ในผืนแผ่นดินอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต
มีดินแดนหนึ่งถูกขนานนามว่า
“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์”
ศูนย์กลางของพลังในยุคนี้
ลมปราณฟ้าดินรวมตัวหนาแน่น
เส้นแร่พลังพาดผ่านใต้พิภพ
ยอดฝีมือจากทั่วสารทิศล้วนใฝ่ฝันจะเหยียบย่าง
เหนือดินแดนแห่งนี้
เก้าสำนักใหญ่ตั้งตระหง่านราวเสาหลักค้ำฟ้าและเหนือเก้าสำนัก
มีเก้าผู้ถูกเรียกว่า
“าเทพ”
หนึ่งสำนัก หนึ่งาเทพ
พวกเขาไม่ใช่เพียงยอดฝีมือ
แต่คือ “สมดุล” ของยุค
ยอดเขากระบี่นิรันดร์สูงเสียดเมฆ
เมฆหมอกลอยวนใต้ฝ่าเท้า
ชายผู้หนึ่งยืนอยู่ปลายหน้าผา
หลินเสวียนเทียน
าเทพแห่งสำนักกระบี่นิรันดร์
อาภรณ์สีขาวสะบัดตามแรงลม
ดวงตาเรียบนิ่งลึกดั่งห้วงเหว
หลายพันปีที่ผ่านมา
เขาผ่านศึกนับไม่ถ้วน
เห็นสหายล้มตาย
เห็นศัตรูสิ้นสูญ
เขาเคยยืนอยู่ท่ามกลางกองเื
เคยยืนอยู่ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะ
แต่คืนนี้
เขายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบ
และความเงียบนั้น
ทำให้ใจเขาหนักอึ้งอย่างประหลาด
ไม่มีแรงกดดันจากภายนอก
ไม่มีศัตรูประชิด
ไม่มีพลังมารหรือคลื่นพลังผิดปกติใด ๆ
ทุกอย่าง… ปกติ
ปกติเกินไป
“เหมือนก่อนพายุจะมา”
เขาพึมพำเบา ๆ
มันไม่ใช่ความกลัว
แต่เป็ลางสังหรณ์
ลางสังหรณ์เกี่ยวกับตัวเขาเอง
เขาไม่รู้เหตุผล
เพียงรู้ว่าเส้นทางที่ยืนอยู่จุดสูงสุดมานานแสนนาน
กำลังจะถึงทางแยก
“เสวียนเทียน”
เสียงเรียกแ่เบาดังขึ้นด้านหลัง
“เยว่หลิงซวง”
“าเทพแห่งสำนักดารา์ “
ก้าวขึ้นมายืนข้างเขา
ใบหน้านางสงบดังเดิม
งดงามเย็นเยียบประหนึ่งแสงดาวยามราตรีแต่ในดวงตานั้น
มีบางอย่างซ่อนอยู่
สามคืนก่อน
นางใช้เคล็ดวิชาดาราขั้นสูงสุด
เพ่งมองเส้นชะตาของยุค
มันไม่ใช่วิชาที่ควรใช้บ่อย
เพราะยิ่งมองลึก
ยิ่งแลกด้วยอายุขัย
แต่ครั้งนั้น
นางเห็นภาพหนึ่ง
เก้าดวงดาวบนฟ้า
ส่องแสงเคียงกัน
แล้วหนึ่งดวง… ดับลง
ไม่ใช่เลือนหาย
ไม่ใช่ริบหรี่
แต่แตกสลาย
นางเพ่งดูซ้ำ
ครั้งแล้วครั้งเล่า
ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยน
ดวงดาวนั้นคือ
หลินเสวียนเทียน
มันไม่ใช่ความเป็ไปได้
แต่มันคืออนาคตที่ถูกตรึงไว้แล้ว
“คืนนี้เ้าดูเงียบ”
นางเอ่ยถามตามปกติ
ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
หลินเสวียนเทียนหัวเราะเบา ๆ
“ข้ามีลางสังหรณ์แปลก ๆ”
“เกี่ยวกับอะไร”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง
“เกี่ยวกับตัวข้า”
คำตอบนั้นทำให้นางหลับตาลงช้า ๆ
เขารู้สึกได้เพียงเงา
แต่นางเห็นปลายทาง
ถ้านางบอกความจริง
จะเกิดอะไรขึ้น?
เขาอาจไม่เชื่อ
หรือเชื่อแล้วก็ไม่หลบหนี
เพราะคนอย่างเขา
ไม่มีทางถอยจากชะตา
และบางทีการบอกเขา
อาจยิ่งทำให้เส้นชะตานั้นเดินเร็วกว่าเดิม
ดังนั้นนางจึงเลือกเงียบ
เลือกแบกรับอนาคตนั้นเพียงผู้เดียว สายลมพัดแรงขึ้น
เมฆหมอกเบื้องล่างเคลื่อนตัวช้า ๆ
อีกไม่กี่วัน
เก้าสำนักจะจัดประชุมใหญ่ที่ตำหนักกลางดินแดนศักดิ์สิทธิ์
การประชุมที่ดูเหมือนธรรมดา
แต่ในเส้นชะตาที่นางเห็น
มันคือจุดเริ่มต้นของการดับสูญ
เยว่หลิงซวงมองชายที่ยืนเคียงข้าง
หากอนาคตนั้นเปลี่ยนไม่ได้
นางจะหาทางอื่น
“แม้ต้องแลกด้วยชีวิต
แม้ต้องสูญเสียทุกอย่าง”
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ยังคงสงบ
เก้าสำนักยังตั้งมั่นไม่มีใครรู้ว่า
หนึ่งในเก้าาเทพ
กำลังเดินเข้าสู่่สุดท้ายของชีวิตและไม่มีใครรู้ว่า
หญิงผู้มองเห็นอนาคต
ได้ตัดสินใจบางอย่างแล้ว