หว่าหวา talk
เมื่อฉันเดินเข้ามาในแผนกบัญชี หัวหน้าแผนกก็แนะนำให้ฉันรู้จักกับเพื่อนร่วมงาน ทุกคนในแผนกดูเป็มิตร เป็กันเอง และแต่งตัวกันจัดเต็มในสไตน์ของแต่ละคน ทำให้ฉันรู้สึกไม่อึดอัด แต่กลับรู้สึกผ่อนคลายและชอบบรรยากาศการทำงานที่นี่เป็อย่างมาก
" ทุกคนเก้าโมง เรามีประชุมกับท่านประธานนะ" ห๊ะ!!! ฉันได้ยินถึงกับหูผึ่งเลย นึกว่าจะไม่ต้องเจอกันอีกที่ไหนได้ หนีไม่พ้นอีกแล้ว
"เตรียมตัวเข้าห้องได้แล้วนะ เอกสารอย่าให้ขาดตกบกพร่องนะจ๊ะ " หัวหน้าสั่งงานอย่างเป็กันเอง
"ค่ะ/ครับ" ทุกคนรับทราบแล้วเตรียมงานกันอย่างจริงจัง
" อร๊ายยยย จะได้เจอบอส ฉันสวยยังแก" พี่นิ เพื่อนร่วมงานที่รับหน้าที่สอนงานให้ฉัน กรี๊ดลั่น และหันมาถามฉันท่าทางตื่นเต้นที่จะได้เจอบอสไร้เหตุผลแบบนั้น โอ๊ย ทำไมใครๆ ต้องหลงใหลคนแบบนี้ด้วย
"สวยแล้วค่า" ฉันตอบ และหันไปมองเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ก็มีท่าทางไม่ต่างจากพี่นิเลย ฉันไม่เห็นอยากจะเจอเลย ขนาดเงายังไม่อยากจะแล
เบน น่านฟ้า talk
@ ห้องประชุมแผนกบัญชี
" สวัสดีค่ะ /ครับ บอส" เมื่อผมเดินเข้ามาในห้องประชุม ของแผนกบัญชีทุกคนที่อยู่ในห้องก็เอ่ยทักทายผมด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ยิ้มกว้างให้ผมกันทุกคน เว้นอยู่คนเดียวคือผู้หญิงในชุดเดรสแดงที่ทำหน้าตาบูดบึ้งไม่สบอารมณ์ที่เห็นหน้าผม หึ เบื่อนักเหรอที่เจอผม เดี๋ยวเถอะ เดี๋ยวเราได้เจอกันแน่
" ดีครับทุกคน นั่งๆ ไม่ต้องเกรงใจครับ "
"แผนกนี้ รับพนักงานเพิ่มสองคนนี่ครับไหนล่ะ " ผมเอ่ยถามหัวหน้าแผนกทันที ดปิดฉากการแกล้ง
" ใช่ค่ะบอส หว่าหวา น้ำใส ยืนขึ้นแนะนำตัวเองสิจ๊ะ " หัวหน้าแผนกหันไปหาลูกน้องของตัวเอง ก็แค่อยากได้ยินเสียงของคนหน้าตาบึ้งตึงแหละครับ
" สวัสดีค่ะบอส น้ำใสค่ะ ตำแหน่งบัญชีค่ะ " น้ำค้างเอ้ยน้ำใส ผมจำชื่อเธอไม่ได้ทั้งที่เธอพึ่งจะแนะนำตัว เพราะสนใจอีกคนมากกว่า
" สวัสดีค่ะ หว่าหวา ค่ะ ตำแหน่งบัญชีค่ะ " แล้วก็มาที่จุดมุ่งหมายของผม ที่ลุกขึ้นแนะนำตัวแบบขอไปทีไม่มีรอยยิ้มสักนิด แทบจะไม่มองหน้าผมเลยก็ว่าได้
ที่ผมให้พนักงานใหม่แนะนำตัวก็ไม่มีไรหรอกครับอยากได้ยินเสียงยัยตัวแสบเฉยๆ เพราะถ้าเริ่มประชุม เธอคงไม่ได้พูดแน่นอน น้องใหม่คงได้แต่นั่งฟังเงียบๆ ผมก็เลยหาทางได้ยินเสียงใสใสก่อนเริ่มประชุม เพื่อเป็กำลังใจให้ผมประชุมอย่างมีความสุขไงล่ะ
การประชุมแผนกบัญชีดำเนินไปกว่าสองชั่วโมงโดยที่หว่าหวาไม่มองหน้าผมเลย!!! มีแต่ผมที่ชำเลืองมองเธอเป็ระยะ ระยะละสามวินาที แทบจะไม่ได้สนใจการประชุมเลยก็ว่าได้
" เดี๋ยวพัก 20 นาทีนะครับ " ผมเอ่ยขึ้น เพราะรู้สึกว่าเราประชุมกันมานานและควรจะได้หยุดพักสักหน่อย ทุกคนก็เลยแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามแต่ใครชอบทำอะไร
" แม่งไปไหนว่ะ " หลังจากผมจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินตามหายัยหว่าหวา ไม่รู้ว่าไปหลบอยู่ที่ไหน เพราะเดินหารอบๆ แผนกเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ
“หึ” ผมสบถอย่างไม่พอใจทันทีเมื่อมาเจอยัยตัวดีนั่งคุยกับพนักงานผู้ชายคนหนึ่งอยู่ท่าทางสนุกสนาน ภายในห้องหนังสือของแผนกบัญชี ทีกะผมคุยดีด้วยไม่ได้เลย ทีกะผู้ชายคนอื่นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมยืนรอจนกระทั่งเธอกับผู้ชายคนนั้นแยกจากกัน และหว่าหวากำลังเดินผ่านชั้นหนังสือที่ผมยืนหลบอยู่
" โอ๊ย!!! ปล่อย " ผมรีบคว้าตัวเธอเข้ามากอดเอาไว้ พร้อมกับเสียงร้องใของเธอดังขึ้น และดิ้นรนขัดขืนเมื่อเห็นว่าคนที่กอดเธออยู่คือผม
" ไม่ปล่อย ทีคุยกะคนอื่นยังคุยได้เลย คุยกับผมคงไม่ตายหรอก " ผมต่อว่าเธอทันควัน พร้อมจ้องหน้าเธออย่างไม่พอใจที่ทำตัวไม่น่ารักแบบนี้
" ไม่อยากคุย ปล่อย!!! จะกอดไว้ทำไมเล่า อื้ม หายใจไม่ออก" ดิ้นขัดขืนเป็การใหญ่ แถมเอ็ดผมอย่างไม่กลัวสักนิด ยิ่งเธอดิ้นรนผมยิ่งรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม
" กอดแค่นี้จะเป็จะตายนะหว่าหวา " ทีกับผมแสดงท่าทางรังเกียจจนออกนอกหน้า
" ปล่อยหว่าหวาไม่งั๊นจะะโให้คนช่วย " คนช่วยงั้นเหรอ กล้าะโก็ลองดู เธอกำลังเผยอปากส่งเสียง และผมก็รีบฉกปากเข้าปิดริมฝีปากบางด้วยการจูบทันที และเริ่มบดขยี้ริมฝีปากนั้นอย่างหนักหน่วง โทษฐานที่เธอทำให้ผมไม่พอใจ แต่คนในอ้อมกอดก็ยังดิ้นรนต่อเนื่อง ไม่ยอมให้ความร่วมมือในการจูบเลยสักนิด มันยิ่งทำให้อารมณ์โมโหของผมครุกรุ่นกว่าเดิม
" อย่าดิ้นหว่าหวา " ผมบอกเธอเสียงเข้ม กอดเธอแน่นขึ้น จนดิ้นได้ไม่ถนัด
" ปล่อยอย่าทำแบบนี้กับหว่าหวา นี่ที่ทำงานนะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็น " เธอจ้องตาผมเขม็งและรีบต่อว่าทันทีที่ผมถอนการจูบออก หึ ที่แท้ก็กลัวคนอื่นจะรู้
" จูบผมแล้วผมจะปล่อย ถ้าไม่ผมจะทำให้คนอื่นรู้ว่าเรามาทำอะไรกันที่นี่" ผมต่อรองอย่างเหนือกว่า ดวงตากลมโตของเธอจ้องมาที่ผมอย่างโกรธเคือง แต่ยังไงเธอก็ไม่มีทางสู้ผมได้หรอกครับ
"จะทำมั๊ย " ผมถามย้ำอีกครั้ง แต่คนในอ้อมกอดกลับเบือนหน้าหนี
"ไม่ทำใช่มั๊ย " ผมเริ่มกดดันหนักขึ้น ยื่นหน้าเข้าใกล้เธอมากกว่าเดิม
“จุ๊บ!!”
" พอใจยังล่ะ " สุดท้ายเธอก็ใช้ปากเล็กของเธอมาแตะที่แก้มผมรวดเร็วแบบขอไปที แล้วเอ่ยถามอย่างไม่สบอารมณ์ แบบนี้มันเรียกจูบที่ไหนวะ
" ยัง " ผมตอบชัดเจน จ้องหน้าเธอจริงจัง เพราะผมไม่ได้อยากได้การใช้ปากแตะแก้ม แต่ผมอยากได้จูบแบบดูดดื่ม
" เข้าใจ คำว่าจูบปากป่ะ ไม่ใช่แตะปาก " ผมบอกชัดเจน รอคอยว่าเธอจะตอบสนองตามความ้าของผมหรือไม่ ถ้าไม่เื่ของเรามันไม่จบแค่นี้แน่หว่าหวา
(หว่าหวา : ได้คืบจะเอาศอก เจอกันทีไรฉันเป็ต้องโดนรังแกทุกที แล้วดูเหมือนฉันจะไม่มีทางสู้เขาได้เลยด้วยซ้ำ เวรกรรมอะไรทำไมต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย)
" อีกไม่ถึงสิบนาที ประชุมจะเริ่ม แล้วแต่คุณนะ ถ้าคุณอยากดัง อยากให้คนรู้เื่ของเราผมพร้อม " ผมขู่พร้อมยิ้มมุมปากท้าทาย ส่วนเธอก็เงยหน้ามองผมอย่างอาฆาต
" ใจร้าย " เสียงบ่นงุบงิบของหว่าหวาดังเบา พร้อมกับก้มหน้ามองแผลงอกของผม ทำเอาผมอดยิ้มออกมาไม่ได้ เอ็นดูความไม่มีทางสู้ของคนในอ้อมกอด ที่ทำได้เพียงส่งเสียงด่าทอ น่ารักว่ะ ผมกระชับอ้อมกอดเป็การบอกว่าให้จูบผมเดี๋ยวนี้
ในที่สุดเธอก็ยื่นริมฝีปากมาแตะกับกลีบปากของผมช้าๆ แล้วค่อยๆ เล็มไปเรื่อยๆ แบบไม่ประสา ยัยตัวแสบเอ๊ย แต่มันทำให้ผมรู้สึกดี และเคลิบเคลิ้มที่สุดเลยครับ ปากนิ่มๆ ของเธอที่มีรสน้ำผึ้งมะนาว เมื่อััไปตามริมฝีปากของผมแล้วมันวาบหวามอย่างบอกไม่ถูกจนผมต้องจูบตอบเธอเพื่อสอนให้เธอรู้ว่าการจูบจริงๆ มันเป็ยังไง ผมรุกรานบดจูบริมฝีปากบางอย่างช่ำชอง ดูดกลืนความหอมหวานจากโพรงปากอุ่นอย่างค่อยเป็ค่อยไปแต่ดูดดื่ม ผมรู้สึกได้ว่าตอนนี้เราสองคนกำลังมีความสุขด้วยกันทั้งคู่ จากบทจูบที่กำลังดำเนินไป
(หว่าหวา : หว่าหวาต้องหยุดจูบเดี๋ยวนี้นะ สมองฉันสั่งการ แต่ร่างกายกับทำตรงกันข้ามยังจูบตอบเขาอย่างเรียกร้อง และรู้สึกว่าชอบจูบของเขาเหลือเกิน ร่างกายของฉันสั่นสะท้านด้วยความสุขสมที่ปฏิเสธไม่ได้ จากบทจูบที่เขามอบให้ แต่จะให้เขารุกรานรังแกแบบคนไร้ค่าไม่ได้ ฉันรีบรวบรวมสติแล้วผลักเขา)
" พอใจแล้วใช่มั๊ย "
" หว่าหวาไปได้รึยังค่ะ " หว่าหวาเอ่ยขึ้นเสียงเบา และดันตัวผมออกห่าง
" อย่าให้ผมเห็นว่าคุยกับผู้ชายคนอื่นหรือยิ้มกับใคร ไม่งั๊นคุณก็รู้ว่าจะโดนอะไร " ผมคำรามขู่แต่เธอกลับวิ่งหนีไปทันทีโดยไม่ตอบอะไร
" ยัยหน้าสวยตัวแสบ " ผมพึมพำกับตัวเองพร้อมยิ้มออกมาอย่างชอบใจ นึกไปถึงบทจูบของเราเมื่อกี๊ ชอบจังครับ ชอบที่สุดเลย
เมื่อครบเวลาพักผมก็เข้ามาประชุมตามปกติ หว่าหวานั่งประชุมโดยที่ไม่มองผมเลยสักนิด มีแต่ผมแอบมองเธอตลอดเวลา บ้าไปแล้วมั๊งกู
หว่าหวา talk
"ไอ้บอสบ้า ทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไง "ฉันสบถคนเดียวในห้องน้ำ ก่อนที่จะพยายามปรับอารมณ์ให้กลับมาปกติที่สุดเพื่อกลับไปประชุมต่อ พอเข้ามาในห้องประชุมฉันก็พยายามไม่สนใจ ไม่มองหน้าเขาเลย คิดว่าเป็ประธานจะทำอะไรกับลูกน้องก็ได้งั้นเหรอฉันไม่ใช่ผู้หญิงหยำฉ่าที่จะมาย่ำยียังไงก็ได้นะ แต่ฉันจะจบเื่นี้ยังไงดี คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
สปอยส์ตอนต่อไป
ชิน ไปตามหว่าหวามาหากูหน่อย
หึ ไหนบอกไม่สนใจเค้าไงละ
ไปหึงอะไรเค้ามีสิทธิ์อะไรคะ แถมนัวเนียเก่งเป็บ้าเลย
น้องไม่เล่นด้วยคะเฮีย ฟังรู้เื่มั๊ย