ปัง! ปัง! ปัง!
เฉินรุ่ยเบิกตามองเพดานห้องนอน เขาเกลียดการตื่นขึ้นมาด้วยฝันร้าย ฝันครั้งนี้เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาไม่ได้ตายในนัดเดียว แต่กลับถูกยิงซ้ำๆ แม้หลายครั้งที่ล้มลงไป เขาจะพยายามลุกขึ้นมาใหม่ ในฝันนั้นเฉินรุ่ยกัดฟันอดทนต่อความเ็ป ศัตรูตรงหน้านับสิบ คนเ่าั้ล้มลงทีละคน ท้ายที่สุดแล้วแม้แต่เฉินรุ่ยเองก็ไม่สามารถรักษาลมหายใจสุดท้ายไว้ได้ คิดถึงตรงนี้คนบนเตียงก็ยกมือสองข้างขึ้นปิดบังดวงตา
‘กำลังขู่กันอยู่หรือยังไง’ เขาคิด เพราะนั่นไม่ใช่จุดจบของเขาในชีวิตก่อน ดูเหมือนจะตายช้าลง ยืดเวลาเพิ่มเพื่อความทรมานสินะ เมิ่งเมิ่งนี่ไม่ชอบอะไรเขาเป็พิเศษหรือเปล่า
เฉินรุ่ยลุกจากเตียง คว้าแล็ปท็อปขึ้นมาเปิดเพื่อหาข้อมูลข่าวสารสรุปลงเพจ ก่อนจะรันงานที่ได้รับมาล่าสุด ทุกครั้งที่นอนไม่หลับก็จะลุกขึ้นมาทำงาน พอเริ่มสว่างเขาก็ออกไปทำอาหารเช้า
วันนี้เขายังมีเรียน ส่วนพี่เมิ่งเซียน่สัปดาห์นี้แม้จะยังไม่ได้กลับไปทำงานกับคาร์ลอย่างเต็มตัว เนื่องจากอยู่ใน่ส่งต่องานเดิมในแผนกเลขา แต่ก็ดูวุ่นวายกับการเตรียมตัวเพื่อเริ่มโปรเจกต์ใหม่เช่นกัน
“วันนี้เธอทำอะไรน่ะ”
เมิ่งเซียนเพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนเห็นว่าบนโต๊ะยังไม่ได้จัดอาหารจึงชะโงกหน้ามาดูในครัว
“แพนเค้กกับโกโก้ร้อนครับ”
เฉินรุ่ยวางแพนเค้กอีกชิ้นลงบนจานซ้อนทับกันก่อนจะเทน้ำผึ้งลงไปและตกแต่งด้วยผลไม้ที่เขาหั่นไว้ก่อนหน้านี้ เมิ่งเซียนเข้ามาช่วยถือแพนเค้กกับโกโก้ร้อนในส่วนของตนไปวางบนโต๊ะ ตอนที่นั่งลงเธอก็เหลือบมองเฉินรุ่ยเล็กน้อย เพราะความกระตือรือร้นของเ้านายเมื่อไม่กี่วันก่อน แม้ได้คุยกันและมีข้อสรุปเื่งานที่จะเริ่มในเดือนหน้าแล้ว แต่ว่าด้านความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่มันน่าสงสัยมากจริงๆ
“เธอได้ติดต่อกลับไปหาคุณคาร์ลหรือยัง”
“ติดต่อแล้วครับ” เมิ่งเซียนมองเฉินรุ่ยที่ตั้งใจกับการกินเป็ปกติ ไม่ได้แสดงความสนใจต่อชื่อเ้านายเธอสักนิด
“แล้วเขาว่าอย่างไรบ้าง”
“เดือนนี้ผมอาจจะทำงานให้เขาไม่ได้ ผมจำเป็ต้องเคลียร์งานที่มีในมือก่อน เื่นี้ได้แจ้งให้เขาทราบแล้วครับ”
“เอาไว้ถ้าเธอพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกพี่ พี่จะประสานงานกับบิลลิเกนให้”
“ได้ครับ”
หลังทานเสร็จเฉิยรุ่ยเก็บช้อนชามไปล้างก่อนจะเอากระเป๋าเป้มาสะพายแล้วออกจากห้องพร้อมกับเมิ่งเซียน
เสียงรองเท้าส้นสูงดังเป็จังหวะ
“หลังจากเธอเรียนเสร็จเราค่อยมาเก็บเสื้อผ้ากัน ฉันสั่งเสื้อทีมมาให้เธอกับฮ่าวกงไว้ใส่ในวันพรุ่งนี้แล้วด้วย”
เมื่อขึ้นมาบนรถเฉินรุ่ยนั่งข้างคนขับขณะที่เมิ่งเซียนนั่งด้านหลัง
กับฮ่าวกงที่ไม่ค่อยพูดเป็ทุนเดิมอยู่แล้วเฉินรุ่ยเพียงแค่กล่าวสวัสดีตอนเช้าเท่านั้น รถพาเขามาส่งถึงที่หมาย
ขณะที่เฉินรุ่ยเดินเข้าโรงเรียน คนที่ซ่อนอยู่ได้ถ่ายรูปเขาไว้จำนวนมาก ก่อนจะโทรหาหัวหน้าของตัวเอง
“ผมส่งรูปล่าสุดไปให้นายแล้วครับ มันไปกลับเวลาเดิมทุกครั้ง ถ้านายมั่นใจผมพร้อมลงมือทันที”
“เื่นี้ฉันต้องเชคกับนายใหญ่อีกที จับตามองมันไว้ก่อน อย่าเพิ่งให้พวกมันรู้ตัว” ปลายสายตอบกลับ
⚖️
การเรียนของเฉินรุ่ยก็เหมือนกับทุกวัน เรียนทฤษฎีใน่เช้า ่บ่ายเป็ภาคปฏิบัติ หมดหนึ่งวันเขาก็ไปนั่งรอฮ่าวกงมารับ เฉินรุ่ยไม่ได้ทักไปหาคาร์ลอีก แต่เขากลับดูเหมือนสตอกเกอร์ขึ้นทุกวัน เพราะเอาแต่ตรวจสอบวิเคราะห์การเดินทางของแต่ละคน ดูว่าสัมพันธ์กับตารางงานที่เขามีในมือหรือเปล่า เฉินรุ่ยปิดแอปพลิเคชันลงเมื่อฮ่าวกงมาถึง
ฮ่าวกงขับรถเข้ามาจอดด้านในลานจอดของคอนโด เขาเดินตามขึ้นไปด้วย เป็อีกครั้งที่เฉินรุ่ยรู้สึกว่ามีคนจับตาดูเขาอยู่ ไม่เห็นตัวคนน่าสงสัย เขาได้แต่ขบคิด รู้สึกไม่ไว้ใจและเขาจะไม่ยอมปล่อยมันให้ผ่านไปแน่ ยิ่งมีเวลาที่แน่นอน การเช็กกล้องวงจรปิดจึงไม่ใช่เื่ยาก เฉินรุ่ยจดเื่ที่เขาต้องทำไว้ในใจ
พอถึงห้อง เมื่อเปิดประตูออกก็เห็นว่าเมิ่งเซียนรออยู่ก่อนแล้ว เฉินรุ่ยและฮ่าวกงมองกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบนิ่งงัน
“เข้ามาสิ” เมิ่งเซียนกวักมือเรียก พวกเขาถึงได้สติ
“พวกเราไปกี่วันนะครับ”
เฉินรุ่ยเริ่มไม่แน่ใจจึงหันไปถามฮ่าวกง
“สองวัน” โอเค เขาไม่ได้เข้าใจผิด
ฮ่าวกงเดินเข้าไปลากกระเป๋าสองใบนั้นออกไป เฉินรุ่ยเอาอาหารที่ทำในวันนี้เข้าช่องแช่แข็ง ถึงจะสูญเสียความสดใหม่แต่ว่าความเสียดายนั้นมีมากกว่า เสร็จแล้วก็เดินเข้าห้อง เขาไม่ได้มีเสื้อผ้ามากมาย แค่กางเกงขาสั้นสองตัวกับเสื้อยืดธรรมดาก็เพียงพอสำหรับการไปเที่ยวพักผ่อนปลายสัปดาห์แล้ว ใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้อง
“เธอไม่อาบน้ำหน่อยเหรอ” เมิ่งเซียนถาม
“ZE4 ใช้เวลาเดินทางเกือบสามชั่วโมง ไปถึงที่นั่นผมค่อยอาบก็ได้ครับ”
เมิ่งเซียนคว้ากระเป๋ามาถือไว้แล้วเดินนำออกไปก่อน พอถึงรถเฉินรุ่ยเข้าไปนั่งตำแหน่งข้างคนขับ ค่ำนี้พวกเขาจะแวะร้านอาหารใน ZE2 ก่อน
เมิ่งเซียนเป็คนปักหมุด ดูเหมือนเธอจะกระตือรือร้นที่สุดแล้ว อย่างน้อยชุดของเธอก็ดูเข้ากับธรรมชาติที่นั่นมากกว่าพวกเขา
ส่วนสองคนที่นั่งด้านหน้านั้นเงียบสนิทมีหน้าที่สนับสนุนความคิดเห็นก็เท่านั้น เมิ่งเซียนเหมือนได้พนักงานรักษาความปลอดภัยส่วนตัวมาสองคน
เมื่อมาถึงที่หมายรวมเวลาที่ทานอาหาร กลายเป็ว่าพวกเขาใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง ที่พักเป็รีสอร์ตหลังหนึ่งแยกเป็ห้องส่วนตัวด้านใน 3 ห้อง ทันทีที่ไปถึงเฉินรุ่ยขอแยกตัวเข้าไปอาบน้ำก่อน ด้านฮ่าวกงถูกเมิ่งเซียนลากออกไปถ่ายรูปกับไฟประดับริมสระว่ายน้ำ
อาบน้ำเสร็จ เฉินรุ่ยก็นั่งเช็ดผมบนเตียง มือข้างหนึ่งเลื่อนหน้าจอมือถือตรวจดูตำแหน่งของคาร์ล อีกฝ่ายเดินทางถึงบ้านใน ZE2 เรียบร้อยแล้ว เขาตั้งการแจ้งเตือนตำแหน่งของคาร์ลหากมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง เสร็จแล้วก็ปิดแอปพลิเคชันลง
เสียงเคาะห้องดังขึ้น เฉินรุ่ยเปิดประตู เป็เมิ่งเซียน
“ข้างนอกมีหิ่งห้อย เธอเคยเห็นไหม” เฉินรุ่ยรู้จักแมลงชนิดนี้แต่ไม่เคยเจอตัวจริงเขาจึงส่ายหน้า
“งั้นไปกันเถอะ” ถูกดึงออกจากห้อง
ท่ามกลางต้นไม้ขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา มีแสงระยิบระยับคล้ายดวงดาวลอยระล่องเต็มไปหมด เมิ่งเซียนปล่อยมือเขาแล้วเดินเข้าไปหาฮ่าวกงซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เฉินรุ่ยมองภาพตรงหน้า ยื่นมือออกไป แสงสว่างดวงน้อยบินลงมาเกาะที่ปลายนิ้ว ใจของเฉินรุ่ยเต้นแรง เขากำลังัักับแสงสว่างตัวน้อยอยู่ เฉินรุ่ยหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น
เขาหันไปมองทั้งที่มือยังค้างไว้ เป็เมิ่งเซียนที่เอากล้องจากฮ่าวกงมาถ่ายเขา เฉินรุ่ยยิ้มกว้างออกมา ที่นี่มีทุกอย่างที่เขาชอบ ต้นไม้ สัตว์ที่ไร้เดียงสา คนที่ใจดีกับเขา ภาพบรรยากาศในค่ำคืนนี้ประทับลงในใจของเฉินรุ่ย กลิ่นหอมของดอกไม้ยามค่ำคืนบางเบาทำให้ใจนิ่งสงบ
‘หลินอี้ รู้ไหมว่านี่คืออะไร’ เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นในหัวเขา เฉินรุ่ยมองภาพตรงหน้าพร่าเบลอไปชั่วขณะ ก่อนจะทรุดลงไปกับพื้น ภาพชายคนหนึ่งยื่นมือที่เต็มไปด้วยแสงสว่างตัวน้อยมาให้เขา ภาพนั้นหายไปยามเขาล้มลง เขาเห็นเงาเมิ่งเซียนที่วิ่งเข้ามา ฮ่าวกงเข้าถึงตัวเขาก่อน เฉินรุ่ยสะบัดศีรษะไล่อาการมึนเบลอนั้น
“เธอโอเคไหม” ฮ่าวกงถาม
“ผม ผมแค่เหนื่อย”
“นายพาเขาเข้าไปนอนพักก่อน” เมิ่งเซียนร้อนใจ
ฮ่าวกงพยุงเฉินรุ่ยเข้าไปนอนในห้อง เขาเวียนหัวไปหมด ‘หลินอี้’ ชื่อนี้ไม่เคยได้ยินหรือถูกกล่าวถึง เฉินรุ่ยไม่เคยมีอาการแบบนี้ตอนเขาได้ยินเสียงของหนังสือ เขาอาจจะทรมานจากความฝันแต่หลังจากตื่นนอนเขาไม่เคยมีอาการข้างเคียง นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้รับผลกระทบจาก ‘เสียง’ ซึ่งไร้ที่มา
“ไปหาหมอไหม” เมิ่งเซียนนั่งลงบนเตียงเธอแตะฝ่ามือลงบนหน้าผากเขา เฉินรุ่ยส่ายหน้า
“ผมแค่เหนื่อย พักสักหน่อยก็หายครับ”
ใบหน้าเมิ่งเซียนยังมีความกังวล เฉินรุ่ยยื่นมือออกไปจับมือเธอเขย่ามันเบาๆ
“ผมโอเคจริงๆ”
“โอเค ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เธอพักผ่อน พรุ่งนี้หากยังไม่หายดี เธอต้องไปโรงพยาบาลตกลงไหม”
“ตกลงครับ”
เมิ่งเซียนรั้งอยู่สักครู่ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ประตูถูกปิดลง เฉินรุ่ยจึงพลิกตะแคงตัว ‘หลินอี้’ ไม่มีทางที่ชื่อนี้จะปรากฏขึ้นมาโดยไร้ที่มา แล้วชายคนนั้นก็ทำให้เฉินรุ่ยรู้สึก เขาบอกไม่ถูก เป็ความรู้สึกแย่ แย่มากๆ อยู่ข้างในใจเขา เฉินรุ่ยนอนขดตัวกอดตัวเองไว้ หลับตาลงแม้จะรู้ว่าตัวเขาจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งด้วยฝันร้ายก็ตาม
⚖️
เฮือก
เฉินรุ่ยลืมตาขึ้นมาในเวลาเดิม เมื่อได้สติเขาก็ควานหามือถือมาดูเวลา ยกมือขึ้นปิดตาด้วยความเหนื่อยล้า นอนหายใจทิ้งไปบนเตียง ปล่อยให้ความคิดล่องลอย ปะติดปะต่อเนื้อหาในฝันบางส่วนที่ไม่ได้มีส่วนสำคัญอะไร กับการตายที่ดูจะลงรายละเอียดมากขึ้นและทำให้เขาทรมานมากขึ้นในทุกวัน
ห้านาฬิกา เขาลุกขึ้นไปจัดการธุระส่วนตัว มองกระจกในห้องน้ำที่สะท้อนภาพของตัวเองออกมาอย่างพร่าเบลอเพราะไอน้ำหลังจากใช้เครื่องทำน้ำอุ่น เฉินรุ่ยใช้มือปาดบริเวณส่วนที่เป็ใบหน้า มองใบหน้าของตัวเองนิ่งก่อนจะหันหน้าหนี เพราะความรู้สึกแย่ที่ไม่ยอมหายไป มันทำให้ใจเขาขุ่นมัว
เฉินรุ่ยนั่งทำงานที่ค้างไว้ในห้องจนกระทั่งได้ยินเสียงเคาะประตู เขาลุกขึ้นไปเปิด เป็เมิ่งเซียน เธอกวาดตาสำรวจใบหน้าเขา
“ผมโอเคแล้วครับ”
“ดีแล้วล่ะ อาหารเช้าของทางรีสอร์ตถูกจัดไว้แล้ว ออกมาทานด้วยกันเถอะ ทานเสร็จฉันมีโปรแกรมพาเธอไปที่สวยๆ อีกเพียบ”
“ครับ” เฉินรุ่ยเดินไปหยิบมือถือบนเตียงแล้วเดินตามเธอออกไป
“เพราะเธอชอบต้นไม้ ฉันเลยคิดว่าอุทยานแห่งชาติที่อยู่ห่างไปสิบห้ากิโลจะทำให้เธอมีความสุขมากแน่ ตอนเช้าเราก็ไปเติมพลังชีวิตที่นั่นกันก่อน ตกบ่ายอากาศร้อนขึ้นมาสักหน่อย เราค่อยไปหาร้านอาหารหรือคาเฟ่นั่งชิล”
เมิ่งเซียนเล่าแผนการเดินทางในวันนี้คร่าวๆ ขณะรับประทานอาหารเช้า อันที่จริงแค่เธอคิดถึงการมีอยู่ของเขา เฉินรุ่ยก็มีความสุขแล้ว
“ขอบคุณมากครับ” เฉินรุ่ยกล่าวขอบคุณเธอ เมิ่งเซียนโบกมือปัดทำนองว่า ‘เื่แค่นี้เล็กน้อยน่ะ’
หลังจากทานอาหารเช้าพวกเขาก็พากันขับรถออกไป เฉินรุ่ยมองดูต้นไม้ใบหญ้าข้างทางสลับกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีขาว มือถือบนตักสั่นถี่ เขาหยิบมันขึ้นมาดูเป็คาร์ลที่กำลังออกจากบ้าน อีกฝ่ายดูเหมือนจะมุ่งตรงไปบ้านใหญ่ที่โกลเดนเบิร์กอยู่รวมกัน
แบบแผนการเดินทางของคาร์ลค่อนข้างชัดเจน เพราะติดตามฝ่ายนั้นมานานเฉินรุ่ยจึงพอเดาออก เขากดปักปลายทางและตั้งเวลาไว้ หากมีข้อผิดพลาดแอปพลิเคชันจะแจ้งเตือนเช่นกัน นี่เป็วิธีการติดตามที่เขาใช้มาเสมอ
เฉินรุ่ยวางมือถือลงเเล้วสนใจกับบรรยากาศตรงหน้าแทน ป้ายอุทยานปรากฏอยู่ด้านหน้า กลิ่นของป่า ดินและน้ำค้างลอยเข้ามาเมื่อพวกเขาต้องแลกบัตรผ่าน ทำเื่ไม่นานเ้าหน้าที่ก็ปล่อยรถของพวกเขาเคลื่อนเข้าไปด้านใน
พวกเขาใช้เวลาครึ่งวันซึมซับบรรยากาศของธรรมชาติ เฉินรุ่ยชอบที่จะได้ยินเสียงของเหล่านกและแมลง เขาชอบกลิ่นของพืชพรรณ ความงามของพวกมันที่แข่งกันแผ่กิ่งก้านเพื่อรับแสงแดดในยามเช้า สิ่งเหล่านี้ปัดเป่าความขุ่นมัวในจิตใจของเฉินรุ่ยให้หายไป พวกมันทำให้เขาลืมไปชั่วขณะ
เสียงหัวเราะของเมิ่งเซียนดังขึ้นในขากลับออกจากอุทยานแห่งชาติ เธอบังคับให้ฮ่าวกงร้องเพลงออกมาได้
“เมิ่งหลุนจะต้องใแน่ถ้าฉันบอกเขาว่านายก็ร้องเพลงได้” เมิ่งเซียนว่าอย่างนั้น สำหรับเฉินรุ่ยเขาคิดว่าฮ่าวกงกำลังท่องอาขยาน เฉินรุ่ยหลุดขำออกมา
“เธอกล้าขำฉันเหรอ”
แม้เพียงเล็กน้อยแต่ฮ่าวกงที่ไม่สามารถทำอะไรเมิ่งเซียนได้ก็หันมาเล่นงานเฉินรุ่ยแทน เพี๊ยะ เสียงฝ่ามือตีลงบนต้นแขนหนาของฮ่าวกง เมิ่งเซียนยกนิ้วขึ้นชี้หน้าเขา
“นายกล้าทำเขาเหรอ”
“คุณตีผม” ฮ่าวกงโอด
“ใช่” ดูจากสายตาแล้วเฉินรุ่ยคิดว่าจากเื่เล่นๆ กำลังจะกลายเป็เื่จริงจังขึ้นมาบ้างแล้ว
“พวกพี่ครับ เราทีมเดียวกันไม่ใช่หรือ” เฉินรุ่ยพยายามดึงสติคนสองคนในาขนาดย่อมนี้
“เธอขำฉัน ส่วนเขาตีฉัน” แล้วการปะทะกันเล็กน้อยก็เกิดขึ้น
เมิ่งเซียนครองพื้นที่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของการโต้เถียง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครจะชนะ
มือถือบนตักเฉินรุ่ยสั่นขึ้นมาอีกครั้ง เขายกมันขึ้นมาดู ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น คาร์ลกำลังออกนอกเส้นทาง ไม่ใช่ทางกลับบ้าน ไม่ใช่ทางไป ZG6 เฉินรุ่ยพยายามเดาปลายทาง แต่ทางที่อีกคนไปนั้นเป็เขตเพาะปลูกขนาดใหญ่ ไม่มีแม้แต่บ้านคน
เฉินรุ่ยเคาะนิ้วกับขาตัวเองถี่ เขาติดตามความเคลื่อนไหวในมือถือจนกระทั่งจุดสีแดงหยุดลงใจกลางพื้นที่เพาะปลูกนั้น มันกะพริบเป็จังหวะเมื่อไร้การเคลื่อนไหว เสียงของเมิ่งเซียนไม่ได้ดังเข้ามาในหัวของเฉินรุ่ย เขาออกจากแอปพลิเคชันกดโทรออกหาคาร์ล
เพราะร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นเฉินรุ่ยมีเพื่อนหรือติดต่อกับใครนอกจากพวกเขา เมิ่งเซียนที่กำลังจะฟาดลงบนต้นแขนฮ่าวกงหยุดชะงัก ฮ่าวกงเองก็เหลือบมองการกระทำของเฉินรุ่ยที่กดโทรออกและวางซ้ำๆ ก่อนที่เฉินรุ่ยจะหันไปทางคนขับ
“ผมมีที่นึงต้องไป ผมขอขับได้ไหม” ในรถเงียบไปอึดใจ
“ให้เขาขับ” เมิ่งเซียนตัดสินใจ
รถจอดลงข้างทาง ฮ่าวกงลงจากรถ เฉินรุ่ยก้าวข้ามไปฝั่งคนขับ พอฮ่าวกงขึ้นนั่งบนรถ เฉินรุ่ยก็เหยียบคันเร่งทันที
“เรากำลังจะไปไหน” เมิ่งเซียนถาม
“พื้นที่เพาะปลูกเขต ZE6”
เมิ่งเซียนไม่ได้ถามต่อ ใช้เวลาเพียงสิบห้านาทีพวกเขาก็ถึงที่หมาย รถของคาร์ลพังยับหงายท้องอยู่กลางทุ่ง เฉินรุ่ยเปิดประตูวิ่งลงไป ฮ่าวกงตบลงบนปืนข้างกายก่อนจะเปิดประตูตามลงไปอีกคน แต่ก่อนจะลงเขาได้หันกลับมาหาเมิ่งเซียน
“คุณโทรแจ้งเ้าหน้าที่ตำรวจ เรียกรถพยาบาล รออยู่ที่นี่ ห้ามลงจากรถเด็ดขาด” เมิ่งเซียนพยักหน้ารับ
⚖️