ทุกกระบวนท่าที่เฟยเทียนเผยออกมาล้วนดูไม่ธรรมดา แม้เช่นนั้นมันก็ยังดูไม่เป็ธรรมชาติเท่าไหร่นัก
เฟยเทียนทุ่มกำลังทั้งหมดลงกับการฝึก เขา้าจะแข็งแกร่งขึ้นและกำราบศัตรูทั้งหมดทั้งมวลให้อยู่แนบเท้าและก้าวสู่จุดสูงสุดของใต้หล้า!
เป็ความฝันที่ยิ่งใหญ่นัก แต่การที่จะขึ้นเป็หนึ่งในใต้หล้าจะง่ายดายขนาดนั้นได้อย่างไร? บางทีเขาอาจจะตายก่อนได้เป็ด้วยซ้ำ!
แน่นอนอนาคตเราไม่มีทางรู้ ทุกอย่างอยู่ที่ปัจจุบันและตัวของเฟยเทียนแล้วว่าเขาจะเลือกเส้นทางใด
ปัง!
หนึ่งหมัดกระแทกเข้าต้นไม้ใหญ่ที่สูงเสียดฟ้า มันสั่นะเืไปทั้งต้น หมู่นกแมลงพากันบินหนี เสียงดังระงม
จุดที่หมัดของเฟยเทียนอัดเข้าไปเป็รูขนาดใหญ่ นี้แสดงให้เห็นถึงพลังของเขาแม้จะเป็เพียงระดับรวบรวมขั้นกลางก็ตาม
"แม้พลังของข้าจะมากกว่าขั้นกลางทั่วไป เพราะตอนที่บรรลุขั้นกลางใหม่ๆ ทำให้ตันเถียนขนาดขึ้น แถมยังมีพลังของเหลวสีน้ำเงิน ทำให้พลังปราณข้าบริสุทธิ์เป็พิเศษ" เฟยเทียนรำพัน
เขาสบัดความคิดทิ้งและเริ่มฝึกต่อ เฟยเทียนเพิ่มความยากเพื่อขัดเกลาตนเอง เขานำตัวเข้าไปอยู่ในน้ำตกที่กำลังสาดเทลงมาอย่างรุนแรง
หากเป็คนปกติบางทีอาจสาหัสไปเมื่อเข้าไปถึง
ซ่า!!
เสียงน้ำตกดังระงม เขาเงยหน้ามองข้างบนและยิ้มเย็นจากนั้นจึงเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว
"มันก็เกินไปมั้ง!" เฟยเทียนคำรามเสียงต่ำ แม้มันจะไม่รุนแรงถึงทำให้เขาาเ็ แต่น้ำหนักที่กดทับลงมาก็มากมายและสามารถทำให้เฟยเทียนหลังแดงได้เลย
แต่เขาย่อมไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว เฟยเทียนนั่งลงและพยายามปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมก่อน การปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมเป็สิ่งที่สมควรทำที่สุด เพราะหากทำโดยที่ร่างกายไม่คุ้นชิน อาจทำให้เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้
เฟยเทียนพึ่งระลึกถึงกฏข้อนี้ตลอด หากไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมจะทำอะไรบุ่มบามไม่ได้!
เขานั่งบำเพ็ญปราณและให้น้ำตกที่มีน้ำหนักคาดการไม่ได้นั้นระดมยิงลงมาที่หลังตลอดระยะเวลาสามชั่วยาม
ในที่สุดเฟยเทียนก็ลืมตาขึ้น เขาลุกขึ้นพรวดพราด แม้ขาจะงอลงเล็กน้อยแต่เฟยเทียนก็ยังฝืนขึ้น ก็อย่างที่เขาบอกไปในตอนแรกความรุนแรงทำได้เพียงแค่หลังแดง
แต่น้ำหนักนั้นมากจนคาดเดาไม่ได้!
"สู้!" เขาคำรามเสียงต่ำและยืดตัวขึ้น เฟยเทียนออกกระบวนท่าหมัดอสูรโลหิตแต่ละท่าอย่างยากลำบาก นี่เป็การทรมานตััวเองอย่างแท้จริง
และแน่นอนเมื่อใดที่ออกดอกออกผลวันนั้นจะเป็วันที่เหยเทียนดีใจที่สุดและคิดว่าสิ่งที่ทำนั้นมีประโยชน์เพียงใด
ไม่เพียงจะช่วยให้การฝึกดีขึ้น แต่ยังทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นเพราะรับแรงกระแทกอยู่ตลอดเวลาที่ฝึก ทำให้เป็การขัดเกลากล้ามเนื้อ กระดูกอยู่ด้วย!
..
กลางดึก..
เฟยเทียนเดินมายังห้องพักด้วยร่างกายที่เปียกปอนจากน้ำตก เขาพาดเสื้อไว้ที่ไหล่เผยให้เห็นหุ่นอันสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าครั้งก่อน หากสาวๆเห็นคงจะเป็ลมกันแน่แท้
เขามองดูห้องพักสองห้องและคิดว่าทั้งสองคงหลับไปแล้วหรืออาจจะฝึกปราณกันอยู่จึงไม่ได้รบกวนและเข้าห้องไป
เขาเทของเหลวใส่อ่างเยอะกว่าครั้งก่อน เฟยเทียนคิดว่าต้องยกระดับการใช้ของเหลวขึ้นเรื่อยๆและต่อจากนี้เขาต้องกักตุนของเหลวสีน้ำเงิน
ในภายภาคหน้าหากเขาและกระบี่ผีใช้ด้วยกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ สองวันค่อยเติมคงไม่พอ ทางที่ดีเพื่อไม่ให้ประสบภาวะขาดแคลน ควรกักตุนั้แ่เนิ่นๆ แต่เฟยเทียนก็คิดอยู่เช่นกันภาชนะชนิดไหนที่จะรองรับของเหลวสีน้ำเงินจำนวนมากได้?
สงสัยพรุ่งนี้คงต้องไปหอตำราเพื่อหาดูแล้วว่าภาชนะที่เขาใช้ใส่ของเหลวที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงทำมาจากอะไรและหาซื้อได้ที่ไหน
เขาร่างแผนการใช้ชีวิตของวันพรุ่งนี้คร่าวๆและแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์แม้จะเจ็บแสบอยู่บ้างเนื่องจากใส่ของเหลวสีน้ำเงินในปริมาณที่เยอะกว่าปกติ
แต่พอนานๆไปมันก็ทำให้กล้ามเนื้อของเฟยเทียนได้รับการเยียวยาอย่างเต็มรูปแบบและยังซึมเข้าสู่กระดูกเสริมสร้างพัฒนาการขั้นสุดยอด!
หลังจากแช่น้ำเสร็จก็ผลัดเปลี่ยนชุดที่พอจะมีใส่อยู่บ้างหลังจากซื้อมาเพิ่ม่ฝึกทรหด และนั่งบำเพ็ญปราณต่อ
ในเมื่อเพิ่มของเหลวสีน้ำเงินในการแช่กับการดื่มก็ต้องเพิ่มด้วยเช่นกัน! บำรุงข้างนอกแล้วข้างในจะไม่บำรุงได้ยังไง?
แต่เขาก็ต้องยอมรับว่าการดื่มเยอะกว่าปกติครั้งแรกก็รุนแรงไม่น้อยเลยยังดีที่เขาพอจะคุ้นเคยกับมันบ้างแล้วจึงพอรับได้
เมื่อบำเพ็ญเสร็จก็เข้านอนให้ร่างกายพักฟื้น...
ยามสนธยา แสงแรกแห่งดวงตะวันสาดลงสู่ปฐี เป็สัญญาณว่าได้เริ่มต้นวันใหม่แล้ว..
เฟยเทียนก็ตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรประวันแล้วเช่นกัน หลังจากทำกิจวัตรประจำวันเสร็จก็ออกไปฝึก
เนื่องจากเ้าอ้วนผอมจอมซนคู่นั้นดูเหมือนจะติดนิสัยตื่นสายไม่เปลี่ยน เขาจึงมอบหน้าที่นี่ให้กระบี่ผีไปเคาะประตูปลุกซักสองสามที
ก่อนตัวเองจะมุ่งหน้าสู่น้ำตกและให้มันตามมาทีหลัง
..
โรงอาหาร..
ทั้งสี่คนกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน เฟยเทียน เ้าอ้วนหวัง เ้าผอมหม่า และ ฟู่คงมิน
ตอนที่เขามาโรงอาหารก็เห็นทั้งสองเดินมาด้วย พอนั่งกินไปซักพักก็มีฟู่คงมินมาแจมด้วย เฟยเทียนจึงถือวิสาสะแนะนำทั้งสามให้รู้จักกัน
ซึ่งพวกนี้ก็เข้ากันได้เป็ปี่เป็ขลุ่ย จนเฟยเทียนต้องกลอกตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จู่ๆฟู่คงมินก็ทำท่าทางลับๆล่อๆและพูดเสียงเบา
"พวกเ้าสนใจไปตะลุยแดนโบราณกับข้าหรือไม่?" มันมองหน้าทั้งสามคน
"แดนโบรา.." เ้าอ้วนใกำลังจะแหกปากเฟยเทียนเห็นท่าไม่ดีจึงลงมือทันควันหุบปากของมันได้ก่อน
เพี๊ยะ!
"เ้าจะแหกปากทำซากอะไร!" เฟยเทียนตบกะบาลมันไปหนึ่งที
"ขอโทษๆ เล่าต่อเถอะ" เ้าอ้วนพูดและลูบหัวตัวเอง
"เอางี้แล้วกัน ไปที่ห้องของเฟยเทียนจะดีกว่าที่นั้นเงียบสงบไม่น่าจะมีใครมาได้ยิน" ฟู่คงมินจึงเสนอทางเลือก และทั้งสามก็ตกลง
..
พวกเขารวมตัวนั่งกันจุุดที่เคยล้อมวงก่อกองไฟกัน
"แดนโบราณที่ข้าว่า ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสำนักห่างไปราวหกร้อยลี้ มันเป็โบราณสถาน ที่อนุญาติให้ผู้ที่อยู่ในขอบเขตรวบรวมเข้าไปเท่านั้น จะเปิดขึ้นสิิบปีครั้ง!
ซึ่งกำลังจะเปิดในอีกสิบวันข้างหน้า! ข้าบอกไว้ก่อนข่าวนี้ไม่ช้าก็เร็วจะถูกปล่อยออกมาแน่นอนแต่ข้านำมาบอกก่อน เพื่อให้พวกเราเตรียมตัว กักตุนยาและสิ่งจำเป็ไว้
นี่เป็โอกาสทองและการรนหาที่ตายในเวลาเดียวกัน หากรอดมาได้เ้าอาจทะยานเข้าสู่ประตูัและมีโอกาสชิงชัยในการประลองท้ายปีได้
หากตายขึ้นมาก็ไม่มีใครช่วยเ้าได้แล้ว! พวกเ้าเอาด้วยหรือไม่?" ฟู่คงมินมองไปที่ทั้งสาม
"ไม่เอา!"
"เอา!"
เฟยเทียนพููดขึ้นทันควันและหันไปถลึงตาใส่ทั้งสอง
"เอาก็ได้!" อ้วนผอมจอมซนเข้าใจความหมายทันทีมันรีบพยักหน้างึกๆ คิดในใจไม่น่ามาเป็สหายกับเ้านี้เลย!
"อย่าเสียใจไปเลยข้าจะเอาน้ำส้มให้สามขวดเลยเป็ไง?" เฟยเทียนรู้ว่าทำผิดต่อพวกนี้จึงชดเชยด้วยของเหลวสีน้ำเงินที่เจื่อจางแล้ว
"ได้!" ทั้งคู่ตาเป็ประกายทันที
ยิ่งทำให้ฟู่คงมินงุนงงไปใหญ่แค่น้ำส้มเ้าพวกนี้ถึงขนาดย่อมเสี่ยงตายได้เลยหรอ?
แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักในเมื่อมีคนเพิ่มขึ้นก็ยิ่งดีแม้ทั้งคู่จะเป็แค่รวบรวมขั้นต้นก็เถอะ
"เอาละงั้นก็ตามนี้ แยกย้ายได้!"
ทั้งสี่ก็แยกย้ายกันไปทำกิจธุระส่วนตัว เฟยเทียนก็บอกว่าตอนเย็นจะเอาให้ส่วนเขาก็มุ่งหน้าไปที่หอตำรา เพื่อศึกษาสิ่งที่อยากรู้
..
เมื่อเข้ามาในหอตำราก็มองหานานอยู่พอสมควรเนื่องจากเื่นี้เป็เื่ที่คนสนใจน้อยมากและน้อยยิ่งกว่าคือคนจัดทำตำราประเภทนี้ขึ้นมา แต่สุดท้ายเขาก็หาเจอหนึ่งเล่ม
'วิธีการหลอมภาชนะ'
เนื่องจากเป็เพียงวิธีหลอมภาชนะเฉยๆ ทำให้มีอยู่ในหอตำรา เฟยเทียนเปิดอ่าน
ภาชนะมีหลายรูปแบบหลากหลายขนาด และมากด้วยลวดลาย แบ่งออกเป็สามประเภทใหญ่ๆคือ สำหรับเก็บไว้ระยะยาว สำหรับระยะสั้น และ สำหรับที่มีฤทธิ์รุนแรง
เฟยเทียนข้ามสองประเภทแรกไปและอ่านประเภทสุดท้าย
ประเภทที่มีฤทธิ์รุนแรง ภาชนะส่วนใหญ่จะทำขึ้นจาก แร่ทมิฬ ผสมกับอาคมบุปผา โดยการนำแร่ทมิฬไปหลอมเป็ภาชนะที่้าและสลักด้วยอาคมบุปผา ที่มีพลังในการช่วยลดการกัดกร่อนและชะลอตัว
แร่ทมิฬเป็แร่ที่แข็งแกร่งและทนทานเหมาะแก่การทำภาชนะ หรือสิ่งที่ต้องทนรับแรงกระแทก
ทำให้เป็ที่นิยม หากเป็ของเหลวหรือสิ่งที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงเป็พิเศษจะทำจาก แร่วารีกระจ่าง และอาคมจันทร์บุปผา
ทั้งสองหายากและมีราคาแพงจึงไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่ ส่วนสำหรับสิ่งที่มีฤทธิ์รุนแรงกว่านี้ ก็ต้องหาทางเอาเองแล้ว!
เฟยเทียนอ่านต่อไปเรื่อยๆจนจบเขาจึงพอเข้าใจแล้วและนั่งย่อยความคิดก่อนจะกลับสู่น้ำตกและฝึกวิชาต่อไป..
...
ขอบคุณที่อ่านครับ