บทที่ 16
ล่าสัตว์
ดวงตาจ้องมองตรงไปพบเห็นว่าสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ภายในป่ามันคือหมาป่าร่างกายกำยำที่แท้แล้วมันเองก็คือหมาป่าเทาที่เขานั้นเคยเจอก่อนหน้านี้
เป็พันธุ์หมาป่าที่ไม่ได้หายากอันใดพบเจอได้ง่ายๆภายในป่าเป็สัตว์อสูรระดับต่ำที่มีสายเืทั่วไป
“ ไปกันเถอะ นี่คือข้อดีของคนที่อยู่ด้านล่างอย่างพวกเรา”
“ ้าน่ะไม่สามารถหาเนื้อแบบนี้ได้หรอกนะพวกนั้นกินแต่เนื้อระดับสูงของคุณภาพดีจนไม่สามารถััได้ถึงความอร่อยของเนื้อพวกข้าปรุงมันเก่งมากเ้าไปล่าให้ข้า ข้าจะเตรียมเครื่องปรุง ” ชายชราหลังค่อมกล่าว
จางอี้เห็นเส้นมันก็พยักหน้า “ข้าเองก็กำลังอยากกินเนื้ออยู่พอดี เนื้อจากอสูรตัวนั้นก็มีเลวพวกาุโท่านปรุงมันให้อร่อยจริงๆงั้นรึ ”
ชายชราหลังค่อมพยักหน้าพร้อมกับยกแขนเสื้อขึ้น “ เชื่อมือข้า”
จางอี้ไม่รีรอพุ่งทะยานไปอย่างรวดเร็วร่างกายปรากฏท่าร่างอันรวดเร็วพุ่งเคลื่อนไหวอย่างเหนือชั้น
ในตอนนี้การเคลื่อนไหวนั้นดีมากกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าเพราะการฝึกฝนและการเปิดประตูบ่มเพาะมันทำให้ตัวของเขานั้นสามารถแสดงทักษะแบบนี้ออกมาได้
เพียงแค่พริบตาเดี๋ยวร่างกายก็ไปบรรลุถึงด้านหลังของหมาป่าตัวนั้นที่กำลังเคลื่อนไหวใช้กระบี่ของตนเองตัดคอมันย่อยอย่างง่ายดาย
สัตว์อสูรระดับต่ำแน่นอนว่าการสังหารมันย่อมไม่เป็ปัญหาพวกสัตว์อสูรก็มีระดับความแข็งแกร่งพร้อมกับระดับสายเืของพวกมัน
แน่นอนว่าถ้ายิ่งระดับความแข็งแกร่งและระดับสายเืนั้นสูงขึ้นย่อมบ่งบอกว่าพวกมันนั้นมีพลังที่มาก
และการจัดการกับพวกมันเองก็จะยากเย็นตามไปด้วยโดยตามความรู้ของจางอี้ที่ได้อ่านตามตำราที่เหล่ากุ้ยทิ้งเอาไว้ให้
ได้บอกว่าพวกสัตว์อสูรนั้นแบ่งระดับพลังหรือเขตบ่มเพาะพลังเป็ระดับต่ำ ระดับกลาง ระดับสูง ระดับแม่ทัพ ระดับราชันย์ ระดับจักรพรรดิ ระดับ์ระดับอสูร์ ระดับอสูรนิรันดร์
โดยบนโลกเบื้องล่างสำหรับสัตว์อสูรแล้วขีดจำกัดในการบ่มเพาะของพวกมันการหาสัตว์อสูรที่มันจะมีขอบเขตการบ่มเพาะไปถึงระดับราชันถือว่ายากเย็นแล้ว
ยิ่งเป็ขอบเขตการบ่มเพาะที่ไปถึงระดับจักรพรรดิยิ่งหาแทบไม่ได้ภายในดินแดนโลกเบื้องล่างเกรงว่าคงจะเหลือเพียงแค่ไม่กี่ตน
เหตุผลที่สัตว์อสูรสามารถบ่มเพาะไปถึงได้ระดับเพียงแค่นั้นมันก็เป็เพราะว่าสายเืของพวกมัน
โลกเบื้องล่างแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ผู้บ่มเพาะเท่านั้นที่มีสายเืที่ต่ำกว่าโลกเบื้องบนแม้แต่สัตว์อสูรเองก็มีระดับสายเืที่ต่ำลง
ดินแดนที่เสื่อมโทรมแห่งนี้สัตว์อสูรที่มีสายเืบริสุทธิ์หาได้น้อยมากเพราะแบบนั้นจึงทำให้พวกมันไม่สามารถบรรลุการบ่มเพาะระดับสูงได้
โดยสายเืของพวกสัตว์ทางศูนย์จะถูกแบ่งออกเป็ระดับของสายเื สายเืระดับทั่วไป สายเืระดับขุนพล สายเืระดับราชันย์สายเืระดับจักรพรรดิ สายเืระดับา สายเืระดับต้นกำเนิด
สายเืที่กล่าวว่าเป็สายเืที่บริสุทธิ์จริงมันคือสายเืระดับจักรพรรดิขึ้นไปภายในดินแดนโลกเบื้องล่างสายเืระดับราชันของสัตว์อสูรยังถือว่าหายาก
สำหรับของตกทอดที่มาจากยุคก่อนที่จางอี้เคยพบเจอก่อนหน้านี้คำพูดของเหล่ากุ้ยบอกว่ามันเป็สายเืระดับา
ซึ่งกล่าวได้ว่าสายเืของสัตว์อสูรตัวนั้นมันแทบจะเป็สิ่งที่อยู่ในระดับสูงสุดของขีดจำกัดสายเืของสัตว์อสูร
หลังจากที่สังหารมันได้เรียบร้อยแล้วก็ลากศพของเ้าหมาป่านั้นกลับมาที่กระท่อมเห็นชายชราผู้นั้นตั้งไฟรอแถมกับเตรียมเครื่องปรุงต่างๆมากมาย
“ มาๆๆ กินเนื้อมันในยามเช้าอร่อยที่สุด ”
หลังจากนั้นเ้าหมาป่าเทาตัวนั้นก็ถูกนำไปย่างแล้วก็ปรุงรสอย่างเอร็ดอร่อยหลังจากที่ทำการปลุกมันจนเสร็จแน่นอนว่ามันส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล
หลังจากที่จางอี้ได้ลองกินมันเข้าไปจึงััได้ถึงความเอร็ดอร่อยถึงกับอุทานออกมา “ ยอดเยี่ยม ฝีมือท่านไม่เลวเลยนะท่านผู้าุโ ”
“ ไม่คิดเลยว่ามันจะสามารถปรุงได้อร่อยเช่นนี้”
ชายชราส่งเสียงหัวเราะดัง “ ฮ่าๆๆข้าเป็คนปรุงซะอย่างเหตุใดจะไม่อร่อยเช่นนี้ ”
“ กินๆๆ ่ยามเช้าอยู่อากาศกำลังดีรีบกินเดี๋ยวถ้าท้องฟ้าสว่างแล้วแดดจะส่องลงมาปกคลุมหมดอารมณ์กันพอดี ”
หลังจากนั้นหนึ่งชายชราหนึ่งเด็กหนุ่มก็กินหมาป่าตัวนั้นหมดทั้งตัวเหลือเพียงแค่กระดูกเท่านั้นมันเอร็ดอร่อยเป็อย่างมาก
หลังจากที่กินหมดจางอี้ก็นั่งพิงต้นไม้พร้อมกับใช้มือตบท้องของตน“ อร่อยจริงๆ ”
“ ขอบคุณผู้าุโที่ทำอาหารมื้อนี้ให้ ”
ชายชราลูบหลายครางมองมาที่จางอี้ ก่อนที่จะพูดขึ้น “เ้ารู้หรือไม่ในโลกใบนี้มีวัตถุดิบมากมายแต่ผู้คนน่ะมักจะใช้งานมันไม่เป็ประโยชน์เอาซะเลย ”
“ หมายความว่าอย่างไรอย่างนั้นเดี๋ยวขอรับ?” จางอี้เอ็มคอมองอย่างฉงน
“ ก็อย่างเช่นเมื่อกินเนื้อของสัตว์อสูรเนื้อสัตว์อสูรน่ะมีความพิเศษตรงที่เสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกาย”
“ เรียกได้ว่ามันเป็เหมือนกับแหล่งพลังงานทำให้ร่างกายน่ะมีกำลังมากขึ้น”
“ เพราะแบบนั้นพวกสัตว์อสูรนอกจากจะถูกฆ่านำเอาแก่นทักษะนอกจากนั้นก็มีการนำเอาเนื้อของพวกมันมาปรุงอาหารเพราะว่าจะเพิ่มกำลังวังชาให้ ”
“ แต่ว่าเ้าพวกคนทั่วไปน่ะมักจะใช้มันไม่เป็ประโยชน์ผู้บ่มเพาะส่วนใหญ่เองก็เช่นเดียวกัน เนื้อของสัตว์อสูรที่กินเข้าไปมันมีพลังอยู่”
“ สัตว์อสูรเองก็เป็สิ่งมีชีวิตที่บ่มเพาะพลังในร่างกายเมื่อเรากินเนื้อของมันเข้าไปเราสามารถดูซับพลังนั้นเข้าสู่ร่างกายของตนเองได้ ”ชายชราพูดออกมาคล้ายบอกใบ้บางอย่าง
จางอี้หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นก็แตกฉานในคำพูดของอีกฝ่ายทันทีรีบพับปิดดวงตาของตนเองลงจากนั้นก็ลองทำตามวิธีที่ตนเองนั้นได้สนับรับฟังแล้วแตกฉานด้วยตนเอง
ลองทำการััถึงอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปเนื้อของสัตว์อสูรที่ตนเองกินในตอนนี้มันยังคงอยู่ภายในท้องแน่นอนว่าเนื้อของสัตว์อสูรเพิ่มกำลังวังชา
เข้าสู่วงสมาธิและสามารถััได้ถึงพลังนั้นเมื่อสามารถััได้ถึงมันจางอี้ก็เริ่มทำตามวิธีตามคำชี้แนะที่ท่านผู้าุโกล่าวถึงก่อนหน้านี้
เริ่มดูดซับอาหารที่อยู่ภายในท้องของตนเองทำการแยกพลังบ่มเพาะออกมาซึมซับเข้าสู่แก่นบ่มเพาะของตนเอง
ชายชราที่อยู่ด้านหน้านั่งมองดวงตาของชายชราผู้นี้มองเห็นพลังที่เริ่มถูกดึงแล้วหลอมรวมเข้าสู่ร่างกาย
ชายชราแสดงใบหน้าตกตะลึงได้แต่กล่าวกับตนเองในใจยังไม่น่าเชื่อ‘ เ้าเด็กนี่มันปีศาจหรืออย่างไร ’
‘ เพียงแค่บอกคำใบ้ก็สามารถทำได้แล้วอย่างนั้นรึ’
‘ แม้ว่าจะยังไม่สมบูรณ์แต่การซึมซับพลังจากเนื้อที่กินเข้าไปก็ทำได้กว่า7 ส่วน ’
‘ แม้ว่าจะไม่ชำนาญเท่าข้าแต่ด้วยความสามารถเช่นนี้การเรียนรู้ที่รวดเร็วขนาดนี้นี่มันอะไรกันเ้าเด็กนี่มันปีศาจ ’
‘ ตอนแรกข้าเพียงแค่อยากจะทดสอบความสามารถเลยลองพูดออกไปเล่นๆไม่คิดว่าเพียงแค่ได้รับฟังก็แตกฉานทันที ’
แม้แต่ชายชราที่บอกใบ้เกี่ยวกับเทคนิคนี้ยังรู้สึกตกตะลึงในความสามารถของจางอี้ที่แสดงออกมา
อีกฝ่ายบอกเพียงแค่ประโยคเดียวจากนี่ก็สามารถทำได้แม้ว่าการดูดซับพลังจากเนื้อพวกนั้นมันจะยังไม่ดี สามารถซึมซับได้เพียงแค่ 7 ส่วนจากทั้งหมดที่ควรจะทำได้
แต่ว่านี่มันเองก็น่าถึงแล้วสำหรับคนที่เริ่มทำทันทีเมื่อได้รับคำชี้แนะมันเลยทำให้ชายชราพวกนี้อดจะประหลาดใจไม่ได้ท่าท่ามกลางความประหลาดใจรอยยิ้มก็ค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชายชราผู้นี้ ‘เ้าขอทานน้อยผู้นี้เป็เมล็ดพันธุ์ที่ยอดเยี่ยม ’
อีกฝ่ายมองเห็นถึงความเป็อัจฉริยะในตัวของจางอี้อย่างชัดเจนผ่านจากการทดสอบที่ตนเองเพิ่งกล่าวออกไปเมื่อครู่
จบบท