Chapter 11
ราตรีที่เจิดจ้า
“ทำไมเราถึงจะพูดไม่ได้กันเ้าซัมมอนเนอร์กระจอกคิดเอาตัวเรานั้นไปเทียบกับฮาล์ฟระดับต่ำๆ ที่เ้าใช้งานมันก็ออกจะเป็การดูแคลนกันไปหน่อยรึเปล่า?”
น้ำเสียงหวานละมุนนั้นยังคงเอ่ยขึ้นพร้อมกับดวงตาสีฟ้าสวยที่จ้องลงมาราวกับเป็ดวงตาของคนที่อยู่ในระดับสูงกว่าจ้องข่มลงมาแรงของมือขนาดใหญ่ั์ที่มีกรงเล็บแหลมคมนั้นกดน้ำหนักมากขึ้นจนโจ๊กต้องถึงกับออกมาอาการตาโตขึ้น
“ด...เดี๋ยวก่อน คิดจะฆ่ากันหรือไง...ฉ...ฉันเป็เ้านายของแกนะ!”
“เ้านาย?”ัขาวย้อนขึ้นเสียงสูงก่อนจะขยับหน้าไปจนแทบจะชิด“ซัมมอนเนอร์ระดับต่ำเตี้ยเฉกเช่นเ้าน่ะหรือจะมาเป็นายของเราได้ช่างน่าขันเสียจริง”
ว่าแล้วก็กดน้ำหนักขึ้นไปอีกขั้นทำเอาโจ๊กต้องกัดฟันแน่น แม้ความเ็ปจะไม่ได้สมจริงจนทรมานแต่มันก็ทำให้อึดอัดจนหายใจได้ลำบากเขาพยายามดิ้นรนจนดึงแขนออกมาจากพันธนาการได้ข้างหนึ่งซึ่งมันก็คือแขนขวาที่พยายามชูขึ้นเพื่อห้ามัขาวของเขา
“หือ?”
กระทั่งดวงตาสีฟ้าคู่สวยนั้นแลเห็นว่าแขนของเ้าซัมมอนเนอร์หนุ่มคนนี้นั้นมีอักขระเวทสีฟ้าสว่างจ้าอยู่เท่านั้นเองมันก็ส่งเสียงหึสูงขึ้นจมูกทันทีตรานั้นคือสัญลักษณ์พันธะสัญญาที่เหมือนกับเป็การตบหน้ามันได้เลยด้วยซ้ำ
“นี่มันตลกร้ายอะไรกันเ้าหย็องกรอดเนี่ยน่ะหรือเป็ผู้ทำพันธะสัญญากับเรา งี่เง่าสิ้นดี”
แม้จะพูดแบบนั้นแต่ัขาวก็ไม่ได้ลดแรงที่กดพันธนาการร่างของเ้าหนุ่มตรงหน้าลงไปเลย
“เราไม่รู้หรอกนะว่าเ้าไปทำวิธีไหนมาถึงได้สามารถหาการ์ดของเราไปครองได้เช่นนี้แต่แค่นั้นอย่าหวังว่าเราจะยอมทำตามคำสั่งของเ้าได้ง่ายๆ เลยหากให้เลือกระหว่างรับใช้ซัมมอนเนอร์ที่ไร้ค่าเฉกเช่นเ้าแล้วเราขอกลับไปนอนอย่างสงบๆในการ์ดเหมือนเคยยังจะดีเสียกว่า”
โจ๊กถึงกับเปิดตากว้างขึ้นมันเป็ที่ชัดเจนว่าเ้าัตัวนี้เพิ่งจะประกาสออกมาว่าจะไม่มีวันยอมทำตามคำสั่งของเขาโดยเด็ดขาดแม้ว่าก่อนหน้านี้เ้าันี้จะสามารถเอาชนะคิงสไลม์ไปได้แบบง่ายดายก็เถอะแต่นั่นมันน่าจะเป็เพราะเ้าเยลลี่นั่นมันโง่เองที่ซ่าไปชกข้ามรุ่นขนาดนั้น(แกก็ด้วยแหละโจ๊ก) ัขาวน่าจะโจมตีออกไปเพราะรำคาญมากกว่าฟังคำสั่งของเขา
“ย...อย่ามาพูดบ้าๆ นะแกเป็ฮาล์ฟไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงไม่ยอมทำตามคำสั่งของฉัน?”
โจ๊กได้แต่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดขัดถึงเขาจะเป็มือใหม่แต่ก็ไม่เห็นมันจะมีคำเตือนไหนๆเคยบอกเลยว่ามันมีฮาล์ฟที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งของเ้านายด้วย แน่นอนว่าคุณรินคนนั้นไม่น่าจะพลาดไม่สอนเขาในเื่นี้ได้สิ
เปรียะ!
แรงกดมหาศาลของเ้าัขาวนั้นทำเอาพื้นรอบด้านเริ่มจะแตกกระจายออกมาทีล่ะน้อยเช่นเดียวกับพลังชีวิตของโจ๊กที่ลดลงมาเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่าต่อให้เป็ฮาล์ฟที่เขาเรียกขึ้นมาเองนั้นมันก็สามมารถลดพลังชีวิตของเขาลงไปได้ หรือบางทีอาจจะฆ่าเขาให้ตายได้เลยด้วยซ้ำ
“ขอบอกให้รู้ว่าแค่ได้ทำพันธะสัญญาด้วยก็อย่าหวังจะคิดควบคุมจิตใจของเราได้เราขอย้ำอีกครั้งว่าเราไม่ใช่พวกฮาล์ฟระดับต่ำที่จะคอยเลียแข้งเลียขาเ้าโดยไม่มีแม้แต่คำคัดค้านจะส่งไปตายอย่างไรก็ได้หรอกนะ”
คำพูดนั้นทำให้โจ๊กต้องหรี่ตาลงเขากัดฟันแน่นพยายามจะใช้กำลังเฮือกใหญ่เพื่อเรียกเอาการ์ดสโนว์เบลออกมาเพื่อทำการดึงตัวของมันกลับเข้ามาในการ์ดอีกครั้งดูเหมือนเขาจะเรียกการ์ดออกมาได้ แต่ว่าเขาไม่อาจดึงตัวของัขาวให้กลับเข้าไปด้านในได้เสียอย่างนั้น
“หึ! เปล่าประโยชน์น่าเ้าซัมมอนเนอร์กระจอกตอนนี้มานาในตัวเ้ามีไม่ถึงสามหน่วยด้วยซ้ำการจะดึงตัวเรากลับไปในการ์ดนั้นมันจะต้องจ่ายมานาด้วยพลังที่เท่ากับตอนอัญเชิญออกไปเสียก่อนหากเื่ง่ายๆ แค่นี้เ้ายังไม่รู้ เ้ามันก็แค่พวกมือสมัครเล่นที่ไร้ฆ่าสิ้นดี”พูดแล้วัขาวก็ถอนใจออกมายาวเหยียด “ให้ตายเถอะทำไมดวงของเรามันถึงได้ซวยเช่นนี้นะต้องมาทำพันธะสัญญากับเ้าซัมมอนเนอร์มือใหม่ฝีมือไม่ได้เื่แบบนี้...ป่านนี้เ้าหกตัวนั้นคงจะได้ทำพันธะสัญญากับซัมมอนเนอร์ชั้นยอดกันไปหมดแล้วแน่ๆ”
โจ๊กแทบจะไม่เข้าใจถึงคำบ่นของัขาวแม้แต่น้อยแต่ก็ตัดใจเื่ที่พยายามจะเอามันกลับเข้าไปในการ์ดแล้วเพราะหากนั่นเป็เื่จริงมันก็หมายความว่าอีกหลายนาทีเลยกว่าเขาจะมีมานาพอที่จะดึงเ้าัขาวนี้กลับไปซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นหากเขาไม่ทำอะไรซักอย่างล่ะก็เขาอาจจะโดนมันฆ่าตายเอาก่อนก็ได้
ซึ่งดูทรงแล้วมันคงจะทำจริงแน่ๆ!
“ใจเย็นๆ ค่อยๆพูดกันก่อนก็ได้นะสโนว์เบล” โจ๊กเริ่มเปลี่ยนน้ำเสียงไป“อันดับแรกช่วยเอาขาของแก...ไม่สิขาของเธอออกไปก่อนจะได้มั้ย?”
ดูแล้วมันก็ค่อนข้างจะได้ผลน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นทำให้ัขาวชะงักก่อนจะก้มลงมามองใกล้ๆ อีกครั้ง
“ก็บอกแล้วไงว่าเ้ามีสิทธิ์อะไรมาสั่งเราไม่ทราบ?”
“ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็คำขอต่างหากขอร้องล่ะช่วยเอามันออกไปทีเถอะ จะได้คุยกันสะดวกๆ หน่อย”
ได้ยินดังนั้นแล้วัขาวก็นิ่งไปพักหนึ่งสุดท้ายมันจึงส่งเสียง “จิ๊!”ออกมาเบาๆ กระทั่งน้ำหนักที่กดร่างของชายหนุ่มเอาไว้ลดลงพร้อมกับเท้าที่ยกออกมาในที่สุดเท่านั้นเองโจ๊กจึงถอนใจออกมาอย่างโล่งอกเป็ที่สุดเขาพยายามควบคุมสติของตัวเองให้มั่นคงที่สุดอันดับแรกต้องไม่พยายามทำท่าเหมือนตื่นกลัวให้มากนักแม้ว่าตอนนี้จะมีอสูรกายขนาดใหญ่ั์ถึง 15 เมตรกำลังจ้องลงมาเขม็งก็ตามที!
“อันดับแรกเลยนะ...ทำไมเธอถึงพูดได้ล่ะ?” โจ๊กถามขึ้น
“หา?แล้วทำไมเราถึงต้องพูดไม่ได้ล่ะ?” ว่าแล้วก็ขยับหน้าเข้าไปจนชิดทำเอาโจ๊กต้องใช้สองมือพยายามผลักต้านเอาไว้ “เราคนนี้คือ สโนว์เบล หนึ่งใน 7 ัผู้ควบคุมทุกสรรพสิ่งเชียวนะนี่เ้ายังคิดเอาตัวเราไปเปรียบเทียบกับพวกฮาล์ฟกระจอกๆ ของเ้าอีกเช่นนั้นหรือแบบนั้นถือเป็การดูแคลนต่อเราคนนี้มาก!”
“แล้วจะโกรธทำไมเล่าก็ฉันไม่รู้จักไอ้ 7 ัผู้ควบคุม อะไรนั่นนี่”
ัขาวต้องถอนใจออกมายาวๆลมหายใจของเธอนั้นทำให้โจ๊กต้องผงะได้เลยด้วยซ้ำกระทั่งัตรงหน้ายอมถอยออกมามาในที่สุดดวงตาของมันจ้องมองโจ๊กเขม็งราวกับกำลังจะพินิจอะไรบางอย่าง
“แล้วเหตุใดเ้าจึงอัญเชิญเราคนนี้ขึ้นมากันซัมมอนเนอร์?”ัเป็ฝ่ายถามบ้าง “อย่าบอกนะว่าคิดจะเรียกเราคนนี้ขึ้นมาเล่นๆเพื่อทดสอบกำลังของตนเอง?”
“เป็ไปได้ฉันก็ไม่อยากจะเรียกเธอออกมานักหรอก”โจ๊กตอบทันที “แต่ว่าฉัน้าให้เธอช่วยต่อสู้กับมอนสเตอร์ให้ก็เท่านั้นเอง”
“ต่อสู้?”ว่าแล้วัขาวก็ชูคอขึ้นและมองไปรอบๆ “ไหนกันล่ะคู่ต่อสู้ของข้า?”
“หะ?” โจ๊กชะงักงันไป“เธอก็ฆ่ามันไปแล้วไง ไอ้สไลม์สีฟ้าที่โดนกระทืบจนเละ”
“หา?”
ัขาวถึงกับลากเสียงออกมายาวเหยียดทันทีเธอขยับเข้ามาจ้องมองชายหนุ่มใกล้ๆ อีกครั้ง
“ไอ้ก้อนน้ำโง่ๆที่ข้าเหยียบจนเละเป็ซากนั่นน่ะหรือศัตรูที่เ้าอยากจะให้ข้าช่วยจัดการให้?”ว่าแล้วมันก็ถอนใจออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนใจเป็ที่สุด “โอ้ย...นี่ยังแย่กว่าที่เราคิดไว้เสียอีกนะเนี่ยกระทั่งมอนสเตอร์ชั้นต่ำแค่นั้นเ้ายังไม่มีปัญญาที่จะเอาชนะได้ด้วยซ้ำ”
“ก็เลเวลมันห่างกันซะขนาดนั้น....”
โจ๊กพยายามจะคัดค้านตามหลักความจริงที่ว่าเขาเป็ทั้งมือใหม่ที่มีแต่การ์ดเลเวล1 ทั้งนั้น ซ้ำศัตรูก็มีเลเวลมากกว่าตั้งไม่รู้กี่เท่าแล้วจะให้เขาไปเอาชนะมันได้ยังไงกัน แต่พอนึกย้อนไปมาเ้าัขาวตัวนี้ก็มีเลเวลแค่ 1 เหมือนกัน แต่มันกลับใช้แค่การกระทืบเท้าไปทีเดียวก็จัดการมอนสเตอร์สุดโหดตัวนั้นได้แล้ว
เขาก็เลยตัดสินใจที่จะไม่เถียงในส่วนนี้ไปจะดีกว่า
เห็นท่าทีนิ่งเงียบไปแบบนั้นแล้วสโนว์เบลจึงถอนใจออกมาอีกคำรบ
“เื่นั้นช่างมันก่อนเถอะ ไหนๆเ้าก็เรียกเราออกมาแล้ว ไหนล่ะของกำนัลที่เ้าจะนำมันมาบำเรอแกเรา?”
“หะ? ของกำนัล?” โจ๊กเลิกคิ้วขึ้น“ม...หมายถึงอะไรงั้นเหรอ?”
ตูม!!!
สิ้นคำถามนั้นเองัขาวก็กระทืบพื้นไปเต็มแรงเล่นเอาโจ๊กถึงกับลอยขึ้นมาจากพื้นได้วูบหนึ่งเลยด้วยซ้ำกระทั่งเ้าตัวรีบยกมือขึ้นมาปรามให้ฝั่งตรงข้ามใจเย็นๆ ลงก่อน
“นี่เ้าบังอาจเรียกเราคนนี้ให้ออกมาจากการ์ดแต่กลับไม่มีของกำนัลใดๆ นำมาให้แก่เราเลยงั้นเหรอ นั่นถือเป็การดูิ่เรานักเ้าอยากจะตายนักหรือไงเ้าซัมมอนเนอร์”
พูดแล้วมันก็ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ๆรูม่านตาที่หดเล็กลงนั้นแสดงให้เห็นชัดถึงการข่มขู่ที่ทำให้โจ๊กต้องขนลุกซู่เขารีบโบกมือเป็พัลวันทันที
“ด...เดี๋ยวๆ มีๆถ้าของแบบนั้นล่ะก็ฉันมีอยู่เหมือนกัน”
เขาพูดพลางยกมือให้ฝั่งตรงข้ามใจเย็นลงแม้ท่าทางมันจะเหมือนตอนที่เ้านายกำลังยกมือเพื่อให้หมาที่ตนเลี้ยงนั้นมันสงบลงก่อนที่จะหันมาแว้งกัดเ้านายก็ตามทีว่าแล้วเขาก็เปิดหน้าต่างไอเท็มขึ้นมาทันควันใจก็ไม่นึกหรอกว่ามันต้องมีไอเท็มอะไรที่เอามามอบตอบแทนให้กับฮาล์ฟของตัวเองหลังจากใช้งานแบบนี้ด้วย
เขาเองก็นึกขึ้นมาได้ว่าก่อนจะเดินทางมาลุยกับเ้าคิงสไลม์นั้นเขาได้รับไอเท็มชิ้นหนึ่งที่แถมมาจากร้านขายของก่อนหน้านี้ซึ่งก็คือ “บลูเบอร์รี่ชีสเค้ก”ที่เป็ไอเท็มสำหรับให้ซัมมอนเนอร์กินเพื่อที่จะลดคูลดาวน์ในการใช้งานการ์ดลงโจ๊กเองก็ไม่แน่ใจว่าของแบบนี้ฮาล์ฟมันจะกินได้รึเปล่าแต่อย่างน้อยมันก็อาจจะช่วยทำให้ยัยัจอมเอาแต่ใจตัวเองนี้หายหงุดหงิดไปได้บ้าง
“นี่ไง ชีสเค้ก คงจะได้ใช่มั้ยล่ะ?”
“ชีสเค้ก?”
ัขาวเอียงคอนิดๆคล้ายสงสัยว่าของที่ว่านั้นคืออะไร กระทั่งโจ๊กเปลี่ยนการ์ดใบนั้นให้กลายเป็เค้กหนึ่งชิ้นที่มีขนาดพอๆกับฝ่ายมือของเขา เห็นดังนั้นแล้วัขาวก็ถอนใจ
“อาหารงั้นรึ?” มันพูดแบบเซ็งๆ“แล้วชิ้นเล็กแค่นี้มันจะไปพอยาไส้อะไร....”
แม้จะพูดแบบนั้นมันก็งับเอาเค้กดังกล่าวเข้าปากไปจนเกือบจะกัดแขนของชายหนุ่มขาดไปทั้งพวงด้วยซ้ำนี่อาจจะเป็ประสบการครั้งแรกในการป้อนอาหารให้ัสำหรับโจ๊กก็ได้ซึ่งหากเลือกได้เขาว่ามันคงจะไม่มีครั้งที่สองอีกต่อไปแล้วล่ะ
เ้าัขาวใช้เวลาเคี้ยวเค้กก้อนเล็กๆนั้นอยู่นานโข ราวกับพยายามจะลิ้มรสกับอาหารชิ้นจิ๋วในปากได้อย่างยากลำบากและในตอนนั้นเองที่ดวงตาของมันเปิดโตขึ้นกว่าเคยหากโจ๊กตาไม่ฝาดเขาจะรู้สึกได้เลยว่าดวงตาสีฟ้าคู่สวยนั้นมันกำลังส่องประกายแวววาวเลยด้วยซ้ำ
“เอามาอีก!”
มันพูดเสียงใสพลางขยับหน้าเข้าไปใกล้
“หา? ว่าไงนะ?” ชายหนุ่มชะงักไป
“เอาไอ้สิ่งที่เรียกว่าเค้กนั่นมาอีกเดี๋ยวนี้”
“ไม่มีแล้ว” เขาโบกมือหย็อยๆ“ฉันมีติดตัวอยู่แค่ก้อนเดียวเท่านั้นล่ะถ้าอยากจะได้อีกก็คงต้องไปซื้อในเมืองเท่านั้น .....นี่เธอชอบมันเหรอ?”
พอได้ยินคำว่า “ชอบ”เท่านั้นเองเ้าัก็ชะงักงัน กลับไปชูคอขึ้นสูงอีกครั้งก่อนจะเมินหน้าไปทางอื่น
“ก...ก็ไม่ชอบอะไรมากมายนักหรอกแค่มันทำให้ข้ารู้สึกหิวขึ้นมาก็เท่านั้นเอง”
ก็ชอบเห็นๆ เลยไม่ใช่หรือไงล่ะ?
โจ๊กคิดในใจแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา
“หือ?”
ทว่าในตอนนั้นเองที่จู่ๆัสาวก็ชะงักไป มันหันกลับไปมองตรงด้านหลังของโจ๊กเขม็งราวกับเห็นอะไรซักอย่างอยู่ตรงนั้นชายหนุ่มจึงรีบหันไปมองตาม กระทั่งได้เห็นตัวอะไรซักอย่างค่อยๆย่องเข้ามายังจุดที่พวกเขาอยู่อย่างช้าๆ มิหนำซ้ำยังมากันในจำนวนมากเป็สิบๆไม่สิ...อาจจะเกิน 50 ตัวได้เลยด้วยซ้ำ
“อะไรน่ะ...”
โจ๊กรีบดันตัวลุกขึ้นยืนเห็นได้ชัดเลยว่าเ้าสิ่งมีชีวิตพวกนั้นไม่ใช่มนุษย์ดวงตาสีแดงฉานของพวกมันสว่างสะท้อนจ้าขึ้นมากับความมืดใน่รัตติกาลสัตว์ปีศาจที่ตัวใหญ่ราวสองเมตร ยื่นด้วยสีขามีขนสีขาวยาวฟูดูแล้วก็มีลักษณะคล้ายกับหมาป่าไม่มีผิด ต่างกันก็แค่ขนาดตัวของมันที่ใหญ่จนน่ากลัวซ้ำยังมากันเป็ฝูงเบ้อเร่อ
“มูนวูลฟ์งั้นเหรอ?”
สโนว์เบลพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขึ้นจมูกนิดๆคล้ายไม่ยี่หระเลยแม้แต่น้อย
ทว่าในรายของโจ๊กนั้นกลับค่อยๆก้าวถอยหลังมาอย่างหวาดระแวง
“ทำไมแถวนี้ถึงได้มีมอนสเตอร์แบบนี้ด้วยล่ะก็ก่อนหน้านี้ฉันมาสำรวจแล้วนี่แถวนี้มันควรจะเป็ป่าที่มีแต่มอนสเตอร์ตัวเล็กๆที่ไม่อันตรายสิ?”
ใช่ในตอนที่ยังเป็่กลางวันอยู่นั้นมอนสเตอร์ในป่ามีแต่ตัวน่ารักๆ อย่างพวกหมูป่าหรือ เห็ดหลากหลายสีที่ะโดึ๋งดั๋งไปมาเท่านั้นแต่ไอ้พวกหมาป่าตัวใหญ่เกือบสองเมตรแบบนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“มูนวูลฟ์เป็มอนสเตอร์ที่ออกหากินตอนกลางคืนเพราะฉะนั้นกลางวันมันก็ไม่โผล่หัวออกมาให้เ้าเห็นหรอกถ้าแค่มอนสเตอร์ที่หากินตอนกลางคืนยังไม่รู้จัก เ้านี่มันก็ห่วยแตกจริงๆ”
สโนว์เบลพูดอธิบายพร้อมกับตอกหน้าเข้าให้เท่านั้นเองโจ๊กจึงรีบเปิดหน้าต่างข้อมูลขึ้นดูแลเห็นว่าเ้ามูนวูลฟ์พวกนี้มีเลเวลสูง 20 เลยทีเดียวแน่นอนว่ามันไม่ใช่มอนสเตอร์ที่เขาจะรับมือได้ง่ายๆ แน่
“งั้นเราต้องหนีแล้วมั้ง?”
“หนี?”ัขาวย้อนคำพร้อมกับเสียงหัวเราะหึ “ทำไมเราจะต้องหนีพวกมันด้วย”
สโนว์เบลเพียงชูคอขึ้นกระทั่งจ้องมองเ้าหมาป่าแสงจันทร์ฝูงใหญ่ตรงหน้าที่ส่งเสียงขู่ในลำคอและค่อยๆขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆเป็ที่ชัดเจนว่าพวกมันเตรียมพร้อมที่จะบุกเข้ามารุมเล่นงานได้ทุกเมื่อ
“กะอีแค่สัตว์หน้าขนชั้นต่ำพวกนี้มันไม่ใช่ปัญหาที่เราจะต้องกังวลเลยแม้แต่น้อยอีกอย่างตัวเรานั้นเกลียดที่สุดเลยก็คือไอ้พวกที่ไม่รู้จักเจียมตัวเองแบบนี้”
สิ้นเสียงนั้นเหล่าสัตว์ร้ายก็วิ่งสุดกำลังตรงดิ่งเข้ามาหมายที่จะเล่นงานัขาวตัวนี้ที่บังอาจบุกรุกเข้ามาในถิ่นของพวกมันซ้ำยังทำลายป่าให้พังไปเป็แถบๆอีกด้วย สโนว์เบลส่งเสียงหึขึ้นจมูกกับความท้าทายครั้งนี้มันอ้าปากกว้างขึ้นก่อนจะมีลำแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับบีบอัดรวมตัวกันอยู่ตรงนั้น
“ด...เดี๋ยวก่อนนั้นเธอจะทำอะไรสโนว์เบล!?”
โจ๊กพยายามจะถามเพราะเขายังไม่ทันจะได้ออกคำสั่งใดๆ ด้วยซ้ำ เ้าัตัวนี้ก็คิดจะทำอะไรบ้าๆ ออกไปอีกแล้วซึ่งก็ไวเท่าความคิดนั่นล่ะประกายแสงที่ถูกบีบอัดเป็ลูกพลังนั้นถูกยิงออกไปจากปากของมันอย่างรุนแรงก่อนจะกวาดล้างหมาป่าแสงจันทร์ทุกตัวที่วิ่งเข้ามาให้หายวับไปในพริบตา
ลำแสงนั้นพุ่งกวาดป่าให้กลายเป็หลุมยาวลึกออกไปก่อนที่มันจะเชิดคอขึ้นส่งให้ประกายแสงสีขาวนั้นพุ่งขึ้นไปบนฟ้าเปลี่ยน่ราตรีให้กลายเป็ท้องฟ้าที่สว่างเจิดจ้าที่สุดได้ในพริบตา
ทุกสรรพเสียงนั้นสงบลงพร้อมกับเศษซากแห่งความพินาศที่ทิ้งเป็ร่องรอยยาวลึกไปไกลหลายกิโลเมตร
พลังทำลายมหาศาลที่ว่านั้นทำเอาโจ๊กก็เปิดตากว้างขณะที่เงยหน้าขึ้นจ้องมองเ้าัตัวแสบอีกครั้ง
“นี่เธอทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย?”
“ทำอะไร?” ัขาวย้อนถามงงๆ“นี่เ้าตาบอดหรือยังไงกัน ก็เห็นๆอยู่ว่าเราเพิ่งจะฆ่ามูนวูลฟ์ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงพวกนั้นไปน่ะสิ”
“ไม่ใช่แบบนั้นถ้าจะจัดการพวกมันก็ไม่เห็นต้องยิงลำแสงให้ป่าพังไปเป็แถบๆ แบบนี้เลยนี่?”
“ช่างมันประไรทำไมเราต้องสนเื่นั้นด้วย?” ัขาวเชิดหน้าขึ้น“หรือเ้า้าที่จะให้เราปล่อยให้หมาป่าพวกนั้นมาขย้ำคอของเ้ายังจะดีกว่างั้นหรือท่าทางเ้าจะมีโรคประสาทอ่อนๆ พอดูเลยนะ?”
“ไม่ใช่เว้ย”
โจ๊กได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับอย่างอ่อนใจนอกจากจะคุยกันแทบไม่รู้เื่แล้วเ้าับ้านี่ยังเอาแต่อารมณ์ของตัวเองแบบสุดๆ เลยด้วย
“เื่นั้นช่างมันก่อนเถอะเราก็บอกไปแล้วนี่ว่าเราอยากจะได้สิ่งที่เรียกว่าเค้กนั่นอีกน่ะ?” ัขาวพูดขึ้น
“ก็บอกแล้วไงว่าตอนนี้น่ะไม่มีให้หรอกถ้าอยากได้ก็ต้องไปซื้อเอาในเมืองโน่นแหละ!”โจ๊กแย้งขึ้นเสียงดัง
“ถ้างั้นก็จงไปซื้อมันมาให้กับเราเดี๋ยวนี้ถ้าเกิดว่าเ้านำมันมาให้กับเราล่ะก็ บางทีเราอาจจะยอมระเว้นไม่ถือสาเื่ที่เ้าดูิ่เราก่อนหน้านี้ให้ก็ได้นะ”
“หา?”
แล้วเขาไปดูิ่แม่เ้าประคุณตอนไหนวะนั่น?
ในทางกลับกันคงจะเป็คุณเธอด้วยซ้ำที่เล่นงานเขาอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้น่ะแถมยัยันี่ยังฆ่าฮาล์ฟของเขาทิ้งอย่างไม่มีเหตุผลอีกด้วย ยิ่งคุยด้วยยิ่งรู้สึกหงุดหงิดชอบกล
“นั่นไงๆ ตรงนั้นแหละเมื่อกี้ก็มีแสงอะไรสว่างจ้าขึ้นมาก็ไม่รู้!”
กระทั่งมีเสียงของใครซักคนแว่วมาจากทางด้านหลังเท่านั้นเองโจ๊กจึงสะดุ้งโหยงรีบหันไปมอง กระทั่งได้เห็นแสงไฟเป็จุดๆ อยู่ในป่าตรงหน้าคาดว่าคงจะเป็ซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ ที่ได้ยินเสียงของยัยันี่อาละวาดแน่ๆถึงได้พากันมาสำรวจถึงที่ขนาดนี้
“ซวยล่ะสิผู้เล่นคนอื่นเริ่มจะรู้ตัวกันแล้ว” โจ๊กรำพึงขึ้น“เราต้องรีบหนีไปจากตรงนี้แล้วนะสโนว์เบลขืนคนพวกนั้นมาเห็นเธอตอนนี้ล่ะก็ซวยแน่ๆ”
หือ? อ๋อ ซัมมอนเนอร์พวกนั้นน่ะเหรอ?”
ัขาวหันกลับไปมองคาดว่าดวงตาันั้นคงจะเห็นร่างของมนุษย์เดินลุยป่ามาหาชัดเจนแน่ๆเธอจึงทำเสียงคล้ายไม่ยี่หระแม้แต่น้อย
“แล้วทำไมเราจะต้องหนีซัมมอนเนอร์พวกนั้นด้วยหรือพวกมันคิดจะมาเล่นงานเรา ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกมันมาเลยเราจะเป่าให้กระจุยเป็ซากเอง”
ว่าแล้วก็ตั้งท่าจะยิงลำแสงทำลายล้างแบบเมื่อกี้ออกมาอีกครั้งแน่นอนว่ามันย่อมไม่ใช่เื่ดีแน่ๆที่จะปล่อยให้ยัยันี้อาละวาดอย่างไร้เหตุผล กับมอนสเตอร์มันก็ว่าไปอย่างแต่กับผู้เล่นด้วยกันนี่คงไม่เหมาะเท่าไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากผู้เล่นด้วยกันฆ่ากันตายในอาเคเดียมันจะมีบทลงโทษอะไรรึเปล่า
“ไม่ได้นะ!” โจ๊กรีบแย้ง “เราต้องรีบหนีไปจากที่นี่ด่วนที่สุดห้ามทำร้ายพวกเขาเด็ดขาด”
“เราก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง....เ้ามีสิทธิ์อะไรมาออกคำสั่งกับเราหือ?”
โดนย้อนกลับมาแบบนี้แล้วยิ่งปวดหัวใหญ่ไอ้ครั้นจะเก็บยัยนี่กลับเข้าไปในการ์ดมานาของเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะใช้งานเสียอีก
“ขอร้องล่ะช่วยพาฉันหนีไปทีเถอะเดี๋ยวจะซื้อเค้กพวกนั้นให้เป็สิบๆ ชิ้นเลย!”
คำขอนั้นส่งให้ัขาวชะงักไปมันชำเลืองไปมองพวกซัมมอนเนอร์คนอื่นๆ ที่กำลังเดินใกล้เข้ามากระทั่งก้มลงมองคนที่เป็ “เ้านาย” ของมันสุดท้ายมันก็ถอนใจออกมายาวเหยียดก่อนจะใช้มือคว้าเอาร่างของโจ๊กมากำเอาไว้
“ด..เดี๋ยวก่อน นั่นเธอจะทำอะไรน่ะ?”
“ก็เ้าอยากจะให้เราพาหนีไปจากพวกนั้นไม่ใช่หรือไงล่ะ?”
คำตอบสั้นๆ จากัขาวนั้นดังควบคู่มาพร้อมกับปีกที่สยายกว้างออกทันทีร่างมหึมานั้นพุ่งทะยานขึ้นไปจากพื้นดินอย่างรวดเร็วจนโจ๊กได้แต่กัดฟันกรอดสายลมรุนแรงพัดกระแทกใบหน้าของเขาจนแทบจะลืมตาไม่ขึ้นกว่าจะรู้ตัวอีกครั้งร่างของเขาก็บินอยู่บนท้องฟ้าเสียแล้ว
พื้นดินด้านล่างช่างดูห่างไกลเสียเหลือเกินขณะที่แรงะเืเล็กๆ นี้ทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้ยังไงชอบกลกระทั่งเงยหน้าขึ้นไป้าจึงได้เห็นร่างของเ้าัขาวนั้นกำลังสยายปีกบินอยู่บนท้องฟ้าที่ฉาบไปด้วยแสงจันทร์
“ด...เดี๋ยวก่อนซี่ ถ้าจะบินล่ะก็อย่างน้อยก็ให้ฉัน ...ไปอยู่บนหลังเธอดีๆ ได้มั้ย?”
โจ๊กร้องขอเพราะตอนนี้เขาถูกจับเอาไว้ด้วยมือของมันเหมือนกับเป็หนูที่ถูกเหยี่ยวจับเป็อาหารยังไงก็ไม่รู้!
“เหอะ! คิดจะขึ้นมานั่งบนหลังของสโนว์เบลคนนี้งั้นรึฝันไปเถอะเ้าซัมมอนเนอร์กระจอกอย่างเ้าน่ะแค่ข้ายอมเสียมือจับขึ้นมาด้วยก็ถือว่าเป็บุญเท่าไรแล้ว”
โดนตอกหน้ากลับมาแบบนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรออกมาดีดวงตาของเขาได้แต่ก้มลงมองไปด้านล่างแลเห็นว่าบินห่างออกมาจากป่าซิลกี้นั้นมากพอจนไม่ต้องกังวลอะไรอีกต่อไปแล้วทิวทัศน์จากมุมสูงเสียดท้องฟ้านั้นช่างเป็อะไรที่ไม่คุ้นชินเสียเท่าไรนักมันก็พูดยากเหมือนกันว่าแบบนี้จะเรียกว่าวิวสวยได้รึเปล่า
แต่ที่แน่ๆมันไม่ใช่การเดินทางที่สะดวกสบายเอาเสียเลย!
กระทั่งบินไปได้ไม่นานนักร่างของเขาก็ถูกหอบเอามาจนถึงูเาซักลูกหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรเ้าัขาวบินโฉบขึ้นไปบนยอดของูเา ก่อนจะทิ้งตัวลงไปจอดบนนั้นอย่างหนักหน่วงแรงะเืนั้นทำให้มอนสเตอร์หลายตัวถึงกับตื่นตัวไปตามๆ กันหนึ่งในนั้นน่าจะเป็มอนสเตอร์นกั์อะไรซักอย่างที่นอนอยู่บนรังของมันซึ่งมีกระดูกของสิ่งมีชีวิตวางกองเต็มไปหมดมันชูคอขึ้นตั้งท่าจะส่งเสียงร้องขึ้นมาเพื่อขู่ผู้บุกรุก
“เกะกะ”
สโนว์เบลก็เลยพูดเพียงสั้นๆก่อนจะตวัดหางตบใส่เ้านกั์ตัวนั้นจนกระเด็นไปกระแทกติดกำแพงตายคาที่ไปเลยทีเดียวโจ๊กได้แต่มองตาค้างก่อนที่เขาจะโดนโยนลงไปบนพื้นอย่างไร้ความปราณี
“โอ้ย....เบามือหน่อยสิฉันเป็เ้านายของเธอนะ!”
ชายหนุ่มร้องขึ้น ซึ่งดูเหมือนัขาวจะไม่สนใจในคำพูดนั้นเลย
“ริอ่านจะมาเป็เ้านายของเรางั้นเหรอเร็วไปร้อยปีได้มั้ง”
มันพูดแบบไม่ใส่ใจก่อนจะหันหลังเดินไปอีกด้านหนึ่งทันที
“เดี๋ยวๆ แล้วนั่นเธอจะไปไหน?”
“ร่างันี่มันกินพลังเป็บ้าขอเรากลับร่างเดิมก่อนก็แล้วกัน”
สิ้นคำพูดนั้นแล้วจู่ๆร่างของัขาวก็สว่างจ้าขึ้นมาเสียจนโจ๊กต้องยกมือขึ้นป้องดวงตาของเขาเอาไว้ทันทีชายหนุ่มพยายามที่จะหรี่ตามองให้ชัดๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นตรงหน้ากันแน่และหากตาของเขาไม่ฝาดร่างของัตัวใหญ่ั์เกือบ 15 เมตรนั้นกำลังค่อยๆหดตัวเล็กลงทีล่ะน้อย ก่อนจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ไปอย่างชัดเจน
กระทั่งกลับกลายเป็อะไรที่ทำให้เขาต้องจ้องแบบนิ่งงันไป
“เฮ้อ....ค่อยสบายตัวหน่อย”
พูดแล้วก็เป่าปากโล่งใจกระทั่งสโนว์เบลนั้นหันกลับมาและเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้านั้นอึ้งค้างไปแล้ว
“เป็อะไรของเ้าไปอีกล่ะทำไมทำหน้าตาทุเรศๆ แบบนั้น?”
คำถามนั้นทำให้โจ๊กได้สติก่อนจะชี้นิ้วไปทางต้นเสียงหวานๆ ตรงหน้า
“น...นี่เธอคือสโนว์เบลงั้นเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ อ๋อ...คงจะอึ้งในรูปลักษณ์ที่งดงามของเราอยู่ล่ะสิท่า หึๆๆมันก็แน่อยู่ต่อให้เป็ซัมมอนเนอร์กระจอกแค่ไหน แต่ความงามของเรามันก็เจิดจ้าจนเ้ายังััถึงมันได้สินะ”
พูดแล้วเธอก็เชิดริมฝีปากขึ้นเป็รอยยิ้มกว้างและเป็รอยยิ้มที่สวยที่สุดเท่าที่โจ๊กเคยเห็นมา
ก็อยากจะแย้งอะไรออกไปหรอกนะ แต่คำว่า“งดงาม” นั้นก็ไม่ใช่คำพูดอะไรที่เกินเลยไปแม้แต่นิดเดียวยามนี้ไม่มีร่างของอสูรกายตัวั์ที่น่าเกรงขามอีกต่อไปแต่กลับกลายเป็ร่างบอบบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่มายืนแทนที่พร้อมกับเรือนผมสีขาวที่ปลิวไสวไปกับสายลมและสะท้อนกับแสงจันทร์ในยามราตรีดวงตาสีฟ้าคู่สวยนั้นจ้องมองกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจพองโต
หญิงสาวร่างบางนั้นสวมชุดเดรสสีขาวดูบริสุทธิ์ยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้ามาหาโจ๊กใกล้ๆและขยับใบหน้าเข้ามาหาจนแทบจะชิดกันด้วยซ้ำ
“เ้าสัญญาแล้วนะว่าจะนำสิ่งที่เรียกว่าเค้กนั่นมาให้เราเป็สิบๆชิ้นจริงๆ น่ะ?”
“หะ?”
ชายหนุ่มชะงักไปเกือบจะโดนดวงตาสีฟ้าคู่สวยนั้นสะกดให้ต้องมนตร์ไปแล้วด้วยซ้ำแต่เขาก็ตั้งสติได้รีบชะงักพยายามจะดึงตัวถอยห่างแต่มือเรียวสวยนั้นกลับดึงคอเสื้อของเขาเอาไว้ไม่ยอมให้หนีไปไหนได้
“ไม่ต้องมาทำงงเลยก็เมื่อกี้เ้ารับปากเราแล้วว่าจะนำของกินที่เรียกว่า เค้ก นั่นมาให้เราอีกน่ะ?”
“ด...ได้สิๆ เดี๋ยวจะเอามาให้เยอะๆเลย ไม่ต้องห่วง”
ได้ยินดังนั้นแล้วหญิงสาวก็เผยรอยยิ้มขึ้นอย่างยินดีก่อนที่จะยอมปล่อยมือจากคอเสื้อของเขาในที่สุดสบโอกาสให้โจ๊กรีบถอยห่างออกมาเพื่อตั้งหลักทีแรกได้เห็นเ้าัสีขาวมาออกอาละวาดจนพังพินาศไปเป็แถบๆ ก็ว่าอึ้งแล้วแต่การได้เห็นเ้าัตัวนั้นแปลงร่างกลายเป็หญิงสาวน่ารักตรงหน้าได้เนี่ย...มันช็อคมากกว่าเป็สิบๆ เท่า
“นี่เธอคือสโนว์เบลจริงๆ น่ะเหรอแล้วทำไมถึงได้แปลงร่างเป็มนุษย์ได้ด้วยล่ะ?”
“โอ้ยเ้านี่ถามอะไรซอกแซกน่ารำคาญจริงๆ” หญิงสาวพูดพลางทำหน้างอและยกมือขึ้นเท้าสะเอว“เราจะทำอะไรได้หรือแปลงร่างเป็อะไรได้เ้าจะรู้มันไปทำไมกันก็บอกแล้วไงว่าอย่าเอาเราไปเทียบกับพวกฮาล์ฟกระจอกๆ ของเ้าน่ะ”
ว่าแล้วเธอก็เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีไอ้ตอนเป็ัก็รู้สึกแล้วนะว่าแม่เ้าประคุณเธอนี่ชอบข่มชาวบ้านเขาน่าดูแต่พอเปลี่ยนร่างมาเป็มนุษย์แล้วมันชัดเลยล่ะว่า...ใช่ยัยนี่น่ะสายราชินีชัดๆ
“มองเราด้วยสายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกันเ้าโง่?”
“เปล่านี่” โจ๊กแย้งอย่างอ่อนใจ
“ว่าแต่เ้าน่ะชื่ออะไร?”
คำถามนี้เองส่งให้โจ๊กต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กๆก่อนจะถอนใจ
“โจ๊กเกอร์”
“โจ๊กเกอร์? เป็ชื่อที่พิลึกดีแต่เราก็จะจำไว้ให้เป็บุญของเ้าละกัน”
พูดแล้วเธอก็ยกมือขึ้นกอดอกแล้วมองกดลงมานิดๆ
“แล้วอีกเื่นะโจ๊กเกอร์เราอยากจะรู้ว่านอกจากสิ่งที่เรียกว่าเค้กนั่นแล้วมันยังมีของกินแบบอื่นของพวกซัมมอนเนอร์อย่างเ้าที่รสชาติดีแบบนั้นอีกรึเปล่า?”
ฟังแล้วก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นแบบประหลาดใจไม่คาดคิดว่าจะโดนถามถึงเื่นี้ด้วยซ้ำ
“ก็คงจะมีอยู่หรอก ชีสเค้กนี้คงจะเป็อาหารส่วนน้อยในโลก AOS ด้วยซ้ำ สำหรับฉันแล้วฉันก็ไม่ค่อยจะชอบเค้กเท่าไรฉันว่ามันน่าจะมีอะไรที่อร่อยๆ กว่านี้อีกเยอะเลยล่ะ”
“อร่อยกว่านี้!?”
สโนว์เบลตาลุกวาวขึ้นมาในทันทีมันมีรอยยิ้มกว้างที่ประดับเด่นชัดอยู่บนใบหน้าสวยนั้นทำเอาโจ๊กต้องหรี่ตามองจนทำเอาแม่เ้าประคุณที่รู้ตัวว่าโดนจ้องอยู่เป็อันชะงักไปเธอยกมือขึ้นมากระแอมแบบแก้เก้อ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นเราจะยอมอยู่กับเ้าไปก่อนก็ได้นะโจ๊กเกอร์”
“หา? หมายความว่ายังไง?”โจ๊กเลิกคิ้วขึ้น
“ก...ก็อย่างที่บอกนั่นล่ะเ้าโง่เราจะยอมทนอยู่กับซัมมอนเนอร์กระจอกๆ แบบเ้าไปก่อนก็ได้หากเ้ายอมเอาของกินที่อร่อยๆ ที่ว่ามาให้เราล่ะก็ แต่อย่าเข้าใจผิดนะเราแค่จะยอมอยู่กับเ้าเฉยๆ แต่เราจะไม่มีทางยอมฟังคำสั่งของเ้าโดยเด็ดขาดตราบใดที่เ้ายังเป็ซัมมอนเนอร์กระจอกๆ แบบนี้”
คำพูดที่มันขัดแย้งกันเองในตัวนั้นทำให้โจ๊กได้แต่ถอนใจออกมาบางเบาเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เ้าันี้มันคิดอะไรอยู่ในหัวของมันกันแน่เขาเองก็แค่อยากจะเอาชนะไอ้คิงสไลม์นั้นให้ได้จนต้องไปเรียกมันมาช่วยสู้ให้ก็เท่านั้นไปๆ มาๆ เ้าันี้มันดันกลายเป็ผู้หญิงน่ารักแล้วมาถือวิสาสะออกคำสั่งแบบนี้กับเขาเสียอีก
“สายตาแบบนั้นแสดงว่ากำลังไม่พอใจในความใจดีของเราที่อุตสาห์ยอมลดตัวไปอยู่กับเ้าด้วยงั้นรึ?”
ัสาวถามกลับมาราวกับอ่านใจของเขาได้อันที่จริงมันตอนนี้ความรู้สึกของเขามันเกินกว่าคำว่า “ไม่พอใจ” ไปนานโขแล้วเขาอยากจะแย้งกลับไปเหลือเกินว่า ...เธอยังคิดว่าฉันจะเรียกเธอออกมาอีกงั้นเหรอ?
ซึ่งเหมือนกับสโนว์เบลจะเดาความคิดนั้นได้
“จะจ้องเราด้วยสายตาแบบนั้นน่ะคิดดีแล้วหรือหากไม่ได้เราคนนี้ช่วยเอาไว้ป่านนี้เ้าคงจะเป็ศพให้มอนสเตอร์กระจอกๆพวกนั้นแทะเล่นไปแล้ว อีกอย่าง มันไม่ใช่เพราะเราหรือไง เ้าถึงได้กำลังจะรวยเละ”
“หา? รวย?”
สิ้นคำกล่าวนั้นแล้วสโนว์เบลจึงยื่นมือออกมาด้านหน้าก่อนจะเรียกอะไรบางอย่างขึ้นมาอยู่บนมือเรียวสวยนั้น กระทั่งพอจ้องดีแล้วจึงได้เห็นว่าบนมือของเธอนั้นมีการ์ดจำนวนมากวางเรียงกันอยู่เป็สิบๆ ใบซึ่งเธอก็โยนมันลงไปบนพื้นตรงหน้าของโจ๊กทันที พลันก้มลงหยิบมาดูให้ชัดๆแล้วจึงได้รู้ว่ามันเป็การ์ดไอเท็มที่ดร็อบมาจากเหล่ามอนสเตอร์ที่ถูกสโนว์เบลฆ่าไปก่อนหน้านี้แทบจะทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็ขนหมาป่า เขี้ยวหมาป่าดวงใจแห่งน้ำ
และอาจจะรวมไปถึงชิ้นส่วนของการ์ดที่รวมกันจนสมบูรณ์กลายเป็การ์ดที่พร้อมจะนำไปขึ้นทะเบียนได้
เพียงเท่านั้นเองดวงตาสีสนิมเหล็กจึงเปิดกว้างขึ้นและเงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวที่ยิ้มแฉ่งตรงหน้า
“ถ้าไม่ได้เราใช้เวทมนตร์หยิบมันมาให้ล่ะก็ป่านนี้การ์ดพวกนี้ก็คงจะตกอยู่บนพื้นอย่างไร้ค่าไปแล้วจงสำนึกในบุญคุณของเราเสียด้วยล่ะ แล้วอย่างเข้าใจนะเราไม่ได้ทำเพื่อเ้าเลยซักนิดแต่ว่าการ์ดพวกนั้นจะสามารถเปลี่ยนเป็เงินได้ และเ้าต้องนำมันไปซื้อของกินอร่อยๆมาให้เราด้วย”
ก็อยากจะแย้งออกไปหรอกแต่ดูเหมือนสิ่งที่ัสาวคนนี้ทำเอาไว้มันจะเป็อะไรที่ดีเกินกว่าจะหาเื่ตำหนิแม่เ้าประคุณได้จริงๆแม้ว่าเธอจะอาละวาดโดยไม่ฟังคำสั่งเขา ทำอะไรในแบบที่ยากจำคาดเดาได้...แต่เธอก็นำพาเงินจำนวนมากมาให้เขาในแบบที่ไม่ได้หวังไว้
“เอาล่ะ ตอนนี้เราเหนื่อยมากแล้วไม่ได้ออกมาในอาเคเดียเสียนาน กินแรงไปมากกว่าที่คิดอีกแฮะ”ว่าแล้วก็ออกอาการหาวหวอดๆ “ถ้าอย่างนั้นเราขอกลับเข้าไปในการ์ดก่อนนะ”
“หา? เดี๋ยวสิๆ จู่ๆ ก็จะกลับไปดื้อๆแบบนี้เลยเหรอ?”
“อะไรอีกล่ะเ้านี่มันเื่มากจริงๆ”
ัสาวในคราบสาวสวยย้อนกลับมาด้วยสีหน้ารำคาญ
“ก็เธอพาฉันบินขึ้นมาที่ไหนก็ไมรู้เนี่ยแล้วจะให้ฉันกลับไปที่เมืองยังไงเล่า?”
“อ๋อ ถ้าเื่นั้นล่ะง่ายนิดเดียวลุกขึ้นมาสิ”
สโนว์เบลกวักมือเรียกก่อนจะเดินนำหน้าออกไปส่งให้โจ๊กได้แต่กะพริบตาปริบๆ รีบเก็บการ์ดไอเท็มทั้งหมดที่ได้รับมาโยนเข้าไปในหน้าต่างไอเท็มของเขาก่อนจะรีบก้าวเท้ายาวๆ ตามหลังหญิงสาวออกไปกระทั่งทั้งคู่ไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผาที่มองลงไปแล้วรู้สึกชวนให้ขาสั่นกับความสูงอย่างไรชอบกล
“เธอจะพาฉันบินกลับไปใช่มั้ยถ้างั้นต้องระวังไม่ให้พวกผู้เล่นคนอื่นเห็นด้วยนะ”
“บิน?”สโนว์เบลเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะยิ้มกว้าง “ใช่จะบินไป แต่ไม่ใช่เราหรอกนะแต่เป็เ้าต่างหาก”
“หะ?”
ส่งเสียงสงสัยออกมาได้เพียงแค่นั้นล่ะมือเรียวสวยของหญิงสาวก็ผลักเข้าไปที่กลางหลังของนายโจ๊กอย่างแรงส่งให้ร่างของเขาพุ่งดิ่งลงไปจากยอดเขาที่มีระดับความสูงเสียดฟ้าส่งให้เกิดเสียงร้องโหยหวนของคนที่กำลังจะดิ่งไปสู่ความตายดังลั่นขึ้นมาชนิดที่ไม่ต้องเดาให้เสียเวลาเลยว่าตกไปด้วยความสูงขนาดนี้ต้องตายคาที่แน่ๆ
มันก็เป็วิธีการง่ายๆที่จะทำให้ผู้เล่นสามารถดิ่งกลับไปที่เมืองได้เร็วที่สุดล่ะนะ
“เอาเถอะ ถึงจะเป็ซัมมอนเนอร์กระจอกๆแต่ก็ท่าทางจะเป็ผู้ชายที่น่าสนใจดี...ไว้เจอกันละกัน”
พูดแล้วเธอก็บิดี้เีพร้อมกับการหาวออกมาหวอดๆก่อนที่ร่างบางนั้นจะค่อยๆ สลายกลายเป็ละอองแล้วหายไปในที่สุด
“อ่าว วันนี้เลิกแค่นี้เหรอน้องชาย?”
เสียงทักนั้นเป็ของเจ๊ฝนเช่นเดียวกับร่างของนายโจ๊กที่เดินห่อไหล่ลงมาจากบันไดชั้นสอง
เขากลับมาออกมาจากโลกอาเคเดียอีกครั้งหนึ่งหลังจากใช้เวลาในการเล่นเกมด้วยตัวเองเป็ครั้งแรกไปร่วมๆ เกือบ 4 ชั่วโมงตอนนี้เป็เวลาเกือบๆ จะบ่ายสามโมงอยู่รอมร่อ ภายในร้านเริ่มจะมีลูกค้าเข้ามาเยอะขึ้นจนนั่งกันเต็มไปหมดเช่นเดียวกับเจ๊ฝนที่เพิ่งจะขายของให้ลูกค้าบางคนเสร็จก็หันมาทักทายด้วยทันที
“ทำไมทำหน้าเหี่ยวแบบนั้นล่ะออนไลน์ด้วยตัวเองครั้งแรกมันไม่ค่อยราบรื่นหรือไง?”
คำถามด้วยรอยยิ้มขำนั้นส่งให้โจ๊กได้แต่หัวเราะแฮะๆออกมาทั้งอย่างนั้นเอง
“ก็นิดหน่อยน่ะครับ”
“เอาน่า ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอกเลเวลของนายยังน้อยตอนนี้ก็คงทำได้แต่เควสระดับต่ำๆ เท่านั้นล่ะอีกเดี๋ยวพอนายแรงค์ขึ้นสูงๆ เมื่อไรตอนนั้นล่ะคงได้ลุยเควสระดับสูงๆสนุกไปเลยเชื่อฉันสิ”
โจ๊กไม่อยากจะบอกเลยว่าเขาน่ะข้ามขั้นไอ้เื่พวกนั้นไปหลายสเต็ปแล้วเชียวล่ะสุดท้ายเ้าตัวก็เลยเดินไปที่เค้าท์เตอร์ของร้านก่อนจะยื่นบัตรบันทึกเวลาเล่นเกมนั้นไปให้กับคุณเ้าของร้าน
“จะกลับแล้วเหรอนี่อีกเดี๋ยวยัยรินก็จะเข้าร้านแล้วนะไม่อยู่รอหรือไง?” เจ๊ฝนถาม
“ไม่ดีกว่าครับพอดีผมมีอะไรต้องไปทำอีกเยอะ”
“ก็ตามใจนะ” ว่าแล้วก็รับบัตรนั้นมา“เออ แล้วไหนการ์ดเควสที่นายรับไปทำตอนแรกล่ะเอามาให้ฉันด้วยสิแล้วเดี๋ยวฉันจะได้เอารางวัลเควสให้นายด้วย”
“อ๋อ...ไม่เป็จำเป็หรอกครับผมยังไม่ได้ทำเควสพวกนั้นเลย”
“หะ?”
เจ๊ฝนชะงักไปทันทีก่อนจะหรี่ตาลงมองเ้าหนุ่มตรงหน้า
“เฮ้ยมีปัญหาอะไรรึเปล่าเนี่ยไอ้น้องชาย นั่นน่ะเป็เควสระดับง่ายๆเลยนะมันไม่น่าจะยากเกินไปสำหรับคนที่มีฝีมือแบบนายเลยด้วยซ้ำแล้วทำไมถึงทำเควสไม่ผ่านล่ะ?”
“คือ พอดีผมไปติดเล่นเสียมากน่ะครับ ก็เลยยังไม่ทันจะได้ไปทำเควสพวกนั้นเลยแล้วมันมีธุระอย่างอื่นต้องไปทำน่ะครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอก”
“อ่าวเหรอ ...น่าเสียดายนะแน่ใจนะว่าจะไม่ไปทำให้เสร็จๆ ไปจริงๆ นายยังมีเวลาเหลืออีกนะรู้มั้ย?”
“ไม่เป็ไรครับ” โจ๊กยิ้มเจื่อนๆพร้อมกับโบกมือหย็อยๆ
“โอเค ถ้านายว่าอย่างนั้นน่ะถ้าติดธุระก็ช่วยไม่ได้ แต่ว่าเควสนั่นน่ะจะมีเวลา 24 ชั่วโมงก่อนที่จะหมดอายุไปถ้าพรุ่งนี้นายว่างก็มาทำเควสแต่เช้าก็ได้พอทำเสร็จภายในเวลามันก็จะถือเควสผ่านทันทีแล้วการ์ดพวกนั้นจะเอาไปขึ้นรางวัลตอนไหนได้นะ”
“ครับ ถ้าผมว่างผมจะมาละกัน”
โจ๊กรับคำไปเนือยๆกับชีวิตกับการผจญภัยที่แสนโลดโผนั้แ่ครั้งแรกที่ออนไลน์มันเสียเลยทั้งเจอบอสลับ เจอฝูงหมาป่า ไหนจะโดนัพาบินไปทั่วทั้งฟ้าแล้วสุดท้ายก็โดนยัยแสบนั่นฆาตกรรมให้เสียอีกซึ่งไอ้ท่าทางถอนใจออกมาเฮือกใหญ่นั้นก็ทำให้เจ๊ฝนที่มองอยู่ต้องหรี่ตาลง
“แน่ใจนะว่าไม่เป็ไรจริงๆ?”
“ครับๆ ผมสบายดี”
“อ่ะ ถ้านายว่างั้นนะ โอเคทั้งหมด 300บาทจ้า เอาไอดีการ์ดของนายมาสิ มันจะได้คะแนนสะสมในการออนไลน์ด้วย”
“ครับ”
ว่าแล้วเขาก็ยื่นทั้งเงินสดกับไอดีการ์ดที่ว่านั่นไปให้กับคุณเ้าของร้านทันทีกระทั่งเธอหันไปกดแคชเชียร์อีกไม่กี่ครั้ง เป็การชำระเงินที่เสร็จสิ้นในพริบตาเครื่องคิดเงินค่อยๆ พิมพ์ใบเสร็จค่าบริการออกมาจนกระทั่งเจ๊ฝนยื่นของทั้งหมดพร้อมกับไอดีการ์ดกลับมาให้
“เจ๊ฝนครับแถวนี้พอจะมีการ์แฟคทอรี่ตั้งอยู่บ้างรึเปล่าครับ?”โจ๊กถาม
“CF น่ะเหรอ อ่า...เดินออกจากปากซอยไปแล้วเลี้ยวขวาน่ะเดินไปอีกนิดนึงก็มีตั้งอยู่ที่นึงพอดี” พูดแล้วก็หรี่ตาลง“นายจะไปทำอะไรที่นั่นน่ะ อย่าบอกนะว่าจะไปซิงเกิ้ลหรือไปใช้บริการอะไรที่นั่นเฮ้ย ถ้าจะซื้ออะไรล่ะก็ร้านฉันมีขายหมดนะยะ คิดจะฏกันั้แ่เริ่มเลยหรือไง?”
“ผมไม่มีเงินพอจะไปซื้ออะไรแล้วล่ะครับแค่จะไปศึกษาอะไรนิดหน่อยน่ะครับ”
“อื้อ โอเคถ้างั้นก็ไว้เจอกันใหม่นะขอบคุณที่ใช้บริการบัตเตอร์ฟลายของเรานะคะ”
ว่าแล้วก็ขยิบตาให้เล็กๆส่งให้ชายหนุ่มต้องพยักหน้ารับอย่างมีมารยาทกระทั่งเขากระชับกระเป๋าสะพายของตัวเองก่อนจะก้าวเดินออกจากประตูร้านไปปล่อยให้เจ๊ฝนได้แต่ชะเง้อคอมองตามเ้าหนุ่มที่เดินไหล่ตกได้อย่างน่าเป็ห่วงจริงๆเห็นแล้วเธอก็ต้องถอนใจออกมาอีกคำรบ
“สรุปไอ้หมอนี่มันจะเก่งหรือไม่เก่งกันแน่เนี่ยขนาดเควสง่ายๆ ยังไม่มีปัญญาทำให้เสร็จเลย....เ้าบ้านั่นมันมัวไปทำอะไรอยู่ในอาเคเดียกันแน่เนี่ย?”
“เอาจริงดิ....มันขายได้ขนาดนี้เลยเหรอ?”
ก่อนที่โจ๊กจะได้เดินทางกลับไปที่อพาร์ทเม้นท์รังโจรของเขาเ้าตัวก็ตัดสินใจแวะไปที่การ์ดแฟ็คทอรี่ที่เจ๊ฝนชี้ตำแหน่งแห่งเพราะว่าตอนนี้เขาเพิ่งไปก่อวีรกรรมเอาไว้ตรง CF สาขาหน้าปากซอยบ้านเอาไว้เขาจึงไม่อาจแวะไปที่นั่นได้จึงตัดสินใจมาใช้บริการที่นี่แทน แน่นอนว่าเขาไม่ได้แวะเข้ามาเพื่อศึกษาข้อมูลอะไรอย่างที่ได้บอกเจ๊ฝนเอาไว้
แต่มันเป็เพราะว่าก่อนที่จะออฟไลน์ออกมาจากอาเคเดีย
หลังจากถูกส่งกลับไปที่เมือง(แบบไม่เต็มใจ) นัก
เขาได้ลองตรวจสอบไอเท็มที่ได้รับมาจากสโนว์เบลซึ่งในไอเท็มพวกนั้นมันมีของหลายชิ้นที่ต้องนำไปขายในอเคเดียโดยเฉพาะเท่านั้นและที่สำคัญเหนืออื่นใดเลยก็คือ มันมีชิ้นส่วนของการ์ดที่ได้มาด้วยและด้วยจำนวนของมอนสเตอร์หลายตัวที่โดนยัยันั่นฆ่าไปมันจึงทำให้เขาได้รับชิ้นส่วนจำนวนมากจนเพียงพอที่จะนำมาใช้สร้างการ์ดได้ในโลกภายนอกแบบนี้
การลงทะเบียนสร้างการ์ดใน CF นั้นไม่ใช่เื่ยากอะไรเลยเมื่อเราสะสมชิ้นส่วนของการ์ดจนครบตามที่กำหนดไว้ (อย่างเช่นการ์ด มูนวูลฟ์นั้น้าชิ้นส่วนการ์ด 8 ชิ้น)เราก็จะสามารถนำข้อมูลชิ้นส่วนการ์ดที่ถูกบันทึกไว้ในไอดีการ์ดของเราไปขึ้นทะเบียนกับCF ได้ทุกสาขา พนักงานจะใช้เวลาในการตรวจสอบเพียงไม่กี่นาทีและจะยิ้มหวานๆ กลับมาให้ก่อนจะขอเวลาแค่ 5 นาทีเท่านั้น
พนักงานจาก CF ก็จะทำการสร้างการ์ดใบนั้นขึ้นมาให้สดๆและมอบให้กับซัมมอนเนอร์คนนั้นโดยที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใดๆ เลยซึ่งโจ๊กก็ได้รับการ์ด มูนวูลฟ์มาทั้งหมด 3 ใบจากการสะสมชิ้นส่วนล้วนๆและเขาสามารถเอามันไปหยอดในตู้ขายการ์ดอัตโนมัติได้เงินมาถึง 600 บาทเลยทีเดียว(ใบละ 200)
แต่นั่นยังเป็แค่น้ำจิ้ม
เพราะไอ้ที่เด็ดกว่ามันก็คือการ์ดคิงสไลม์ต่างหาก!
ใช่ เ้าบอสเยลลี่นรกตัวนั้นนั่นล่ะโจ๊กเองก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าเ้าบอสตัวนี้จะมีการดร็อบชิ้นส่วนการ์ดออกมาด้วยซึ่งข้อกำหนดในการสร้างการ์ดใบนี้ขึ้นมานั้นก็ขอเศษชิ้นส่วนการ์ดเพียงแค่ชิ้นเดียวเท่านั้นและเขาก็โชคดีได้รับมันมาเสียด้วย
พนักงานสาวที่ทำหน้าที่บริการให้กับเขานั้นยังต้องตกตะลึงไปด้วยเมื่อเขาขอให้เธอสร้างการ์ดใบนี้ให้เห็นได้ชัดว่ามันเป็การ์ดที่หายากมากๆทำไมเขาถึงรู้น่ะเหรอ....เพราะทันทีที่เขาได้รับการ์ดคิงสไลม์ใบนั้นมา พวกลูกค้าคนอื่นๆที่เห็นเข้าก็ต่างตื่นตัวเข้ามามุงดูกันเป็สิบๆ คนทุกคนดูตื่นเต้นและบอกเลยว่าไม่เคยเห็นการ์ดใบนี้มาก่อน
โจ๊กเองก็ไม่ได้เล่นการ์ดที่เป็เผ่า“เอเลเม้นท์” แบบนั้นเสียด้วย
เขาจึงแทบจะไม่เสียเวลาคิดเลยซักนิดเขาเสนอที่จะขายการ์ดใบนั้นให้กับคนที่สนใจ ความวุ่นวายจึงเกิดขึ้นในทันทีพนักงานของ CF ต้องอาสามารับเื่ช่วยดูแลเปิดการประมูลกันแบบย่อมๆในร้านนั้น ความคึกคักทำให้ยิ่งเรียกคนเข้ามาหาการ์ดหายากใบนี้จนกระทั่งสุดท้ายแล้วผลสรุปของการประมูลก็ตัวเลขให้มาหยุดที่....25,000 บาท
ใช่โจ๊กเองก็เกือบจะคิดว่าเขาหูฝาด
แต่ไม่เลยการ์ดใบนั้นสามารถขายได้ในราคา 25,000 บาทจริงๆ ....แล้วก็เป็เงินสดเสียด้วย!
ตอนนี้เองที่เ้าตัวเดินออกมาจากร้านด้วยความมึนงง
จากเมื่อตอนเช้าเขาต้องเสียเงินไปเป็พันๆเพื่อลงทุนในการเริ่มต้นในโลก AOS นี้
แต่ตกบ่าย ผลของการลงทุนนั้นมันก็ออกผลตอบแทนมาแบบเกิดคุ้มขนาดนี้!
ไม่สิ! ต้องบอกว่าเพราะยัยัสโนว์เบลแท้ๆที่สามารถหาเงินให้กับเขาได้มากขนาดนี้
“ท...ท่าทางมื้อเย็นวันนี้จะไม่ใช่บะหมี่กึ่งแล้วแฮะ”