สัปดาห์ต่อมา
แน่นอนว่าผ่านมาเป็อาทิตย์แล้วแต่ยัยชะนีอัญญ่าก็ยังโผล่หน้ามาที่ออฟฟิศทุกวัน จนฉันรำคาญ ต้องหนีไปอยู่ที่อื่นเข้าๆ ออกๆ ห้องทำงาน เพราะกลัวจะอยู่ขวางคอคู่รักที่น่าสะอิดสะเอือนคู่นี้
ยกเว้นวันนี้ เ้าหล่อนยังไม่มาฉันเลยถือโอกาสจะชิ่งชะนีแก่ โดยการชวนบอสไปดูงานที่ดินข้างนอก เร่งให้ออกเดินทางไวกว่าปกติ
“วันนี้ท่านประธานมีดูงานต่างจังหวัดที่บนเขาใหญ่ พื้นที่ดิน 50 ไร่ก่อสร้างโกดังคลังสินค้าใหญ่ประจำภาค เพื่อพักสินค้าที่นำเข้าจากจีนค่ะ สายๆต้องออกแล้วนะคะ เพราะไม่งั้นเราจะกลับดึก...”
ฉันร่ายยาวเหยียด โดยไม่มองหน้าเขา
“ครับ”
เขาตอบสั้นๆ แล้วนั่งทำงานต่อ จนถึงเวลาที่ควรออกเดินทางฉันหอบเอกสารมารอที่รถสปอร์ตคันแดงด้านคันเดิม
พลั้ก!
ตุ๊บ!
‘โอ้ยยย แม่ง..’
ฉันหันไปคาดโทษชะนีผมทองที่ใส่เดรสเกาะอกสั้นสีดำ รัดรูปจนเห็นแก้มก้นขาวๆ นั่น หล่อนเดินมาแทรกตัวฉันที่กำลังจะขึ้นรถ จนฉันเซล้ม เอกสารปลิวกระจายเต็มพื้น
“อุ๊ปส์.. sorry นะจ้ะพอดีไม่เห็น..น่ะ”
เ้าหล่อนพูดแล้วมองฉันั้แ่หัวจรดเท้า
‘…อ่ออยากเปิดศึกกับฉันหรอ ได้ค่าาาาาาา รู้จักนังลิลน้อยไปซะละ’
“ฮันนี่จะไปไหนคะ” เธอหันไปทำเสียงออดอ้อนใส่ท่านประธาน
“ไปดูงานต่างจังหวัด...”
“อุ้ยย ดีเลย อัญญ่าขอไปด้วยนะคะ อยากเห็นบรรยากาศของประเทศไทย”
“ผมไปทำงานนะมันอาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนที่คุณอยู่เมกา”
“ไม่เป็อะไรหรอกค่ะ ถ้าฮันนี่อยู่ได้ อัญญ่าก็ยินดีบุกน้ำลุยไฟไปด้วย”
หล่อนพูดก่อนจะทำสีหน้าเหมือนหล่อนเกิดมาสู้ชีวิตมาก
“ตามใจ”
ชะนีแก่หันมามองฉันเหมือนเย้ยหยันและขึ้นนั่งที่เบาะหน้าฉันเลยแบกเอกสารที่พะลุงพะลังขึ้นนั่งเบาะหลังแทน
ฉันนั่งฟังคู่รัก (นรกแตก) พูดคุยเื่นั้นเื่นี้ซึ่งส่วนใหญ่หยอดกันสยิวกิ้วจนฉันแทบอ้วกตลอดทาง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าทางเข้าหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ค่อนข้างเป็ชนบท เพราะบ้านทุกหลังเป็บ้านไม่เก่าๆสังกะสีสนิมล้อมแทนรั้ว
“ที่นี่ใช่ไหมครับลิล”
“ต้องผ่านหมู่บ้าน ขึ้นเขาไปอีก 2กิโลค่ะ”
ฉันมีหน้าที่บอกทาง ก็ชี้แจงไป ท่านประธานขับรถไปตามที่ฉันว่า ก่อนจะพบเข้ากับตายายที่ถางหญ้าอยู่ริมนา
“สวัสดีค่ะ หนูมาจากบริษัทขนส่งนำเข้าสินค้าที่เคยมาติดต่อซื้อที่ค่ะ”
ตายายหันมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มจนน้ำหมากแทบไหล
“อ๋ออ บริษัทนั่นเรอะ เอ้าๆๆๆขับรถมาซะไกลเลย”
“แหะๆ ไม่เท่าไรค่ะตายาย”
“งั้นไปคุยกันที่บ้านนะหนู จะได้พักกินน้ำกินท่ากันด้วย”
“เอ๋... ไปไกลไหมคะ”
“โน่นน่ะเดินลัดโคกไปหน่อยเดียวก็ถึงแล้ว จอดรถไว้ใต้ต้นไม้นี่ก็ได้หนูมันเอาเข้าไปไม่ได้หร้อก รถสวยๆ งี้น่ะ
“อ่อ ...ค่ะ”
ฉันหันมองหน้าท่านประธาน ที่ยืนเป็หุ่นให้ชะนีแก่เอานมถูแขน แล้วเดินนำหน้าไปโชคดีที่วันนี้ฉันใส่รองเท้าส้นเตี้ย เลยไม่ค่อยมีปัญหากับ
การเดินบนโคกนาเท่าไร ยกเว้น…
ตุ๊บ!
แผละ!
“กรี้ดดดดด”
เสียงกรี๊ดแสบหูของชะนีแก่ดังขึ้น เพราะรองเท้าส้นแหลมแบรนด์หรูของนางเหยียบขี้ควาย ลื่นจนเ้าหล่อนล้มลงตัวคลุกโคลนริมโคกนา
ท่านประธานรีบคว้าตัวหล่อนแล้วเช็ดหน้าให้ ฉัน ตา ยาย หันมองหน้ากันประหนึ่งรู้ใจ แล้วกั้นหัวเราะจนแก้มป่องทั้งแก๊ง
“ฮืออออ ฮันนี่คะ กลับเลยได้ไหมอัญญ่าไม่ชอบที่นี่เลย ฮืออ”
“เฮ้อ อัญญ่า ผมบอกแล้วว่ามาทำงาน...”
“ฮือออ ไปอยู่กับอัญญ่าที่รถนะคะงานนั่นให้นังเด็กเลขาทำไปสิ”
“อัญญ่า …นี่งานบริษัทผมนะจะทิ้งไปนั่งรอที่รถได้ไง”
“ฮันนี่ ~~~~ “
ยัยอัญญ่าลากเสียงยาว ร้องไห้โฮออกมาเหมือนเด็กร้องกลับบ้าน
“เอ้าๆๆ ลุกเร้วๆ ใส่สั้นขนาดนั้น เดี๋ยวปูหนีบจิมิเอานะลูก”
ยายพูดพลางล้อเลียน แล้วไปช่วยพยุงยัยชะนี เธอสะบัดมือยายออกเพราะมือยายสากการการทำนาและเปื้อนดินจนเล็บดำ ก่อนจะโผลเข้ากอดแขนท่านประธานแทน
‘แหวะ ชะนีแก่’
ฉันแอบด่าในใจก่อนจะเข้าไปคล้องแขนยายแล้วพาเดินกันต่อ มาถึงบ้านตายายแล้ว บ้านทรงไทย หลังเล็กๆสีเหลืองเข้ม มีห้องน้ำ
ข้างล่างนอกตัวบ้าน โอ่งั และอ่างที่ใช้ล้างเท้า ฉบับบ้านโบราณ
“นั่งก่อนๆ เดี๋ยวยายไปเอาน้ำมาให้”
ยายพูดพร้อมเดินหายไปในครัว ท่านประธานเริ่มคุยงานกับลุง เื่ที่ดินสัญญา และข้อมูลการปลูกสร้าง จนเกือบค่ำ
“ฮันนี่ กลับกันได้รึยังคะ”
“ยังคุยธุระไม่เสร็จเลยอัญญ่า”
ท่านประธานพูดแล้วถอนหายใจเหมือนรำคาญเ้าหล่อนเต็มที