คราวนี้เสียงโบราณเงียบอยู่นาน
ก่อนตอบ
“จำเป็ต่อการเปิดมหาวิชา”
จางเหว่ยหัวใจสั่น
“และจำเป็ต่อการเดินบนเส้นทางที่ไม่อยู่ภายใต้กฎเดิม”
อักขระตัวที่เก้าส่องสว่างขึ้น
“หากสร้างสายที่เก้า”
“พลังชีวิตที่เหลืออยู่ของเ้าจะถูกดึงออกเกือบทั้งหมด”
“โอกาสรอดต่ำ”
“หากหยุด”
“เ้าจะมีชีพจรเหนือผู้คนส่วนใหญ่”
“มีอนาคตเป็ยอดฝีมือ”
“ใช้ชีวิตยืนยาว”
“ไม่มีผู้ใดตำหนิเ้าได้”
นี่เป็ข้อเสนอที่ดีที่สุดเท่าที่จางเหว่ยเคยได้รับ
ชีพจรแปดสาย
เหนือคนทั่วไป
ฝึกยุทธ์ได้
เป็อัจฉริยะได้
เขาไม่ต้องเสี่ยงอีกแล้ว
ทุกอย่างที่เคยฝันถึงแทบอยู่ในมือ
เหตุใดต้องโลภมาก?
เหตุใดต้องเสี่ยงตายเพื่อสิ่งที่มากกว่านั้น?
จางเหว่ยหลับตาลง
แล้วหัวเราะเบา ๆ
เสียงหัวเราะอ่อนแรงจนแทบไม่ได้ยิน
“น่าสนใจ”
“เ้าให้ทางเลือกที่ดีแก่ข้าทุกครั้ง”
“แต่ทุกครั้งก็มีสิ่งหนึ่งซ่อนอยู่”
เสียงโบราณไม่ตอบ
จางเหว่ยกล่าวต่อ
“ถ้าข้าหยุดก่อนทำลายชีพจร ข้าจะมีชีวิตอย่างคนธรรมดา”
“ถ้าหยุดหลังทำลายบางส่วน ข้าจะพิการแต่รอด”
“ถ้าหยุดที่สี่สาย ข้าจะฝึกยุทธ์ได้บ้าง”
“ถ้าหยุดที่แปดสาย ข้าจะกลายเป็อัจฉริยะ”
เขาลืมตา
แววตาแม้พร่ามัว แต่กลับมีประกายดื้อรั้นอย่างประหลาด
“ทุกทางเลือกดีขึ้นเรื่อย ๆ”
“แต่ทุกครั้งที่ข้าเลือกเดินต่อ ประตูอีกบานก็ปรากฏ”
“หากข้าหยุดเพียงเพราะสิ่งที่อยู่ตรงหน้าดีพอ”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าปลายทางมีอะไร?”
เสียงโบราณถาม
“เ้า้าสิ่งสูงสุด?”
จางเหว่ยส่ายหน้า
“ไม่”
“ข้าเพียงไม่้าให้ความกลัวเป็ผู้เลือกแทนข้า”
ประโยคนั้นทำให้ความมืดเงียบสนิท
จางเหว่ยเงยหน้าขึ้น
“สร้างสายที่เก้า”
ทันทีที่สิ้นเสียง
พลังมหาศาลพุ่งเข้าสู่ร่าง!
ตูม!
เืทั่วร่างะเิการสั่นะเื
พลังชีวิตถูกดึงออกอย่างรุนแรง
ผิวจางเหว่ยกลายเป็สีเทาซีด
หัวใจเต้นช้าลง
หนึ่งครั้ง
แล้วเว้น่ยาว
ชีพจรสายที่เก้าเริ่มก่อตัวจากกลางอก
มันมิได้ทอดไปยังแขนหรือขา
กลับพาดผ่านศูนย์กลางของชีพจรทั้งแปดสาย
เชื่อมทุกเส้นเข้าด้วยกัน
ทันทีที่มันสร้างไปหนึ่งส่วน
ชีพจรอีกแปดสายก็ส่องแสงตาม
จางเหว่ยรู้สึกว่าร่างกายกำลังถูกสร้างระบบใหม่ทั้งหมด
แต่ในเวลาเดียวกัน
ชีวิตของเขาก็กำลังดับลง
ชีพจรสายที่เก้าครึ่งหนึ่ง
หัวใจหยุดไปสองลมหายใจ
สามส่วนสี่
การหายใจหยุด
เก้าในสิบ
ดวงตาปิดลง
เสียงทุกอย่างหายไป
เบื้องหน้าจางเหว่ยเหลือเพียงความว่างเปล่า
เขาไม่รู้สึกเจ็บแล้ว
ไม่รู้สึกหนาว
ไม่รู้สึกถึงร่างกาย
มีเพียงเสียงหนึ่งดังขึ้นไกล ๆ
“พลังชีวิตถึงขีดต่ำสุด”
“ชีพจรสายที่เก้ายังขาดอีกหนึ่งส่วน”
“ผู้รับมรดกกำลังเข้าสู่ความตาย”
จางเหว่ยอยากตอบ
แต่ทำไม่ได้
อยากขยับ
แต่ไม่มีร่างให้ขยับ
ภาพไป๋ซูเหยาปรากฏขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีคำพูด
เพียงภาพนางกำลังนั่งกินอาหารที่เขาปรุง
รอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้า
ภาพนั้นทำให้จางเหว่ยไม่อยากตาย
ไม่อยากอย่างยิ่ง
แต่เขาไม่มีพลังเหลือแล้ว
จริง ๆ ไม่มีแล้ว
เสียงโบราณดังขึ้น
“ล้มเหลว?”
คำถามเพียงคำเดียว
จางเหว่ยไม่รู้ว่ามันถามเขาหรือประกาศผล
แต่บางสิ่งในใจกลับลุกขึ้นต่อต้านทันที
ล้มเหลว?
ยังไม่จบ
ชีพจรยังขาดอีกเพียงหนึ่งส่วน
ตราบใดที่ยังไม่ดับสูญ
เหตุใดต้องเรียกล้มเหลว?
จิตของจางเหว่ยสั่นะเื
เขาเริ่มค้นหาทุกสิ่งที่เหลือในตัวเอง
พลังชีวิตไม่มี
โลหิตเกือบแห้ง
ร่างกายหมดแรง
แต่ยังมีสิ่งหนึ่ง
เจตจำนง
มันไม่ใช่ปราณ
ไม่ใช่โลหิต
ไม่ใช่พลังชีวิต
แต่มันคือสิ่งเดียวที่ยังตอบสนองต่อเขา
จางเหว่ยรวบรวมความคิดทั้งหมดเป็หนึ่งเดียว
ถ้อยคำหนึ่งดังขึ้นในใจ
“ยังไม่จบ!”
ทันใดนั้น
ชีพจรสายที่เก้าซึ่งหยุดอยู่พลันสั่นะเื!
แสงดำทองในสายเืรวมตัวขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้ไม่ได้ะเิพลังออกมา
หากตอบสนองต่อเจตจำนงของเขา
ราวกับโลหิตนั้นกำลังยืนยันบางสิ่ง
เสียงโบราณดังขึ้นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“เจตจำนงผ่าน”
“สายเืตอบสนอง”
“โครงสร้างสุดท้าย”
“เริ่ม!”
ครืน!
ชีพจรสายที่เก้าสร้างต่ออีกครั้ง
หนึ่งส่วนสุดท้ายถูกเติมเต็ม
ปัง!
ทันทีที่ชีพจรทั้งเก้าสายเชื่อมต่อสมบูรณ์
ร่างจางเหว่ยสั่นะเืรุนแรง
เส้นแสงเก้าสายภายในร่างสว่างขึ้นพร้อมกัน
พลังบางอย่างที่ไม่เคยมีในร่างเขามาก่อนเริ่มหมุนเวียน
แม้ยังไม่มีปราณ
แต่เพียงการไหลเวียนครั้งแรกก็ทำให้โครงสร้างร่างกายทั้งหมดเปลี่ยนไป
หัวใจซึ่งหยุดเต้นกลับกระตุกขึ้น
ตึก!
หนึ่งครั้ง
ตึก!
ครั้งที่สอง
ตึก! ตึก! ตึก!
จังหวะค่อย ๆ แข็งแรงขึ้น
อากาศกลับเข้าสู่ปอด
จางเหว่ยสูดลมหายใจอย่างรุนแรง
“เฮือก!”
ดวงตาเปิดขึ้นทันที
เขายังอยู่ในความมืด
แต่ไม่เหมือนเดิม
แม้ร่างกายอ่อนแรงจนแทบขยับไม่ได้ เขากลับััได้ถึงบางสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
ชีพจร
ใหม่ทั้งหมด
ไม่มีรอยแตกร้าว
ไม่มีการตีบตัน
ไม่มีความเ็ปเดิม
ทั้งเก้าสายเชื่อมโยงกันเป็ระบบสมบูรณ์อย่างน่าเหลือเชื่อ
จางเหว่ยกำลังจะยิ้ม
แต่เสียงโบราณก็ดังขึ้นเสียก่อน
“อย่าเพิ่งยินดี”
หัวใจเด็กหนุ่มกระตุก
“การสร้างเสร็จสิ้น”
“แต่ยังไม่ผ่านการยอมรับ”
จางเหว่ยขมวดคิ้ว
“หมายความว่าอย่างไร?”
เบื้องหน้าปรากฏวงแหวนแสงเก้าวง
ซ้อนกันขึ้นไปบนความมืด
“ชีพจรใหม่มิใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาสมควรมี”
“การสร้างเป็เพียงขั้นแรก”
“เ้าต้องผ่านการหลอมชีพจรเก้ารอบ”
“ทุกรอบจะทดสอบว่าร่างกาย จิต และิญญาของเ้าคู่ควรเป็เ้าของหรือไม่”
จางเหว่ยใบหน้าแข็งค้าง
เก้ารอบ?
เขาเพิ่งผ่านกระบวนการที่เกือบตายมาเมื่อครู่!
เสียงโบราณกล่าวต่ออย่างไร้ความปรานี
“รอบแรกถึงสาม”
“ทดสอบกาย”
“รอบสี่ถึงหก”
“ทดสอบโลหิตและจิต”
“รอบเจ็ดถึงเก้า”
“ทดสอบิญญาและเจตจำนง”
“ล้มเหลวในรอบใด”
“ชีพจรแตก”
“ตาย”
จางเหว่ยหลับตาลงชั่วครู่
ก่อนหัวเราะออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ข้าเริ่มเข้าใจแล้ว”
“เข้าใจสิ่งใด?”
“เข้าใจว่าของที่อยู่หลังประตูนี้ไม่เคยคิดจะให้ผู้ใดได้มันง่าย ๆ”
เสียงโบราณตอบ
“สิ่งสูงสุดไม่เคยเป็ของผู้ที่้ามันเพียงเพราะความโลภ”
“ผู้ต้องพิสูจน์ว่ามีคุณสมบัติ”
จางเหว่ยเงยหน้ามองวงแหวนทั้งเก้า
“เช่นนั้นก็มาเถอะ”
“ข้าผ่านมาถึงนี่แล้ว”
“ไม่มีเหตุผลให้หยุด”
วงแหวนวงแรกเริ่มส่องแสง
แต่ก่อนมันจะตกลงมา
เสียงโบราณกลับกล่าวขึ้นอีกครั้ง
“ก่อนเริ่มการหลอม”
“แจ้งผลการสร้างชีพจร”
จางเหว่ยชะงัก
แสงสีดำทองรวมตัวเป็อักษรเบื้องหน้า
ทีละตัว
แม้เขาไม่รู้จักอักษร แต่ความหมายกลับปรากฏในจิตโดยตรง
ชีพจรเก้าสายเชื่อมสมบูรณ์
ความเข้ากันได้กับสายเื: สมบูรณ์
ความเข้ากันได้กับิญญา: ผ่าน
รากฐาน: ระดับสูงสุด
บรรทัดสุดท้ายค่อย ๆ ปรากฏ
แต่กลับพร่ามัว
ราวกับชื่อของชีพจรยังถูกบางสิ่งปิดบังเอาไว้
เสียงโบราณกล่าว
“ชื่อที่แท้จริงยังไม่สมควรให้เ้ารู้”
จางเหว่ยขมวดคิ้ว
“แม้แต่ชื่อก็ยังบอกไม่ได้?”
“เมื่อเ้าแข็งแกร่งพอ”
“เ้าจะรู้เอง”
เด็กหนุ่มอยากถามต่อ
แต่ทันใดนั้นวงแหวนแรกก็ตกลงมา!
ตูม!
แรงกดดันมหาศาลกระแทกร่าง
กระดูกทั่วตัวส่งเสียงดัง
กล้ามเนื้อฉีกขาด
ร่างจางเหว่ยถูกกดลงกับพื้นในทันที
รอบแรกเริ่มต้นแล้ว
ในเวลาเดียวกัน
ภายในกระท่อมกลางป่า
ร่างจริงของจางเหว่ยนอนอยู่ในอ้อมแขนไป๋ซูเหยา
ลมหายใจที่เคยแ่เบาจนแทบหายไปพลันหยุดลง
“จางเอ๋อร์!”
ไป๋ซูเหยาสีหน้าซีด
นางรีบวางนิ้วลงบนลำคอเขา
ไม่มีชีพจร
ดวงตาของนางเบิกกว้าง
“ไม่!”
พลังภายในร่างถูกกระตุ้นทันที
แต่เพียงใช้พลังมากขึ้น สีหน้าของนางก็ซีดลงอย่างรุนแรง
าแเก่าภายในร่างกำเริบ
โลหิตไหลออกจากมุมปาก
นางกลับไม่สนใจ
ฝ่ามือกดลงกลางอกจางเหว่ย
พยายามใช้พลังของตนกระตุ้นหัวใจเขา
แต่ทันทีที่พลังของนางกำลังจะเข้าสู่ร่าง
ห่อหนังสัตว์ซึ่งลอยอยู่เหนือศีรษะเด็กหนุ่มพลันปล่อยแรงะเืออกมา
ปัง!
พลังทั้งหมดของไป๋ซูเหยาถูกผลักกลับ!
นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว
สีหน้าตกตะลึง
“มันไม่ยอมให้ข้าช่วย?”
นางมองห่อหนังสัตว์ด้วยสายตาเย็นเยียบ
ก่อนหันกลับไปมองจางเหว่ย
ใบหน้าของเด็กหนุ่มขาวซีด
ร่างเย็นลง
สภาพไม่ต่างจากคนตาย
“จางเอ๋อร์”
มือของนางสั่น
เป็ครั้งแรกในรอบหลายปีที่ความหวาดกลัวปรากฏขึ้นในดวงตาของสตรีผมขาวอย่างชัดเจน
นางเคยเผชิญศัตรู
เคยถูกไล่ล่า
เคยได้รับาเ็ใกล้ตาย
แต่ไม่มีสิ่งใดทำให้นางกลัวเท่าภาพตรงหน้า
“เ้าสัญญากับน้าว่าจะไม่แตะมัน”
นางกล่าวด้วยเสียงสั่น
“เหตุใดจึงเป็เช่นนี้?”
ไม่มีคำตอบ
เวลาผ่านไปช้า ๆ
หนึ่งลมหายใจ
สองลมหายใจ
สามลมหายใจ
จางเหว่ยยังไม่หายใจ
ไป๋ซูเหยาเริ่มตัดสินใจว่าจะใช้พลังทั้งหมดทำลายสิ่งของชิ้นนั้น แม้อาจทำให้าแเก่าะเิจนชีวิตตนเองดับลงก็ตาม
แต่ทันใดนั้น
ตึก!
เสียงหัวใจดังขึ้นเบามาก
ดวงตานางเบิกกว้าง
ตึก!
อีกครั้ง
จากนั้นลมหายใจอ่อน ๆ ก็กลับมา
ไป๋ซูเหยานิ่งค้าง
ก่อนรีบจับชีพจรเขา
หัวใจกลับมาเต้นจริง ๆ
แม้อ่อนแรง
แต่กลับมีบางสิ่งที่แตกต่างออกไป
นางค่อย ๆ ส่งพลังเล็กน้อยเพื่อตรวจดู
เพียงพลังเข้าสู่ร่างจางเหว่ย สีหน้าของนางก็เปลี่ยนทันที
“นี่มัน”
นางไม่สามารถััชีพจรเดิมของเขาได้
เส้นชีพจรที่เคยบอบช้ำมาตลอดสิบห้าปี
หายไปแล้ว!
ไม่ใช่ถูกซ่อม
ไม่ใช่ถูกเปิด
แต่หายไปอย่างสมบูรณ์
และในตำแหน่งเดิม
นางััได้เพียงบางสิ่งเลือนราง
แข็งแกร่ง
ลึกล้ำ
และซ่อนเร้นเกินกว่าพลังในสภาพปัจจุบันของนางจะมองเห็นทั้งหมด
ไป๋ซูเหยาถอนมือกลับอย่างตกตะลึง
“มันกำลังทำอะไรกับร่างของเ้า?”
สายตาของนางเลื่อนไปยังห่อหนังสัตว์
ทันใดนั้น ความทรงจำเก่าแก่บางส่วนผุดขึ้นมา
ครั้งหนึ่งนางเคยได้ยินผู้ยิ่งใหญ่กล่าวว่า
เหนือสมบัติธรรมดา
เหนือวิชาธรรมดา
ยังมีมรดกบางประเภทซึ่งไม่สามารถถูกแย่งชิงด้วยพลังเพียงอย่างเดียว
มรดกเ่าั้เลือกผู้สืบทอดตามเงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจง
บางอย่างเลือกกายา
บางอย่างเลือกจิติญญา
บางอย่างเลือกสายเื
และบางอย่าง
ต่อให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าผู้รับมรดกนับหมื่นเท่าพยายามเข้าแทรกแซง
ก็มีเพียงผลลัพธ์เดียว
ถูกมรดกทำลาย
ไป๋ซูเหยามองจางเหว่ย
ก่อนนึกถึงบางสิ่ง
สายเื!
สีหน้าของนางเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
แต่นางรีบส่ายหน้า
“เป็ไปไม่ได้”
“เื่นั้นไม่มีผู้ใดควรรู้”
“และแม้แต่ข้าเองก็ไม่แน่ใจ”
นางหยุด
ไม่กล้าคิดต่อ
เพราะหากสิ่งที่นางสงสัยเป็จริง
ห่อหนังสัตว์ชิ้นนี้อาจไม่ใช่วาสนาธรรมดา
และการที่มันตอบสนองต่อจางเหว่ย
อาจหมายความว่าเื่ซึ่งนางพยายามซ่อนมาตลอดสิบห้าปี
กำลังเริ่มเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่ควร
ไป๋ซูเหยากำมือแน่น
จากนั้นนางก็นั่งลงข้างร่างจางเหว่ย
“ไม่ว่าเ้ากำลังเผชิญสิ่งใด”
“ต้องกลับมาให้ได้”
“ได้ยินหรือไม่ จางเอ๋อร์”
ภายในโลกมรดก
จางเหว่ยไม่มีโอกาสได้ยินเสียงนาง
เพราะวงแหวนหลอมชีพจรวงแรกกำลังกดร่างเขาลงจนกระดูกแทบแตกทั้งหมด
แรงกดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ ชีพจรใหม่ทั้งเก้าสายกลับไม่ได้แตก
ตรงกันข้าม
ทุกครั้งที่ร่างถูกบีบอัด ชีพจรกลับปล่อยพลังบางเบาออกมาเสริมเนื้อ กระดูก และอวัยวะภายใน
ราวกับมันกำลังบังคับให้ร่างของเขายกระดับตามชีพจร
เสียงโบราณดังขึ้น
“รอบแรก”
“หลอมกาย”
“รับไม่ไหว ชีพจรคืนสู่ความว่างเปล่า”
จางเหว่ยกัดฟันจนเืไหลจากเหงือก
สองมือยันพื้น
พยายามลุกขึ้น
แรงกดหนักราวูเา
เขาลุกไม่ขึ้น
แต่เขาไม่หยุด
นิ้วจิกลงบนพื้น
เข่าดันขึ้นช้า ๆ
ครั้งแรก ล้ม
ครั้งที่สอง ล้ม
ครั้งที่สาม
กระดูกแขนส่งเสียงดัง
แต่เขายังพยายาม
“เ้ากำลังทำสิ่งไร้ความหมาย”
เสียงโบราณกล่าว
“เพียงทนก็พอ”
จางเหว่ยหัวเราะทั้งที่ใบหน้าบิดเบี้ยว
“หากข้าเอาแต่นอนรับแรงกด”
“แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าร่างนี้ยืนได้หรือไม่?”
เขาออกแรงอีกครั้ง
ขาซ้ายตั้งขึ้น
ตามด้วยขาขวา
ร่างสั่นอย่างรุนแรง
แต่ในที่สุด
จางเหว่ยก็ยืนขึ้นภายใต้แรงกดของวงแหวนแรก!
ดวงตาเขาเป็ประกาย
“ข้าไม่ได้สร้างชีพจรใหม่เพื่อเอาไว้นอนกับพื้น”
เสียงโบราณเงียบไป
หนึ่งลมหายใจ
ก่อนกล่าว
“รอบแรก”
“ผ่าน”
ตูม!
วงแหวนแรกแตกออกเป็แสง
ไหลเข้าสู่ร่างจางเหว่ยทั้งหมด
กระดูกที่แตกร้าวเริ่มสมาน
กล้ามเนื้อฟื้นตัวเล็กน้อย
ชีพจรทั้งเก้าสายส่องสว่างกว่าเดิม
แต่ยังไม่ทันให้เขาหายใจ
วงแหวนที่สองก็เริ่มเคลื่อนตัว
ครั้งนี้มิใช่แรงกด
เปลวเพลิงสีดำแดงลุกขึ้นจากใต้ฝ่าเท้า
อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
เสียงโบราณดังขึ้น
“รอบสอง”
“หลอมโลหิตและเนื้อ”
จางเหว่ยมองเปลวเพลิงที่กำลังลามขึ้นมาถึงข้อเท้า
มุมปากกระตุก
“เ้าเรียกสิ่งนี้ว่าหลอม?”
เสียงโบราณตอบอย่างเ็า
“เ้าสามารถเรียกมันว่าเผาก็ได้”
จางเหว่ยเกือบหลุดด่าออกมา
วินาทีต่อมา
เปลวเพลิงทะยานขึ้นทั้งร่าง!
พรึ่บ!
“อ๊าก!”
เสียงร้องของเด็กหนุ่มดังก้องไปทั่วโลกมรดกอีกครั้ง
แต่คราวนี้
ท่ามกลางความเ็ปจากเปลวเพลิง
ชีพจรเก้าสายภายในร่างกลับเริ่มสั่นรับพร้อมกัน
และลึกลงไปในโลหิต
เส้นแสงดำทองปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ราวกับบางสิ่งซึ่งหลับใหลอยู่กำลังเฝ้ามองการหลอมครั้งนี้อย่างเงียบงัน
ในขณะที่จางเหว่ยยังไม่รู้เลยว่า
การสร้างชีพจรสำเร็จเมื่อครู่
ยังมิใช่จุดสิ้นสุดของวาสนา
หากเป็เพียงการได้รับสิทธิ์เข้าสู่ประตูแรกอย่างแท้จริง
และหากเขาสามารถผ่านวงแหวนทั้งเก้าได้
สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้า
จะมิใช่เพียงความสามารถในการฝึกยุทธ์
แต่เป็หนทางที่อาจทำให้กฎซึ่งเคยกำหนดชะตาของเขา
ต้องถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยมือของเขาเอง