชกไปรอบตัว เพราะงั้นต่อไปไม่ต้องเเปลกใจที่นางพูดชื่อสกิลนี่เเต่ใช้อีกเเบบนึงนะครับ55 ยังไงก็ฝากคอมเมนต์ กดหัวใจ กดเข้าชั้น เป็กำลังใจให้ผมกันต่อไปนะครับ เจอกันตอนหน้าครับ