Chapter 7
ห้ามเผลอใจสิวะ
จิ๊บ จิ๊บ
เสียงนกร้องดังมาจากทางช่องหน้าต่าง เรือนร่างเล็กของหนุ่มสาวกอดกันกลมบนเตียง ถุงยางอนามัยร่วมห้าชิ้นถูกวางทิ้งเกลื่อนกลาดทั่วห้องนอนเก่าๆแห่งนี้ เรือนร่างสวยอวบอัดเปลือยเปล่า ผิวขาว ปากสีแดงเชอร์รี่กัยเส้นผมสีน้ำตาลประกายแดงยาวลอนสลวยถูกปล่อยยาวไปจนถึงกลางหลัง ร่างแกร่งของแอชตันกอดเธอเอาไวเอย่างแแ่โดยมีหญิงสาวหันหลังให้
กล้ามแขนปูดโปนไปด้วยเส้นเืปรากฎขึ้นให้เห็น เขากอดร่างเล็กนั้นเอาไว้แน่น เมื่อคืนเขาจัดกับเธอไปซะหลายรอบเอาให้คุ้มกับเงินที่ต้องเสีย คนตัวเล็กนอนแน่นิ่งอ่อนระทวยรวยแรง
“อืม~” เสียงคำรามในลำคอของชายหนุ่มดังขึ้น รู้สึกได้ยินเสียงรบกวนจากเ้านกน้อยที่ดังอยู่ตรงหน้าต่าง บรรยากาศบ้านสวนที่ร่มรื่นไปด้วยพันธุ์ไม่นานาชนิด โดยเฉพาะดอกกุหลาบสีแดงที่ถูกปลูกเป็กอหนาเอาไว้บริเวณรอบบ้านยิ่งส่งเสริมให้บ้านสวนเก่าๆแห่งนี้ดูอบอุ่น
แอชตันไม่อาจทนเสียงเ้านกกระจิบนกกระจอกได้อีกจึงลืมตาอันหนักอึ้งตื่นขึ้น เข้าจ้องมองใบหน้าสวยพร้อมกับหยักยิ้มขึ้นมุมปาก เขาได้ผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์ขนาดนี้ แถมยังเป็ผู้ชายคนแรกของเธออีกจะไม่ให้ภูมิใจได้อย่างไรล่ะ
“บีน่า...ตื่นได้แล้ว”
เมื่อเห็นว่าเช้าแล้วมือหนาจึงจับเข้าที่แขนของเธอแล้วเขย่าเบาๆเพื่อให้หญิงสาวตื่น
“อื้อ~” ร่างเล็กดิ้นงัวเงียไปมา ปกติไม่ค่อยมีใครกล้าปลุกเธอเช้าๆอย่างนี้หรอก
“หึ น่ารัก” เขาหยักยิ้มขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีของหญิงสาวบนเตียงที่นอนไม่ยอมตื่น เธอหันหลังให้เขาแล้วขดตัวราวกับลูกแมว เครื่องปรับอากาศที่ทั้งอับทั้งเก่าแต่ก็ทำให้เย็นะเืใช้ได้
ติ๊งงง เสียงโทรศัพท์ราคาแพงของอชิรวิชญ์ดังขึ้น เขาเอื้อมหยิบมาดูก็พบว่าเป็ลูกน้องของตัวเองที่โทรมา คิ้วหนาขมวดมุ่น โทรมาแต่เช้าแบบนี้คงไม่ใช่เื่ดี ใบหน้าหล่อคมสันจมูกโด่งรู้สึกหนักใจแต่ก็ตัดสินใจรับสายนั้นแต่โดยดี
“ฮัลโหล ว่าไงอาเธอร์”
‘นายครับ ลูกค้าอาวุธรายใหญ่จากสเปนเรากำลังจะเปลี่ยนไปซื้อของเ้าใหม่ เขาว่าทางนั้นเสนอราคาที่น่าสนใจกว่ามาก ถูกกว่าของบริษัทเราถึงสิบเปอร์เซ็นต์’
“รายใหญ่จากสเปน? นั่นมันลูกค้าประจำเราเลยนี่ ใครมันกล้ามาบุกตลาดทับเส้นกูวะ!”
ร่างแกร่งจากที่ตอนแรกนั่งอยู่บนเตียงกับคนตัวเล็กตอนนี้เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ระเบียงภายในห้องนอนของบีน่า
‘ตระกูลเบอริอันต์ครับ จากนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา’
“กูเคยได้ยินอยู่ เป็บริษัทใหญ่เก่าแก่เลยนี่...”
แอชตันขมวดคิ้วมุ่น เบอริอันต์เป็ตระกูลเก่าแก่และมีอำนาจเงินมากมายมหาศาล เป็บริษัทอาวุธรวมทั้งยังทำบ่อนคาสิโน ไม่ได้ต่างไปจากตระกูลสเบอร์ตันของเขาเลย การมีเื่กับตระกูลใหญ่โตอย่างนั้นไม่ใช่เื่ง่าย แต่นี่มันมาทับเส้นกันนี่หว่าจะให้ทนอยู่ได้ไงล่ะ
‘นี่เป็ปัญหาที่เราเจอครับ แต่การจะมีเื่กับคนตระกูลนั้นไม่ง่ายเลยแล้วก็ไม่เหมาะด้วย’
ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันแน่น รู้สึกแค้นเคืองที่ตระกูลใหญ่โตมาแย่งลูกค้าของเขา ทั้งที่ควรจะหากินทางใครทางมันแท้ๆ
“มึงไปสืบประวัติคนในตระกูลมาให้กูว่ามีใครบ้างที่เหลืออยู่ปัจจุบัน”
น้ำเสียงแกร่งสั่งงานลูกน้องไปอย่างนั้น ยังไงก็ต้องหาทางเจรจาให้ได้เพราะเขาจะไม่ยอมเสียลูกค้าจากสเปนรายนี้ไปอย่างเด็ดขาด
“อื้อ~” ร่างเล็กของบีน่าจากที่ตอนแรกนอนสลบไสลตอนนี้เริ่มเคลื่อนไหวร่างกายยันตัวเองลุกขึ้นจากที่นอนสีชมพูที่ยับยู่ยี่ เพิ่งจะเปลี่ยนผ้าปูไปแท้ๅสงสัยจะต้องเปลี่ยนใหม่อีกแล้ว
“แค่นี้ก่อน ไว้ส่งข้อมูลมาให้กูด้วยอาเธอร์”
‘ครับนาย’
เขาวางสายโทรศัพท์ลงแล้วเดินกลับเข้าไปภายในห้องนอนที่คนตัวเล็กกำลังยันตัวลุกขึ้น ใบหน้างัวเงียมองมายังแอชตันที่ยืนยิ้มให้กับเธออยู่
“แอชตัน...คุณยังไม่กลับไปอีกเหรอคะ?”
นึกว่าเขาจะหายไปแบบวันนั้นเสียอีก ทำไมยังยืนยิ้มให้เธออยู่ที่ปลายเตียงอยู่เลยล่ะ
“ยัง ก็รอเธอตื่นอยู่นี่ไง”
“รอฉันทำไมกันคะ? ข้อตกลงของเราคือเป็แค่คู่นอนก็ควรจะเจอกันแค่ตอนกลางคืนสิ”
“พูดจาตัดรอนกันจังเลยนะ แล้วนี่เธอไม่ต้องตื่นไปทำงานรึไง?”
ร่างแกร่งเดินเข้ามาแล้วนั่งลงบนเตียงพร้อมกับจ้องมองหน้าของหญิงสาวที่ยันตัวลุกขึ้นพิงตัวเองไว้กับหัวเตียง ใบหน้าสวยจิ้มลิ้มหันมามองเขา ริมฝีปากสีเชอร์รี่ดูแล้วช่างเย้ายวนชวนให้จูบซะเหลือเกิน
“ไม่ค่ะ ฉันยังไม่ได้หางานทำเลยพอดีว่าเพิ่งจะเรียนจบ”
เธออายุเพิ่งจะยี่สิบสองปีเท่านั้นแล้วก็เพิ่งจะเรียนจบจริงๆ แต่เรียนจบจากนิวยอร์กนะไม่ใช่ที่เมืองไทย
“งั้นเหรอ งั้นเธอก็ต้องอายุน้อยกว่าฉันน่ะสิ ฉันอายุยี่สิบสี่จบมาสองปีแล้ว”
มหาวิทยาลัยสำหรับแอชตันแล้วก็เรียนแค่เป็พิธีประดับบารมีไปอย่างนั้น เขาทำงานกับพ่อมาั้แ่อายุสิบห้าขวบจนกระทั่งตอนนี้ก็อายุยี่สิบสี่แล้ว ประสบการณ์ทำงานนานกว่าประสบการณ์เรียนมหาลัยซะอีก
“ค่ะฉันอายุยี่สิบสองปี แบบนี้ต้องเรียกคุณว่าพี่มั้ยเนี่ย?”
“ก็แล้วแต่เธอจะพิจารณา”
“ขอเรียกคุณว่าแอชตันเฉยๆจะดีกว่า ที่จริงฉันเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานเพราะว่าเพิ่งจะเรียนจบเลยยังไม่ค่อยได้ออกไปที่ไหนสักเท่าไหร่เลย...”
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว เป็คู่นอนของเขาแล้วก็อยากให้เขาพาเธอนำเที่ยวแต่ก็ไม่รู้ว่าจะว่างหรือเปล่า
“คงไปเรียนในเมืองหลวงมาสินะ คงคล้ายๆกับพวกพนักงานในร้านของฉัน งั้นเดี๋ยววันนี้ฉันจะขับรถพาเธอไปเที่ยวเอง ไปด้วยกันไหมล่ะ?”
“แล้วคุณไม่ติดงานเหรอคะ?”
คนตัวเล็กเอ่ยถามด้วยดวงตาเป็ประกายแวววาว มีคนท้องถิ่นนำเที่ยวแบบนี้ก็ดีสิ แต่ก็แปลกใจอย่าง... ทำไมเขาถึงหน้าเหมือนไม่ใช่คนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็ลูกครึ่งเหมือนเธอแน่ๆเลย
“ไม่หรอก งานที่ผับก็เดี๋ยวให้ลูกน้องมันดูแลเอา”
แอชตันทำหน้าที่แค่สั่งการและดูแลอยู่ห่างๆเพราะเขาวางคนวางหน้าที่ไว้หมดแล้วว่าใครควรจะทำอะไร แขนแกร่งยกมือขึ้นแล้วใช้หลังมือหนาลูบไล้เข้าที่ใบหน้าสวยจิ้มลิ้ม ผิวขาวราวกับหิมะ พวงแก้มอมชมพูพร้อมกับริมฝีปากอวบอิ่ม
ว่าแล้วเขาก็เขยิบหน้าเข้าไปใกล้แล้วประกบปากจูบลงที่ริมฝีปากนวลนั้นทันที
“อื้ม~”
แอชตันตักตวงความหวานจากริมฝีปากเล็กนั้นด้วยความรู้สึกที่แสนจะหวั่นไหว
“อื้ม อ่า~”
เธอผละตัวออกจากเขาใช้มือเล็กดันแผงกำยำออกเบาๆ นี่ยังเช้าตรู่อยู่เธอกลัวว่าเ้าบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดจะโผล่มาแล้วเห็นอยู่ในสภาพนี้ แอชตันคงได้เละเป็โจ๊กแน่
“ทำไม? ไม่ได้รึไงไหนตกลงว่าจะเป็คู่นอนกันแล้ว”
“มันยังเช้าอยู่เลยค่ะ เราไปอาบน้ำเตรียมตัวกันดีกว่าคุณบอกเองนี่ว่าจะพาฉันไปเที่ยว”
“หึ ว่าแต่ยังไม่ได้ถามเลยว่าเธอเป็ลูกครึ่งเหรอ? พี่ชายเธอก็หน้าเหมือนไม่ใช่คนไทย”
“เอ่อ เป็ลูกครึ่งไทยอเมริกันค่ะ แล้วคุณล่ะ?”
บีน่าซ่อนสีหน้าความกังวลเอาไว้ไม่ให้เขาจับสังเกตุได้ กลัวว่าเขาจะรู้ว่าพ่อของเธอเป็ใคร จึงรีบถามกลับไป
“ลูกครึ่งไทยอังกฤษ แม่ฉันเป็คนไทย”
ตอบไปอย่างนั้น บีน่าเองก็ไม่ได้ถามอะไรต่อเธอลุกขึ้นแล้วจับมือเขาให้ลุกขึ้นตามไปด้วย
ร่างแกร่งลุกขึ้นตามแรงดึงจากหญิงสาวที่อายุน้อยกว่าสองปี
“ไปอาบน้ำด้วยกันนะคะ...”
ดวงหน้าคมแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจที่โดนชวนเชิญอย่างนั้น แน่นอนว่าเขาก็รีบเดินตามหลังหญิงสาวตัวเล็กไปในทันทีไม่รอให้เธอได้พูดซ้ำสอง...
เวลาต่อมา
บรื้นน
รถกระบะคันเก่าสีแดงถูกขับเข้ามาจอดที่หน้าบ้านสวน วันนี้พวกเขาเดินทางมาที่นี่ก็เป็เวลาสิบเอ็ดโมงแล้ว เพราะพึ่งมาอยู่ได้ไม่นานจึงปรับเวลาตื่นกันไม่ลงตัวและคุณหนูของตระกูลเบอริอันต์เองก็บอกเอาไว้ว่าไม่ต้องรีบเข้ามาให้มาตอนเกือบเที่ยง
“เฮ้ บ้านล็อกเอาไว้นี่หว่า” บอดี้การ์ดตัวโตเดินเข้าไปหน้าประตูบ้านสวนก็พบว่ามันถูกล็อกเอาไว้มีเพียงประตูรั้วที่ถูกเปิดอ้าเอาไว้ต้อนรับ
“อะไรวะเนี่ย ไหนคุณหนูบอกว่าจะอยู่บ้านไม่ไปไหนทำไมหายไปแบบนี้วะ”
เจสันพูดอย่างหัวเสียยกมือขึ้นมาเกาหัวดังแกร๊กๆ
“ถ้าคุณไบรอันรู้พวกเราโดนเอาตายแน่เลยว่ะ จะไปตามหาตัวจากไหนดีล่ะวะเนี่ย”
บอดี้การ์ดอีกคนก็พูดขึ้น ทุกคนมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำยังไง
ติ๊ง! เสียงโทรศัพท์ของเจสันดังขึ้น มือแกร่งที่ปูดโปนไปด้วยเส้นเืหยิบขึ้นมาก็พบว่าเป็ข้อความจากเ้านายสาว
[ บีน่า : ออกมาเที่ยวกับเพื่อน วันนี้อาจจะไม่กลับไม่ต้องเป็ห่วงพวกนายเชิญไปเที่ยวหรือพักผ่อนกันตามสบาย ]
เจสันอ่านออกเสียงให้เพื่อนอีกหกคนรับรู้โดยทั่วกัน ทุกคนมองหน้ากันพร้อมกับสีหน้าที่ซีดเซียวดูไม่เหมาะกับใบหน้าแสนโหดร้ายนั้นเสียเลย
“คุณหนูเพิ่งจะมาที่นี่ได้วันสองวัน ไปเจอเพื่อนจากไหนวะ?”
“กูก็ไม่รู้...”
“เฮ้อ แม่งดื้อฉิบหาย คุณหนูโตมาพร้อมกับมึงนี่ ดื้ออย่างนี้ั้แ่เด็กหรือเปล่าวะไอ้เจสัน?”
เพื่อนบอดี้การ์ดต่างบนกันอุบอิบกลัวว่านายใหญ่จะรู้ว่าดูลูกสาวท่านไม่ดี กลัวจะเกิดอันตรายขึ้นกับปีหน้า
“ดื้อแบบนี้ตลอด กูก็เหนื่อยจะห้าม...”
เจสันพูดพร้อมกับกอดอกแล้วส่ายหน้าไปมาพร้อมลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน หากพ่อเจเรมี่ของเขารู้คงจะโดนเอาตายเหมือนกันที่ไม่อาจดูแลคุณหนูของตระกูลได้ เธอเป็ลูกสาวและหลานสาวคนเดียวของตระกูล
ทางด้านของบีน่า
พริ้วว~ เสียงสายลมพัดปลิวโต้กับรถคันหรูที่แอชตันกำลังขับ
รถยุโรปสีดำเปิดประทุนของแอชตันเขาขับพาหญิงสาวขึ้นมาบนดอยพร้อมกับรับลมที่ปลิวไสว
“ว้าวว อากาศดีจังเลยค่ะที่นี่...”
ใบหน้าสวยหันมายิ้มให้กับเขา วันนี้เธอสวมเสื้อยืดสีขาวพร้อมกับกางเกงช้างที่ซื้อมาจากกาดหลวง รองเท้าหัวโตสีขาวพร้อมกับผมสีน้ำตาลประกายแดงลอนหยักและมีหน้าม้าที่ถูกปล่อยยาวสลวยไปทั่วแผ่นหลัง
แอชตันสวมเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำที่บีน่าหยิบมาให้โดยบอกว่าเป็ชุดของพี่ชาย ชุดของเขาถูกถอดทิ้งไว้ที่บ้านสวนโดยเธอบอกว่าจะซักแล้วตากเอาไว้ให้
เขามองหน้าหญิงสาวที่อ่อนกว่าถึงสองปีกำลังนั่งเล่นโต้ลมพร้อมกับเที่ยวชมบรรยากาศทางขึ้นดอย เธอดูน่ารักและอ่อนหวาน ดูเป็ธรรมชาติซะยิ่งกว่าหญิงสาวคนไหนที่เขาเคยได้ััมา อดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มบางๆเมื่อเห็นอากัปกิริยาที่แสนจะน่าเอ็นดูนั้น
“ใกล้จะถึงหรือยังคะ?”
“ยังหรอก เหนื่อยแล้วเหรอ?”
อชิรวิชญ์เอ่ยถามพร้อมกับเหลือบตาไปมองเธอ เขาขับรถไปด้วยความระมัดระวังเพราะว่าทางขึ้นดอยค่อนข้างที่จะอันตราย แม้จะอยากหันไปมองหน้าเธออีกครั้งแต่ก็ทำได้ยากเพราะสายตาต้องมองถนน
“เปล่าหรอกค่ะ แค่อยากจะรีบขึ้นไป้าไวๆ ขอบคุณคุณแอชตันมากนะคะที่พาฉันมาเที่ยววันนี้”
บีน่าพูดพร้อมกับกอดแขนของเขาเบาๆแล้วซบหน้าเข้ากับแผงอกกำยำ โดยปกติเธอจะวางตัวกับผู้ชายไม่ค่อยถูกนักแต่ตอนนี้บีน่าเริ่มรู้สึกสนิทสนมกับเขามากยิ่งขึ้นทำให้เธอเริ่มวางตัวได้ วางตัวคล้ายกับตอนอยู่กับพวกลูกพี่ลูกน้องของเธอนั่นแหละ ลูกของน้าสาวแล้วก็ลูกของคุณลุง
“หึ~”
เขาแค่นขำในลำคอพร้อมกับมองตรงเพื่อขับรถขึ้นดอยต่อไป ภายในใจดวงแกร่งก็คิดไปด้วยว่า ทำไมน่ารักจังวะ ตอนแรกก็ว่าแปลก..ตอนนี้แม่งโคตรขี้อ้อน
ใจดวงแกร่งมันกำลังหวั่นไหวให้กับหญิงสาวอายุน้อยที่น่ารักอย่างธรรมชาติและออดอ้อนแบบไม่ได้ใช้จริตจะก้าน อยู่กับเธอแล้วรู้สึกปลอดภัย...
อย่าเชียวไอ้แอช มึงห้ามตกหลุมรักคู่นอน...เริ่มด้วยสถานะไหนจงจบด้วยสถานะนั้นอย่าคิดหวั่นไหว
เขาคิดกับตัวเองในใจแล้วสลัดความคิดที่คิดว่าผู้หญิงคนนี้น่ารักออกไปให้หมดสิ้นพร้อมกับมองถนนแล้วทำหน้าตึงเครียดอย่างที่ควรจะเป็ ไม่ควรเผลอใจกับความน่ารักชั่ววูบของผู้หญิงคนนี้...อย่าเผลอใจ
********
ไรท์ปลาทองส่องแสง : ก็ยัยน้องน่ารักซะขนาดนี้ พี่แอชตันจะหวั่นไหวก็คงไม่แปลกหรอกมั้งคะ ว่าแต่ยัยน้องนี่แสบจริงๆเล่นเอาซะเ้าบอดี้การ์ดทั้งเจ็ดถึงกับต้องยกมือกุมขมับ น่าสงสารร >.,<