ตอนที่ 16: แดนประลองกลาง
เสียงกลองศึกกระหึ่มขึ้นทั่วสนามประลองของสำนัก
ผู้คนหลั่งไหลมารวมตัวกันที่สนามประลองของสำนัก เพื่อชมการประลองที่สำคัญ
จิมมี่กำลังเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อันดับที่ห้าสิบ ในการต่อสู้ที่ดุเดือด พลังลมปราณปะทะกันกลางอากาศ เสียงกรีดร้องของอาวุธสั่นสะท้านไปทั่วลานประลอง
จิมมี่แสดงพลังปราณใช้พลังยุทธ์อันแข็งแกร่งเข้าโจมตี
อู่หลงตั้งรับอย่างไม่สะทกสะท้าน ทั้งคู่แข็งแกร่งและว่องไวมาก
การปะทะของทั้งคู่ทั้งรุนแรงและรวดเร็วตรงไปตรงมา
เสียงะเิดังสนั่นไม่หยุด ทั้งคู่ก่ะวัดกันที่ความแข็งแกร่ง เป็ศึกระหว่างดาบใหญ่ธาตุน้ำแข็ง และค้อนั์ธาตุไฟที่น่าตื่นตามาก
ความรวดเร็วและการโจมตีที่รุนแรงของทั้งคู่ ทำให้คนดูทั้งสนามเงียบ เพราะต้องตั้งใจดูไม่เช่นนั้นจะดูไม่ทัน
ตู้ม!! .. ตู้ม!! .. ตู้ม!! …ตู้ม!! …. ตู้ม!!
เสียงดังสนั่น แต่ภาพที่เห็นเป็เพียงการะเิกลางอากาศ
“รวดเร็วมาก”
ฤทธาอุทานออกมา ขณะจับตาดูการต่อสู้อย่างไม่กะพริบตา
อู่หลงและจิมมี่เริ่มมีอาการาเ็สะสม หลังสู้กันมาเกือบยี่สิบนาที ทั้งคู่มีรอยแผลและคราบเืเต็มเสื้อผ้า แต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมกัน เหมือนว่าจะเป็เรี่ยวแรง่ท้ายๆ ของทั้งคู่แล้ว
โครม!! …
ทั้งสองวางอาวุธลงแล้วเดินเข้าหากัน อู่หลงเรียกปราณน้ำแข็งมารวมไว้ที่หมัดทั้งสอง
จิมมี่ก็ทำเช่นเดียวกัน ปราณธาตุไฟห่อหุ้มหมัดทั้งสองข้าง จิมมี่พุ่งไปต่อยเข้าที่หน้าของอู่หลง แต่เขาไม่หลบพร้อมกับต่อยสวนกลับไปที่หน้าของจิมมี่ จิมมี่ก็ไม่หลบเช่นกัน
ทั้งสนามมีเสียงฮือขึ้นมา เมื่อเห็นการแลกหมัดของทั้งคู่ ทั้งคู่ผลัดกันชกคนละหมัด แต่ละหมัดมีเสียงดัง ตู้มๆ ทุกครั้ง
คนดูบางคนถึงกับกลืนน้ำลาย ขณะดูการแลกหมัดอันดุเดือด จนทั้งคู่ตระโกนออกมาสุดเสียงพร้อมกัน
ย๊ากกกก!!! ..
แล้วปล่อยหมัดออกมาพร้อมกัน
ตู้ม!!!!
เสียงดังสนั่นพร้อมการะเิ พอควันเริ่มจางหายไป
เห็นอู่หลงนั่งหอบอยู่กับพื้น ขณะที่จิมมี่ยังยืนหอบอยู่ใกล้ๆ ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้อง
“จิมมี่ชนะ”
เสียงประกาศของศิษย์ปีสี่ที่เป็กรรมการ และตอนนี้ก้าวเข้าสู่อันดับที่ห้าสิบของสำนัก! เสียงปรบมือกึกก้องทั่วสนามประลอง
วู้ววววว… วู้วววววว .เสียงเฮลั่นสนาม เป็การต่อสู้ที่ดุเดือดและตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง สร้างความฮึกเหิมให้ผู้ชมไม่น้อย
“นายน้อยแข็งแกร่งขึ้นมากเลยนะขอรับ”
อู่หลงพูดพร้อมกับเงยหน้ามองจิมมี่
“ขอบคุณครับศิษย์พี่”
จิมมี่ตอบพร้อมกับยื่นมือไปให้อู่หลงจับ อู่หลงจับมือจิมมี่พร้อมพยุงตัวลุกขึ้น
เขาจับข้อมือจิมมี่ชูขึ้น เป็สัญลักษณ์ว่าเขายอมรับว่าจิมมี่คือผู้ชนะ
ภาพตอนเด็ก
“เมื่อเข้าสู่การประลองแล้ว ไม่มีคำว่า นายบ่าว มีแต่พละกำลังเท่านั้น”
อู่ม่งหัวหน้าคนคุ้มกันตระกลูหาน ตระกูลช่างตีเหล็ก เป็ครูฝึกให้ จิมมี่และอู่หลงวัยเจ็ดและแปดขวบ
ทั้งคู่ฝึกและวิ่งเล่นด้วยกันมาั้แ่เด็ก ผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะมาตลอด กลับมาภาพปัจจุบัน ทั้งคู่กอดกันท่ามกลางเสียงปรบมือในสนาม
อาจารย์เกาเดินมานั่งข้างฤทธา
“พวกเ้ารู้หรือไม่ ทำไมจิมมี่ถึงรีบท้าชิงอันดับที่ห้าสิบ”
อาจารย์เกาถามพวกฤทธา
“เพราะหลังจากที่จิมมี่ติดอันดับห้าสิบ เขาได้รับสิทธิ์ในการเข้าใช้ แดนประลองกลาง พื้นที่พิเศษที่เปิดให้เฉพาะศิษย์อันดับหนึ่งถึงห้าสิบ ของทั้งสี่สำนัก จากสี่ทวีป ที่ควบคุมโดยหอิญญายุทธ์ แดนประลองกลางนี้เป็ศูนย์กลางของการฝึกฝน การแลกเปลี่ยนวรยุทธ์ และเป็แหล่งสะสมแต้มการทหาร ที่ใช้ยกระดับตำแหน่งทางยุทธวิธี”
อาจารย์เกาอธิบายพร้อมเอาเอกสารให้พวกเด็กๆ และอธิบายต่อ พวกเด็กๆ ดูเอกสารไปพร้อมกับฟังอาจารย์เกา
ระบบแต้มการทหารและของรางวัล แต้มการทหาร ได้จากการประลองภายในแดนประลองกลาง และจากการเข้าร่วมภารกิจของหอวรยุทธ แต้มนี้ใช้สะสมเพื่อไต่เต้ายศและแลกเปลี่ยนทรัพยากร รางวัลสำหรับอันดับหนึ่งถึงสิบสิทธิ์เข้าถึงคัมภีร์ยุทธลับ แต้มการทหารพิเศษ สิทธิ์แลกอาวุธระดับสูง อันดับที่สิบเอ็ดถึงสามสิบ สิทธิ์แลกเปลี่ยนโอสถระดับสูงและอุปกรณ์เสริมพลัง อันดับที่สามสิบเอ็ดถึงห้าสิบ สิทธิ์เข้าถึงแดนฝึกฝนลับลับของหอวรยุทธ์ สิทธิ์เข้าร่วมประมูลของหายาก
“การประลองมีทุกวันที่หนึ่งและสิบหกของทุกเดือน ก่อนการประลองจะมีตลาดแลกเปลี่ยนสินค้า ซึ่งศิษย์สามารถนำทรัพยากรของตนมาแลกเปลี่ยน โดยติดป้ายแจ้งความ้าของตนเอง ทุกเดือนจะมี การประมูลของหายาก ที่ให้ศิษย์อันดับสูงเข้าร่วมประมูลในราคาถูกกว่าท้องตลาด ทำให้บางคนสามารถทำกำไรจากการซื้อขายได้”
อาจารย์เกาอธิบายถึงข้อดีจากการได้สิทธิ์เข้าสนามประลองกลาง
“ส่วนใหญ่ทำรายได้จากส่วนนี้กันมาก ในแดนประลองกลางสองพันศิลาิญญา เอาออกมาขายข้างนอกได้มากกว่าสามพันศิลาิญญาแน่ๆ”
อาจารย์บอกอัตรากำไรให้ศิษย์ฟัง
“หูววว ดีจัง แบบนี้ข้าจะต้องเร่งฝึกให้มากๆ ละ ข้ามีเป้าหมายแล้ว”
เรโซ่บอกท่าทางเต็มไปด้วยความฮึกเหิม ฤทธากับยอนมินก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
“มีอาหารของทวีปอื่นมาขายด้วยมั้ยครับอาจารย์”
เรโซ่ถามพร้อมตั้งตารอคำตอบ
“มีสิ ทุกทวีปเลย”
อาจารย์ตอบ
สีหน้าเรโซ่เต็มไปด้วยจินตนาการถึงอาหาร
“นี่แหละ เป้าหมายข้า”
หลังจากศึกชิงอันดับห้าสิบ ฤทธาและกลุ่มศิษย์ฝ่ายในได้รับเชิญเข้าพบ รองเ้าสำนักหานเย่ว ซึ่งเป็ผู้ดูแลบ้านดำของฝ่ายใน
“ขอต้อนรับสู่บ้านดำ ข้าต้องเปลืองแรง เปลืองสมอง ที่ต้องแย่งรายชื่อพวกเ้ากับพวกบ้านขาว จากนี้ก็ตั้งใจฝึกให้มาก”
หานเย่วกล่าวสั้นๆ ทักทายพวกเด็กๆ
ที่นี่เอง ฤทธาได้รับรู้ว่า ศิษย์พี่ซูและพี่จิมมี่เป็ศิษย์สายตรงของรองเ้าสำนักหานเยว่ สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและมุ่งมั่นจะฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีก
ปีที่แล้วรองหานเย่วเขาต้องไปดูแลเหมืองของสำนักที่มณฑลหยวนหยาง จึงปล่อยให้ซูคิมและจิมมี่ฝึกตามสบาย ปีนี้เป็เวรของรองเ้าสำนักฝ่ายซ้ายผู้ดูแลบ้านขาวต้องไปดูแล
ในโอกาสเดียวกัน ทางสำนักได้จัดพิธีเลี้ยงส่งอาจารย์เกา ซึ่งครบวาระและต้องไปดูแลภาคีโอสถในเมืองหลวง ตามระบบหมุนเวียนอาจารย์ของสำนักเป็เวลาสามปี
บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น ศิษย์หลายคนแสดงความเคารพต่ออาจารย์เกาผู้เป็ที่รัก
ศิษย์ฝ่ายในใหม่ทุกคนได้รับแจ้งว่า คนที่ยังไม่มีอาวุธ ได้รับโอกาสเข้าไปเลือกอาวุธในคลังอาวุธของฝ่ายใน ซึ่งมีอาวุธมากมายั้แ่อาวุธทั่วไปไปจนถึงอาวุธที่ฝังอักขระพิเศษ
มีห้าคนขอใช้สิทธิ์ รวมถึงฤทธา บางคนมีอาวุธที่ตระกูลให้มาแล้วก็ไม่ขอใช้สิทธิ์
พวกตระกูลพ่อค้า และตระกูลขุนนาง จะจัดหาอาวุธให้ลูกหลานตัวเองกันอยู่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็อาวุธชั้นยอดทั้งนั้น
ฤทธาตื่นเต้นมากที่จะได้ไปเลือกอาวุธพรุ่งนี้
ฤทธาสำรวจดูเคล็ดวิชาก้าวพันลี้ มีสามท่า ฤทธาเตรียมฝึกท่าแรกที่ชื่อเงาอัสนี เป็การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งด้วยความเร็วสูง ใช้กำลังค่อนข้างมาก แต่การเคลื่อนที่เป็เส้นตรง ระยะหนึ่งร้อยเมตร ถ้ามีสิ่งกีดขวางจะไม่สามารถผ่านไปได้
ณ.่เวลาใดเวลาหนึ่งก่อนหน้านี้
รองเ้าสำนักหานเย่ว กับรองเ้าสำนักเจี้ยนหรง ทั้งคู่ยืนมองกัน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวของทั้งคู่ แววตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร ทำให้บรรยากาศตึงเครียด
ศิษย์ปีสี่ฝ่ายในหลายสิบคนจากทั้งบ้านขาวและดำยืนมองอย่างตื่นเต้น รองเ้าสำนักทั้งสองเริ่มตั้งท่าเตรียมสู้
ศิษย์ปีสี่ทั้งสองฝั่งยืนดูอยู่ บางคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ
กายิญญาของทั้งสองเ้าสำนักปรากฏออกมาลอยอยู่ด้านหลัง เป็ร่างโปร่งแสงตัวใหญ่ที่หน้าตาคล้ายทั้งสองคน ร่างหนึ่งสีทองของบ้านดำ ร่างหนึ่งสีเขียวของบ้านขาว ทั้งคู่ปล่อยหมัดออกมา คนหนึ่งกำ คนหนึ่งแบ
“ข้าชนะ” รองเ้าสำนักหานเย่วเอ่ย
“ฤทธา”
รองหานเย่วขานชื่อเป็คนแรก
“ซุนโฮ”
รองเจี้ยนหรงพูดสวนอย่างรวดเร็ว
“เรโซ่” รองหานเย่วต่อทันที
“เซียวจ้าน” ... “ยอนมิน” ...
“เซี่ยงหยาง”
ทั้งคู่พูดชื่อสลับกันไปเรื่อยๆ
พวกศิษย์ทั้งสองฝ่ายเริ่มแยกย้าย
“ตอนข้าอยู่ปีหนึ่ง ที่พูดว่าแย่งรายชื่อข้ามาด้วยความยากลำบาก คือแบบนี้เองน่ะหรือ”
ศิษย์หลายคนเริ่มเดินบ่นกันออกไป