เทพธิดาองค์น้อยรับรู้สุราร้อนผ่าวไหลผ่านลำคอลงสู่ท้อง แรกเริ่มให้ความรู้สึกขมร้อนในปาก เมื่อดื่มไปหลายจอกจึงรู้ว่า สุรานี้ช่างหวานนัก สมแล้วที่เป็สุราเลิศรสในแดนมนุษย์
“อ้าว หมดแล้วรึ แหมงานมงคลทั้งที ให้กินแค่กาเล็ก ๆ”
เซี่ยะเหลียนเขย่ากาสุราไปมา
โป๊ะ !
สุดท้ายมือน้อย ๆ ก็วางกาสุราลงแรง ๆ เพราะสมองเหมือนจะสั่งการช้าลง ร้อนผะผ่าวที่ใบหน้าอย่างบอกไม่ถูก
...................................................................................
แก๊ก
เสียงประตูห้องเปิดออก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินเข้ามาในห้อง มือน้อย ๆ ของเซี่ยะเหลียนเท้าโต๊ะเพื่อผยุงตนเองขึ้นหมายจะหลบออกไปก่อนที่จะมีคนเข้ามา
แต่เมื่อนางลุกขึ้นก็ดูเหมือนว่าห้องจะหมุนได้
“โอ๊ะ ไม่ไหว ไม่ไหว”
เท้าน้อย ๆ สะเปะ สะปะสุดท้ายก็พันกันจนหัวทิ่มไปด้านหน้า
“ว้าย !”
ฝ่ามือใหญ่คว้าตัวคนในชุดเ้าสาวเอาไว้ก่อนที่ใบหน้าอันงดงามนั้นจะกระแทกพื้น ร่างเล็กปะทะเข้ากับแผงอกกว้างของบุรุษ
ดวงตาคมเข้มของเขาสบเข้ากับดวงตาฉ่ำเยิ้มไปด้วยฤทธิ์สุราของนาง แก้มป่อง ๆ แดงระเรื่อขึ้นฉับพลัน หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกอยู่ในอกเทพธิดาองค์น้อย
“งื้อ นี่ข้าเป็อะไรไป ทะ ท่านเป็ใคร?”
ปากเล็ก ๆ พึมพำคล้ายคนละเมอ
บุรุษหนุ่มถึงกับขมวดคิ้ว เมื่อเ้าสาวที่เพิ่งจะเข้าพิธีกับเข้าไปหมาด ๆ กลับถามเขาว่าเป็ใคร ?
“นี่เ้าเมาจนจำอ๋องเยี่ยเหลียง เ้าบ่าวของเ้าไม่ได้รึ”
เสี่ยงทุ้มของบุรุษในชุดเ้าบ่าวถาม ถึงนางไม่ตอบเขาก็รู้จากอาการของนางดี พร้อมหลักฐานเป็กาสุราล้มคว่ำอย่างไม่เป็ท่าบนโต๊ะ โดยทั่วไปแล้ววันนี้เ้าบ่าวควรจะเมามายด้วยความดีใจ แต่กลับเป็เ้าสาวที่เมาจนทรงตัวไม่อยู่
“เ้าบ่าว ?”
เซี่ยะเหลียนเหมือนจะเพิ่งนึกได้ ว่าตนกำลังอยู่ในห้องหอของคนอื่น และสวมรอยเป็เ้าสาวของเขา !
“อื้อ ปล่อยข้า ข้ายืนเองได้ !”
สมองที่ยังพอเหลือสติอันน้อยนิด สั่งให้มือน้อย ๆ ดันอกบุรุษออกห่าง นางต้องรีบออกจากห้องนี้ให้ไวที่สุด และรู้สึกหายใจติดขัดอย่างไรไม่รู้เมื่ออยู่ในอ้อมกอดเขา
บุรุษหนุ่มปล่อยมือ ร่างน้อย ๆ พละออก เดินไปได้ไม่ถึงครึ่งก้าวก็จะล้มไปข้างหน้า
“ระวัง !”
“วะ ว้าย”
เ้าบ่าวหมายจะคว้าเอวเ้าสาวเอาไว้ กลับกลายเป็ล้มไปด้วยกันทั้งคู่ ร่างใหญ่ทาบทับร่างเล็กไว้กับพื้น ปากร้อนระอุของบุรุษจุมพิตลงบนกลีบปากบางของคนใต้ร่างอย่างเหมาะเจาะ
ร่างน้อยปรือตาหวาน แล้วหลับพริ้มลง กลับเป็เขาเสียเองที่พละออก เบิกตากว้าง หัวใจเต้นระทึกอยู่ในอกเมื่อัักับริมฝีปากที่แสนหวานนั่น
เซี่ยะเหลียนลืมตาขึ้น เมื่อความอบอุ่นที่ริมฝีปากจางหายไป นางมองใบหน้าที่หล่อคมคายตรงหน้าอย่างเคลิบเคลิ้ม เหตุใดนางจึงรู้สึกว่าเขาน่าหลงใหลยิ่งนัก ทั้ง ๆ ที่เทพบุตรบน์ที่นางเคยพบหล่อกว่าเขาตั้งมากมาย ยิ่งมองที่ริมฝีบาง เม้มสนิทของเขาแล้วนึกถึงไออุ่นเมื่อครู่ นางก็รู้สึกโหยหาอย่างประหลาดจนต้องบอกเขาออกไปดั่งใจนึก
“ท่านอ๋อง ข้าอยากกินปากท่าน”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ประโยคของนางเมื่อครู่ ทำให้อ๋องเยี่ยเหลียงอึ้งไปชั่วขณะ และท้ายที่สุดก็หัวเราะออกมาเต็มเสียง นี่หรือบุตรีของราชครูที่เป็ที่กล่าวกันว่า กิริยางดงามเพียบพร้อมและหยิ่งในศักดิ์สมกับเป็พระชายา เหตุไฉนกลับดูเหมือนดรุณีน้อยที่เพิ่งผลิกลีบแรกแย้ม หรือจะเป็เพราะฤทธิ์เหล้ามงคลที่มักจะผสมยาปลุกกำหนัดเอาไว้ ?
เว่ยกงกง และหนิงฮุ่ย ที่แอบลุ้นอยู่ด้านนอกประตูห้องหอถึงกับตาลุกวาวเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของท่านอ๋องเยี่ยลั่นห้อง
เว่ยกงกงในฐานนะดูแลวังอ๋องเยี่ยมานาน ยังไม่เคยได้ยินเสียงท่านอ๋องหัวเราะได้อย่างเบิกบานเช่นนี้มาก่อน แสดงว่างานมงคลคราวนี้ย่อมเป็งานมงคลชมชื่อ วังอ๋องที่เคยเงียบเหงาบัดนี้จะสว่างไสวเสียที เขาจึงยิ้มน้อย ๆ อย่างสบายใจ
ส่วนหนิงฮุ่ยก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะภายในห้องอย่างน้อย ๆ ท่านหญิงของนาง กับท่านอ๋องก็เข้ากันได้ดี แม้ว่าจะไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน
“ข้าว่าเราสองคน อย่าอยู่ที่นี่อีกเลย ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว”
เว่ยกงกงเอ่ยขึ้นในที่สุด
“ข้าก็คิดเช่นนั้น”
สองข้ารับใช้จึงแยกย้ายกลับเข้าเรือนของตน
ภายในห้อง อ๋องเยี่ยเหลียงไล้ฝ่ามือจากหน้าผากเนียนสวย ลงมาที่แก้มป่อง ๆ สีชมพู ดวงหน้าของนางช่างงามแสนบริสุทธิ์และดูบอบบางนัก เขาจึงััมันอย่างเบามือที่สุด การแต่งงานคราวนี้ เรียกได้ว่าเขาทั้งคู่ถูกคลุมถุงชน เขาไม่เคยเห็นหน้าบุตรีของราชครูแม้แต่น้อย แต่องค์ฮ่องเต้กลับมีพระราชองค์การพระราชทานพิธีสมรสหลวงให้ ซึ่งในคืนเข้าหอวันนี้หากนางไม่เต็มใจ เขาก็จะไม่บังคับ
“ท่านอ๋อง ทำไมข้ารู้สึกร้อนวูบวาบอย่างไรไม่รู้”
เสียงกระเส่าเอ่ยขึ้น แม้แต่เสียงของนางก็ปลุกอารมณ์ปรารถนาในใจเขาให้ร้อนรุ่มจวนเจียนจะะเิเต็มทน
“เพราะเ้าดื่มเหล้ามงคลเข้าไปนะสิ ฮึ ฮึ”
แววตาอ๋องเยี่ยพราวระยับอย่างไม่เคยเป็มาก่อน เขารู้สึกว่าตนได้กลายเป็เสือร้ายที่อยากจะขย้ำกระต่ายน้อยใต้ร่างเสียแล้ว
“งื้อ.... เหล้ามนุษย์ช่างร้ายกาจนัก”
เซี่ยะเหลียนปรือตามองริมฝีบางของบุรุษหนุ่มที่ห่างเพียงแค่คืบ ปากของเขาสีชมพูบางและนุ่มละมุนราวกับมนุษย์ผู้หญิง ริมฝีปากเขาที่ทำให้นางอุ่นวาบหวามอย่างอธิบายไม่ถูก จนนางนึกอยากจะลองััอีกครั้ง มือน้อย ๆ จึงโน้มคอบุรุษลงมาอีกครั้ง
“ท่านอ๋อง.... ข้าอยากกินปากท่านนัก”
ปากร้อนระอุของอ๋องเยี่ยประทับลงบนกลีบปากบางก่อนที่นางจะทันได้กัดกินปากเขา กระแสคลื่นสวาทไหลวนทั่วทั้งเรือนร่างของทั้งคู่ มือแกร่งข้างหนึ่งประคองดวงหน้าสวยยึดไว้ มืออีกข้างดึงสายรัดเอวของนางออก แล้วกระชากชุดเ้าสาวของนางออกอย่างบ้าคลั่ง
“ข้าต่างหากที่จะกินเ้า !”