บทที่4. เหยาเหยาาเ็
“เหยาเหยา”เสียงะโเรียกดังก้องไปทั่ว
“เหยาเอ๋อร์ น้องอยู่ที่ไหน”
“เหยาเหยา ได้ยินพวกพี่หรือไม่”แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคงไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากน้องสาวแต่ทั้งสองก็ยังไม่ละความพยายามที่จะะโเรียกหาพร้อมทั้งวิ่งไปตามทิศทางที่เ้าพวกเด็ก5 คนนั้นพึ่งวิ่งออกมา
“พี่ใหญ่ทำเช่นไรดีขอรับข้าผิดเองที่ทำน้องสาวหายไป” ลู่หยางเขาพาน้องเล็กมาเก็บผักป่าที่ตีนเขาแต่เพราะดีใจที่ได้เจอเห็ดสนอยู่เต็มไปหมด จึงรีบวิ่งเข้าไปเก็บทันทีจนเมื่อหันกลับมามองหาร่างเล็กๆ ที่คอยเดินตามก็ไม่เห็นน้องสาวเสียแล้วด้วยความใจึงรีบวิ่งไปตามพี่ใหญ่ที่วันนี้ไม่สบายนอนซมเพราะพิษไข้อยู่ที่บ้านส่วนท่านแม่และท่านพ่อออกไปขุดหาหยกที่เหมืองหยกตอนเย็นๆ จึงจะกลับมา
“เ้าใจเย็นก่อนน้องรองเราลองหาแถวตีนเขาตรงทุ่งหญ้านี้ก่อน น้องเล็กไม่น่าจะเดินไปไหนไกลนางอาจจะเดินหาของป่าตามเ้าแล้วเหนื่อย จึงหาที่นั่งพักอยู่แถวนั้น”
แม้น้องสาวคนเล็กจะไม่ปกติเช่นเด็กทั่วไปแต่ยังพอสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในระดับหนึ่งแต่ก็เหมือนเป็การทำไปตามสัญชาตญาณของร่างกายก็เท่านั้น ทั้งการกิน การเดินการนอน การนั่งน้องสาวทำได้ทุกอย่าง เพียงแต่เหมือนไม่รับรู้สิ่งใดเท่านั้นและหากเกิดสิ่งใดขึ้นจริงก็ไม่อาจส่งเสียงเรียกขอความช่วยเหลือได้ เพราะจนบัดนี้นางยังไม่ยอมพูดหรือส่งเสียงออกมาแม้สักครึ่งคำเลยด้วยซ้ำนั้นยิ่งทำให้เขาที่เป็พี่ชายเป็กังวลอย่างมากเมื่อนึกถึงเด็ก 5 คนที่มีท่าทีพิรุธพวกนั้น
“อื้ม” เสียงร้องเบาๆดังมาให้ได้ยินแว่วๆจากทางข้างหน้าทำให้ร่างของเด็กชายทั้งสองรีบสาวเท้าเข้าไปหาที่มาของเสียงนั้นทันทีแม้จะรู้ว่าน้องสาวไม่เคยส่งเสียงร้องใดๆ แต่ก็ต้องเข้าไปดูเพื่อความแน่ใจเสียก่อน
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาตรงหน้านั้น คือร่างน้อยๆเหมือนลูกแมว นอนกองคุดคู้อยู่กับพื้นดินและหญ้า เนื้อตัวมีแต่คราบดินโคลนที่ถูกปาและหน้าผากมีเืออก ตอนนี้ปูดบวมออกมาเป็ลูกและมีเืไหลอาบหน้าไปเกือบครึ่งหน้าสร้างความตื่นใจนร่างกายสั่นเท่าให้แก่พี่ชายทั้งสองเป็อย่างมาก
“เหยาเหยา/เหยาเอ๋อร์” เสียงสั่นๆเอ่ยเรียกน้องสาวตัวน้อย
“ฮึก ทำเช่นไรดีขอรับพี่ใหญ่”
“พี่จะอุ้มน้องเล็กไปที่บ้านท่านหมอผู้เฒ่าลู่หยางเ้าไปตามท่านพ่อท่านแม่ที่เหมืองหยก”
“ขะ ขอรับ”จากนั้นลู่จื่อก็ช้อนแขนอุ้มร่างน้อยๆ ของน้องสาวอย่างทะนุถนอมขึ้นทันทีถึงแม้ว่าจะยังเวียนหัวเพราะพิษไข้แต่ตอนนี้เขาต้องพาน้องไปให้ท่านหมอรักษาก่อน
ทางลู่หยางเองก็รีบเอาแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตาแล้วเริ่มวิ่งสุดกำลังด้วยใจที่เป็ห่วงและรู้สึกผิดที่ปล่อยน้องคลาดสายตาไปทั้งกลัวว่าน้องสาวจะตายเพราะเืออกเยอะมาก วิ่งไปปาดน้ำตาไปสะดุดล้มเพราะความรีบร้อนก็หลายครั้งวิ่งไปที่เหมืองหยกที่อยู่ห่างจากทางเข้าหน้าหมู่บ้านประมาณ 5 ลี้ได้ (2.5 กิโลเมตร)
“ฮึก ท่านพ่อ ท่านแม่ขอรับ”เมื่อมาถึงหน้าเหมือนเป็่เวลาที่ชาวบ้านส่วนใหญ่พักกินข้าวกันพอดีลู่หยางจึงะโร้องเรียกออกไป ทางด้านซูลู่ฮันได้ยินเสียงก็คล้ายว่าจะเป็บุตรชายของตนจึงมองหาที่มาของเสียงแล้วรีบเร่งเดินมาหาอย่างรวดเร็วเมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็เสียงบุตรชายคนรองของตน
“เกิดอันใดขึ้นเ้ารองเหตุใดจึงมาหาพ่อถึงที่นี่”
“ฮึก ท่านพ่อน้องเล็กแย่แล้วขอรับเื เืออกเต็มเลยขอรับ”
“ว่าอย่างไรนะ”ลู่ฮันใมากเมื่อได้ยินว่าบุตรสาวของตนเืออก ทางด้านเซี่ยเฟยเฟยที่กำลังเดินมาหาสามีจะเอาแผ่นแป้งย่างมาให้เป็อาหารกลางวันก็ใในสิ่งที่บุตรชายคนรองเอ่ยบอกสามีทันที
ยังไม่ทันได้พูดคุยสิ่งใดต่อร่างสูงกำยำของลู่ฮันก็อุ้มร่างของบุตรชายคนรองมาขึ้นหลังแล้ววิ่งออกไปทันทีโดยที่มีร่างผอมบางของเฟยเฟยผู้เป็มารดาหิ้วตะกร้าตามหลังมาติดๆ
“บ้านท่านหมอผู้เฒ่าขอรับท่านพ่อพี่ใหญ่พาน้องเล็กไปบ้านท่านหมอผู้เฒ่าแล้วขอรับ”เมื่อได้ยินดังนั้นลู่ฮันจึงเปลี่ยนเส้นทางจากที่จะตรงไปที่บ้านมาเป็ไปที่บ้านท่านหมอผู้เฒ่าแทน
เมื่อมาถึงเห็นท่านหมอผู้เฒ่ากำลังเช็ดเืที่หน้าผากของบุตรสาวเืออกมากมายนักจนท่านแม่แทบจะเป็ลม
“เหยาเหยาลูกแม่” เฟยเฟยร้องไห้ทันทีเมื่อเห็นสภาพเือาบหน้าของบุตรสาวตัวน้อยของนาง
แต่เพียงไม่นานก็สามารถห้ามเลือกสำเร็จและหมอผู้เฒ่าก็ใส่ยาสมานแผลให้เรียบร้อย
“เอาล่ะไม่เป็อันใดมากแล้วตอนนี้รอเพียงให้นังหนูเหยาเหยาฟื้นก็ไม่มีอันใดต้องห่วงแล้ว”
“ขอบคุณท่านหมอผู้เฒ่ามากขอรับเื่ค่ายาข้าจะหามาจ่ายให้โดยเร็วขอรับ” ลู่ฮันเอ่ยขึ้น
“เอาเถิดพวกเ้าจ่ายเพียงค่าสมุนไพรมา2ตำลึงเงินก็พอ หากยังไม่มีก็ทยอยจ่ายได้ ข้าไม่ว่า”เสียงท่านหมอกล่าว ลู่ฮันจึงยื่นเงินค่ายาให้ 1 ตำลึงเงินก่อนซึ่งเป็เงินเก็บเกือบทั้งหมดที่ทั้งบ้านมีอยู่เพราะก่อนนี้บุตรชายคนโตลู่จื่อก็พึ่งป่วยและจ่ายค่ายาไปตอนนี้จึงเหลือเงินไม่มากแล้ว
“ขอบคุณท่านหมอมากขอรับอย่างไรข้าจะเร่งหามาจ่ายที่เหลือนะขอรับ”
“ไม่เป็ไรๆหากนังหนูเหยาเหยามีอาการผิดปกติอันใดก็มาตามข้าไปดูได้”เมื่อรับยาสำหรับต้มให้บุตรสาวมาแล้วทั้ง 5 คนพ่อแม่ลูกกล่าวลาท่านหมอจากนั้นลู่ฮันจึงค่อยๆ ช้อนร่างน้อยๆของบุตรสาวขึ้นอุ้มอย่างทะนุถนอมแนบอกก่อนจะเดินออกจากบ้านท่านหมอเพื่อกลับบ้านสกุลซูโดยที่ยังไม่ได้สอบถามเอาความใดๆ จากบุตรชายทั้งสองว่าเกิดอันใดขึ้น
เมื่อกลับมาถึงบ้านสกุลซูในห้องปีกตะวันออกลู่ฮันค่อยๆ วางร่างเล็กๆ ของบุตรสาวลงไปบนเตียงนอนก่อนจะนั่งลงข้างๆภรรยาของเขาที่กำลังห่มผ้าให้บุตรสาวอยู่ พร้อมเอ่ยปากถามความจากบุตรชายทันที
“นี้มันเกิดเื่อันใดขึ้นเ้าใหญ่ เ้ารอง”
ตุ้บ! เสียงเข่ากระแทกพื้นเพราะลู่หยางบุตรชายคนรองของเขาคุกเข่าลงที่พื้นตรงหน้าพร้อมทั้งตาแดงก่ำน้ำตาคลอ
“เป็ความผิดข้าเองขอรับท่านพ่อท่านแม่ข้าพาน้องเล็กออกไปเก็บผักหาเห็ดป่า แต่เพราะข้าไม่ดูน้องให้ดีเมื่อเก็บของป่าเสร็จหันกลับมา น้องเล็กก็หายไปแล้ว ข้าจึงไปตามพี่ใหญ่มาช่วยกันตามหาจนไปเจอน้องเล็กฮึก น้องเล็กนอนกองอยู่ที่พื้นมีเืไหลอยู่ที่ทุ่งหญ้าชายตีนเขาขอรับ
“ใครเป็คนทำกัน”ลู่ฮันกัดฟันกรอดอย่างเ็ปใจหันมองบุตรสาวตัวน้อยที่ไม่ปกติของตนเองด้วยดวงตาที่แดงก่ำ
“ข้าก็ไม่แน่ใจขอรับแต่ก่อนที่จะมาเจอน้องเล็กพวกข้าเจอกลุ่มเด็กๆของต้าหนิวและสหายวิ่งหน้าตาตื่นกันมาแล้วชนน้องรองล้มก่อนที่ต้าหนิวจะใแล้วเอ่ยว่า ‘ข้าไม่ได้ทำนะ ไม่ได้ทำ’ แล้ววิ่งหนีไปจากนั้นก็เป็ฉินฟางกับสหายของนางที่วิ่งตามกันมาข้าสังหรณ์ใจจึงพาน้องรองวิ่งไปดูยังทิศทางที่เด็กพวกนั้นพึ่งจากมาจนได้พบน้องเล็กเข้าขอรับท่านพ่อ” ลู่จื่อไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ที่ตนเองเจอ
“โถ่ลูก”เฟยเฟยนั้นสงสารบุตรสาวของตนยิ่งนักเมื่อได้ฟังจากที่บุตรชายคนโตเล่าคงไม่แคล้วว่าบุตรสาวของตนถูกเด็กๆในหมู่บ้านกลั่นแกล้งเป็แน่ทั้งยังมีฉินฟางที่เป็ลูกพี่ลูกน้องอีก
“เอาล่ะพ่อเข้าใจแล้ว ส่วนเ้ารองรู้ใช่หรือไม่ว่าเ้าประมาทที่ล่ะสายตาจากน้องสาวทั้งที่ก็รู้ดีว่าน้องสาวเ้าไม่เหมือนเด็กปกติทั่วไป”เสียงเคร่งขรึมเอ่ยถามบุตรชาย
“ขอรับข้ารู้ข้ายินดีให้ท่านพ่อตีข้าและต่อไปข้าจะดูแลน้องสาวให้ดีขอรับ”
“ท่านพ่อเื่นี้เป็ข้าที่ผิดเองที่ไม่อาจดูแลน้องๆทั้งสองให้ดี เช่นนั้นตีข้าด้วยเถิดขอรับ”ลู่จื่อไม่อาจเห็นท่านพ่อลงโทษน้องรองคนเดียวได้เพราะถือเป็ความผิดของเขาซึ่งเป็พี่ใหญ่เช่นกัน
“เฮ้อที่พ่อพูดใช่ว่าจะลงโทษโบยตีพวกเ้าแต่้าพูดให้พวกเ้าคิดทบทวนว่าพวกเ้าผิดที่ตรงไหน เอาเถิดครั้งนี้นับเป็โชคดีที่น้องสาวเ้าไม่เป็อันใดมาก”
“ข้าทราบแล้วขอรับท่านพ่อ” ลู่จื่อ
“ข้าก็ทราบแล้วขอบคุณท่านพ่อที่ยกโทษให้ขอรับ” ลู่หยาง
“อืม” ลู่ฮันพยักหน้าตอบรับ
“จริงสิท่านพ่อท่านแม่ตอนที่เจอน้องเล็กเหมือนข้าได้ยินเสียงน้องเล็กร้องออกมาด้วยนะขอรับ” ลูจื่อเอ่ยขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าเหมือนเขาจะได้ยินเสียงน้องสาวร้องจริงๆ
“หื้ม จะเป็ไปได้อย่างไร…”เฟยเฟยเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจแต่ก่อนที่จะได้ทันกล่าวสิ่งใดก็ได้ยินเสียงะโเกรี้ยวกราดเข้ามาที่หน้าประตูห้อง
“บ้านใหญ่ เ้าพวกบ้านใหญ่ข้าเรียกไม่ได้ยินหรือไงห๊า” เสียงแว๊ดๆ ดังเข้ามานางกู้ฟางเถาแม่เลี้ยงของลู่ฮันหรือก็คือย่าเลี้ยงของเด็กๆนั้นเองที่กำลังส่งเสียงเรียกดังลั่นพร้อมทั้งทุบประตูดัง ปัง ๆ ๆ
“ข้าเรียกยังไม่รีบไสหัวออกมากันอีกเ้าพวกตัวี้เีงานการไม่รู้จักทำ ออกมากันเดี๋ยวนี้นะเ้าพวกอกตัญญู”เสียงแหลมแสบแก้วหูยังคงส่งเสียงด่าไม่หยุด…….