เด็กสาวอายุสิบสามงดงามดังดอกซิ่งในฤดูใบไม้ผลิแรกแม้นางจะมิได้สวมเสื้อผ้าหรูหราและเครื่องประดับเรือนผมอย่างที่ควรจะมีละอองฝุ่นเปรอะเปื้อนใบหน้า แต่ก็มิอาจปิดบังใบหน้าอันงดงามชวนหลงใหลของนางได้
นางงดงามเกินไปแม้ว่าองครักษ์ลับผู้นั้นจะส่งสายตามาแวบหนึ่งเพื่อบอกให้เยี่ยนเจาเจาระวังตัวแต่ความอบอุ่นและความงามอย่างอ่อนหวานนุ่มนวลได้ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ทำให้เขาผงะไปเนิ่นนานโดยมิรู้ตัว
ทว่ายามที่สติของเขากลับมาอีกครั้งใบหน้าครึ่งหนึ่งที่อยู่ภายใต้หน้ากากก็แดงไปหมดแล้ว
แน่นอนว่าเขามิเคยได้เห็นฮ่องเต้หญิงและองค์หญิงที่ประทับอยู่ในเมืองว่ามีหน้าตาอย่างไรแต่ได้ยินมาว่าทั้งสองพระองค์หน้าตางดงามหามีผู้ใดเทียบเคียง และเรื่องนี้เคยทำให้เขาหัวเราะเยาะมาก่อนแต่ยามนี้เมื่อได้พบเยี่ยนเจาเจา เขาพลันรู้สึกว่าตนมิอาจกล่าวสิ่งใดออกมาได้แม้เพียงประโยคเดียว
แต่เขาก็มิอาจแสดงความอ่อนโยนต่อเยี่ยนเจาเจาได้เช่นเดียวกันจึงมิได้พยักหน้าหรือส่ายศีรษะ เพียงหันกลับและเดินออกไป... ราวกับเป็นท่าทีของสุภาพชนที่มิคิดจะดูเยี่ยนเจาเจาปัสสาวะตรงหน้าเท่านั้น
ทว่าที่นี่มิได้มีเขาเพียงผู้เดียวที่จับตามองเยี่ยนเจาเจาแม้ว่าทุกคนจะมิได้มอง แต่สาวใช้ที่อยู่ใกล้ตัวเยี่ยนเจาเจาก็ยังอยากมองอยู่ดี
ท่าทีของเยี่ยนเจาเจาเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเขาหันไปแม้ว่าระหว่างคิ้วของนางจะแสดงรอยยิ้มจากเมื่อครู่นี้ แต่ก็มิได้มีความอ่อนโยนและเย่อหยิ่งเหลืออยู่แล้ว
แน่นอนว่าเยี่ยนเจาเจารู้ดีว่าคำร้องขอของตนจะได้รับการตอบรับนางเป็นเพียงเชลยคนหนึ่ง และยังเห็นได้อย่างชัดเจนว่านางไม่มีโอกาสหลบหนีไปได้ เพียงเปลี่ยนสาวใช้ถือเป็นเรื่องง่ายดายเรื่องหนึ่ง
คำร้องขอของเยี่ยนเจาเจาได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วครั้งต่อมาที่เยี่ยนเจาเจาออกมาปลดทุกข์ นางก็ได้รับสาวใช้ข้างกายคนใหม่
เยี่ยนเจาเจาพบนางที่ชั้นล่างของโรงเตี๊ยม
อาจเป็นเพราะการต่อต้านของเยี่ยนเจาเจาทำให้ผู้บังคับบัญชาที่อยู่เบื้องบนเข้าใจอะไรบางอย่างการวางตัวของนางก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ยกตัวอย่างเช่นโรงเตี๊ยมที่เข้าพักในครั้งนี้แม้จะมีขนาดเล็กแต่เยี่ยนเจาเจาก็เต็มใจเข้าพักแล้ว
แน่นอนว่าเยี่ยนเจาเจามิอาจเข้าออกห้องพักได้ตามใจชอบหีบที่นางอยู่ถูกหามเข้าไปในห้อง เมื่อหีบถูกเปิดออก นางก็ได้พบเด็กสาวที่ดูแล้วน่าจะอายุราวๆสิบสามสิบสี่ปี รุ่นราวคราวเดียวกับเยี่ยนเจาเจา
รูปร่างหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู รูปลักษณ์ดูไร้เดียงสาราวกับกระต่ายตัวน้อยเพียงแต่รูปร่างค่อนข้างซูบผอมบอบบาง ดวงตาคู่นั้นแฝงความกระจ่างใส ดูเหมือนมิมีพิษมีภัยแต่อย่างใด
กล่าวอีกแง่ ความงามนั้นดูเข้ากันกับเยี่ยนเจาเจาอยู่ไม่น้อย
หรือคนเหล่านี้จะรู้ว่านางเป็นโรคเสพติดความงามพวกเขาจึงได้ตั้งใจเลือกสรรเด็กน้อยที่มีความงามเช่นนี้มา?
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเด็กสาวคนนี้ประหม่าขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้พบเยี่ยนเจาเจามือกำขวดที่อยู่ในมือแน่นราวกับมิกล้าเปิดมันออก
หน้าที่หลักของนางดูเหมือนจะเป็นการพาเยี่ยนเจาเจาออกมาจากหีบทำให้เยี่ยนเจาเจาสลบแล้วค่อยพาตัวไปอาบน้ำ คิดมิถึงว่าเยี่ยนเจาเจาจะจ้องนางเช่นนั้นช่วงเวลาสั้นๆ นี้ทำให้นางไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี
ขณะนี้เอง เยี่ยนเจาเจารู้สึกคุ้นเคยกับขวดที่ว่านี้ยิ่งนัก
ในขวดนี้บรรจุกลีบดอกไม้เอาไว้มากมายทุกครั้งที่คนเหล่านี้ทำให้นางสลบ ก็มักจะนำดอกไม้พวกนี้มาโรยบนใบหน้าของนาง รับประกันว่า “ยาถึงโรคหาย” จากนั้นเยี่ยนเจาเจาก็สลบไปทันที
นางรู้สึกประหลาดใจและใคร่รู้เกี่ยวกับกลีบดอกไม้เหล่านี้เสียจริงน่าเสียดายยิ่งนักที่กลีบดอกไม้เหล่านี้ถูกหั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ทำให้เยี่ยนเจาเจาแยกแยะกลิ่นและรูปลักษณ์ของมันได้ยาก
ทว่าตอนนี้เยี่ยนเจาเจามิได้นึกสนใจขวดลายครามเล็กๆใบนี้ สิ่งที่นางสนใจก็คือสาวน้อยที่ถูกส่งมารับใช้ข้างกายนางต่างหาก
แม้จะได้สติกลับมา แต่ร่างกายของเยี่ยนเจาเจาก็ยังคงอ่อนแรงนางทำได้เพียงนอนอยู่ในหีบขนาดใหญ่และส่งยิ้มให้ “เหตุใดถึงเอาแต่มองข้าเยี่ยงนั้นเล่า หากมิทำให้ข้าสลบไปเรื่องต่อจากนี้ที่เจ้าต้องทำเกรงว่าคงไม่สำเร็จแล้ว”
ใบหน้าของเด็กสาวแดงระเรื่อ นางเอื้อมมือออกมาและดึงร่างของเยี่ยนเจาเจาขึ้น
เยี่ยนเจาเจาน้ำหนักเบามากเด็กสาวผู้นั้นดูผอมบางแต่ก็มีพละกำลังไม่น้อยนางดึงร่างของเยี่ยนเจาเจาออกมาจากหีบได้อย่างง่ายดายจากนั้นก็วางร่างของเยี่ยนเจาเจาลงบนที่นอนนุ่ม
ร่างกายของเยี่ยนเจาเจาอ่อนแรง นางหามุมบนที่นอนอย่างยากลำบากก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง
นางมิได้รีบร้อนทำให้เยี่ยนเจาเจาสลบซึ่งทำให้เยี่ยนเจาเจายิ่งรู้สึกประหลาดใจ
กล่าวตามหลักการ เหล่าคนที่ถูกส่งมาอยู่ข้างกายนางเวลานี้จะต้องเป็นผู้ที่เชื่อถือได้เป็นอย่างยิ่งแต่เด็กสาวคนนี้มีท่าทีประหม่าออกมาอย่างชัดเจน ดูเหมือนจะไม่ชำนาญใน “หน้าที่” สักเท่าไร
เยี่ยนเจาเจาถอนหายใจ
นางรีบเอาน้ำสำหรับอาบวางลงข้างกายหลับตาลงและถอดเสื้อผ้าของเยี่ยนเจาเจาออกเหลือเพียงชุดซับในหลังจากนั้นก็อุ้มเยี่ยนเจาเจาไปวางลงในถังไม้
ต่อมานางก็จับจ้องไปยังเยี่ยนเจาเจา
เห็นได้อย่างชัดเจนว่านางรับใช้ผู้อื่นไม่เป็นตัวอย่างเช่น เมื่อครู่นี้จะต้องถอดชุดซับในของเยี่ยนเจาเจาออกตอนนี้ก็ควรทำให้ตัวของเยี่ยนเจาเจาเปียก และปล่อยมวยผมก่อนการอาบน้ำ
“เจ้าทำเป็นหรือไม่?”
แววตาของเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเหม่อออกไปสายตาไม่กล้ามองเสื้อขาวบางที่เปียกไปด้วยน้ำบนร่างกายของเยี่ยนเจาเจา กระทั่งปลายหูก็ยังเป็นสีแดง
เยี่ยนเจาเจารู้สึกว่าช่างน่าสนใจทั้งยังรู้สึกโดยมิรู้ตัวว่าคนที่อยู่ตรงหน้ามีนิสัยเปิดเผย ในใจคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างใบหน้าจึงได้เผยรอยยิ้มออกมา
“เจ้ามิกล้าใช้ยาเพื่อทำให้ข้าสลบทั้งยังมิกล้าถอดเสื้อผ้าของข้าออกเพื่ออาบน้ำ แล้วข้าจะต้องการเจ้าไปทำไม? หากเจ้ามิอาจรับใช้ผู้อื่นได้เช่นนั้นก็กลับไปแล้วเปลี่ยนเอาคนใหม่มา”
เยี่ยนเจาเจาเอ่ยเสียงเบาแม้ว่าหน้าตาของนางจะดูสดใสอ่อนโยน แต่คำพูดที่กล่าวออกมากลับไม่มีความอดทนแฝงอยู่ในนั้น
เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าคิดขึ้นได้ทันทีบุคคลที่อยู่ตรงหน้ามิใช่ตัวละครที่จะสามารถหลอกได้ง่ายๆอีกทั้งสถานะตัวตนของนางยังสูงส่งอย่างยากที่จะนึกภาพออก หากทำเรื่องใดผิดพลาดหรือขาดหายไปเพียงสิ่งเดียวเกรงว่าอนาคตข้างหน้าคงยากที่จะลืมตาอ้าปากแล้ว
สีหน้าของนางซีดลงราวกับจะล้มมิล้มแหล่นางอ้าปากเพื่อจะอธิบาย แต่ก็พูดได้เพียง “เอ่อ” สองสามครั้ง ใบหน้าเริ่มแดงเห่ออีกครั้ง ในดวงตามีร่องรอยความวิตกกังวล
เยี่ยนเจาเจาราวกับกำลังชื่นชมภาพสาวงามที่กำลังจะร้องไห้แต่นางก็เพิ่งจะรู้สึกได้ว่าเด็กสาวผู้นี้พูดไม่ได้ เรียวคิ้วบางขมวดเข้าหากันราวกับมีเรื่องสงสัย “เจ้าพูดไม่ได้หรือ?”
น้ำตาของสาวใช้ผู้นั้นไหลพรากลงมา นางยืนก้มหน้าอยู่ตรงด้านข้างด้วยท่าทางอับอายเมื่อได้ยินเยี่ยนเจาเจาถามเช่นนั้นนางจึงพยักหน้ารับ
ดูเหมือนว่าสตรีผู้นี้จะเป็นใบ้
เป็นใบ้?
ตอนแรกเยี่ยนเจาเจาประหลาดใจอยู่บ้าง
คนเป็นใบ้ ตามหลักการแล้วมิอาจดูแลเยี่ยนเจาเจาอย่างดีได้คนพวกนั้นนำคนเป็นใบ้มารับใช้นาง กลัวว่านางจะล้วงถามเรื่องราวจากปากของสตรีผู้นี้อย่างนั้นหรือ?
แต่คนเหล่านั้นมิเข้าใจหรืออย่างไรบางครั้งเมื่อต้องการรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่จำเป็นว่าต้องเค้นถามออกมาจากปากเพียงอย่างเดียว
ดวงตาของเยี่ยนเจาเจาเผยรอยยิ้มอีกครั้งนางเอ่ยคำสั่งต่อสตรีผู้นั้นด้วยเสียงกระซิบ “สายคาดอกอยู่ที่หน้าอกด้านขวาหนึ่งเส้นอยู่ที่หน้าอกด้านซ้ายสองเส้น ก่อนอื่นเจ้าก็เอาสายคาดอกออกก่อนช่วยข้าเอาเสื้อด้านในและกางเกงชั้นในออกก็พอแล้ว”
เยี่ยนเจาเจาไม่ใช่คนชอบใช้อารมณ์อย่างที่เด็กสาวจินตนาการเอาไว้ในน้ำเสียงของนางยังมีความอบอุ่นด้วย เด็กสาวตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทำตามคำสั่งของเยี่ยนเจาเจาโดยการปลดเสื้อผ้าทั้งหมดออกไปทันที
ต่อมาก็เป็นเรื่องการอาบน้ำหากมิใช่เพราะเยี่ยนเจาเจามิอาจเคลื่อนไหวได้ ความจริงก็คงมีความสุขมากกว่านี้หากได้อาบเองทว่าเมื่อคิดถึงคนที่อยู่เบื้องหลังผู้นั้น แน่นอนว่าจะต้องมิเต็มใจให้นางได้กระทำอย่างอิสระเช่นนั้นเป็นแน่แต่ก็ยังดีที่มีสาวน้อยมาคอยช่วยทำความสะอาดร่างกายและสระผมให้
เยี่ยนเจาเจาเป็นคนรักความสะอาด หลายวันมานี้อากาศค่อยๆร้อนขึ้นเรื่อยๆ และนางเพิ่งจะได้อาบน้ำเป็นครั้งแรก นางรู้สึกว่าร่างกายของตนมีกลิ่นเหม็นมานานแล้วแต่ครั้งก่อนนางมิได้กล่าวออกมา
เยี่ยนเจาเจาต้องการให้สตรีคนนี้เห็นว่านางมิได้เพียงต้องการเด็กสาวผู้หนึ่งแต่นางใช้ไหวพริบที่มีเพื่อบอกกับคนที่จับตัวนางมาว่า ตัวนางมีสถานะที่สูงส่งมากเพียงใดหากเป็นการจับตัวนางมาเพื่อผลงาน เช่นนั้นก็จำเป็นต้องรับใช้นางให้ดีกว่านี้
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นมารับตำแหน่งเชลยแทนเยี่ยนเจาเจาเกรงว่าคนผู้นั้นคงจะมีความกังวลเกี่ยวกับชีวิตเป็นอย่างยิ่ง ไหนเลยจะเทียบได้กับเยี่ยนเจาเจาที่ยังมีจิตใจมานั่งต่อรองกับคนเหล่านี้อีก...นี่คือหนึ่งสิ่งที่เยี่ยนเจาเจาต่างจากคนอื่น
ยังดีที่คนเหล่านั้นมิใช่คนโง่สามารถเข้าใจความหมายที่เยี่ยนเจาเจาต้องการจะสื่อออกมาได้
แม้เด็กสาวผู้นี้จะพูดไม่ได้แต่ก็ดูเหมือนนางจะไม่ใช่คนที่มิรู้เรื่องรู้ราวไปเสียทั้งหมด และนอกเหนือจากสิ่งนี้เรื่องการทำงานก็ถือว่าจริงจังเป็นอย่างยิ่ง แม้จะดูไม่ค่อยมีทักษะในการช่วยเยี่ยนเจาเจาอาบน้ำเท่าไรนักแต่ก็เห็นได้ชัดว่านางพยายามทำอย่างเต็มกำลังแล้ว
หลังจากที่ช่วยเยี่ยนเจาเจาทำความสะอาดร่างกายเสร็จนางก็อุ้มเยี่ยนเจาเจากลับมาที่เตียงนอน ใช้ผ้าสะอาดเช็ดเรือนผมของเยี่ยนเจาเจาจนแห้ง
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว เด็กสาวก็ช่วยนวดบริเวณหูและไหล่ของเยี่ยนเจาเจาเบาๆหลายวันมานี้เยี่ยนเจาเจาถูกจับใส่หีบเอาไว้ ในหีบก็มิได้นุ่มสบาย มิอาจยืดแขนขาได้จึงเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดอาการปวดบวมขึ้น
ท่าทีระแวดระวังและยังไม่มีความเกรงกลัวใดๆของเด็กสาวคนนี้ ทำให้เยี่ยนเจาเจายิ่งรู้สึกสนใจมากขึ้นไปอีก
ท่าทางของเด็กสาวดูแล้วยังมิมีความกล้าเช่นผู้ใหญ่หากเปลี่ยนเป็นสาวใช้ที่เคยรับใช้เยี่ยนเจาเจาก่อนหน้านี้ คงเปิดขวดเล็กๆ นั่นแล้วนำผงกลีบดอกไม้ทำให้นางสลบไปตั้งแต่แรกแล้วเหตุใดต้องมารับใช้นางอย่างอ่อนโยนและทำให้นางรู้สึกถูกใจเช่นนี้กัน?
คนเหล่านั้นคิดอะไรอยู่ถึงได้ส่งเด็กสาวเช่นนี้มาให้นาง?
เด็กสาวที่เหมือนกับกระดาษที่ว่างเปล่าเช่นนี้ทางที่ดีที่สุดคือต้องควบคุมเอาไว้ ตลอดเส้นทางคนเหล่านั้นจะต้องปกป้องตนเองจนถึงที่สุดพวกเขาน่าจะรู้ดีว่าเยี่ยนเจาเจาเองก็มีความสามารถอยู่พอตัว จะปล่อยให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องเล็กน้อยเช่นนั้นขึ้นได้อย่างไร?
เยี่ยนเจาเจารู้สึกสนใจเด็กสาวคนนี้ยิ่งนักจึงเอ่ยปากถามออกไปในตอนที่เด็กสาวกำลังจัดเตรียมเตียงนอนให้นาง “หนูน้อย เจ้ามาที่ใดหรือ? แล้วเหตุใดจึงได้มารับใช้ข้า?เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”
ช่วงลมหายใจเฮือกเดียวแต่นางกลับถามคำถามออกไปหลายประโยคและเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเด็กสาวมีท่าทีกังวลขึ้นมาอีกครั้งนิ้วมือของนางพันกันโดยมิรู้ตัว ใบหน้าแสดงความขลาด แต่ท้ายที่สุดนางก็ยื่นมือออกมาชี้ไปที่ปากของตนเองเป็นสัญญาณบอกว่าพูดไม่ได้
เยี่ยนเจาเจาเพิ่งจะถามไปว่านางเป็นใบ้หรือไม่นางจึงเอ่ยถามเบาๆ พร้อมกับเอนตัวลงบนที่นอนนุ่มด้วยร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรง “ข้ารู้แล้วว่าเจ้าพูดไม่ได้ ที่ข้าถามเจ้ามิได้หมายความว่าจะต้องพูดให้ฟังเสียหน่อยเจ้ารู้หนังสือหรือไม่? เจ้าเขียนให้ข้าดู”