บรรยากาศหน้าถ้ำน้ำหยดเย็นเยือกด้วยละอองน้ำที่สาดกระเซ็น ริน ในชุดขาวสะอาดตาที่ดูผุดผ่องราวกับบัวเพิ่งพ้นน้ำ ยืนสงบนิ่งอยู่ต่อหน้า แม่เฒ่าบัว ที่ดวงตายังคงฉายแวววิตกกังวล แม้รินจะผ่านการถือศีลชำระตบะมาถึง 10 วัน แต่ในกระแสอาคมหยินที่แผ่ออกมาจากตัวนางยังคงมี "รอยสั่นไหว" ของอารมณ์ที่ยังตัดไม่ขาด
ผิวพรรณของรินดูขาวใสกว่าเดิม ราวกับได้รับการชำระล้างจากภายใน แต่ในดวงตาคู่นั้นยังคงมีเงาของความทรงจำที่ไม่อาจลบเลือนได้ง่าย นางรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง ทั้งในด้านพลังอาคมที่บริสุทธิ์ขึ้น และความเข้าใจในตัวตนที่ลึกซึ้งขึ้น
"แม่เฒ่าจ๊ะ... รินพร้อมจะกลับไปทำหน้าที่ผู้ผนึกทิศตะวันออกแล้วจ๊ะ" รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้มั่นคง แต่ยังคงมีความสั่นเครือเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่
แม่เฒ่าบัวเดินเข้ามาใกล้ มือเหี่ยวย่นของนางยื่นออกมาแตะที่หน้าผากของริน ตรวจสอบกระแสพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายใน นางรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ก็รู้ดีว่ายังไม่เพียงพอ
แม่เฒ่าบัวส่ายหน้าช้าๆ "กายเ้าสะอาดแล้วแม่ริน... แต่ใจเ้ายัง 'พร่อง' นัก พลังที่เ้ามีตอนนี้มันเหมือนน้ำในแก้วที่แตกร้าว หากข้าปล่อยเ้ากลับไปเผชิญหน้ากับความหิวกระหายของพ่อใหญ่คำ หรือความดุดันของไอ้เพลิง เ้าจะพ่ายแพ้ต่อกามรสอีกครั้งอย่างง่ายดาย เพราะเ้ายังไม่รู้จัก 'อำนาจ' ที่แท้จริงของร่างกายตัวเอง"
รินรู้สึกถึงความจริงในคำพูดของแม่เฒ่า แม้จะผ่านการชำระตบะมาแล้ว แต่เมื่อนึกถึงสายตาเร่าร้อนของพ่อใหญ่คำ หรือรอยยิ้มเย้ายวนของเพลิง ร่างกายของนางยังคงรู้สึกถึงความสั่นไหวเล็กน้อย ความทรงจำของความเพลิดเพลินที่เคยได้รับยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากพุ่มไม้หนา พ่อใหญ่คำ เดินนำหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ ท่าทางของเขาดูมั่นใจและเย่อหยิ่ง ราวกับเป็เ้าของทุกสิ่งในหมู่บ้านนี้ ตามมาด้วย เพลิง ที่สะพายทวนคู่ใจด้วยท่าทางลำพอง รอยสักเปลวไฟบนแขนของเขาดูเจิดจ้าในแสงอรุณ และ คราม ที่พยุงร่างกายซูบซีดตามมาข้างหลังสุด
สายตาของครามเต็มไปด้วยความห่วงใย แต่เมื่อสบตากับริน เขากลับหลบวูบด้วยความรู้สึกผิดที่ปกป้องนางไม่ได้ ใบหน้าของเขายังคงซีดเซียวจากาแที่ได้รับ แต่ดวงตายังคงเต็มไปด้วยความรักที่ไม่เปลี่ยนแปลง
พ่อใหญ่คำมองดูรินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนา เขาสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวนาง ผิวพรรณที่ขาวใสขึ้น และพลังอาคมที่บริสุทธิ์ขึ้น ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและอยากมากขึ้น
"ว่าอย่างไรแม่เฒ่า... ชำระล้างแม่รินจนเกลี้ยงเกลาพอที่จะรับ 'บทเรียนต่อไป' จากข้าหรือยัง?" พ่อใหญ่คำเอ่ยพลางใช้สายตาสำรวจเรือนร่างของรินอย่างจาบจ้วง ราวกับจะทวงคืนของรัก "ข้าคิดถึงรสชาติหวานซ่าของนางมาก... 10 วันที่ผ่านมาช่างยาวนานเหลือเกิน"
เพลิงหัวเราะเบาๆ "ใช่แล้ว... ข้าก็อยากจะได้ััผิวเนื้อนุ่มนวลของแม่รินอีกครั้ง ครั้งที่แล้วนางร้องเสียงหวานจนข้าเกือบจะลืมตัว"
คำพูดของทั้งสองทำให้รินรู้สึกขนลุกซู่ ความทรงจำของการถูกกระทำนั้นพุ่งกลับเข้ามาอย่างรุนแรง นางจำได้ถึงความรู้สึกที่ถูกอย่างสมบูรณ์ ความเพลิดเพลินที่ปนเปกับความอับอาย และเสียงครางของตัวเองที่ดังก้องในหัว
"หยุดความคิดอกุศลของเ้าซะพ่อใหญ่!" แม่เฒ่าบัวตวาดพลางกระแทกไม้เท้าลงดินจนเกิดคลื่นอาคมจางๆ "ข้าตัดสินใจแล้ว... ข้าจะไม่ยอมให้รินต้องตกเป็ทาสกามของใครในผาหมอกแห่งนี้อีกจนกว่าจิตนางจะแข็งแกร่งพอ"
พ่อใหญ่คำขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ "แม่เฒ่าพูดอะไร? รินเป็ผู้ผนึกทิศตะวันออก นางมีหน้าที่ต้องช่วยเสริมพลังให้กับข้า การที่ข้าเคี่ยวกรำนางก็เพื่อประโยชน์ของหมู่บ้านทั้งหมด"
"ประโยชน์ของหมู่บ้านหรือความ้าส่วนตัวของเ้ากันแน่?" แม่เฒ่าบัวจ้องตาพ่อใหญ่คำอย่างไม่ยอมถอย "ข้าเห็นแล้วว่าเ้าใช้อาคมผนึกเป็ข้ออ้างในการนาง แต่ความจริงแล้วเ้าแค่อยากได้ร่างกายของนางเท่านั้น"
แม่เฒ่าหันไปมองริน ดวงตาเก่าแก่ของนางเต็มไปด้วยความเมตตาและความมุ่งมั่น "รินเอ๋ย... เ้าต้องไป ไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ 1 ปีเต็ม ไปเรียนรู้โลกภายนอก ไปดูว่าความรักและความใคร่ของมนุษย์ที่ไร้อาคมกำกับมันเป็เช่นไร ไปเรียนรู้จริตจะก้านที่สตรีพึงมีเพื่อสยบบุรุษ ไม่ใช่ให้บุรุษมาข่มเหงเพียงฝ่ายเดียว"
คำพูดของแม่เฒ่าทำให้ทุกคนตกตะลึง รินเองก็รู้สึกทั้งใและโล่งใจในเวลาเดียวกัน การได้ออกไปจากหมู่บ้านนี้อาจจะเป็โอกาสที่นางจะได้เรียนรู้และเข้มแข็งขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน นางก็กังวลเื่ความปลอดภัยของคราม
"1 ปีเชียวหรือแม่เฒ่า!" ครามร้องออกมาด้วยความใ เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความกลัวที่จะต้องพลัดพรากจากริน "แล้วรินจะไปอยู่อย่างไร เมืองใหญ่มันอันตรายนัก! นางไม่เคยออกจากหมู่บ้านมาก่อน จะรู้จักทางโลกได้อย่างไร?"
คำพูดของครามเต็มไปด้วยความห่วงใย เขารู้ดีว่ารินเป็เหมือนดอกไม้ที่เติบโตในเรือนกระจก ไม่เคยเผชิญกับความโหดร้ายของโลกภายนอก การปล่อยให้นางออกไปคนเดียวทำให้เขารู้สึกกังวลอย่างมาก
"ข้าจะรับหน้าที่เป็ผู้ผนึกทิศตะวันออกแทนรินเอง!" แม่เฒ่าบัวประกาศกร้าว เสียงของนางดังก้องด้วยความมุ่งมั่น "1 ปีนี้ ข้าจะอยู่ที่เรือนพ่อใหญ่คำ จะคอยคุมผนึกและเคี่ยวกรำไอ้ครามให้แข็งแกร่งพอที่จะเป็ผู้พิทักษ์จริงๆ ส่วนไอ้เพลิง... เ้าก็จงใช้ฝีมือของเ้าเฝ้าเขตหมู่บ้าน อย่าได้บังอาจก้าวข้ามเส้นที่ข้าขีดไว้"
พ่อใหญ่คำขมวดคิ้ว ใบหน้าของเขาเริ่มแดงก่ำด้วยความโกรธ "แม่เฒ่าจะเล่นตลกอะไร? 1 ปีมันนานเกินไป ข้าไม่ยอมให้นางไปไหนทั้งนั้น!" เขาก้าวเข้ามาใกล้ริน ดวงตาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิด "นางเป็ของข้า! ข้าใช้เวลาหลายเดือนในการฝึกฝนนาง จะปล่อยให้นางหนีไปไม่ได้!"
เพลิงพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่แล้ว แม่รินเป็ส่วนหนึ่งของพิธีกรรมอาคมของเรา หากนางไปแล้ว พลังผนึกจะอ่อนแอลง และที่สำคัญ..." เขาเลียริมฝีปากอย่างลามก "ข้ายังไม่ได้ลิ้มรสความหวานของนางให้เต็มที่เลย"
คำพูดของเพลิงทำให้รินรู้สึกขนลุกซู่ นางจำได้ถึงความรู้สึกที่ถูกลิ้นของเขาเลียไล้ไปตามร่างกาย ความชุ่มฉ่ำและความร้อนแรงที่เคยทำให้นางหลงใหล แต่ตอนนี้กลับทำให้นางรู้สึกขยะแขยง
"เ้าต้องยอม!" แม่เฒ่าบัวจ้องตาพ่อใหญ่คำอย่างไม่ลดละ พลังอาคมรอบตัวนางเริ่มปั่นป่วน "หากเ้าฝืนใช้แม่รินในตอนนี้ พลังหยินที่แปดเปื้อนจะย้อนกลับไปทำลายตบะของเ้าจนพินาศ ข้าทำเพื่อช่วยหมู่บ้าน... และช่วยตัวเ้าเองด้วย"
แม่เฒ่าเดินเข้าไปใกล้พ่อใหญ่คำ เสียงของนางลดต่ำลงเป็เสียงกระซิบที่น่าขนลุก "เ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าเ้าใช้อาคมดูดพลังจากนาง? ทุกครั้งที่เ้าสำเร็จกามกับนาง เ้าก็ดูดเอาพลังหยินของนางมาเสริมตบะของตัวเอง แต่เ้าไม่รู้ว่าพลังที่ปนเปื้อนด้วยราคะนั้นมีพิษ หากใช้มากเกินไป มันจะกัดกินเ้าจากภายใน"
พ่อใหญ่คำหน้าซีด เขาไม่คิดว่าแม่เฒ่าจะรู้ความลับของเขา การที่เขาใช้รินไม่ใช่เพียงเพื่อความเพลิดเพลิน แต่เพื่อเพิ่มพลังอาคมของตัวเอง พลังหยินบริสุทธิ์ของหญิงสาวสามารถเสริมสร้างตบะของเขาได้อย่างมหาศาล
"แต่..." พ่อใหญ่คำพยายามโต้แย้ง
"ไม่มีแต่!" แม่เฒ่าบัวตวาดขึ้น "เ้าเห็นไหมว่าตอนนี้ิัของเ้าเริ่มมีเส้นเืดำปรากฏ? นั่นคือสัญญาณที่พลังพิษเริ่มแพร่กระจาย หากเ้ายังคงใช้รินต่อไป ภายใน 3 เดือน เ้าจะกลายเป็ศพที่เน่าเปื่อยจากภายใน"
พ่อใหญ่คำมองลงไปที่แขนของตัวเอง เขาเห็นเส้นเืสีดำๆ ที่เริ่มปรากฏใต้ิั สิ่งที่เขาคิดว่าเป็สัญญาณของพลังที่เพิ่มขึ้น กลับกลายเป็สัญญาณของความตาย
พ่อใหญ่คำนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาคำนวณผลได้ผลเสียในใจ ความปรารถนาที่จะรินต่อสู้กับสัญชาตญาณการอยู่รอด ในที่สุด เขาก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าการปล่อยรินไปอาจจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ "ก็ได้... 1 ปีก็ 1 ปี แต่ข้ามีข้อแม้... เมื่อรินกลับมา นางต้องยอมรับการ 'ทดสอบขั้นสุดท้าย' จากข้าโดยไม่มีข้อแม้" ดวงตาของเขาแวววาวด้วยความคิดร้าย "และหากนางผ่านการทดสอบ ข้าจะยอมให้นางเป็อิสระ แต่หากนางแพ้... นางจะต้องเป็ของข้าตลอดไป"
เพลิงเริ่มประท้วง "พ่อใหญ่! ข้าไม่เห็นด้วย! ทำไมต้องปล่อยนางไป? เราสามารถ..."
"หุบปาก!" พ่อใหญ่คำตวาดใส่เพลิง "เ้าไม่เข้าใจอะไรเลย! การปล่อยรินไป 1 ปี จะทำให้นางคิดถึงความเพลิดเพลินที่ได้รับจากเรา เมื่อนางกลับมา นางจะโหยหาััของเรามากกว่าเดิม"
พ่อใหญ่คำหันไปมองริน รอยยิ้มเ้าเล่ห์เริ่มปรากฏบนใบหน้า "ใช่ไหมแม่ริน? เ้าคิดว่าเ้าจะลืมรสชาติของความเพลิดเพลินที่ข้าให้ได้หรือ? ข้าจำได้ดีว่าเ้าครางเสียงหวานแค่ไหนเมื่อข้ากระแทกเข้าไปลึกๆ"
รินรู้สึกหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ความทรงจำของเสียงครางของตัวเองพุ่งกลับเข้ามา นางจำได้ถึงความรู้สึกที่ถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ ความเสียวซ่านที่พุ่งทะลุขีดจำกัด แต่นางก็รู้ดีว่านั่นไม่ใช่รัก มันเป็เพียงราคะที่หลอกลวง
รินมองไปที่คราม เห็นแววตาที่เ็ปแต่เต็มไปด้วยความรัก นางรู้ดีว่านี่คือทางรอดเดียวที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของนางกับเขากลับมาบริสุทธิ์ได้อีกครั้ง การออกไปจากหมู่บ้านจะช่วยให้นางได้เรียนรู้และเข้มแข็งขึ้น
"รินตกลงจ๊ะแม่เฒ่า... รินจะไป" นางเอ่ยด้วยเสียงมั่นใจ แม้ใจจะเต็มไปด้วยความกังวล "รินจะไปเรียนรู้โลกภายนอก และจะกลับมาเป็ผู้หญิงที่แข็งแกร่งขึ้น"
ครามก้าวเข้ามาใกล้ "ริน... ข้าจะรอเ้า ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ข้าจะฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่เมื่อเ้ากลับมา ข้าจะได้ปกป้องเ้าได้จริงๆ"
เพลิงส่ายหน้าด้วยความไม่พอใจ "เ้าทั้งหลายบ้าไปแล้ว! ปล่อยหญิงสาวสวยอย่างแม่รินไปเที่ยวเมืองใหญ่คนเดียว? นางจะถูกผู้ชายอื่นแย่งไปหมดแน่!"
คำพูดของเพลิงทำให้ครามรู้สึกกังวลขึ้น แต่เขาก็รู้ว่าการปล่อยรินไปเป็สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับนาง เขาไว้วางใจในความรักที่พวกเขามีต่อกัน
แม่เฒ่าบัวมองดูทุกคนด้วยสายตาที่เข้มงวด "การตัดสินใจแล้ว! รินจะออกเดินทางในเช้าวันพรุ่งนี้ และไม่มีใครขัดขวางได้!"
ก่อนที่รินจะออกเดินทางในเช้ามืดวันต่อมา แม่เฒ่าบัวเรียกรินเข้าไปในกระท่อมส่วนตัวเพียงลำพัง บรรยากาศภายในกระท่อมเงียบสงบ มีเพียงเสียงธูปที่ลุกโชนและกลิ่นหอมของสมุนไพรต่างๆ ที่แขวนอยู่ตามผนัง
นางหยิบตลับทองเหลืองเล็กๆ ออกมาจากหีบลึกลับที่ซ่อนอยู่ใต้พื้น ภายในบรรจุขี้ผึ้งสีชมพูระเรื่อที่มีกลิ่นหอมรัญจวนใจอย่างประหลาด กลิ่นนั้นหวานหอมแต่ไม่เจี๊ยบจ๊าบ มีความลึกลับที่ทำให้คนได้กลิ่นรู้สึกหลงใหล
"นี่คือ 'สีผึ้งดวงจิตมัดตรา'... มันไม่อาจสะกดใจคนได้เหมือนน้ำมันพราย แต่มันจะช่วยเสริมสง่าราศีให้เ้า" แม่เฒ่าบัวใช้นิ้วชี้แตะขี้ผึ้งมาแต้มที่ริมฝีปากของรินเบาๆ ความเย็นของขี้ผึ้งทำให้รินรู้สึกสั่นเครือเล็กน้อย
"จงจำไว้นะริน... ในเมืองใหญ่ ผู้หญิงที่สวยแต่นิ่งเงียบคือเหยื่อ แต่ผู้หญิงที่สวยและรู้จักใช้สายตาคือ 'ผู้ล่า' เ้าจงเรียนรู้วิธีการมอง วิธีการพูด และวิธีการขยับกายให้เป็อาคมโดยไม่ต้องร่ายมนตร์"
แม่เฒ่าเดินไปหยิบกระจกเงาเก่าแก่มาให้รินส่อง "ดูสิ... ตอนนี้เ้าต่างจากเดิมแค่ไหน"
รินมองดูตัวเองในกระจกเงาฝ้าๆ นางเห็นใบหน้าที่ยังคงสวยงามเหมือนเดิม แต่มีความเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งกว่านั้น ดวงตาของนางดูใสกระจ่างขึ้น มีความมั่นใจที่ไม่เคยมีมาก่อน และริมฝีปากที่ถูกแต้มด้วยสีผึ้งดูเย้ายวนอย่างธรรมชาติ
นางรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่เริ่มเอ่อล้นออกมาจากผิวพรรณ มันไม่ใช่พลังที่น่ากลัว แต่มันคือเสน่ห์ที่ชวนให้ลุ่มหลง เป็พลังที่จะช่วยให้นางอยู่รอดในโลกภายนอกที่เต็มไปด้วยอันตราย
"แม่เฒ่าจ๊ะ... รินจะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็คนดีและใครเป็คนร้าย?" รินถามด้วยความกังวล
แม่เฒ่าบัวยิ้มเศร้าๆ "ดูที่ดวงตา เด็กดี... ผู้ชายที่มีใจดีจะมองเ้าด้วยความเคารพ แต่ผู้ชายที่มีใจร้ายจะมองเ้าเหมือนมองของกิน จงระวังคนที่พูดหวานเกินไป และอย่าไว้ใจคนที่สัญญาให้ทุกอย่างโดยไม่ขออะไรตอบแทน"
นางหยิบถุงเงินเล็กๆ มาให้ริน "นี่คือเงินที่ข้าสะสมมานาน เอาไว้ใช้จ่ายในเมืองใหญ่ แต่จำไว้ว่าเงินหมดได้ แต่ศักดิ์ศรีหมดแล้วจะหาคืนได้ยาก"
รินรับถุงเงินด้วยมือสั่น นางรู้สึกถึงน้ำหนักของความรับผิดชอบที่จะต้องแบกรับ การออกไปจากหมู่บ้านนี้ไม่ใช่เพียงการหนีจากปัญหา แต่เป็การเริ่มต้นชีวิตใหม่
"แล้วถ้ารินคิดถึงบ้าน คิดถึงพี่คราม จะทำอย่างไร?" รินถามด้วยเสียงสั่น
"จงคิดถึงเขา... แต่อย่าให้ความคิดถึงทำให้เ้าอ่อนแอ" แม่เฒ่าบัวลูบหัวรินเบาๆ "ความรักที่แท้จริงจะทำให้เ้าแข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่อ่อนแอลง หากเ้ารักครามจริง เ้าต้องกลับมาเป็ผู้หญิงที่เขาภูมิใจได้"
เมื่อรุ่งสางมาถึง รินสะพายย่ามเดินลงจากเรือน ในย่ามมีเสื้อผ้าเพียงไม่กี่ชุด เงินที่แม่เฒ่าให้ และของที่ระลึกเล็กๆ น้อยๆ จากคราม นางรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
นางเห็นเพลิงยืนรออยู่ที่หัวกระได แววตาของเขายังคงเต็มไปด้วยตัณหาแต่มีความยำเกรงแม่เฒ่าบัวอยู่บ้าง เขาไม่กล้าเข้าใกล้ริน แต่ก็ไม่อาจละสายตาจากนางได้
"1 ปีมันนานนะแม่ริน... ข้าจะรอดูว่าโลกข้างนอกจะทำให้นางฟ้าอย่างเ้ากลายเป็นางแมวป่าได้จริงไหม" เพลิงเอ่ยด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "หรือว่าเ้าจะกลับมาโหยหาััของข้ามากกว่าเดิม"
คำพูดของเพลิงทำให้รินรู้สึกขนลุกซู่ แต่นางไม่ได้แสดงออก นางเรียนรู้แล้วว่าการแสดงความอ่อนแอต่อหน้าคนอย่างเพลิงจะเป็การเชิญชวนให้เขาใช้ประโยชน์
รินไม่ได้ตอบโต้ นางเดินผ่านเพลิงไปหาครามที่ยืนรออยู่ที่ซุ้มประตูหมู่บ้าน ครามดูซีดเซียวกว่าปกติ ดวงตาของเขาแดงๆ ราวกับไม่ได้นอนทั้งคืน
ครามคว้ามือรินมากุมไว้แน่น มือของเขาสั่นเครือด้วยอารมณ์ "พี่จะรอเ้า... พี่จะฝึกวิชาให้เก่งกาจ เพื่อที่วันที่เ้ากลับมา พี่จะได้ปกป้องเ้าจากทุกอย่าง"
คำพูดของครามเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น รินรู้สึกได้ถึงความรักที่แท้จริงในเสียงของเขา ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่เห็นแก่ตัว แตกต่างจากความปรารถนาของพ่อใหญ่คำและเพลิงอย่างสิ้นเชิง
"พี่คราม... รินจะคิดถึงพี่ทุกวัน" รินกระซิบด้วยเสียงสั่น "และรินสัญญาว่าจะกลับมาเป็ผู้หญิงที่ดีกว่าเดิม ผู้หญิงที่พี่ภูมิใจได้"
รินโผเข้ากอดครามเป็ครั้งสุดท้าย นางรู้สึกถึงความอบอุ่นและความปลอดภัยในอ้อมแขนของเขา กลิ่นกายของเขาที่คุ้นเคย ความแข็งแรงที่อ่อนโยน ทั้งหมดนี้ต่างจากััที่เร่าร้อนและรุนแรงที่นางเคยได้รับจากชายอื่น
น้ำตาหยดหนึ่งร่วงลงบนบ่าของเขา นางรู้สึกเ็ปที่ต้องจากลา แต่ก็รู้ว่านี่คือสิ่งที่ต้องทำ
ก่อนจะตัดใจเดินลอดซุ้มประตูไม้ที่สลักอักขระอาคมออกไป... เบื้องหน้าคือทางลาดชันที่นำไปสู่หุบเขาและเมืองใหญ่ที่นางไม่เคยัั ทางเดินที่ปกคลุมไปด้วยหมอกบางๆ ดูลึกลับและน่าหวาดกลัว
รินหันกลับไปมองหมู่บ้านเป็ครั้งสุดท้าย นางเห็นครามยืนอยู่ที่ซุ้มประตู แม่เฒ่าบัวยืนอยู่หน้าเรือน พ่อใหญ่คำและเพลิงยืนมองจากระยะไกล ทุกคนต่างมีอารมณ์และความคิดที่แตกต่างกัน
อิสรภาพครั้งแรกในชีวิตของรินเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับความลับในใจที่ว่า 1 ปีต่อจากนี้ นางจะกลับมาในฐานะ "ผู้ผนึกหญิงที่แข็งแกร่งที่สุด" หรือจะกลับมาเป็เพียง "หุ่นเชิดของราคะ" ยิ่งกว่าเดิมกันแน่...
เมื่อรินเดินหายไปในหมอกเช้า ความเงียบก็ปกคลุมหมู่บ้าน แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของเื่ราวที่ยิ่งใหญ่กว่า การเดินทางของรินจะเปลี่ยนแปลงไม่เพียงตัวนางเอง แต่จะส่งผลต่อชะตากรรมของทุกคนในหมู่บ้านผาหมอกแห่งนี้
และในใจลึกๆ ของรินเอง นางก็รู้ว่าการต่อสู้ที่ยากที่สุดไม่ใช่การเผชิญหน้ากับอันตรายในเมืองใหญ่ แต่เป็การต่อสู้กับความทรงจำและความปรารถนาที่ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของนาง...