ตอนที่ 5: ความเข้าใจผิด
บรรยากาศในห้องประชุมคณะสถาปัตยกรรมสาขาการออกแบบแฟชั่นเต็มไปด้วยความตึงเครียดริต้านั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของโต๊ะประชุม คิริลนั่งข้างๆเธอโดยไม่แสดงอาการใดๆ ให้เห็น ส่วนแพรที่นั่งตรงข้ามกับริต้ากำลังมองไปที่ร่างของคิริลอย่างมีนัยสำคัญด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความสนิทสนมที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ทุกครั้งที่คิริลหันมามองหรือพูดอะไรกับแพร ริต้าก็รู้สึกเหมือนตัวเองเป็แค่คนที่ถูกมองข้าม ถึงแม้แพรจะเป็เพียงรุ่นพี่แต่ความใกล้ชิดระหว่างทั้งสองทำให้ริต้ารู้สึกเหมือนว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
“พี่คิริลคิดว่าโปรเจคนี้ควรจะทำให้มันทันสมัยกว่านี้ไหมคะ?”
ริต้าถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความอยากรู้อยากเห็นเธอพยายามจะดึงความสนใจจากคิริลมาให้ตัวเองแต่คำถามนั้นกลับไม่ทำให้คิริลหันมามองเธอโดยตรงเขายังคงจดจ่อกับการดูแผนงานที่วางอยู่บนโต๊ะ
“พอดีรู้จักแต่โปรแกรมเื่คอมพิวเตอร์และผมมาที่นี่เพื่อช่วยจัดการปัญหาเกี่ยวกับด้านโปรแกรมไม่ได้มาช่วยใครออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น... แต่ไม่ว่าจะเป็งานไหนหรือสาขาอะไรเราควรจะให้มันมีความแตกต่างจากโปรเจคที่แล้วมากขึ้น... มันต้องมีเอกลักษณ์ของตัวเอง”
คิริลตอบแบบเ็าสายตาของเขาผ่านร่างของริต้าไปที่แพรโดยตรง ก่อนที่เขาจะพูดต่อว่า
“พี่แพรล่ะคะเห็นด้วยไหม?”
แพรที่นั่งอยู่ตรงข้ามมองริต้าด้วยสายตาเงียบสงบ ก่อนจะยิ้มจางๆ
“อืม คิริลเห็นด้วยพี่ก็เห็นด้วยค่ะ...พี่ว่ามันต้องออกมาดูทันสมัยและมีเสน่ห์โดยเฉพาะด้านการออกแบบเสื้อผ้าที่ต้องให้ความรู้สึกเป็ตัวของตัวเองค่ะ”
เสียงของแพรแฝงไปด้วยความมั่นใจที่ทำให้ริต้ารู้สึกเหมือนโดนทิ้งไว้ข้างหลังในบทสนทนา
ริต้ารู้สึกแปลกๆ กับท่าทางของแพรที่ดูเหมือนจะคุยกับคิริลได้ราวกับเป็คนที่รู้ใจกันดี พูดไปพูดมาเธอก็เริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองถูกแย่งชิงความสนใจไปในขณะเดียวกันริต้าสังเกตเห็นว่าแพรยิ้มเมื่อคิริลพูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับโปรเจคที่ทัั้งสองต้องช่วยกันใน Project นี้ ทั้งสองคนมีการติดต่อทางสายตาและการพูดที่มีความเข้าใจในตัวกันอย่างลึกซึ้งนี่ไม่ใช่แค่ความเป็รุ่นพี่รุ่นน้อง แต่มันเหมือนความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและแน่นแฟ้นเกินไปจนทำให้ริต้ารู้สึกว่าเธอกำลังเป็คนที่ไม่เกี่ยวข้อง
"พี่คิริล..."
ริต้าพูดขึ้นใหม่น้ำเสียงของเธอไม่หลงเหลือความมั่นใจเหมือนเดิม
"ทำไมพี่ถึงพูดแบบนี้ล่ะคะ?ควรจะทำการออกแบบที่มีความเป็สากลถึงจะมีความน่าสนใจไม่ใช่หรอคะ?"
แต่คิริลก็ไม่ได้ตอบกลับทันทีเขาหันไปยิ้มให้แพรอย่างสนิทสนมมากกว่าเดิม จนทำให้ริต้ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็คนที่ถูกลืมไปแล้วเสียงหัวใจของเธอดังก้องในหูความรู้สึกเหมือนมีบางอย่างแตกหักภายในตัวเองเริ่มชัดเจนขึ้น
“มันคงจะเป็ไอเดียที่ดีนะ...ที่ให้โปรเจคนี้มีความสมดุลระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัย”
แพรพูดต่ออย่างมีกึ๋น
“ใช่ไหมคะคิริล?”
คำพูดของแพรยิ่งทำให้ริต้าไม่พอใจมากขึ้น เธอไม่เคยคิดเลยว่าคิริลจะไปสนใจหรือให้ความสำคัญกับคำแนะนำจากแพรมากขนาดนี้ ริต้ารู้สึกเหมือนว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในเกมนี้ด้วยซ้ำ ความรู้สึกนี้มันกัดกร่อนจิตใจเธออย่างแ่เบา
ในขณะที่ทั้งสองคนยังคงสนทนาเกี่ยวกับโปรเจคริต้ากลับรู้สึกว่าเธอเริ่มรู้สึกโดดเดี่ยวและผิดหวังเธอไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน คิริลที่ดูเ็าและนิ่งเงียบกับเธอทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็แค่คนที่ไม่สามารถเข้าใจเขาได้เลย แต่กับแพร ทุกคำพูดและท่าทางของเขาดูเหมือนจะมีความหมายมากกว่านี้
ริต้าเริ่มรู้สึกเหมือนมีบางอย่างผิดพลาดเหมือนการที่เธอพยายามจะเข้าหาคิริลกลับกลายเป็การสูญเสียเวลาและการที่เธอไม่สามารถเอาชนะใจเขาได้ทำให้เธอเริ่มรู้สึกอ่อนแอในความรู้สึกของตัวเองบรรยากาศในห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยเสียงพูดคุยเื่โปรเจกต์ที่กำลังดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้งขณะที่ริต้านั่งอยู่มุมห้อง ใบหน้าของเธอไม่ได้แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆนอกจากความเฉยชาแต่ในใจของเธอกำลังกรุ่นโกรธและจมอยู่กับความรู้สึกที่ยากจะหักห้าม
เธอเคยคิดว่าเธอเป็คนที่ไม่เคยเสียใจหรือยอมให้ใครมาทำร้ายจิตใจได้ง่ายๆแต่วันนี้มันต่างออกไป ความรู้สึกที่มันกัดกินใจเธออย่างช้าๆ คือความรู้สึกถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เหมือนกับว่าเธอไม่เคยมีค่าไม่เคยอยู่ในสายตาของคนที่เธออยากเอาชนะที่สุดในชีวิต
แพรกับคิริลยืนคุยกันโดยที่ไม่ได้สนใจริต้าแม้แต่น้อยทั้งสองคนหัวเราะกันด้วยท่าทางที่สนิทสนมริต้าไม่สามารถกลั้นความรู้สึกนี้ได้อีกแล้ว เธอมองทั้งสองด้วยแววตาที่ไม่สามารถบอกใครได้ว่ามันคือความเ็ปที่เธอกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้
"ทำไม...นี่ฉันแพ้ั้แ่เมื่อไหร่กัน ฉันคิดว่ามันสนุก แต่เหมือนเขาจะเดาเองฉันออกหรือรู้ั้แ่แรกว่าฉัน้าเอาชนะเขาด้วยการทำให้เขาหันมาสนใจนี่ฉันกลายเป็ตัวตลกอยู่นี่"
ริต้าพึมพำในใจ สายตาของเธอยังคงจับจ้องไปที่คิริลที่หัวเราะกับแพรได้อย่างสบายใจริต้ารู้ดีว่าเขากับแพรสนิทกันมากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่เคยคิดมากขนาดนี้มาก่อนว่าเขาจะเป็คนที่ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา เธอไม่เคยคิดว่าเธอจะต้องทำอะไรเพื่อให้เขาสนใจมากกว่านี้
เธอรู้ดีว่ามันเป็เพียงแค่การเดิมพันกับเพื่อนไม่มีอะไรจริงจังแค่คอยเอาชนะเขาให้ได้ แค่้ารู้ว่าเขาจะหันมามองเธอเมื่อไหร่ แต่มาวันนี้ ริต้ากลับรู้สึกว่าทุกอย่างที่เธอทำมันเหมือนการลดคุณค่าของตัวเองไปทุกที
การที่เธอยืนอยู่ข้างๆทั้งสองคนในตอนนี้ มันเหมือนกับเธอกลายเป็คนที่ไม่มีค่า ไม่มีความหมายอะไรทั้งสิ้นในสายตาของคนที่เธอเคยคิดว่า
"เอาชนะได้ง่าย"
แต่ตอนนี้...มันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็แค่แค่เงาของใครบางคนที่ไม่เคยได้รับความสนใจจากใครเลย
เสียงหัวเราะของคิริลกับแพรที่ดังขึ้นในหูเธอเหมือนกับการตบหน้าของเธออย่างแรงริต้าไม่สามารถข่มความรู้สึกนี้ได้อีกแล้วทุกคำพูดที่คิริลและแพรกล่าวถึงกันทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนบีบคั้นหัวใจราวกับว่าเธอเป็แค่ตัวแถมที่ไม่ควรมีส่วนร่วมในทุกสิ่งเลย
"ก็แค่... สถานการณ์แบบนี้..."
ริต้าพึมพำในใจแต่คำพูดเ่าั้กลับดูเหมือนการหาทางออกที่ไม่มีจริง เธอไม่สามารถหันหลังกลับได้ในตอนนี้ แม้ในใจลึกๆ ริต้ารู้ดีว่าเธอแค่้าเอาชนะและพิสูจน์ตัวเองให้ได้แต่ตอนนี้มันกลายเป็เกมที่เธอเริ่มไม่แน่ใจว่าเธอยัง้าเล่นมันอยู่ไหม
เธอเคยคิดว่าเธอไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไร้ค่า เพราะเธอเองก็มีทุกอย่างที่คนอื่นไม่อาจมีแต่วันนี้กลับเหมือนเธอกำลัง้าพิสูจน์ตัวเองกับคนที่ไม่เคยสนใจเธอเลยสักนิดความรู้สึกเหมือนถูกลดคุณค่า ทำให้เธอรู้สึกไม่ต่างจากการเดินอยู่ในที่ที่ไม่มีใครมองเธอจริงๆ
ริต้าเงียบไปคิริลไม่เคยหันมาสนใจเธออย่างที่เธอหวังและแพรเองก็ไม่ได้มีความรู้สึกผิดหรือหันมามองเธอเลยทุกสิ่งที่เธอทำเพื่อให้ได้ความสนใจกลับดูเหมือนเป็การเสียเวลา ไม่ต่างจากการวิ่งตามเงาของตัวเอง
"ไม่... ฉันไม่ยอมให้ตัวเองเป็แบบนี้"
ริต้ากัดฟันพึมพำในใจขณะที่มองไปที่คิริลที่ยังคงยิ้มและสนุกสนานกับแพรรู้สึกว่าถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจแล้วการที่จะยอมแพ้ต่อความรู้สึกนี้คือการยอมให้ตัวเองตกลงไปในหลุมที่เธอไม่สามารถออกมาได้ง่ายๆ
แต่มันก็เหมือนจะสายเกินไปแล้ว ริต้าเริ่มรู้สึกว่าเธอไม่สามารถดึงตัวเองออกจากเกมนี้ได้ง่ายๆแม้ว่าจะรู้ดีว่ามันแค่เป็เกมของคำพูดและการเอาชนะที่ไม่มีค่าจริงๆแต่มันก็ยังคงเป็สิ่งที่เธอไม่สามารถปล่อยให้หลุดมือไปได้
"อย่าคิดมากเลยริต้า...มันแค่แค่เกม..."
เธอพึมพำกับตัวเองอีกครั้งพร้อมกับกลืนน้ำลายลงไปในอกก่อนจะหันกลับไปมองทั้งสองคนอีกครั้งอย่างช้าๆ การตัดสินใจที่จะยอมแพ้... หรือจะลองทำให้มันเป็สิ่งที่ไม่เสียเปล่า?
ริต้านั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องของเธอสายตาของเธอจ้องมองไปที่กระดาษที่วางอยู่ตรงหน้าแต่ในใจกลับไม่ได้จดจ่อกับงานที่ต้องทำเลยแม้แต่น้อยเธอหมุนปากกาในมือไปมาอย่างไม่รู้ตัวมืออีกข้างก็ัักับขอบแก้วกาแฟที่ยังคงร้อนอยู่แต่ตอนนี้มันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว
“กาแฟเดือนเดียว... ก็แค่กาแฟมั้ยล่ะ โธ่เอ๊ย”
ริต้าพึมพำเบาๆ กับตัวเอง เสียงของเธอดังขึ้นเพียงแค่ในใจ คิริล... คิริลที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็คนไร้ค่าทุกครั้งที่เธอพยายามจะเอาชนะเขาทุกครั้งที่เธอรู้สึกว่าตัวเองกำลังเข้าใกล้เขาแต่มันกลับกลายเป็การพยายามที่จะเอาใจใครสักคนที่ไม่เคยแม้แต่จะหันมามอง
เธอหยุดหมุนปากกาในมือก่อนจะหันไปมองออกนอกหน้าต่างสีหน้าของเธอเคร่งเครียดสายตาเหม่อลอยไปยังท้องฟ้าสีหม่นที่ไม่แตกต่างจากอารมณ์ในใจตอนนี้เลยเธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้เพราะไม่เคยมีใครทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับตอนนี้
“ทำไมต้องเป็เขา...ทำไมต้องเป็คนที่ไม่เห็นค่าอะไรในตัวฉันเลย”
ริต้าเบือนหน้าไปมองแก้วกาแฟในมืออีกครั้งสีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็บึ้งตึงเธอไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อไหร่ที่จมอยู่กับความคิดที่เ็ปนี้
หากถามว่าเธอเคยรู้สึกเสียใจขนาดนี้ไหม ตอบเลยว่าไม่เคย ความมั่นใจที่มีมาตลอดทุกครั้งที่เดินเข้าห้องเรียนคำชื่นชมจากเพื่อนๆที่มักจะทำให้เธอรู้สึกเหนือกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเคยมีมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับเป็คนพิเศษ...แต่ตอนนี้ทุกสิ่งที่เคยทำให้เธอรู้สึกดีกลับกลายเป็ความรู้สึกที่หลอกหลอน
“ฉันไม่้าจะทำตัวเป็คนที่วิ่งตามใครหรอก”
ริต้าพึมพำเบาๆ มุมปากของเธอขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุขมันแค่เหมือนการขบกรามให้ตัวเองไม่ต้องรู้สึกมากไปกว่านี้
"ฉันไม่ใช่คนที่ต้องไปคอยตื้อใครให้เสียอารมณ์อยู่แล้ว"
การที่เธอรู้สึกถึงความสูญเสียในเื่นี้มันเ็ปเกินไปไม่เคยมีใครที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนี้มาก่อนและยิ่งไปกว่านั้นการที่เธอเคยคิดว่าเพียงแค่แสดงให้คิริลเห็นว่าเธอทำได้ก็จะทำให้เขาหันมามอง แต่มันกลับกลายเป็ว่าเธอกลับเป็คนที่น่าสงสารในสายตาของเขา
ริต้ากลืนน้ำลายลงไปอย่างยากเย็น ขณะที่นิ้วมือของเธอเริ่มขยุ้มกระดาษแผ่นหนึ่งในมือแน่น
“ทำไมต้องทำให้ตัวเองรู้สึกแบบนี้”
สายตาของเธอเริ่มร้อนรนพอคิดถึงเื่ทั้งหมดที่ผ่านมานั้นมันเหมือนกับการที่เธอไปยื่นมือให้กับใครบางคนที่ไม่เคยเอ่ยขอบคุณเลยแม้แต่นิดเดียว
“ฉันไม่ได้้าให้เขามองฉัน... ฉันไม่ได้้าทำตัวไร้ค่าตามตื้อเขาแบบนี้”
ริต้าคิดกับตัวเองสายตาของเธอกระตุกขึ้นเล็กน้อยรอยยิ้มที่เคยเปล่งประกายก็หายไปหมดสิ้นจากใบหน้าเธอถอนหายใจยาวๆให้กับความรู้สึกที่กำลังฉุดรั้งเธอให้หลุดพ้นจากสิ่งนี้ไม่ได้
เธอใช้มือข้างหนึ่งยกมือขึ้นลูบหน้าผากตัวเองเบาๆเหมือนพยายามให้มันผ่านไปแต่ความรู้สึกที่กัดกินใจมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนโดนทิ่มแทงด้วยเหล็กร้อนๆความรู้สึกว่าทุกสิ่งที่เธอทำมันเหมือนกลายเป็ความพยายามไร้ค่าไปหมด
“จะไม่ตามตื้อเขาอีกแล้ว”
ริต้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในใจ ดวงตาของเธอแฝงไปด้วยความเศร้า แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความเ็ปจากการตัดสินใจครั้งนี้ มือที่ยังกุมกระดาษในมือเริ่มปล่อยลง แต่อยู่ดีๆก็รู้สึกเหมือนมันกลับทิ้งน้ำหนักไปที่หัวใจของเธอ
“แค่กาแฟเดือนเดียวมันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่หรอกนะ...”
เธอพึมพำกับตัวเองรู้สึกเหมือนกับหัวใจของตัวเองกำลังสลายไปช้าๆ ด้วยการตัดสินใจนี้
“ถ้าคิริลไม่เห็นค่าฉัน...งั้นฉันก็ไม่ต้องไปสนใจเขาแล้วก็ได้ อย่างน้อยก็วินๆทั้งคู่”
เสียงของเธอขาดหายไป
เหมือนกำลังปล่อยให้มันหลุดลอยไปกับความรู้สึกที่หลากหลายเกินไป