30.เจ้าก้อนมาแล้ว
“แหวะ! อ๊วกกกก!”
เสียงโอ๊กอ๊าก ดังมาจากหลังฉากกั้นเป็นแบบนี้ติดๆกันมาสี่ห้าวันแล้วร่างสูงเดินสะโหลสะเหลเข้ามานั่งที่เตียงอย่าหมดแรงแล้วนั่งหลับตานิ่งชิงเหมยจึงหยิบผ้าชุบน้ำค่อยๆ เช็ดหน้าเฟยอวิ๋นเบาๆ แล้วรีบรินน้ำชาอุ่นๆให้สามีดื่ม
“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านพี่เป็นเช่นนี้มาสี่ห้าวันแล้วตามหมอเถิดเจ้าค่ะข้าเป็นห่วง”
“พี่ไม่เป็นไรเจ้าเดินมาใกล้ๆพี่หน่อยเถิด พี่อยากได้กลิ่นเจ้า” กล่าวทั้งที่ยังคงหลับตาอยู่เสียงทุ้มอ่อนล้าอ่อนแรงเรียกภรรยาให้เดินมาหา
เขาไม่เข้าใจเช่นกันเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ได้ เวียนหัวแล้วอาเจียนหนักทุกเช้าได้กลิ่นอะไรก็เหม็นไปหมด อาหารก็เหม็น กินได้แต่ข้าวต้มเกลือเท่านั้นอีกทั้งที่หนักสุดเห็นทีจะเป็นติดกลิ่นกายภรรยาห่างกายไม่ได้เลยเมื่อห่างแล้วจะวิงเวียนหน้าจะมืด ต้องได้ดมกลิ่นแทบตลอดเวลา
เมื่อร่างบางเดินเข้าไปหาสามีที่อ้าแขนทั้งของข้างรอให้เดินไปกอดเฟยอวิ๋นก็รั้งให้ร่างบางนั่งตักแล้วรีบซุกไซร้จมูกเข้าซอกคอขาวเพื่อดอมดมกลิ่นหอมเย็นๆของภรรยาทันทีจึงจะรู้สึกว่าใจสงบลงได้บ้าง
“ฟอดดด ฟอดดด ฮร้าค่อยยังชั่วหากพี่ไม่ได้กลิ่นกายเจ้าพี่ต้องตายแน่เลยเหมยเอ๋อร์~”
“ถึงกับตายเลยหรือเจ้าคะ”
“เป็นเช่นนั้นเลยดังนั้นเจ้าอยู่ใกล้พี่เข้าไว้ห้ามห่างหายจากกายพี่เป็นเด็ดขาด”
“ก็ได้เจ้าค่ะข้ายินดีให้ท่านพี่ตามติดตลอดชีวิตเลย แต่ท่านพี่ต้องยอมให้หมอตรวจอาการนะเจ้าคะข้าเป็นห่วงท่านยิ่งนักขนาดดื่มน้ำทิพย์หยกวารีแล้วก็ยังไม่ดีขึ้นข้ากังวลเจ้าคะ”ชิงเหมยกล่าวทั้งขมวดคิ้วหมุน นางกังวลจริงๆเพราะปกติน้ำทิพย์หยกวารีสามารถรักษาอาการป่วยและอาการบาดเจ็บได้ทุกครั้งแต่กับครั้งนี้ไม่สามารถรักษาได้
“ได้ พี่เชื่อฟังเจ้าตามหมอเถิด”หน้าหล่อเหลาเอ่ยทั้งหลับตาซุกซบหน้าอกภรรยาพร้อมทั้งถูไถหน้าเข้าหาอย่างออดอ้อนชิงเหมยได้แต่ถอดหายใจเบาๆ ถึงจะชอบที่สามีเข้ามาออดอ้อนแต่ก็เป็นห่วงกับอาการของสามีไม่น้อยอย่างไรก็ต้องให้หมอมาตรวจก่อน
จากนั้นชิงเหมยก็ให้พ่อบ้านถงไปตามหมอมาตรวจอาการแต่เมื่อท่านหมอมาตรวจกลับไม่พบสิ่งใดผิดปกติเลย ร่างกายแข็งแรงดีทุกอย่างแต่ท่าทางออกเพลียนี้เกิดจากที่อาเจียนบ่อยเท่านั้นเอง
“เอ่อ ขออภัยนายท่านหลงฮูหยินหลงข้าตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วกลับไม่พบเจออาการผิดปกติใดเลยขอรับอย่างไรข้าจะจัดยาบำรุงร่างกายไว้ให้ก่อนนะขอรับ” ท่านหมอกล่าว
“เป็นไปได้อย่างไรเจ้าคะในเมื่อท่านพี่เป็นแบบนี้มาติดต่อกันสี่ห้าวันแล้ว”ชิงเหมยถามขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่ท่านหมอบอก
“หากพูดถึงอาการของนายท่านหลงนั้นก็น่าแปลกหากอาการเหล่านี้เกิดกับสตรีก็คิดได้ว่าอาจจะตั้งครรภ์ หากแต่นี้เกิดกับบุรุษ..”ท่านหมอกล่าวทวนความขึ้นจึงทำให้เฟยอวิ๋นและชิงเหมยชะงักงันไป
“ตั้งครรภ์อย่างนั้นหรือ”ชิงเหมยพึมพำเบาๆ แล้วนึกได้ว่าระดูหายไป
“เช่นนั้นรบกวนท่านหมอตรวจข้าทีเถิด”
ท่านหมอไม่ขัดข้องจึงเริ่มตรวจอาการฮูหยินหลงทันทีเมื่อจับชีพจรซักพักก็เอ่ย "ยินดีด้วยเป็นชีพจรมงคงฮูหยินหลงตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์แล้วขอรับ ข้าจะจัดยาบำรุงให้ส่วนอาการของนายท่านหลงนั้นคาดว่าจะเป็นการแพ้ท้องแทนภรรยาไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”
ชิงเหมยเมื่อได้รับการยืนยันจากท่านหมอว่าตั้งครรภ์แล้วก็ดีใจมากส่วนเฟยอวิ๋นนั้นนิ่งค้างไปนานจนกระทั่งทุกคนออกจากเรือนหมดแล้วจึงจะเริ่มได้สติ
“มะเหมยเอ๋อร์เจ้าตั้งครรภ์แล้ว เรากำลังจะมีลูก เจ้าก้อนแป้งมาแล้ว”เฟยอวิ๋นดีใจมากหัวใจเต้นรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น
“เจ้าค่ะเรากำลังมีเจ้าก้อนแป้งกันแล้ว”ชิงเหมยกล่าวตอบสามีทั้งหัวเราะไปอย่างดีใจมาก
“พี่ดีใจยิ่งนักทำอย่างไรดีทำอย่างไรดี”
“ต้องหาของบำรุงเจ้า”
“ต้องเตรียมห้องให้เจ้าก้อนแป้ง”
“แม่นม! ใช่! ต้องมีแม่นม”
“อา!หมอทำคลอดข้าจะไปหาหมอทำคลอดมาไว้ที่จวน แล้วก็ แล้วก็...”
เฟยอวิ๋นพูดไล่สิ่งที่ต้องเตรียมทั้งเดินวนไปวนมาจนชิงเหมยเวียนหัว
“ท่านพี่ ท่านพี่เจ้าขาใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ ลูกพึ่งเดือนเดียวเท่านั้นค่อยๆ เตรียมเถิดเจ้าค่ะ”ชิงเหมยเอ่ยพร้อมเดิมมาลูบอกแกร่งของสามีเบาๆ เพื่อปลอบให้ใจเย็นลงเฟยอวิ๋นเห็นเช่นนั้นก็รีบโอบแขนสองข้างสวมก่อนเอวภรรยาพร้อมทั้งซบหน้าลงที่บ่าบอบบางเขาจึงเริ่มสงบใจได้
“ขอบคุณเหมยเอ๋อร์ที่มีเจ้าก้อนแป้งให้พี่พี่จะดูแลเจ้าและลูกอย่างดีพี่สัญญา”
“เจ้าค่ะทั้งสองยิ้มให้กันอย่างรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
ชิงเหมยได้วานให้พ่อบ้านถงแจ้งเรื่องให้คนที่บ่นสกุลจางทราบ จากนั้นวันต่อมาท่านพ่อท่านแม่พี่ใหญ่และน้องเล็กทั้งสี่คนจึงมาเยี่ยมชิงเหมยกันที่จวนตระกูลหลง พร้อมทั้งขนผักผลไม้สดๆมาให้เพื่อบำรุงชิงเหมยและหลานโดยเฉพาะ
“เหมยเอ๋อร์เจ้าเป็นอย่างไรบ้างแพ้ท้องหนักหรือไม่” จางลี่ลี่เอ่ยถามบุตรสาวด้วยเป็นห่วง
“นั้นสิตอนแม่เจ้าท้องพวกเจ้าแพ้หนักมาเลยทีเดียวกินอะไรแทบไม่ได้เลย” ท่านพ่อเอ่ยถามตามด้วย
“ข้าไม่เป็นอะไรเลยเจ้าค่ะไม่แพ้เลยซักนิดแต่คนที่แพ้เป็นท่านพี่ต่างหาก”
“หื้มมพี่เฟยอวิ๋นงั้นหรือ” พี่ใหญ่ชิงเว่ยเอ่ยถามขึ้นมา
“เช่นนั้นคงเป็นอาการแพ้ท้องแทนภรรยาใช่มั้ยขอรับข้าเคยได้ยินว่ามีอาการนี้อยู่เหมือนกันแต่หาได้น้อยนัก”ชิงเฉิงที่กำลังศึกษาวิชาแพทย์เอ่ยขึ้นมา
“เป็นเช่นนั้นหรือเหม่ยเอ๋อร์”
“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะท่านพ่อท่านแม่ท่านพี่เวียนหัวอาเจียนทุกเช้า ทานได้แต่ข้าวต้มเกลือ ทานเนื้อสัตว์ไม่ได้เลยเหม็นไปหมดทุกอย่างเจ้าค่ะ ข้าสงสารท่านพี่ยิ่งนัก”ชิงเหมยเล่าอาการที่สามีเป็นให้ครอบครัวได้ฟัง
“นี้ข้าคิดว่าจะลองหาผลไม้รสเปรี้ยวมาให้ท่านพี่กินเผื่อจะช่วยได้”
“ดีๆเดี๋ยวพ่อจะส่งเฉาเหมย หลายเหมย หมีโหวเถา มาให้อีกเยอะๆ นะ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพ่อ”ทั้งหมดพูดคุยกันต่อได้ซักพักก็ได้ยินเสียงทุ้มเรียกหาภรรยามาแต่ไกล
“เหม่ยเอ๋อร์”เสียงเรียกหาของสามีดังมาก่อนจะเห็นตัว
“เจ้าอยู่ที่ไหนน่ะเหมยเอ๋อร์”เสียงบุตรเขยระโหยโรยแรงมาทีเดียวพาครอบครัวจางที่มาเยี่ยมทั้งสี่คนถึงกับมองหน้ากันไปมาเลยทีเดียว
“พี่ใหญ่เดินดีๆ ขอรับ”เฟยฉีที่ประคองพี่ชายมาหาพี่สะใภ้ถึงกับปาดเหงื่อกว่าหลานจะคลอดพี่ใหญ่ท่านจะยังมีชีวิตรอดอยู่ใช่หรือไม่
“ท่านพี่ข้าอยู่นี้เจ้าค่ะ" เมื่อได้ยินเสียงหวานๆ กับร่างบางที่ลุกขึ้นเดินมาหาเฟยอวิ๋นก็เข้ากอดร่างบางทันที
“ข้าว่าเรารีบกลับไปขนผลไม้รสเปรี้ยวมาให้พี่เขยกันเร็วเถิดขอรับ”ชิงเฉิงเอ่ยขึ้นท่านพ่อท่านแม่และพี่ใหญ่ก็พยักหน้าเห็นด้วยทันทีโดยสายตาของทุกคนต่างพากับจับจ้องไปที่ร่างสูงที่คอยคลอเคลียร่างบางอยู่ตลอดพากับอมยิ้มอย่างมีความสุขกับภาพตรงหน้ายิ่งนัก …