แม่นมมองไปด้านนอกเรือนเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใครเฝ้ามองอยู่ ก่อนลงกลอนประตูแล้วรีบไปตักน้ำมาให้มู่อวิ๋นซีอาบ
ระยะทางกว่าจะไปถึงเรือนเตี๋ยฮวานั้นห่างไกล แม้จะเป็เช่นนั้นมันก็ย่อมไม่ไกลเสียจนมู่อวิ๋นฮว่าจะคร่ำครวญว่าเหนื่อยล้า ทว่าในยามนี้นั้นนางเพลียเต็มที อ่อนล้าเกินกว่าจะเอ่ยคำใดด้วยซ้ำ
แม้แต่ยามทิ้งตัวนั่งลงยังขาสั่นไม่หยุด ร่างกายใต้ผ้าห่มผืนบางชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เมื่อยกมือปาดหน้าผากก็ััได้ถึงเม็ดเหงื่อ
“คุณหนู ใครมันกล้าดีทำให้ท่านเป็ชะ...” แม่นมยกกาน้ำชาร้อนๆ เข้ามาในห้อง นางอยากถามหาคำตอบให้ชัดเจน แต่เมื่อเข้ามาเห็นสภาพของผู้เป็นายก็จุกอกจนเอ่ยต่อไม่ออก คำพูดแปรเปลี่ยนเป็คำด่าทอ “ไอ้คนสารเลว! เดรัจฉานตัวนี้มันผุดมาจากไหนกัน ถึงได้กล้ามาทำเช่นนี้กับคุณหนูของข้า! ชั่วช้านัก!”
แต่มันก็เป็ฝีมือของเดรัจฉานจริงๆ ไม่ใช่หรอกหรือ
มู่อวิ๋นฮว่ารับถ้วยชาจากแม่นมมาจิบ นางเพิ่งััได้ว่าตนเองกลับมามีชิวตอีกครั้งในจังหวะนี้ มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็รอยยิ้มเ็า เดรัจฉานอย่างนั้นหรือ ทำเื่พรรค์นี้ได้ไม่ได้เป็เพียงเดรัจฉานแล้ว!
บังคับขืนใจครั้งหนึ่งยังไม่สาแก่ใจ ยัง้ามาซ้ำเติมเป็รอบที่สองอีกต่างหาก!
คิดว่านาง มู่อวิ๋นฮว่า มาอยู่ที่นี่เพื่อเป็นางโลมหรืออย่างไร!
เหอะ!
ไม่ต้องกล่าวถึงการแต่งงานกับิอ๋อง นางอยู่ในตำแหน่งชายาิอ๋อง!
หากนางได้เสวยสุขกับทุกสิ่งในจวนิอ๋อง เปรมปรีดิ์กับสถานะและอำนาจที่นางสมควรได้รับ ต่อให้ไป๋หลี่จ้งหัว้าให้นางทำหน้าที่เยี่ยงสามีภรรยา นางจะไม่คัดค้านสักคำ
ทว่านางไม่เคยได้สิ่งใดตอบแทน แล้วเหตุใดยังต้องอดทนแบกรับเื่ทั้งหมดนี้!
แม้แต่สตรีในหอซิ่งฮวายังได้เงิน นาง มู่อวิ๋นฮว่า ยังเทียบกับหญิงโคมเขียวพวกนั้นไม่ได้เลยหรือ
ไป๋หลี่จ้งหัว ช่างกล้านัก!
รอข้าได้ทีเอาคืนก่อนเถิด!
หลังกระดกดื่มชาไปรวดเดียว มู่อวิ๋นฮว่าก็ฝืนอดทนกับอาการเจ็บคอแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบอย่างกระท่อนกระแท่น “แม่นม... ที่ไหน... อาวุธ...วิเศษ”
แม่นมเข้าใจได้ในทันที นางถามย้ำเพื่อความมั่นใจ “คุณหนูหมายถึงอาวุธวิเศษอยู่ที่ไหนใช่ไหมเ้าคะ”
มู่อวิ๋นฮว่ารีบพยักหน้าให้
“อาวุธวิเศษหรือ” หญิงชราไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเื่นี้เกี่ยวข้องกับอาวุธวิเศษอย่างไร คนทั่วไปจะไปมีสิ่งของอย่างอาวุธวิเศษได้อย่างไร นางรีบส่ายหน้า “คุณหนูเ้าคะ อาวุธวิเศษอะไรกัน ข้าเคยได้ยินมาเพียงนายท่านของอารามชิงอวิ๋นมีไม้ขักขระเก้าวงแหวนที่สามารถปะาปีศาจและกำจัดมารได้ อาวุธวิเศษแบบนี้น่ะหรือ”
ไม้ขักขระเก้าวงแหวน... หากของแบบนั้นไม่ใช่อาวุธวิเศษ แล้วมันจะคืออะไรกัน
ลำพังแค่ของเช่นนั้น มู่อวิ๋นฮว่าจะไปหยิบยืมมาจากไหนได้
เกรงว่ามันคงถูกเก็บขึ้นแท่นบูชาในอารามอยู่ตลอดเวลา มีคนคอยเฝ้าไม่ห่าง ต่อให้นางไปแย่งชิงมาก็ไม่แน่ว่าจะทำสำเร็จ
แบบนั้นคงจะเป็ที่สะดุดตาอย่างแน่นอน ไป๋หลี่จ้งหัวตัวโง่งม!
สิ่งที่นาง้าคืออาวุธวิเศษเล็กๆ แบบที่สามารถให้ผลเกินคาด...
“ช่างเถิด... อาบน้ำดีกว่า...” มู่อวิ๋นฮว่ารู้ดีว่าเปล่าประโยชน์จะถามเื่ทำนองนี้กับแม่นม หากไม่ได้คลุกคลีในด้านนี้ ก็คงไม่มีทางอธิบายได้ว่าอาวุธวิเศษคืออะไร มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร
หญิงสาวไม่สนใจคำถามอยากรู้อยากเห็นของแม่นม ทำเพียงชำระร่างกายตนเองทั้งภายนอกและภายในอย่างลวกๆ ก่อนเข้านอนและหลับตาลงไป
“เฮ้อ...” แม่นมถอนหายใจ มองแผ่นหลังคุณหนูของตน จากนั้นจึงปิดประตูลงอย่างช่วยไม่ได้แล้วเดินออกไป
มู่อวิ๋นฮว่ารอกระทั่งแม่นมจากไปค่อยลืมตาขึ้นอีกครั้งและปิดมันลง
ไม่ใช่ว่านางไม่้าเล่าให้อีกฝ่ายฟัง ทว่าการบอกว่านางถูกภูตผีข่มเหงรังแกนั้นชวนให้เชื่อได้หรือไม่นับเป็เื่หนึ่ง แค่ที่แน่นอนคือมันไม่พ้นสร้างความหวาดกลัวให้แก่แม่นม
แทนที่จะเป็เช่นนั้น สู้เก็บงำเื่ของไป๋หลี่จ้งหัวไว้ในตัวนางจะดีกว่า!
ทุกสรรพสิ่งไม่ควรเกิดขึ้นเกินสามครา นางไม่มีทางปล่อยให้เขาฉวยโอกาสกับตนเองอีกเป็อันขาด เื่ระดมอาวุธวิเศษนั้นไม่อาจล่าช้าได้อีกต่อไป!
หลังตื่นนอนในเช้าวันรุ่งขึ้น นางจะรีบออกไปเฟ้นหาตามร้านรวงข้างถนนทันที!
หากไม่ได้เล่นงานไป๋หลี่จ้งหัวจนสิ้นซาก เกรงกว่าชาตินี้นางคงไม่อาจนอนตายตาหลับ!
มู่อวิ๋นฮว่าเตรียมการมาเป็อย่างดี ทว่าครั้นถึงยามรุ่งสางก่อนนางจะตื่น ก็มีแม่เฒ่ามาเคาะประตูเรียกอยู่ด้านนอก “คุณหนูใหญ่เ้าคะ องค์ชายรัชทายาทเชิญท่านไปงานประลองบทกวี ข้าน้อยมาเตือนท่านว่าถึงเวลาต้องตื่นแล้วเ้าค่ะ”
เสียงแตกพร่าของแม่เฒ่าดังลอดเข้ามาถึงด้านในจนมู่อวิ๋นฮว่าได้ยิน
หญิงสาวเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงอาทิตย์ด้านนอกลอยขึ้นสูงและส่องสว่างนานแล้ว
นางพลิกตัวและตั้งท่าจะลุกขึ้นนั่ง ทว่าในจังหวะที่ขยับตัวนั้น ทั้งร่างก็ร้องประท้วงด้วยความเ็ป! ทำให้นางจำต้องทิ้งตัวกลับไปนอนบนเตียง
“โอ๊ย...” มู่อวิ๋นฮว่าทำหน้าเหยเก นางรู้สึกดีขึ้นได้ไม่ทันไร นึกไม่ถึงว่าความรวดร้าวนี้จะหวนกลับมาเร็วเพียงนี้
รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลย!
เคราะห์ดีที่ครั้งนี้ไป๋หลี่จ้งหัวไม่ได้ทรมานนางทั้งคืน ไม่เช่นนั้นเกรงว่าคงได้นอนเปื่อยอยู่บนเตียงทั้งวันแน่
เหอะ คราวหน้าหากได้พบเขานางคงต้องกล่าว ‘ขอบคุณ’ งามๆ สักที! ขอบคุณไปถึงโคตรเหง้าของเขา!
มู่อวิ๋นฮว่านวดเอวที่อยู่ในสภาพแทบหักของตน ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียงอีกครั้ง แค่การลุกจากเตียงยังยากลำบากเพียงนี้ ร่างกายนี้ควรถูกฝึกฝนอย่างเอาจริงเอาจังเสียที ในหัวมู่อวิ๋นฮว่าคิดจะออกกำลังกายให้เป็ประจำ ระหว่างนั้นก็ร้องเรียกแม่นม
เมื่อวานน้ำเสียงของนางยังแหบโหย วันนี้ถือว่าดีขึ้นมาก
แม้จะยังติดขัดอยู่บ้างแต่ก็สามารถพูดได้อย่างเป็ปกติแล้ว
สิ้นคำนางไม่นานแม่นมก็ผลักประตูพร้อมยกมื้อเช้าเข้ามา สิ่งที่อยู่บนสำรับคือโจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว ซาลาเปา และเครื่องเคียงอีกหลายจาน! เรียกได้ว่าอุดมสมบูรณ์เท่าที่จะเป็ไปได้ ตลอด่ชีวิตสิบหกปีที่ผ่านมา นาง มู่อวิ๋นฮว่า ไม่เคยกินอาหารเช้าที่อลังการขนาดนี้มาก่อน!
“คุณหนู ทานอะไรก่อนดีเ้าคะ” แม่นมวางถาดอาหารลงด้วยสีหน้าแช่มชื่น เมื่อได้รับการดูแลเช่นนี้ นางก็รู้สึกราวกับเป็ความฝันที่ไม่คิดว่าจะเป็จริงได้
“อะไรก็ได้” มู่อวิ๋นฮว่าทำเป็นิ่งเฉย อีกฝ่ายยกทุกอย่างมาให้ หญิงสาวพยักพเยิดคางไปทางประตู “เกิดอะไรขึ้นด้านนอก”
แม่นมมองตามไปทางนอกห้องแล้วบอก “คุณหนู อย่าใส่ใจนางเลย นางเป็คนของคุณหนูซี”
คนของมู่อวี่ซีอย่างนั้นหรือ มาทำไมกัน
มู่อวิ๋นฮว่าไม่ได้พูดต่อ ทำเพียงตักโจ๊กกิน ถึงกระนั้นก็ยังแอบเหลือบมองแม่นม
หญิงชราเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ขณะปอกไข่ราดหน้าให้ “นางมาทำอะไรที่นี่กัน แต่ถึงอย่างไรก็คงไม่ใช่เจตนาดีแน่นอน! คุณหนู สนใจนางทำไมกัน กินอาหารเช้าเถิดเ้าค่ะ”
“แม่นม” มู่อวิ๋นฮว่าวางช้อนลงแล้วเอ่ยเรียก น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าแฝงแววหนักแน่น เป็การปรามไม่ให้แม่นมทำตัวเหลวไหล
อีกฝ่ายชะงักมือที่เคลื่อนไหวอยู่แล้วกล่าวเสียงแข็ง “คุณหนูเ้าคะ เห็นทนโท่ว่าคุณหนูซีคิดจะกลั่นแกล้งท่าน! เมื่อวานองค์ชายรัชทายาทบอกว่าจะให้ท่านเข้าร่วมงานประลองบทกวี แต่มันก็เป็เพียงคำพูดไม่ยั้งคิด จะถือเป็จริงเป็จังได้อย่างไร เช้านี้คุณหนูซีกลับสั่งให้ข้ารับใช้มาปลุกท่านและรอให้ท่านไปงานประลองบทกวีด้วยกัน!”
“คุณหนู ท่านยังไม่เคยร่ำเรียนในจวนด้วยซ้ำ จะเข้าร่วมงานประลองบทกวีได้อย่างไร แบบนี้จงใจทำให้ท่านลำบากไม่ใช่หรือ”
คำพูดของแม่นมออกจะถนอมน้ำใจอยู่มาก หากให้มู่อวิ๋นฮว่าเอ่ยเองก็คงจะบอกว่าคนโง่อย่างนาง เข้าร่วมงานประลองบทกวีไปก็มีแต่จะทำให้ตนเองต้องอับอายขายหน้า
หญิงสาวยกชามโจ๊กขึ้นซดหมดในคราวเดียวก่อนสั่ง “แม่นม ไปตักน้ำมาให้ข้าล้างหน้าที แต่งตัวแล้วไปงานประลองบทกวีกันเถิด”
“คุณหนูจะไปจริงๆ หรือเ้าคะ” แม่นมมีสีหน้างุนงง รู้ทั้งรู้ว่าหากไปแล้วคงไม่พ้นถูกเย้ยหยัน แต่ก็ยังจะถวายตัวไปให้ถูกรังแกอย่างนั้นหรือ
มู่อวิ๋นฮว่าเช็ดปากแล้วมองนางพลางหัวเราะ “เมื่อวานเกิดเหตุการณ์ใหญ่โตนอกจวน นาง มู่อวี่ซี ยังกล้าออกมา หากข้าไม่ไป จะไม่เป็ที่ครหาว่าข้า มู่อวิ๋นฮว่า สู้นางไม่ได้หรอกหรือ”