บทที่ 41: การเผชิญหน้า
สายฝนยามค่ำคืนพัดผ่านทิ้งไว้เพียงไอดินเปียกชื้นและแสงแดดอ่อนยามสายของวันใหม่ ท้องฟ้าหลังพายุสงบลง แสงตะวันสาดลอดผ่านกระจกใสบานใหญ่เข้ามาในห้องโถงกว้างของบ้านวรโชติ ทว่าความอบอุ่นภายนอกกลับไม่อาจชะล้างความเย็นยะเยือกตึงเครียดภายในบ้านหลังนี้ลงไปได้เลย แพรพิมพ์นั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นชั้นล่าง ดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักหน่วงมาทั้งคืน ใบหน้าสวยหวานไร้สีเลือดและเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าอิดโรยร้าวรานใจแสนสาหัส
ข้างกายของเธอคือภัทร์ ชายหนุ่มยืนกอดอกจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาวิตกกังวล ชายหนุ่มเพิ่งรับรู้ว่าพี่ชายขับรถหนีออกจากบ้านไปท่ามกลางพายุฝนเมื่อคืนด้วยความโกรธจัดหลังจากที่ความพยายามร่วมรักล้มเหลวลง ความอึดอัดระคนหวาดกลัวแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งสอง ความจริงที่พวกเขาแอบมีความสัมพันธ์ลับต่อกันยังคงเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างลงไปทันทีในเวลาไม่ช้า
เสียงรถสปอร์ตสีดำคันคุ้นตาเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ดึงสติของสองคนในห้องนั่งเล่นให้สะดุ้งสุดตัว ภัทร์หันกลับมามองหน้าพิมพ์ทันที แววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความกังวลระคนระแวดระวังและตื่นตระหนก
“พี่ภพกลับมาแล้วครับพี่พิมพ์” ภัทร์กระซิบเสียงต่ำพลางขยับกายเข้าไปยืนใกล้ๆ เธอเพื่อปกป้องตามหน้าที่
พิมพ์ขบริมฝีปากแน่นจนซีดขาว “พี่รู้แล้วภัทร์ ทำใจดีๆ ไว้ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกกลัวไปก่อนล่วงหน้า”
เสียงเปิดประตูบ้านบานใหญ่ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏกายของภพ ชายหนุ่มเดินก้าวฉับไวเข้ามาในบ้าน เสื้อเชิ้ตของเขาเรียบร้อยดี ทว่าใบหน้าของเขาซีดเซียวและดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับเรียบเฉย เยือกเย็นจนน่ากลัว ชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวบ้าคลั่งเหมือนเมื่อคืน เขาสงบสติอารมณ์และตัดสินใจเด็ดขาดแล้วที่จะเผชิญหน้าจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ภพหยุดเดินห่างจากคนทั้งสองประมาณสามก้าว สายตาของเขาไล่มองใบหน้าของแพรพิมพ์ ก่อนจะเลื่อนไปสบตากับภัทร์น้องชายแท้ๆ แววตาของภพไร้ความอบอุ่นเหมือนปรกติ มีเพียงความแน่วแน่เด็ดขาด
“พิมพ์... ภัทร์... ตามพี่เข้ามาในห้องทำงานหน่อย พี่มีเรื่องสำคัญต้องคุยด้วยอย่างละเอียด” ภพเอ่ยเสียงเรียบต่ำ ทรงพลังจนไม่มีใครกล้าปฏิเสธและสั่นสะท้านไปถึงหน้าอก
ภพไม่รอฟังคำตอบ ชายหนุ่มหมุนตัวเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวทันที แพรพิมพ์มองแผ่นหลังของสามีด้วยหัวใจที่เต้นรัวกระวนกระวาย เธอเหลือบสบตากับภัทร์ ชายหนุ่มกุมมือเธอแผ่วเบาเพื่อปลอบใจ ก่อนจะพากันเดินตามหลังพี่ชายเข้าไปในห้องทำงานที่เงียบสงัดและตึงเครียดบีบคั้นอารมณ์
ห้องทำงานของภพตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สักสีดำเข้ม แสงแดดสายส่องผ่านม่านบังตาเข้ามาเป็นริ้วสลัว ภพขยับก้าวไปยืนหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ชายหนุ่มหันกลับมาประจันหน้ากับพิมพ์และภัทร์ ภัทร์ขยับเดินนำหน้าบดบังร่างของพิมพ์ไว้เล็กน้อยตามสัญชาตญาณความคุ้นเคย
“ปิดประตูห้องทำงานด้วยภัทร์ ล็อกกลอนให้เรียบร้อยด้วยนะ” ภพสั่งเสียงเย็นเยือก
ภัทร์เอื้อมมือปิดบานประตูไม้หนาหนักลงกลอนล็อกห้องดังคลิ๊ก บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจสั่นเครือของพิมพ์ที่ยืนกำมือแน่นจนสั่นเทิ้มด้วยความรู้สึกบีบคั้น
ภพสูดลมหายใจลึกหลายครั้งพยายามควบคุมกระแสเสียงไม่ให้สั่น ชายหนุ่มสบตาแพรพิมพ์ตรงๆ แววตาคมกริบจ้องเขม็งจนพิมพ์ต้องหลบสายตาด้วยความประหม่าและละอายใจเป็นที่สุด
“พิมพ์... ที่พิมพ์ด่าพี่เมื่อคืนว่าพี่ไม่มีน้ำยา และเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ... พี่ขอบอกความจริงตรงนี้เลยนะ” ภพเปิดฉากพูดน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเสียดแทงลึกถึงใจคนฟัง “พี่ไม่ได้เสื่อม พี่สามารถมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นข้างนอกได้ราบรื่นเป็นปกติสุข พี่หลั่งน้ำรักได้สมบูรณ์แบบไม่ติดขัดเลยสักนิดเดียว... ยกเว้นกับพิมพ์เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นข้อยกเว้นของร่างกายพี่”
คำสารภาพของสามีเปรียบเสมือนฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าของพิมพ์จนชา หญิงสาวเบิกตากว้าง แววตาสั่นระริกด้วยความเจ็บแค้นและอาย “ภพ... นี่คุณยอมรับหน้าด้านๆ เลยเหรอคะว่าคุณแอบไปนอนกับผู้หญิงข้างนอกมาจริงๆ! แล้วยังเอาเรื่องสกปรกนี้มาข่มฉันในห้องทำงานนี้อีกเหรอคะ! คุณมันสารเลวไม่มีชิ้นดี!”
“พิมพ์ฟังพี่ให้ดี!” ภพตะคอกขัดเสียงดังลั่นจนพิมพ์สะดุ้งเงียบลงด้วยความตกใจ “พี่ไม่ได้แอบไปหาเศษหาเลยเพื่อความสนุกสนาน แต่พี่เหนื่อยและสับสนในสิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกายพี่ พี่ถึงต้องจ้างสาวบริการมาเพื่อทดสอบการตอบสนองของร่างกายตัวเอง! และมันเป็นจริงตามนั้น ร่างกายพี่ปกติดีทุกประการเมื่ออยู่กับผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เมียตัวเอง! พิมพ์รู้ไหมว่าเป็นเพราะอะไร?”
ความเงียบครอบงำห้องทำงานในทันที ภัทร์ขมวดคิ้วแน่นส่วนพิมพ์กัดริมฝีปากน้ำตาคลอเบ้าจ้องมองสามีด้วยความแค้นและโกรธจัด
“เพราะในใจของพี่มันเต็มไปด้วยความเกลียดและแค้น!” ภพพูดเสียงพร่า แววตาแฝงความรวดร้าว “ทุกครั้งที่พี่ขยับตัวสัมผัสพิมพ์บนเตียง ทุกครั้งที่พี่จะเอาตัวตนใส่เข้าไปในตัวพิมพ์... ภาพชู้รักที่แอบเริงสวาทโยกคลั่งกันบนเตียงนอนของพี่มันแล่นเข้ามาในหัวสมองพี่ทุกวินาทีจนพี่ไร้น้ำยาไปทันที!”
คำพูดของภพส่งผลให้แพรพิมพ์และภัทร์ช็อกตัวแข็งทื่อราวกับโดนฟ้าผ่า แพรพิมพ์หน้าซีดเผือดลืมตาค้าง สองขาสั่นสะท้านแทบจะหมดแรงล้มพับลงกับพื้นห้องทำงาน ใบหน้าหวานผุดเหงื่อพรายด้วยความกลัวและอับอายขายหน้า
“พี่ภพ... พี่หมายความว่ายังไง...” ภัทร์เค้นเสียงถามตะกุกตะกัก หน้าถอดสีซีดเผือดสั่นระรัว
ภพหัวเราะในลำคอแผ่วเบา แววตาสมเพชระคนเจ็บปวด “ภัทร์... นายถามพี่งั้นเหรอ? นายคิดว่าความลับที่แอบขึ้นเตียงพี่สะใภ้ของนายจะไม่มีใครเห็นงั้นเหรอภัทร์? นายกับพิมพ์ร่วมรักกันอย่างป่าเถื่อนบนเตียงนอนของพี่... พี่เห็นมันทั้งหมดด้วยตาตัวเอง!”
พิมพ์ยกมือขึ้นปิดปากสะอื้นเบาๆ ร่างกายสั่นระริกดั่งใบไม้ต้องลม “ไม่จริง... ไม่จริง... ภพ... คุณโกหกใส่ร้ายฉัน...”
“จริงพิมพ์!” ภพตะโกนลั่น แววตากร้าวชี้ไปที่ประตู “บ่ายวันฝนตกวันนั้น พี่แอบจอดรถเดินเงียบๆ เข้ามาในบ้าน พี่เดินขึ้นไปชั้นสองและเห็นรอยแยกของประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้เพียงนิดเดียวนั่น! พี่ยืนมองผ่านช่องประตูบานนั้น เห็นพิมพ์นอนคว่ำหน้าขยับโยกรับแรงซอยของภัทร์น้องชายพี่อย่างมีความสุขจนน้ำรักเลอะเตียง! พี่ยืนฟังเสียงครวญครางและเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องหูพี่มาตลอดหลายสัปดาห์! พวกนายกล้าทำเรื่องแบบนี้ลงไปได้ยังไง!”
คำเฉลยของภพกระชากความจริงของคนทั้งสามออกจนหมด แพรพิมพ์ทรุดตัวลงคุกเข่าซบหน้ากับพื้นร้องไห้โฮสะอื้นอย่างหนักหน่วงลนลาน ความลับที่ปกปิดบัดนี้แตกซ่านจนแหลกละเอียด นำพาความเจ็บปวดแสนสาหัสมาสู่ทุกคนในห้องทำงานนี้
ภัทร์หน้าซีดสั่นเทาไปทั้งตัว เด็กหนุ่มก้าวเดินขึ้นมาคุกเข่าลงข้างๆ พิมพ์ พยายามกอดประคองเธอไว้ แข็งใจเงยหน้าสบตากับพี่ชายด้วยแววตาแน่วแน่เด็ดเดี่ยว
“พี่ภพ... ผมยอมรับผิดทั้งหมด ผมเป็นคนเริ่มก่อนเอง พี่พิมพ์ไม่ได้ตั้งใจ พี่พิมพ์แค่เหงาและโดดเดี่ยวเพราะพี่ละทิ้งเธอไปทำงานข้างนอก พี่จะโกรธ จะเกลียด จะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่โปรดอย่าทำร้ายพี่พิมพ์เลยครับ!” ภัทร์ตะโกนสารภาพเสียงสั่นเครือ
“ภัทร์! นายปกป้องเมียฉันงั้นเหรอ!” ภพคำรามลั่น กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนตามหลังมือ “พิมพ์เป็นเมียแต่งของพี่! นายเป็นน้องชายแท้ๆ ของพี่! แต่พวกนายกลับลักลอบเล่นชู้กันในบ้านหลังนี้อย่างหน้าด้านๆ! แล้วยังกล้าด่าทอฉันหยามเหยียดความเสื่อมของร่างกายฉันทั้งที่พวกนายสองคนคือสาเหตุของความล่มสลายล้มเหลวรักทั้งหมดของพี่!”
พิมพ์เงยหน้านองน้ำตาขึ้นประจันหน้าระเบิดอารมณ์ประชดใส่สามีอย่างไร้ความเกรงกลัวอีกต่อไปในสายตาของเธอ
“ใช่ค่ะภพ! ฉันนอนกับภัทร์! ฉันร่วมรักกับน้องชายของคุณอย่างดุเดือดเผ็ดร้อนจนฉันมีความสุขสุดขีดเสียวซ่าน! แต่มันเป็นเพราะใครล่ะคะ! สี่ปีที่ผ่านมาคุณทิ้งฉันไว้กับบ้านหลังใหญ่ที่แสนเงียบเหงา คุณเห็นแต่ธุรกิจและงาน ไม่เคยใยดีหรือสัมผัสฉันด้วยความรักเลย! พอฉันเหงาจนแทบคลั่ง ภัทร์คือคนเดียวที่ก้าวเข้ามากอดฉัน ปลอบโยนฉันและให้ความต้องการทางกายสัมผัสที่ฉันขาดหายไปชั่วชีวิต! คุณไม่มีน้ำยาเองแล้วยังกล้านอกกายไปกกผู้หญิงข้างนอกประจานความโสโครกของตัวเองอีกเหรอคะภพ!” พิมพ์กรีดร้องท้าทายประชดประชันอย่างบ้าคลั่งในอารมณ์แค้น
คำตอบรับของพิมพ์ทุบทำลายเศษเสี้ยวความรู้สึกของภพจนแหลกยับ ชายหนุ่มนิ่งอึ้ง แววตาสั่นระริกด้วยความแค้นและอายขีดสุด ชายหนุ่มมองใบหน้าของภรรยาที่กำลังนองน้ำตาและน้องชายที่คุกเข่ากอดประคองเธออยู่ ความโกรธแค้นแผ่ซ่านทวีคูณจนร่างกายของเขาเต้นเร่าไร้ทิศทาง
ภพขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ชายหนุ่มก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานไม้สักทองมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนทั้งสองอย่างเชื่องช้า แววตาคมกริบของคนเป็นพี่สั่นระริกด้วยความโกรธจัดและชิงชังปนอัปยศสูงสุด ชายหนุ่มก้มลงกึ่งกระชากไหล่หนาของภัทร์ให้ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากันตรงๆ อย่างรวดเร็ว
“ในเมื่อพวกนายอยากนอนด้วยกันจนตัวสั่นขนาดนั้น...” ภพเอ่ยเสียงต่ำพร่าลอดไรฟัน แววตามืดมนเด็ดเดี่ยวอย่างน่ากลัวทำเอาพิมพ์สะดุ้งตัวโยนและหนาวเยือกไปทั้งขั้วหัวใจ “พี่ก็จะจัดให้ต่อหน้าต่อตาพี่คืนนี้เลยในห้องนอนใหญ่!”
พิมพ์เบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกและกลัวสุดขีด “ภพ... คุณจะทำอะไรคะ...”
(จบตอนที่ 41)