เราตื่นมาก็พบกับทะเลหมอกที่สวยมาก เราอดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องดิจิตอลยี่ห้อ canon ที่เป็กล้องตัวแรกในชีวิตมาถ่ายภาพตรงหน้า แม้ว่าทะเลหมอกมันจะสวบมากแต่เรากลับรู้สึกถึงความเ็ป อธิบายไม่ถูก แต่เรายังไม่ลืมเื่เมื่อคืนไม่ได้ ไม่รู้สิ มันไม่ใช่ว่าทรมานแต่เราแค่เสียความรู้สึกที่ถูกกระทำแบบนั้น ไม่รู้จะเรียกว่าเป็การข่มขืนได้รึเปล่า ไม่รู้ เราไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว......
เกน : พี่เชอร์คะ เกนนัดพี่เกรซมาเคลียร์แล้วค่ะเดี๋ยวอีกสักพักก็คงจะมาถึงพี่เชอร์ค่อยลงไปก็ได้นะคะ
เชอร์ : อืม เดี๋ยวพี่ลงไป
เกน : เอ่อ แต่ว่ามีพ่อมาด้วยนะคะ แกน่าจะมาคุยกับพี่ด้วย
เชอร์ : อืม เกนลงไปก่อนเถอะพี่ขอทำใจสักพัก แล้วพี่จะตามไปนะ
เราเดินลงมาจากชั้นสองของรีสอร์ทก็พบกับลุงม่านที่เป็เ้าของรีสอร์ทและเกนที่นั่งอยู่ข้างๆ ทั้งสองคนมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักและดูเครียดกว่าเราอย่างเห็นได้ชัด
เกน : พี่เชอร์นั่งตรงนี้เลยค่ะ (เลื่อนเก้าอี้)
เชอร์ : ขอบคุณนะ สวัสดีค่ะลุงม่าน
ลุงม่าน : สวัสดีจ๊ะ ถ้างั้นลุงขอเข้าเื่เลยเน้อ คือลุงต้องขอโทษจริงๆที่ลูกสาวลุงยะลงไปบะทันคิด ลุงต้องขอโทษจริงๆด้วยเน้อหนู
เชอร์ : ลุงไม่ต้องไหว้หนูหรอกค่ะ ลุงกับเกนไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
ลุงม่าน : แต่ลูกสาวลุงยะลงไปกะบะถูก มันไม่ถูก หนูอยากให้ลุงจัดการยังไงหรือหนูอยากจะเอาเื่กะอู้กับลุงได้เลยนะ
เชอร์ : หนูแค่อยากรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน?
เกน : น่าจะอีกสักพักนู้นแหละค่ะ กว่าพี่เกรซจะมา
เรารอตัวปัญหาของงานนี้ที่ชื่อ เกรซ ก็เกือบชั่วโมงหนึ่งสุดท้ายเ้าตัวก็มาพร้อมกับรถ BMW สีดำ แต่สีหน้าของเกรซกับเบิกบาน ไร้ความกังวล ไม่กลัวอะไร สนุก เต็มไปด้วยความสุขจนเราโมโห
เกรซ : ฮาย! ทุกคนอยู่พร้อมหน้าตากันเลยนะคะเนี่ย เอ่อ ว่าแต่นี่ใครหรอค่ะ หน้าตาน่ารักเชียว
ลุงม่าน : อีเกรซ!!
เชอร์ : ลุงไม่ต้องค่ะ
เกน : เอ่อแล้วนี่ใครกันแน่ค........
เชอร์ : (ตบหน้า)
เกรซ : คุณตบหน้าเราทำไม เราทำอะไรผิดถึงตบเรา
เชอร์ : ลุงค่ะ หนูขอย้ายออกไปรีสอร์ทที่ลุงหาให้ใหม่ค่ะ
ลุงม่าน : ตอนนี้เลยกะ?
เชอร์ : ค่ะตอนนี้
ลุงม่าน : ถ้างั้นลุงจะให้เกนไปส่งเน้อ เดี๋ยวลุงอู้กับเกรซแล้วลุงจะตามไป
เราเดินขึ้นไปชั้นสองงเพื่อกลับห้องไปจัดข้าวของแล้วเตรียมย้ายรีสอร์ทแห่งใหม่ แต่เรากลับได้ยินเสียงข้างล่างที่ดังมากและเดาได้ว่าคงเป็การทะเลาะกันเราเลยรีบหลบแล้วรอฟังอยู่ใกล้ๆ
ลุงม่าน : มึงไปยะหยังไว้เกรซ
เกรซ : เกรซไปทำอะไรล่ะพ่อ เกรซยังไม่รู้เื่ว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงตบหน้าหนู
ลุงม่าน : แล้วมึงไปขืนใจลูกค้าได่จั่งได๋ มึงตอบกูมาเดี๋ยวนี้เลยนะ
เกรซ : พ่อจะบ้าหรอ? เมื่อคืนเกรซก็นอนอยู่บ้านของเกรซทั้งคืน
ลุงม่าน : แล้วทำไมไอ้เกนมันเห็นมึงอยู่ในห้องลูกค้าตอนตีสาม
เกรซ : ............
ลุงม่าน : ตอบมา!!!
เกรซ : เออ ก็ได้ก็หนูไม่รู้หนูเมา จะให้หนูทำยังไงได้ล่ะ
ลุงม่าน : หาโอกาสไปขอโทษเขาซะ แต่มึงห้ามไปยุ่ง ไปยะเฮ้ดหยังกับเขาเด็ดขาด
เกรซ : เข้าใจค่ะ
ดูเหมือนการทะเลาะครั้งนี้จะเป็การทะเลาะแบบขั้นสุดเพราะเราไม่เคยเห็นลุงม่านเป็แบบนี้มาก่อน แม้แต่เกนที่เป็ลูกสาวของลุงม่านแท้ๆก็บอกกับเราว่าก็ไม่เคยเห็นเป็แบบนี้มาก่อน
เชอร์ : ลุงม่านดุขนาดนี้เลยหรอเกน?
เกน : ก็ไม่นะคะพี่เชอร์ ก็มีแต่พี่เกรซนี่แหละที่แกชอบดุ
เชอร์ : ทำไมหรอ?
เกน : ก็วีรกรรมพี่เกรซเยอะมาก ชอบพาแต่ผู้หญิงมานอนบ้านตลอด เออแต่เื่นี้พี่ห้ามไปบอกใครนะ หนูจะเล่าให้ฟัง
เชอร์ : เล่ามาเลยพี่อยากฟัง
เกน : พี่เกรซเป็ที่ชอบเที่ยวแล้วกินเหล้าหนักมาก ทีนี้พ่อเขาไม่ชอบและรับไม่ได้กับพฤติกรรมพี่เกรซเลยให้เงินพี่เกรซไปเปิดผับ แต่สุดก็ต้องปิดเพราะ...........
เชอร์ : เพราะอะไรหรอ?
เกน : พี่เกรซเก็บลูกน้องในร้านไว้ทำเมียทั้งๆที่เขาไม่ยอมนะสิ แอบซุกไว้ ทั้งลวนลาม ทั้งข่มขืน ทั้งตบตีน้องเขา จนน้องเขาหนีมาหาเกนแล้วเกนต้องพากลับบ้านแต่ก็ไม่วายพี่เกรซก็ไปบุกบ้านเขาแล้วลักพาตัวมาแถมยังปิดปากพ่อแม่เขาไม่ให้แจ้งความ สุดท้ายน้องเขาก็หนีไม่มีใครติดต่อได้เลย
เชอร์ : แสดงว่าที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเกรซเขาคิดว่าพี่เป็..........
เกน : ใช่ค่ะ พี่เกรซคิดว่าพี่เป็น้องคนนั้น
เชอร์ : เหี้ยเอาเื่เลยนะเนี่ย
เกน : ก็จริงค่ะ มันก็เลยเป็สาเหตุให้พ่อชอบดุพี่เกรซอยู่เรื่อย เอ่อพี่เชอร์คะหนูขอเตือนพี่สักอย่างได้มั้ย?
เชอร์ : อะไรอีกล่ะ?
เกน : อย่าใกล้พี่เกรซ
เชอร์ : ........
เกน : มันเป็ความปลอดภัยของพี่ล้วนๆ ถือว่าเกนเตือนพี่เชอร์ด้วยความหวังดีนะคะ
เชอร์ : อืม พี่จะอยู่ห่างจากยัยนี่ให้มากที่สุด
เกนพาเรามาส่งที่รีสอร์ทแห่งใหม่ที่ลุงม่านเป็เ้าของ แต่จะว่าครอบครัวนี้ก็รวยเอาเื่เหมือนกันนะเนี่ย ที่นี่ดูรัดกุมกว่าที่เดิมมีการเฝ้าระวังทุกจุด ดูหรู สวยกว่าที่เดิมมาก เรารู้สึกปลอดภัยมากแต่ก็หวั่นกับเกรซว่าจะตามมารึเปล่าแต่ก็ไม่หร.......
เกรซ : คุณอย่าพึ่งไป รอเราด้วย!
เราก็พึ่งได้จ้องหน้ากับเกรซครั้งนี้เป็ครั้งแรกเพราะวันนั้นปิดไฟมองไม่ชัด วงตาสีน้ำตาลประกาย ผมสั้น สูงมาก หุ่นเพียวเหมือนนางงามแทบจะเป็หลัวในอุดมคติและใช่เรากำลังจ้องมองเกรซด้วยความหลงใหล จ้องไปทุกส่วนจนน้ำลายส่อเลยแหละ
เกรซ : คุณ คุณค่ะ
เชอร์ : ห้ะๆ เออ อะไรหรอ?
เกรซ : เอ่อคือ..........คือ...........
เชอร์ : ถ้าคุณไม่มีอะไรพูดเราขอตัวนะ
เกรซ : เราขอโทษ เื่เมื่อวันก่อน เรา เราขอโทษ เราไม่รู้ตัวจริงๆคุณพอให้โอกาสให้อภัยเราได้มั้ย?
เชอร์ : ถ้าบอกว่าไม่ล่ะ?
เกรซ : ให้อภัยเราเถอะนะ แค่นี้เราก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว
เชอร์ : ไม่ก็คือไม่ ออกไปอย่ามาขวางทาง เกะกะจริงๆเลย
เรารีบปลีกตัวออกมาจากเกรซ ซึ่งดูเหมือว่าคำพูดและท่าทางของเราก็ดูสร้างความหน้าชาให้กับเ้าตัวอยู่ไม่น้อยทำเอาหน้าเหวอแดกเลย แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังเหลือความหน้าด้านของเ้าตัวอยู่..........
เกรซ : (ก็อกๆ) เอ่อคุณเปิดประตูหน่อยสิ
เชอร์ : ไม่เปิด
เกรซ : เปิดหน่อยนะ เราอยากคุยกับคุณ
เชอร์ : ไม่เปิดและไม่คุย ไสหัวออกไปอย่ามายุ่ง
เกรซ : ก็ได้ไม่เปิดก็ไม่เปิด
เสียงฝีเท้าที่เดินออกไปเริ่มเงียบและจางหายไป เราก็รู้สึกโล่งและสยาบใจไปอยู่นิดหนึ่ง แต่ก็เข้าใจที่เธอเข้ามาในรีสอร์ทได้เพราะเป็ลูกสาวเ้าของรีสอร์ทแต่ก็คงไม่ทำอะไรรุ่มร่ามขนาดปีนเข้ามาทางหน้าต่างหรอกนะ เราก็ไปอาบน้ำเพื่อความสบายใจนิดหนึ่งตามกิจวัตรประจำวันที่ทำบ่อยๆและคนทั่วไปทำกัน แต่ระหว่างนั้นกลับมีเสียงตะกุกตะกักดังอยู่ระเบียงชั้นนอก แต่เราไม่ได้ใส่ใจอะไรขนาดนั้นหรอกจนกระทั่ง........
เชอร์ : (เปิดประตู) สดชื่นเหมือนกันนะเนี่ย
เกรซ : คุณ
เชอร์ : เห้ย! เข้ามาได้ไง ออกไปเลยนะ
เกรซ : คุณ คุณ คุณอย่าโกรธเราเลยมั้ย? นะคุณนะ
เชอร์ : เื่นั้นเอาไว้ก่อนดิ คุณเข้ามาทำไม เข้ามาได้ไง?
เกรซ : ก็เข้ามาขอโทษคุณไง แล้วที่เข้ามาได้ก็ปีนเข้ามา
บ้ากว่าที่คิด
เกรซ : นะ นะ เราขอร้อง
เชอร์ : เออก็ได้ แต่ออกไปจากห้องเราก่อน
เกรซ : นี่คุณไล่เราหรอ?
เชอร์ : ไม่ได้ไล่แต่ออกไปก่อน
เกรซ : ไม่เราจะอยู่จนกว่าคุณจะหายโกรธ
เชอร์ : ก็บอกว่า............
เกรซ : .................................
เชอร์ : กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
ให้ตายเถอะนี่มันน่าขายหน้าที่สุดเลย ไอ้ผ้านี่ก็ไม่รักดีมาทรยศได้ถูกเวลาจริงๆเลย ทั้งเรากับเกรซก็ต่างจ้องหน้ากัน ต่างคนต่างหน้าแดงใส่กัน แต่เราก็สังเกตที่สายตาของเกรซที่กำลังแสกนร่างกายเรา
เชอร์ : หยุดเลยนะ จะมองเราอะไรกันนักกันหนาเนี่ย หันไปทางอื่นเลยนะ
เกรซ : ก็ได้ไม่มองก็ไม่มอง ไม่มองเราไม่มอง
เรารีบห่มผ้าอย่างไวแล้วรีบแต่งตัวให้ไวที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ ทีแรกก็นึกว่ายัยนั่นจะออกไปแล้วแต่เรากลับไปแล้วแต่..........
เชอร์ : เห้ย! อีกแล้วหรอ นี่คุณยังไม่ออกไปอีกหรอ?
เกรซ : ก็จนกว่าคุณจะให้อภัยเรา
เชอร์ : เออ ก็ได้ๆให้อภัยก็ได้
เกรซ : จริงนะ
เชอร์ : เออสิ
เกรซ : งั้นเจอกันตอนสิงโมงที่เลาจ์นนะ
เชอร์ : ห้ะ เดี๋ยวสิ...............
เราก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเกรซถึงเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเราขนาดนั้นด้วย ทั้งๆที่เราสองคนก็ควรจะเลิกยุ่งเกี่ยวกันไปั้แ่ตอนนั้นแล้ว แล้วอีกอย่างทำไมเราต้องมานั่งแล้วยังมาขึ้นรถของยัยเกรซนี่อีก เห้อ ทำไมกันนะ ทำไมต้องอยากมาเจอยัยนี่อีกด้วยเนี่ย
/////
ตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมาและเกือบเดือนกว่าก็ดูเหมือนว่าเรากับเกรซจะสนิทกันมากขึ้นกว่าตอนที่เจอหน้ากันครั้งแรก เกรซมักพาเราไปเที่ยวหรือไม่ก็กินข้าวหรือไม่ก็ชวนไปที่ไหนสักที่ตามที่จะพาเราไปและนั่นมันกลับทำให้เราคิดอะไรแปลกๆ
เชอร์ : คุณทำไมฝนตกหนักจัง
เกรซ : นั่นสิเราว่าแบบนี้คงลงจากรถไม่ได้หรอก
เชอร์ : อืมก็จริงนะ
เกรซ : ทำไงดีเนี่ย
เชอร์ : คุณ
เกรซ : หืมอะไรหร........
เรารุกเข้าไปจูบเกรซ เราก็ไม่รู้ว่าทำอะไรลงไปแล้วทำไมต้องทำแบบนั้นและใช่เราค้างไว้ไม่ปล่อยมือขอเกรซก็เริ่มไล้ไปตามซอกเสื้อ เริ่มไปตามทรวงอกแล้วลามไปถึงเอว จนกลายเป็เราเองที่ผละออกไปเอง เราสองคนก็จ้องหน้ากันอย่างนั้น แต่เสียงกระเส้าหายใจมันยิ่งทำให้เราอยากที่จะทำต่อ
เกรซ : คุณจะวกกลับไม่ได้นะ
เชอร์ : เรารู้
เกรซ : คุณรับผิดชอบด้วยนะ
เชอร์ : เรารู้ (จูบ) เรารู้
มันเป็ครั้งที่สองของเราสองคน ในรถ อืมไม่รู้สิเราอยากนับเป็ครั้งแรกแต่เราก็ไม่รู้ว่าครั้งจริงๆจะเป็คืนนั้นรึเปล่า แต่ช่างเถอะเราขอมีความสุขกับสิ่งตรงหน้าก่อนดีกว่าเดี๋ยวค่อยรับผิดชอบเอาล่ะกัน