นี่คือศาสตราเวทประเภทสนับแขนชิ้นหนึ่ง ทั่วทั้งชิ้นเป็สีเขียวอ่อน ที่พิเศษกว่าปกติคือด้านนอกของสนับแขนยังมีชิ้นส่วนที่นูนออกมาเล็กน้อย ขนาดเพียงหนึ่งชุ่นกว่าๆ รูปร่างคล้ายวิหคนางแอ่น ดูประณีตงดงามยิ่งนัก เมื่อมองดูแผ่นกระดาษที่วางอยู่ข้างใต้ ก็พบว่ามีข้อความเขียนไว้ว่า
“สนับแขนวิหคหวน ศาสตราเวทระดับกลาง เมื่อโคจรลมปราณเข้าไป จะสามารถยิงมีดบินรูปวิหคนางแอ่นออกมาได้ มีพลังทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว ทั้งยังมีดบินยังสามารถหวนกลับมาเองได้หลังจากยิงออกไปแล้ว นับเป็ความสามารถในการจู่โจมศัตรูในทีเผลอ ราคาขายหินิญญาระดับต่ำหกก้อน”
ไม่คาดคิดว่าจะเป็ถึงศาสตราเวทระดับกลาง แววตาของเฟิงหยางฉายประกายยินดีออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองสนับแขนในมือ ความคิดพลันเคลื่อนไหว
ระดับความเสียหายของศาสตรา: 70%
วัตถุดิบที่ต้องใช้ในการซ่อมแซม: แร่ธาตุชั้นหนึ่งธาตุลม
เฟิงหยางถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“ศาสตราเวทระดับกลาง แต่กลับใช้เพียงแร่ธาตุชั้นหนึ่งในการซ่อมแซมอย่างนั้นรึ?”
การใช้แร่ธาตุชั้นหนึ่งหลอมศาสตราเวทระดับกลางขึ้นมาได้ ย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ที่หลอมศาสตราชิ้นนี้มีฝีมือไม่ธรรมดา
“เอาชิ้นนี้แหละ!!”
ในใจของเฟิงหยางตัดสินใจได้ในทันที ศาสตราเวทระดับกลาง ทั้งรุกและรับในตัว แถมวัตถุดิบที่ใช้ซ่อมแซมก็เป็เพียงแร่ธาตุชั้นหนึ่ง นับว่าเป็ศาสตราที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฟิงหยางจึงหันไปเอ่ยกับเฉาหยางที่อยู่หลังเคาน์เตอร์อีกแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
“พี่เฉา ศาสตราเวทชิ้นนี้คือชิ้นที่ท่านเพิ่งพูดถึงเมื่อครู่ใช่หรือไม่? รับซื้อมาด้วยหินิญญาเท่าใดรึ?”
เฉาหยาง กำลังเหม่อลอยอยู่พอดี เสียงของเฟิงหยางทำให้เขาใจนสะดุ้ง เขาผงะไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบ
“อืม ใช่ชิ้นนั้นแหละ รับซื้อมาสี่ก้อน มีอะไรรึ?”
ราคาสี่ก้อนเป็ไปตามที่เฟิงหยางคาดไว้ ศาสตราเวทชิ้นนี้ไม่เลวเลยทีเดียว เพียงแต่ระดับความเสียหายค่อนข้างสูง แม้ไม่ใช้ทักษะซ่อมแซมก็ยังมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า หากเป็ของใหม่เอี่ยม เกรงว่าคงขายได้ราคาสูงกว่ายี่สิบก้อนเป็แน่
เฟิงหยางเอ่ยขึ้น
“ข้าถูกใจศาสตราเวทชิ้นนี้มาก พี่เฉา ท่านรายงานพ่อบ้านหลี่แล้วหรือยัง?”
เฉาหยางนิ่งอึ้งไปอีกครั้ง ในแววตาฉายแววประหลาดวูบหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าตอบ
“ยังไม่ได้รายงานเ้า้ารึ? นี่ไม่ค่อยดีกระมัง อีกอย่างเ้าจะเอาศาสตราเวทชิ้นนี้ไปทำอะไร?”
เฟิงหยางแย้มยิ้ม
“ไม่ได้จะเอาไปทำอะไร เพียงแต่เห็นแล้วถูกใจเท่านั้นเอง ในเมื่อยังไม่ได้รายงานพ่อบ้านหลี่ เช่นนั้นก็ถือว่าข้าซื้อมันไว้เองเป็การส่วนตัว คงไม่มีอะไรไม่เหมาะสมกระมัง เมื่อไม่กี่วันก่อน พี่เฉาก็มิใช่ว่าเพิ่งจะแอบซื้อศาสตราเวทระดับกลางจากลูกค้าของข้าไปชิ้นหนึ่งหรอกรึ?”
“นี่…”
สีหน้าของเฉาหยางพลันแข็งทื่อ เขาหัวเราะแห้งๆ
“ฮ่าๆ ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง ในเมื่อเ้าชอบ เช่นนั้นก็ถือว่าเ้าซื้อมันไปแล้วกัน”
พูดจบ เขาก็ก้มหน้าลงไปตรวจสอบบัญชีเล่มหนึ่งตรงหน้า ทำทีเป็ยุ่งวุ่นวาย แต่ไม่มีผู้ใดเห็นว่าใต้ใบหน้าที่ก้มต่ำของเขานั้นกำลังฉายแววกังวล ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
เฟิงหยางเห็นแววตาประหลาดของเฉาหยางเมื่อครู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อหยิบหินิญญาระดับต่ำออกมาสี่ก้อน ใส่เข้าไปในลิ้นชักเก็บหินิญญาใต้เคาน์เตอร์ เพื่อชดเชยหินิญญาที่เฉาหยางใช้ซื้อสนับแขนมาเมื่อครู่ เท่านี้สนับแขนชิ้นนี้ก็ตกเป็ของเขาแล้ว
หินิญญาระดับต่ำสี่ก้อน มากกว่าค่าจ้างทั้งเดือนของเขาเสียอีก!
เฟิงหยางอดรู้สึกเ็ปในใจไม่ได้ แต่เมื่อมองดูสนับแขนชิ้นนั้น อารมณ์ก็พลันสดใสขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากชื่นชมอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ถกแขนเสื้อขึ้น สวมสนับแขนเข้ากับแขนขวาของตน สนับแขนไม่ได้หนักมากนัก ทั้งยังมีความยืดหยุ่นในตัว เมื่อสวมแล้วก็แนบสนิทไปกับแขนของเขาทันที เมื่อปล่อยแขนเสื้อลง ก็แทบจะมองไม่เห็นเลย
“แร่เหล็กชั้นหนึ่งธาตุลม ไม่รู้ว่าที่ร้านมีรับซื้อวัตถุดิบชนิดนี้ไว้บ้างหรือไม่ แต่ถึงไม่มี ที่ตลาดค้าเสรีทางตะวันออกของเมืองก็น่าจะหาได้ไม่ยาก”
ขณะที่ในใจกำลังครุ่นคิด เฟิงหยางก็เลิกดูศาสตราชิ้นอื่นแล้ว เพราะตอนนี้เขาเหลือหินิญญาระดับต่ำเพียงสามก้อนเท่านั้น เขาต้องเก็บไว้ซื้อวัตถุดิบสำหรับซ่อมแซม
“เฮ้อ…ค่าจ้างสองเดือน ดูท่าวันนี้คงไม่เหลือเก็บแล้ว ใช้เงินนี่มันง่ายกว่าหาเงินเยอะจริงๆ! แต่ไม่เป็ไร ขอแค่ให้เวลาข้าหน่อย ต่อไปการหาหินิญญาคงไม่ใช่เื่ยากอีกแล้ว”
…
ขณะที่เฟิงหยางกำลังคิดอะไรเพลินๆ อยู่ในใจ ก็พลันรู้สึกว่ามีคนมายืนอยู่ตรงหน้า เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นชายวัยยี่สิบห้า ยี่สิบหกปีคนหนึ่งยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์
“พี่ชายท่านนี้ ไม่ทราบว่า้าอะไรหรือขอรับ? ศาสตราของร้านเราราคาถูกและคุณภาพดี ท่านดูศาสตราพวกนี้สิ แม้จะเก่าไปบ้าง แต่หลายชิ้นก็ยังใหม่เจ็ดแปดส่วน แถมราคาก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน”
เฟิงหยางตั้งสติ เริ่มทำหน้าที่ของตนด้วยรอยยิ้ม
“ข้ามิได้มาซื้อของ” ชายผู้นั้นกลับส่ายหน้าเบาๆ “ข้ามาขายของ เ้าดูหน่อยว่าสองชิ้นนี้ราคาเท่าใด”
พูดจบ เขาก็ล้วงของสองชิ้นออกมาจากอกเสื้อ วางลงบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าเฟิงหยาง
“โอ้ ได้ขอรับ” เฟิงหยางพยักหน้า รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงไม่จางหาย เขาก้มลงมองของสองชิ้นที่ชายผู้นั้นนำออกมา
ทันใดนั้น ปลายคิ้วของเขาก็เลิกขึ้น เผยสีหน้าประหลาดใจออกมา
“เอ๊ะ? นี่มัน…”
…
เฟิงหยางหยิบของชิ้นซ้ายขึ้นมา เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ
“นี่คือ…ยันต์อัคคีผลาญวงแหวนรึ?”
นี่คือแผ่นยันต์สีแดงชาดกว้างสามนิ้ว ยาวสามชุ่น จากอักขระที่สลับซับซ้อนบนนั้น สามารถบอกได้ว่านี่ไม่ใช่ยันต์ใช้แล้วทิ้งระดับหนึ่งธรรมดา แต่เป็ยันต์วงแหวนระดับสอง!
ยันต์ใช้แล้วทิ้งทั่วไปสามารถใช้ได้เพียงครั้งเดียว แต่ยันต์วงแหวนชนิดนี้สามารถใช้ซ้ำได้จนกว่าพลังในยันต์จะหมดสิ้นไป ยันต์สีแดงชาดแผ่นนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็ยันต์อัคคีผลาญวงแหวนระดับสอง หากเป็ของใหม่เอี่ยม จะสามารถปลดปล่อยลูกไฟได้ต่อเนื่องสิบถึงยี่สิบลูก อีกทั้งอานุภาพยังรุนแรงกว่ายันต์ลูกไฟระดับหนึ่งอีกด้วย
ทว่าอักขระบนแผ่นยันต์นี้กลับเลือนรางไปมาก ทั้งยังแทบไม่มีประกายแสงหลงเหลืออยู่ เห็นได้ชัดว่าถูกใช้ไปเกือบหมดแล้ว บางทีอาจจะเหลือโอกาสให้ใช้งานได้อีกเพียงสองสามครั้งเท่านั้น นี่ก็นับเป็ศาสตราที่ชำรุดเช่นกัน เพียงแต่ไม่ค่อยมีคนนำมาขายเท่าใดนัก
ชายหนุ่มพยักหน้า
“อืม ถูกต้อง นี่คือยันต์อัคคีผลาญวงแหวน น่าจะยังใช้ได้อีกสามครั้ง อานุภาพไม่ธรรมดา ยันต์แผ่นนี้เคยช่วยชีวิตข้าไว้หลายครั้ง หากมิใช่ว่าตอนนี้ร้อนเงินจริงๆ ข้าก็คงไม่นำมาขายหรอก ยังมีศาสตราเวทระดับกลางชิ้นนี้อีก เป็ของใหม่เจ็ดส่วน ตอนข้าซื้อมาราคายี่สิบห้าหินิญญาระดับต่ำ สองชิ้นนี้ เ้าดูสิว่าจะให้ราคาเท่าใด?”
…
หลังจากการต่อรองราคากันพักหนึ่ง เฟิงหยางก็ใช้หินิญญาระดับต่ำสิบเอ็ดก้อนซื้อของทั้งสองชิ้นมา โดยศาสตราเวทระดับกลางรูปทรงกริชนั้นราคาอยู่ที่สิบก้อน ส่วนแผ่นยันต์นั้นมีค่าเพียงหนึ่งก้อน
หลังจากส่งชายวัยกลางคนกลับไป เฟิงหยางก็นำศาสตราเวทระดับกลางชิ้นนั้นไปวางไว้ในตู้จัดแสดง ตั้งราคาขายไว้ที่สิบสามหินิญญาระดับต่ำ ส่วนแผ่นยันต์นั้น เขากลับแอบเก็บมันเข้าอกเสื้อของตนไปเงียบๆ พร้อมกับหยิบหินิญญาระดับต่ำหนึ่งก้อนใส่เข้าไปในลิ้นชัก แผ่นยันต์นี้ตกเป็ของเขาแล้ว
ระดับความเสียหายของศาสตรา: 80%
วัตถุดิบที่ต้องใช้ในการซ่อมแซม: โลหิตแมงป่องอัคคีชั้นหนึ่ง
นี่คือข้อมูลที่ปรากฏขึ้นในหัวของเฟิงหยางเมื่อครู่ตอนที่เขาหยิบยันต์วงแหวนแผ่นนี้ขึ้นมา ในตอนนั้นเขาแทบจะตัดสินใจได้ในทันทีว่าจะต้องเก็บยันต์แผ่นนี้ไว้
“ไม่คิดว่ายันต์ก็ซ่อมแซมได้ด้วย! ก็จริง...ยันต์ก็นับเป็ศาสตราเวทชนิดหนึ่ง” เฟิงหยางรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยในใจ
“ถ้าเป็เช่นนี้ ขอเพียงซ่อมแซมยันต์แผ่นนี้ได้ ประโยชน์ของมันอาจจะยิ่งใหญ่กว่าสนับแขนวิหคหวนเสียอีก! บางที...อาจจะพอใช้รับมือกับคนพวกนั้นได้แล้ว!”
การต่อสู้ระหว่างผู้ฝึกตน นอกจากระดับพลังบำเพ็ญเพียรแล้ว ศาสตราและวิชาก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในหมู่ผู้ฝึกตนระดับล่าง การมีศาสตราที่ทรงพลังเพียงชิ้นเดียว ก็สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนได้อย่างง่ายดาย
จากที่ชายผู้นั้นบอกเมื่อครู่ อานุภาพของลูกไฟจากยันต์อัคคีผลาญวงแหวนนี้เทียบเท่าได้กับลูกไฟของผู้ฝึกตนระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่เจ็ด และเฟิงหยางคาดว่า ชายร่างกำยำคนนั้นน่าจะมีพลังบำเพ็ญเพียรอยู่เพียงระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หกเป็อย่างมาก เมื่อมีทั้งยันต์อัคคีผลาญวงแหวนและสนับแขนวิหคหวน บวกกับกระบี่สั้นที่บ้านอีกเล่ม บางทีอาจจะพอรับมือกับมันได้แล้ว!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจของเฟิงหยางก็พลันร้อนรนขึ้นมา อยากจะรีบไปหาคนพวกนั้นแล้วชิงแหวนของตนกลับคืนมาเสียเดี๋ยวนี้ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะคลายผนึกบนแหวนได้ แต่ใครจะรู้ว่าจะตกไปอยู่ในมือคนอื่นหรือไม่? ยิ่งแหวนตกอยู่ในมือศัตรูนานเท่าใด ความกังวลในใจของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น
“ไม่รอแล้ว! ไปตลาดค้าเสรีซื้อวัตถุดิบเดี๋ยวนี้ แล้วไปหาคนพวกนั้นเลย!”
ในที่สุด เฟิงหยางก็ไม่อาจทนกับความทรมานในใจได้อีกต่อไป สีหน้าของเขาแน่วแน่ขึ้น ลุกพรวดพราดแล้วเดินออกไปข้างนอก
“หลิวชุ่ย เดี๋ยวถ้าพ่อบ้านหลี่กลับมา รบกวนช่วยข้าลาป่วยหน่อยนะ บอกว่าข้ามีธุระด่วน ฝากด้วยนะ!”
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของหลิวชุ่ย เฟิงหยางทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง แล้วก็พุ่งออกจากร้านไปราวกับสายลม
“เอ่อ...เ้า…” หลิวชุ่ย ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อได้สติกลับมาก็ไม่เห็นเงาของเฟิงหยางแล้ว นางอดพึมพำกับตนเองอย่างแปลกใจไม่ได้
“วันนี้เฟิงหยางแปลกจริงๆ ไม่เพียงแต่จะมาสาย ทั้งยังเพิ่งมาได้ไม่นานก็ไปอีกแล้ว เกิดเื่ด่วนอะไรขึ้นกันแน่นะ?”
“มันจะทำอะไรกันแน่?!” อีกด้านหนึ่ง เฉาหยาง แอบสังเกตความเคลื่อนไหวของเฟิงหยางมาโดยตลอด แม้แต่ตอนที่เฟิงหยางแอบเก็บยันต์แผ่นนั้นไว้เอง เขาก็เห็น ในแววตาของเขาพลันฉายแววร้อนรนระคนกับความหวาดกลัวออกมา
…
หลังจากออกจากหอศาสตราล้ำค่า เฟิงหยางก็เลี้ยวเข้าถนนข้างๆ มุ่งหน้าไปยังตลาดค้าเสรีทางตะวันออกของเมืองอย่างรวดเร็ว
เดิมทีเขาคิดจะดูในร้านก่อนว่ามีวัตถุดิบที่้าหรือไม่ แต่ตอนนี้พ่อบ้านหลี่ไม่อยู่ ทำให้เขาไม่สามารถสอบถามได้ อีกทั้งหากอีกฝ่ายถามขึ้นมาเขาก็อธิบายลำบาก ที่สำคัญคือเขารอไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจไปซื้อวัตถุดิบสำหรับซ่อมแซมศาสตราที่ตลาดค้าเสรีโดยตรง
ตลาดค้าเสรีคือแหล่งรวมตัวของผู้ฝึกตนระดับล่างในเมือง ผู้ฝึกตนบางคนไม่อยากขายของของตนให้ร้านค้าในราคาถูก จึงมาตั้งแผงขายเองที่นี่ แม้ของที่นี่โดยทั่วไปจะเป็ของระดับต่ำ แต่ก็มีหลากหลายประเภท เฟิงหยางเชื่อว่าต้องหาวัตถุดิบที่ตนเอง้าเจออย่างแน่นอน
“แร่ธาตุชั้นหนึ่งธาตุลม โลหิตอัคคีผลาญชั้นหนึ่ง แล้วก็เหล็กกล้าชั้นหนึ่ง ถึงจะไม่รู้ว่าต้องใช้ปริมาณเท่าใด แต่คิดว่าคงไม่มากนัก ข้ายังมีหินิญญาระดับต่ำอีกสองก้อน น่าจะพอ”
เฟิงหยางคิดพลางเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ไม่นานก็หายลับไปในฝูงชนบนท้องถนน…
อีกด้านหนึ่ง เฟิงหยางหารู้ไม่ว่า ทันทีที่เขาจากไป เฉาหยางก็ออกจากร้านไปเช่นกัน เขามองไปยังทิศทางที่เฟิงหยางหายไป พลางขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะหันหลังเดินไปยังถนนอีกสายหนึ่งข้างๆ