บทที่เจ็ด
ความมาดมั่น
“มึงไม่กลับมาพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะใบบัว” แบมแบมที่กลับมาถึงบ้านใน่ค่ำ โดยยายมะลิเอ่ยบ่นขึ้นทันทีที่ดับเครื่องรถมอเตอร์ไซค์
“ก็ว่าอยู่หรอกยาย แต่กลัวเ้าบ้านเขาจะไม่ปล่อยให้กลับมาอีกเลยน่ะสิ” แบมแบมเอ่ยต่อปากต่อคำ ไม่คิดที่จะโกรธคำพูดบ่นของผู้เป็ยายแต่อย่างใด ใบหน้าสวยแม้จะโดนบ่นหากแต่ก็ยังยิ้มแย้มจนน่าหมั่นไส้
ในวันนี้เธอรู้สึกอารมณ์ดีเป็อย่างมาก ที่แผนการของตัวเองรุดหน้าไปแล้วอีกก้าวหนึ่ง จนทำให้รู้สึกว่าเป้าหมายที่เธอ้ามันใกล้เข้ามา เหลือระยะห่างอีกเพียงแค่เอื้อมมือเพียงเท่านั้น
ร่างเล็กที่เต็มด้วยความอวบอัดของสาวเ้าเนื้อ เดินทอดน่องเข้าไปในบ้านอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นบ้าน ที่มียายมะลินั่งอยู่ไม่ไกล มือเล็กวางถุงกับข้าวเอาไว้ใกล้ ๆ ตัว
“เ้าของบ้าน เอ็งหมายถึงใคร” ยายมะลิเอ่ยถามขึ้นอย่างจับผิด ดวงตาหรี่มองหลานสาวเพียงคนเดียวของตัวเองอย่างไม่ไว้ใจ
“กำนันคล้าว” แบมแบมเอ่ยตอบพร้อมกับส่งรอยยิ้มกริ่มไปให้คนที่กำลังทำตาโต ใบหน้าสวยหวานเต็มไปด้วยความอวดดี
“ตาเถร เขาจับเอ็งทำเมียไปแล้วรึ” ยายมะลิเอ่ยถามด้วยความใ
“ยังหรอกยาย แต่อีกไม่นานเกินรอหรอก เปลี่ยวมานานแบบนั้น โดนฉันยั่วเข้าหน่อย ก็คร้านจะจับฉันทุ่มลงเตียงแล้ว” แบมแบมตอบกลับไปด้วยความระริกระรี้ เด็กสาวไม่คิดที่จะอายปากแต่อย่างใด
“กูล่ะชังน้ำหน้ามึงนักอีใบบัว ยางอายมึงมันหายไปไหนหมด” ยายมะลิพูดพลางกัดฟันไป เจ็บแค้นใจที่เลี้ยงหลานสาวให้โตมาเป็คนแบบนี้
“ยางอายก็มี แต่ผัวมันก็อยากมีไงยาย” ผู้เป็หลานสาวเอ่ยตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ
“มึงเอาดี ๆ นะ ทางนั้นเขาเป็ผู้ใหญ่แล้ว อย่าคิดว่าเขาจะหลงกลโดนมึงหลอกง่าย ๆ” ยายมะลิที่รู้ว่าต่อให้ห้ามไป หลานสาวก็คงจะดื้อรั้นและทำในสิ่งที่ตัวเองหมายมั่นเอาไว้ได้แต่เอ่ยเตือน
“ก็ไม่ได้จะหลอกสักหน่อย หนูก็ตั้งใจจะเอาพี่เขาทำผัวเป็ตัวเป็ตนนั่นแหละยาย” แบมแบมเอ่ยตอบกับผู้เป็ยาย ดวงตากลมโตกลอกขึ้นมองบนเล็กน้อย กับการที่ผู้เป็ยายคิดว่า เธอหวังแต่จะหลอกกินเงินผู้ชายท่าเดียว
“ไหนมึงบอกไม่ชอบคนแก่ กำนันเขาอายุสี่สิบแล้วนะมึง” ผู้เป็ยายเอ่ยเหน็บหลานสาวที่ยังคงทำหน้าระรื่นใส่ตัวเอง
“คนนี้ยกเว้นให้เื่อายุ เพราะถ้าให้ฉันเดานะยาย พี่กำนันคล้าวของฉันคนนี้คงจะยังแข็งปึ๋งปั๋งแรงดีไม่มีตก” แบมแบมจีบปากจีบคอพูด ละเมอเพ้อพกไปแล้วถึงเื่บนเตียงระหว่างตัวเองกับคนพี่
“งามหน้า มึงนี่มันไม่รู้จักอายปาก” ยายมะลิที่ทนฟังถ้อยคำลามกจกเปรตจากปากของหลานสาวไม่ได้ ปาหมอนใส่คนที่ไม่รู้สึกรู้สากับคำพูดของตัวเองเอาบ้างเลย
“โอ๊ย ก็มันจริงนี่ยาย เตรียมรออุ้มเหลนได้เลย เพราะหนูจะปล่อยสดั้แ่น้ำแรก” แบมแบมเอ่ยพูดพลางผุดลุกขึ้นหนีหมอนอีกใบที่กำลังจะตามมาเป็พัลวัน
ร่างเล็กวิ่งหนีเข้าห้องไปโดยทันท่วงที ทิ้งเอาไว้แค่ผู้เป็ยายที่คว้านหายาดมให้วุ่นวาย เพราะรู้สึกจะหัวใจวายตายกับความแก่ลมแก่แดดของหลานสาวที่พึ่งจะโตเต็มสาวสะพรั่งของตัวเอง
ที่ตกบ่ายมาก็ถึงจะได้ฤกษ์ ตื่นขึ้นมาแต่งหน้าทาปากแดงและคิดที่จะหาผัวรวยมาเลี้ยงดูตัวเองไปวัน ๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันไปเอาความรักสบายโดยใช้แผ่นสามเหลี่ยมทองคำเป็ตัวเบิกทางแบบนี้มาจากไหนนักหนา
แบมแบมหลุดหัวเราะออกมาเสียงใส เมื่อหนีเข้ามาในห้องนอนของตัวเองได้สำเร็จ และปล่อยให้ผู้เป็ยายนั่งโกรธหน้าดำหน้าแดงอยู่เพียงลำพัง เธอเองแม้จะไม่จะยังไม่เคยมีประสบการณ์แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย เลยเถิดกับใครไปถึงขึ้นสอดใส่ขนาดนั้น แต่ก็พอที่จะรู้ว่าชายหญิงนั้นเสพสมกันอย่างไรจากสื่อลามกมาบ้าง
และแบมแบมเองก็มั่นใจว่าความฝันที่อยากจะเป็เมียคนใหม่ของกำนันคล้าวของเธอ จะสุขสมหวังได้อีกไม่นาน ร้อยทั้งร้อยของผู้ชายมีผู้หญิงสาว ๆ สวย ๆ มาทอดสะพานให้มีหรือที่จะไม่รีบตะครุบและรีบตอบสนองความเป็ผัวให้
แล้วจะนับประสาอะไรกับคนที่ครองตัวเป็พ่อม่าย อยู่กับความเปลี่ยวเหงากายเหงาใจมาหลายปีดีดักอย่างเช่นกำนันคล้าว ที่แบมแบมแค่หลอกล่อนิดหน่อยก็คร้านที่จะกระโจนตัวเข้าหาเธอแล้ว
และถึงแม้เธอจะมีเจตนาในการเข้าหาอีกฝ่ายไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็ตั้งใจเอาไว้ว่าทุกอย่างเป็ไปตามที่คาดการณ์เอาไว้ ก็จะลงหลักปักฐานอยู่กินฉันท์ผัวเมียกับอีกฝ่ายให้เป็หลักเป็แหล่ง คิดจริงจังเื่แต่งงานไปแล้วด้วยซ้ำ
ส่วนเื่ปล่อยท้องก็คงจะตามไปพูดกับยายมะลิไปนั่นแหละ เพราะอีกฝ่ายก็อายุไม่ใช่จะน้อย ๆ แล้ว จะให้เธอมานั่งคุมกำเนิดแล้วชาติไหน ผัวแก่จะได้มีทายาทจากเธอไปอุ้มชู นี่ก็ไม่รู้ว่าน้ำเชื้อจะยังแข็งแรงดีอยู่หรือเปล่าเถอะ
แบมแบมคิดการณ์ไกลเอาไว้ล่วงหน้าเสร็จสรรพ ทั้งที่ความเป็จริงแล้วในตอนนี้ความสัมพันธ์ของเธอและกำนันคล้าว ยังไม่ได้พัฒนาไปถึงไหนไกลเกินกว่าคำว่าคนรู้จักกันก็ตามที
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับแบมแบม เพราะเธอเชื่อมั่นในเสน่ห์และความสวยของตัวเอง บวกกับสายตาของกำนันคล้าวที่สื่อไปถึงความกระสันในยามที่สบตากับเธอนั้นด้วย ยิ่งทำให้หญิงสาวมีความมั่นใจจนทะลุเพดาน
ว่าอย่างไรแล้วผู้หญิงคนสุดท้ายที่จะได้จมหัวร่วมท้ายไปกับกำนันคล้าวจะต้องเป็เธออย่างแน่นอน และถึงมันอาจจะมีเื่ที่ทำให้ไม่ใช่ขึ้นมา อีแบมแบมคนนี้นี่แหละ ที่จะพยายามยัดเยียดและพลิกโอกาสจนมันเป็ไปตามที่คิดให้จงได้
แบมแบมปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่รัดรูปออกจากเรือนร่างจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า ร่างเล็กหมุนตัวเองอยู่หน้ากระจกเพื่อยลโฉมความสวยงามของร่างกายตัวเอง หน้าอกใหญ่เป็ทรงรับกับเอวคอดและสะโพกพายเข้ารูปอย่างเหมาะเจาะ ที่แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเองยังอิจฉาให้ความสวยงามนี้ของเธอ ดวงตากลมโตพินิจความเย้ายวนของร่างกายตัวเองด้วยความพอใจก่อนจะยกยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา
“พี่เจอของแรงแน่พี่คล้าว เตรียมใจเอาไว้เลย” แบมแบมเอ่ยพูดขึ้นมาอย่างย่ามใจ
เพราะมั่นใจในลีลาและท่วงท่าของตัวเองไม่น้อยกว่ารูปลักษณ์ภายนอกเลยเหมือนกัน นับวันรอที่จะได้พลีกายให้พ่อม่ายเปลี่ยวใจได้ขย้ำเธอให้จมเตียงด้วยใจที่เต้นระรัว
กำนันคล้าวหลังที่แยกตัวขึ้นบ้านมา ก็ปลดปล่อยอารมณ์กำหนัดของตัวเองไปถึงสองครั้งสองครา เพราะไม่สามารถที่จะสลัดใบหน้าสวยหวานของคนที่พึ่งจากไปอย่างใบบัวให้หลุดออกจากความคิดได้
ในยามที่รูดรั้งแกนกายขนาดเขื่องของตัวเองก็ร้องครางออกมาเป็ชื่อของเด็กสาวอย่างถือวิสาสะ ความกระสันครอบงำเสียจนหลงลืมความถูกต้อง ถูกความใคร่บดบังเสียจนไม่หลงเหลือความเป็ผู้ใหญ่ที่น่าเคารพนับถือเลยแม้แต่น้อย
ในจังหวะที่น้ำรักฉีดพ่นออกมาเปื้อนหน้าท้องที่เกร็งจนขึ้นลอน ใบหน้าของสาวเ้าก็ยังคงตามหลอกหลอนกันเว้น ทำเอาพ่อม่ายที่เปลี่ยวกายเปลี่ยวใจมานาน เริ่มที่จะคิดพาตัวเองข้ามผ่านช่องว่างของอายุไปเด็ดดมดอกไม้ดอกนั้นในสมใจ
ร่างใหญ่ที่เหนื่อยหอบจากการปลดปล่อยถึงสองครั้งติดกันในเวลาที่ไล่เลี่ย กระถดตัวลงนอนราบกับเตียงกว้าง มือหนาจับผ้าขาวม้ามาเช็ดคราบน้ำรักที่เปื้อนหน้าท้องของตัวเอง พยายามผ่อนปรนลมหายใจที่เหนื่อยหอบให้กลับมาเป็ปกติ
“ถึงเวลาแล้วมั้ง ที่จะต้องทำตามใจตัวเองบ้าง” ชายที่วัยเข้าสู่เลขสี่ เอ่ยขึ้นกับตัวเอง
ในใจยังหวนคิดถึงเด็กสาวที่แสดงออกอย่างชัดเจน ว่ามีความพึงใจให้กับตัวเอง ผ่านการกระทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ซึ่งคล้าวเองก็รับรู้ทุกอย่างที่อีกฝ่ายพยายามที่จะสื่อมาด้วยใจที่เต้นรัวไม่ต่างกัน
ในวันที่ไม่เหลือใครสักคนไว้ข้างกาย ไม่ว่าจะเป็ลูกหรือภรรยา บ่อยครั้งที่เขาเองก็ถูกความเหงาเล่นงานเสียจนหนาวไปถึงขั้วของหัวใจ ต้องปล่อยให้ความอ้างว้างที่กัดกินใจไหลออกมาเป็หยาดน้ำตา
ความคิดที่จะหาใครสักคนมาเคียงข้างผุดขึ้นมาในความคิดอยู่เสมอ หากแต่ก็ยังไม่พบเจอกับใครคนนั้นที่ใจคอยตามหา จนกระทั่งได้พอเจอกับใบบัวอีกครั้งในวันนี้ ยิ่งตอกย้ำให้ได้รู้ ว่ามันคงจะถึงเวลาที่จะต้องมีใครเข้ามาในชีวิตบ้างแล้วจริง ๆ
หัวใจที่เหี่ยวเฉามานานกลับมาเต้นไม่เป็จังหวะอีกครั้ง เพราะความน่ารักสดใสของอีกฝ่าย กำนันคล้าวแม้จะเจียมตัวอยู่มาก เพราะอายุไม่น้อยแล้วแถมยังพ่วงด้วยตำแหน่งพ่อม่ายเข้าไปอีก แต่พอได้เห็นอากัปกิริยาหลายอย่างจากเ้าสาว ก็เริ่มที่จะมีความหวัง ว่าไอ้แก่พ่อม่ายคนนี้ ก็ยังมีโอกาสที่จะได้แต่งเมียใหม่กับเขาอีกสักคนก่อนตาย
“อย่ามาหลอกคนแก่ให้ดีใจเล่นก็แล้วกัน ใบบัว” คล้าวเอ่ยขึ้นฝากกับสายลมไปถึงใครบางคน ที่กำลังเข้ามามีอิทธิพลกับหัวใจของตัวเอง
ดวงตาคมสีอำพันปิดเปลือกตาลงช้า ๆ เพราะโดนความง่วงเข้าเล่นงาน ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอมากยิ่งขึ้นเมื่อเ้าตัวเข้าสู่วังวนของห้วงนิทรา หากแต่ในขณะเดียวใบหน้าหล่อเหลาคมคายก็ยังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มจาง ๆ อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนใน่หลายปีมานี้
………………………………………………….
แรงมากทั้งคนพี่และคนน้อง ของแรงว่าซ่าน อีคนพี่ก็แรงเกินแอบไปทำแบบนั้นแล้วคิดถึงหน้าของน้องอะนะ ทำถึงเกิน
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่าการได้อ่านคอมเม้นท์ มันเป็แรงผลักดันในการอัพนิยายมาก ๆ เลย // อ้อน
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ // กระพริบตาปริบ ๆ