หลังจากที่ลูกชายคนที่สามบ้านเฟิงเข้าเมืองไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับรถของเหล่าทหารแดงจำนวน6คน เข้ามาที่ลานกลางหมู่บ้าน ส่วนตัวต้นเื่นั้นตอนนี้ได้แต่ยืนขาสั่นอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน ถึงแม้ว่าตอนนี้ทหารแดงจะไม่ได้มีอำนาจเหมือนเมื่อก่อนก็ตามแต่ตามหมู่บ้านชนบทเช่นนี้อำนาจจากทางรัฐยังเข้ามาไม่ถึง เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นจึงต้องใช้อำนาจของทหารแดงเหล่านี้ต่อไป
“มีคนไปแจ้งว่า มีคนปากไม่ดีพูดเื่ไม่จริง ใช่หรือเปล่าหัวหน้าเฟิง”
“ครับ เื่จริง”
“เอาตัวมา อย่างที่รู้ๆ กันว่ากฏหมายเขียนเอาไว้ว่ายังไง”
“นำตัวไปจัดการ ส่วนคนอื่นๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ ก็เลือกเอาว่าจะชดใช้ต่อคำพูดของตนเองหรือจะยอม เสียลิ้นไป”
จบคำพูดของทหารแดงคนนั้นเสียงร้องดังลั่นของเจียวอ้ายก็ดังขึ้น ทำเอาชาวบ้านต่างหวาดผวากันถ้วนหน้า ชาวบ้านทั้งสามที่เกี่ยวข้องกับเื่นี้ต่างรวบรวมเงินแล้วรีบนำเงินมาวางที่โต๊ะทันที ก่อนจะกลับไปซุกหลังสามีของตนเองเงียบๆ พวกหล่อนยอมอดตายดีกว่าถูกตัดลิ้น
หลังจากที่เหล่าทหารแดงกลับไปแล้วหัวหน้าหมู่บ้านได้เอ่ยเตือนชาวบ้านทุกคน ที่อยู่กลางลานอย่างทั่วถึง รวมทั้งร่างที่สติของเจียวอ้าย ที่เต็มไปด้วยเืที่ไหลออกมาจากปาก เพราะถูกตัดสิ้นจนสั้นกุด ไม่แน่ว่าฟื้นขึ้นมาจะยังเป็คนปกติอยู่ไหม
“บทลงโทษนั้นทุกคนคงได้เห็นแล้ว เอาล่ะแยกย้ายกันไปเถอะหวังว่าเื่ครั้งนี้จะเป็บทเรียนให้ทุกคนได้จดจำกันนะ “ส่วนเงินจำนวน300 หยวนที่กองอยู่นั้นหัวหน้าหมู่บ้านได้มอบให้เป่ยลู่ทั้งหมด ซึ่งเป่ยลู่มอบให้ลูกชายบ้านเฟิงไป10หยวน เป็การตอบแทน
ชาวบ้านต่างแยกย้ายกันกลับบ้านของตนเอง ในใจทุกคนต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าจะไม่ให้ลูกหลานของตนมายุ่งเกี่ยวกับลูกสาวคนโตของบ้านหวงเด็ดขาด ซึ่งนั้นก็เป็สิ่งที่เป่ยลู่้าเช่นกัน เธอไม่้าให้ใครมายุ่งวุ่นวายในเื่ของตนเอง แต่ในตอนนี้เธอกำลังเผชิญหน้ากับพ่อที่เอาแต่นิ่งเงียบมาั้แ่เมื่อครู่แล้ว
“พ่อคะ พ่อไม่มพอใจที่ฉันเอาเื่คนพวกนั้นหรอคะ”
” เปล่าหรอก พ่อแค่คิดว่า ลูกต้องพบเจออะไรมามากมายแค่ไหน ถึงได้ทำให้ลูกสาวที่แสนดีของพ่อเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้ “เป่ยลู่ถึงกับสะอึกไปทันที นั่นเพราะเธอไม่ใช่เป่ยลู่คนก่อนยังไงล่ะ แต่เธอก็ไม่สามารถบอกได้ จึงเอ่ยเพียงว่า
“ที่ผ่านมาฉันต้องเจอเื่ราวมากมายทั้งดีทั้งร้าย จากบ้านของพี่ต้าหลง แล้วถ้าฉันยังยอมให้พวกเขารังแกต่อไป ฉันคงไม่สามารถมีชีวิตรอดกลับมาบ้านได้แล้วค่ะ “เอ่ยจบก็เดินเข้าห้องไปปล่อยให้พ่อแม่และน้องชายนั่งคิดกันไปเงียบๆ ในหัวของเธอตอนนี้คิดว่าพวกเขาไม่ยินดีที่เธอกลับมาที่บ้านหรือเปล่า หรือเพราะครั้งนี้เธอให้บทเรียนต่อทุกคนในหมู่บ้าน พวกเขาจึงได้มีอาการนิ่งเฉยกับเธอแบบนี้ เป่ยลู่คิดอย่างน้อยใจและก็เผลอหลับไป เธอตื่นขึ้นมาอีกทีในเข้าวันรุ่งขึ้น
ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่าแต่ดูจากการกระทำของคนในบ้านแล้ว เธอไม่มั่นใจว่าจะอยู่ที่นี่ต่อไปดีไหม หลังอาบน้ำเสร็จเธอก็เข้าเมืองไปหาดูบ้านเช่า เพราะตอนนี้เธอยังไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านได้ การที่เธอแยกตัวออกมาคงจะเป็ความคิดที่ดีกว่า
เป่ยลู่เดินเล่นดูร้านค้าต่างๆ ที่เปิดขายของกันหลายร้านแล้ว เธอคิดว่าจะขายอาหารอย่างที่เมื่อชีวิตก่อนของเธอทำขาย เมื่อนึกถึงเื่ราวในชีวิตก่อน เป่ยลู่ก็อดคิดไม่ได้ว่าต่อให้เธอตัวคนเดียว หาเลี้ยงตนเองลำพัง ก็ยังดีกว่าที่จะต้องมาคอยดูสีหน้าคนอื่นๆ แบบนี้
สุดท้ายแล้วเธอตัดสินใจแล้วว่าจะเช่าบ้านอยู่ในเมือง ขายอาหารเลี้ยงตนเอง แต่ตอนนี้ต้องหาบ้านเช่าให้ได้เสียก่อน!! โดยที่ไม่รู้เลยว่าั้แ่ที่เธอเข้ามาที่หมู่บ้านนั้นทุกการกระทำก็อยู่ในสายตาของเขามาตลอด ชายหนุ่มเดินไปที่บ้านอีกหลังที่เขาซื้อเอาไว้ที่เมืองนี้ ก่อนจะติดประกาศให้เช่า แล้วรอคอยให้เธอเดินมาทางบ้านของเขา และก็เป็ไปตามที่เขา้า เมื่อเธอเดินเข้ามาจ้องมองที่ป้ายหน้าบ้าน ชายหนุ่มจึงทำท่าจะออกไปข้างนอก
“เอ่อ ขอโทษนะคะ บ้านหลังนี้ให้เช่าหรือเปล่าคะ”
“อ่ออืม ใช่ คุณสนใจงั้นหรอ”
“ค่ะ แต่ว่าฉันขอบอกตามตรงว่าฉันมีเงินไม่มากนักหรอกค่ะ”
“เื่นั้นเอาไว้คุยกันข้างในดีกว่า “เขาเปิดประตูเชิญเธอเข้าไปด้านใน และนั่งลงพูดคุยกันที่โต๊ะในบ้าน
“บ้านนี้ผมไม่ค่อยได้มาอยู่เท่าไหร่ ก็เลยคิดว่าปล่อยเช่าให้คนที่มาเช่าช่วยดูแลจะดีกว่า ปล่อยทิ้งไม่มีคนดูแล”