แม่ทัพโจวจ้องมองซูเก๋อด้วยสายตาลึกซึ้ง
"เอาล่ะ ข้าเชื่อเ้า"
หากซูเก๋อเป็เพียงศิษย์ธรรมดาของสำนักทหารรับจ้าง แม่ทัพโจวย่อมต้องคลางแคลงใจเป็ธรรมดา ทว่าั้แ่แรกเห็นเขาก็จดจำชุดคลุมยาวสีขาวอันเป็เอกลักษณ์เฉพาะของศิษย์เกียรติยศได้ทันที
ในฐานะแม่ทัพแห่งกองพลที่สามของกองทัพต่อต้านมาร แม่ทัพโจวไม่เพียงมีขอบเขตการบำเพ็ญเพียรขั้นเทียนกังระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ยังคบหากับขุมกำลังมากหน้าหลายตา มีสายตากว้างไกล จึงจดจำฐานะศิษย์เกียรติยศของซูเก๋อได้ั้แ่ปราดแรก
"เช่นนี้แล้วพวกเ้าพักผ่อนที่นี่ก่อนเถิด ข้าจะรีบจัดสรรวางแผนให้โดยเร็วที่สุด พอกำลังคนพร้อมหน้าก็สามารถเริ่มเคลื่อนไหวได้ทันที" แม่ทัพโจวยิ้มกล่าว
ซูเก๋อลังเลเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามว่า "กำหนดเวลาที่แน่ชัดคือเมื่อใดหรือขอรับ? พอจะรวดเร็วขึ้นอีกหน่อยได้หรือไม่?"
แม่ทัพโจวประหลาดใจ "ทำไมหรือ เ้าเร่งรีบถึงเพียงนี้เชียว?"
"ค่อนข้างเร่งรีบขอรับ" ซูเก๋อพยักหน้า
"หลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้น ข้ายังมีเื่อื่นต้องไปจัดการต่อ"
แม่ทัพโจวครุ่นคิดแล้วเอ่ยว่า "ข้าก็ไม่อาจกำหนดเวลาที่แม่นยำได้ แต่ในเมื่อเ้ารีบร้อน ข้าจะพยายามจัดสรรให้อยู่ภายในสามวัน เป็อย่างไร?"
สำหรับเขาแล้ว เวลาสามวันนับว่าสั้นยิ่งนัก เพราะเป้าหมายภารกิจคือมารนอกพิภพอีกาดำสองหัวขั้นหยวนตันระดับหก ย่อมประมาทเลินเล่อไม่ได้เด็ดขาด
"สามวัน..." ซูเก๋อขมวดคิ้วหนา
ระยะเวลานี้เขาไม่ค่อยพึงพอใจเท่าใดนัก แต่ในเมื่อเป็แผนการจัดสรรของแม่ทัพโจว เขาก็ไม่อาจก้าวก่ายได้ จึงรู้สึกยุ่งยากใจอยู่บ้าง
ประจวบเหมาะในเวลานี้ เสียงของนายทหารยามคนเดิมก็ดังขึ้นนอกกระโจม
"ท่านแม่ทัพขอรับ มีคนจากสำนักทหารรับจ้างมาอีกแล้วขอรับ"
"คนจากสำนักทหารรับจ้างมาอีกแล้วหรือ?"
แม่ทัพโจวแปลกใจยิ่งนัก ปี ๆ หนึ่งยากนักที่จะมีคนจากสำนักทหารรับจ้างเดินทางมาสักคน แต่วันนี้กลับทยอยกันมาไม่ขาดสาย เขาส่ายศีรษะเบา ๆ แล้วส่งเสียงบอกนอกกระโจม "นำพวกเขาเข้ามาในกระโจม"
ไม่นานนัก ผ้าม่านกระโจมก็ถูกเปิดออก กลุ่มคนหนุ่มสาวในชุดเครื่องแต่งกายของสำนักทหารรับจ้างพากันก้าวเข้ามา มีจำนวนราวหกสิบกว่าคน ทั้งชายและหญิง จนทำให้ภายในกระโจมแน่นขนัดลงไปทันตา
"พวกเ้าก็มาด้วยหรือ?"
เมื่อเห็นกลุ่มคนที่เดินนำหน้า ซูเก๋อก็รู้สึกประหลาดใจ คาดไม่ถึงว่าจะมาพบพวกเขายังสถานที่แห่งนี้
จีเสี่ยวเสวี่ยหัวเราะร่า "ข้าเดาไว้ไม่ผิดจริง ๆ ด้วย แม้เป้าหมายภารกิจของพวกเราจะไม่เหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วก็รับภารกิจเดียวกัน เพียงแต่ระดับความยากภารกิจของเ้าสูงกว่าเท่านั้นเอง"
"ซูเก๋อ" ซุนกวนยิ้มบาง ๆ เอ่ยว่า "พวกเราพบกันอีกแล้วนะ"
แม่ทัพโจวมองดูทุกคน
"พวกเ้าคุ้นเคยกันหรือ?"
"ท่านเป็แม่ทัพของที่นี่ใช่หรือไม่?" จีเสี่ยวเสวี่ยเอ่ยอย่างไม่เกรงใจว่า "ก่อนหน้านี้ซูเก๋อวางตัวถ่อมตนมาโดยตลอด ท่านไม่รู้จักเขาก็เป็เื่ปกติ แต่ในภายภาคหน้าท่านต้องจดจำเขาได้แม่นยำแน่นอน เพราะศิษย์เกียรติยศคนที่สามในประวัติศาสตร์ของสำนักทหารรับจ้าง ย่อมมีสถานะสูงส่งในราชวงศ์ต้าเซี่ยของพวกท่านไม่ใช่หรือ?"
เมื่อได้ฟังคำกล่าวของจีเสี่ยวเสวี่ย แม่ทัพโจวก็ไม่ได้ประหลาดใจแต่อย่างใด เพราะเขาดูออกถึงฐานะศิษย์เกียรติยศของซูเก๋อ ั้แ่แรกแล้ว
"ท่านแม่ทัพรบกวนช่วยลงทะเบียนให้พวกเราด้วยเ้าค่ะ" มั่วชิงอู่เอ่ยอย่างมีมารยาท
"หากเป็ไปได้ พวกเราอยากเริ่มทำภารกิจให้เร็วที่สุด"
"พวกเราด้วยขอรับ/เ้าค่ะ!" คนอื่น ๆ ต่างพากันยื่นม้วนคัมภีร์ภารกิจของตนส่งให้โจวหย่วน
แม่ทัพโจวตรวจดูม้วนคัมภีร์ภารกิจของทุกคนทีละฉบับ ก็พบว่าภารกิจที่พวกเขารับมา แท้จริงแล้วเป็ภารกิจเดียวกัน เพียงแต่เป้าหมายภารกิจแตกต่างกันเท่านั้น
"เดิมทีข้ายังกลุ้มใจเื่กำลังคนไม่เพียงพอ พอพวกเ้ามาก็ช่วยคลี่คลายปัญหานี้ได้พอดี"
แม่ทัพโจวคืนม้วนคัมภีร์ภารกิจให้ทุกคน พร้อมยิ้มกล่าวว่า "ในเมื่อสำนักทหารรับจ้างมอบม้วนคัมภีร์ภารกิจให้พวกเ้า ย่อมแสดงว่าความแข็งแกร่งของพวกเ้าได้รับการยอมรับจากสำนักแล้ว ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้าจะมอบภารกิจทั้งหมดนี้ให้พวกเ้ารับผิดชอบ โดยไม่ส่งทหารแม้แต่คนเดียวไปช่วย ไม่ทราบว่าพวกเ้าจะมีความกล้าพอหรือไม่...?"
ทุกคนสบตากันด้วยความลังเลใจ แต่จีเสี่ยวเสวี่ยกลับเอ่ยว่า "ได้สิ รีบจัดสรรวางแผนเถิดเ้าค่ะ"
"พวกเ้าเล่า?" แม่ทัพโจวหันไปมองคนอื่น ๆ
มั่วชิงอู่ครุ่นคิดแล้วเอ่ยว่า "ข้าไม่มีปัญหาเ้าค่ะ"
ซุนกวน หลิ่วชิง และหยวนทงเทียนต่างก็พยักหน้าตามกัน
หลังจากทุกคนตอบรับยืนยันเรียบร้อย แม่ทัพโจวก็เรียกนายทหารรองแม่ทัพวัยกลางคนคนหนึ่งเข้ามาทำหน้าที่ลงทะเบียนข้อมูลของทุกคน จากนั้นจึงเอ่ยกับรองแม่ทัพว่า "โจวเหยียน เ้าเดินทางไปด้วยตนเอง นำพวกเขามุ่งหน้าไปยังจุดที่มารนอกพิภพอีกาดำสองหัวอาศัยอยู่ หากประสบอันตรายอันใดให้จุดควันสัญญาณทันที ข้าจะรีบตามไปช่วยเป็คนแรก"
แม้ปากบอกว่าจะไม่ส่งทหารไปแม้แต่นายเดียว แต่แม่ทัพโจวก็ไม่กล้าปล่อยไปเช่นนั้นจริง ๆ เพราะคนเหล่านี้ล้วนเป็คนของสำนักทหารรับจ้าง อีกทั้งหลายคนยังเป็แก้วตาดวงใจของสำนัก หากมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ทั้งหมด เขาโจวหย่วนย่อมไม่อาจแบกรับความรับผิดชอบนี้ไหว
"ขอรับ ท่านแม่ทัพ!" โจวเหยียนทำความเคารพแบบทหารอย่างเข้มงวด
ต่อมา พวกซูเก๋อก็ผละออกจากค่ายทหารต่อต้านมาร มุ่งหน้าไปยังถ้ำมารอันเป็ที่ซุกซ่อนของมารนอกพิภพอีกาดำสองหัวภายใต้การนำทางของโจวเหยียน
ส่วนแม่ทัพโจวนั้น ยังมีกิจธุระสำคัญอีกมากที่ต้องจัดการ ซึ่งแต่ละเื่ล้วนมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการสยบมารนอกพิภพอีกาดำสองหัว หากไม่มีความจำเป็ เขาย่อมไม่ผละออกจากค่ายทหารโดยง่าย
"ท่านแม่ทัพน้อยโจวเหยียน ท่านมีขอบเขตการบำเพ็ญเพียรขั้นใดหรือเ้าคะ?" จีเสี่ยวเสวี่ยคล้ายจะอยู่นิ่งไม่ได้ เอ่ยถามนู่นนี่ไม่หยุด
"ข้าเป็เพียงรองแม่ทัพ ไม่ใช่แม่ทัพ" โจวเหยียนเอ่ยแก้ให้ถูกต้อง ก่อนกล่าวต่อว่า "ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรของข้าคือขั้นหยวนตันระดับห้า"
ทุกคนหันไปมองซุนกวน ระหว่างทางมายังเมืองเฉียนหลง พวกเขาได้เอ่ยถามมาแล้ว ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรของซุนกวนอยู่ที่ขั้นหยวนตันระดับห้าเช่นกัน
มั่วชิงอู่มีขอบเขตต่ำกว่าซุนกวนเล็กน้อย อยู่ที่ขั้นหยวนตันระดับสี่ ส่วนหลิ่วชิงและหยวนทงเทียนนั้นต่ำยิ่งกว่า อยู่ที่ขั้นหยวนตันระดับสามเท่านั้น
ขอบเขตการบำเพ็ญเพียรของเหล่าอัจฉริยะค่อนข้างต่ำกว่าที่ทุกคนเคยจินตนาการไว้เล็กน้อย มีเพียงมั่วชิงอู่ที่ตรงตามคาดเดา
"นี่คงเป็ครั้งแรกที่พวกเ้าเข้าร่วมาขนาดเล็กเช่นนี้กระมัง? เมื่อถึงจุดหมายแล้ว ข้าหวังว่าพวกเ้าจะปฏิบัติตามคำสั่งของข้า" โจวเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ข้าไม่อาจรับประกันได้ว่าทุกคนจะไม่ได้รับาเ็ แต่ย่อมลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด"
หากพวกซูเก๋อเป็ทหารโชกโชนประสบการณ์ โจวเหยียนย่อมไม่กังวลถึงเพียงนี้ ทว่านี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาเข้าร่วมศึกาขนาดเล็ก โจวเหยียนจึงจำเป็ต้องครุ่นคิดอย่างรอบคอบยิ่งขึ้น เขากระทั่งเตรียมพร้อมจุดควันสัญญาณไว้ทุกเมื่อแล้ว
"แม้การบำเพ็ญเพียรของพวกเ้าจะแข็งแกร่งกว่าทหารส่วนใหญ่ กระทั่งไม่ด้อยไปกว่าข้า" โจวเหยียนเป็คนเถรตรงเข้มงวด จึงยังคงคลางแคลงใจในความสามารถของพวกซูเก๋อ
"แต่พวกเ้าไร้ซึ่งประสบการณ์ โดยเฉพาะประสบการณ์การต่อสู้แบบเป็กลุ่ม หากเข้าปะทะจริง พวกเ้าอาจไม่สามารถแสดงกำลังออกมาได้เต็มสิบส่วน"
คำกล่าวของโจวเหยียนไม่ใช่การกล่าวลอย ๆ เขาเคยเห็นทหารรับจ้างที่ถือดีหลายคนที่มีระดับการบำเพ็ญเพียรสูงกว่าเขาด้วยซ้ำ แต่เมื่ออยู่ในากับพวกมารนอกพิภพกลับทำได้แย่ยิ่งนัก บางคนถึงกับต้องทิ้งชีวิตไว้กลางสนามรบ
"เอาล่ะ ถึงเวลานั้นพวกเราจะปฏิบัติตามคำสั่งของท่านรองแม่ทัพโจวอย่างแน่นอนขอรับ" ซูเก๋อเพียงหวังจะทำภารกิจให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เื่อื่นย่อมไม่ถือสาหาความ และเมื่อเห็นซูเก๋อพยักหน้าตอบรับ คนอื่น ๆ ก็ยากจะโต้แย้งสิ่งใด
ครึ่งชั่วยามต่อมา โจวเหยียนก็นำพาคนทั้งหมดเดินตัดผ่านป่าทึบอันกว้างใหญ่ จนมาถึงใต้หน้าผาสูงตระหง่านแห่งหนึ่ง บนผนังหินของหน้าผาที่สูงจากพื้นดินราวสามจั้งมีถ้ำมารอันมืดไม่ดตั้งอยู่ โดยบริเวณปากถ้ำมีหมอกดำโอบล้อม แว่วเสียงแผดร้องแหลมสูงน่าขนลุก รวมถึงเสียงคำรามต่ำอย่างข่มขื่นผสานอยู่เลือนราง
"หลายเดือนมานี้ จำนวนมารนอกพิภพเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มารนอกพิภพระดับสูงมากมายต่างพุ่งเข้าสู่โลกมนุษย์เพื่อสร้างความวุ่นวาย เดิมทีสถานที่แห่งนี้ไม่มีมารนอกพิภพ แต่เมื่อสิบกว่าวันก่อน กลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งได้พบร่องรอยของมารนอกพิภพจึงสะกดรอยตามมาถึงที่นี่ สุดท้ายกลับถูกพวกมันที่ไหวตัวทันและไล่ล่า จนเหลือรอดชีวิตกลับไปได้เพียงคนเดียวเท่านั้น"
สีหน้าของโจวเหยียนเคร่งเครียดเป็อย่างยิ่ง
"พวกเราส่งกองลาดตระเวนมาหลายชุด จนยืนยันได้แน่นอนแล้วว่าสถานที่แห่งนี้ถูกมารนอกพิภพยึดครองไปแล้ว โดยมีมารนอกพิภพอีกาดำสองหัวขั้นหยวนตันระดับหกเป็ผู้นำ..."
ขณะเอื้อนเอ่ย กลุ่มคนก็ค่อย ๆ ย่องเข้าใกล้ถ้ำมารอย่างเงียบเชียบ
"ตามข่าวกรอง เ้าของถ้ำมารแห่งนี้ก็คือมารนอกพิภพอีกาดำสองหัวขั้นหยวนตันระดับหก ทั้งใต้บังคับบัญชาของมันยังมีมารนอกพิภพขั้นหยวนตันอีกสามตัว โดยเป็ขั้นหยวนตันระดับสามหนึ่งตัว และขั้นหยวนตันระดับสองสองตัว นอกจากนี้ ยังมีมารนอกพิภพขั้นชุ่ยถี่และขั้นหนิงหยวนอีกกว่าแปดสิบตัว" โจวเหยียนอธิบายข่าวกรองต่อ ส่วนพวกซูเก๋อก็ยืนฟังอย่างเงียบสงบ
พวกเขามีขอบเขตต่ำสุดอยู่ที่ขั้นหนิงหยวน และต้องบรรลุขั้นหนิงหยวนเท่านั้นจึงจะมีสิทธิรับภารกิจ ดังนั้นมารนอกพิภพขั้นชุ่ยถี่และขั้นหนิงหยวนจึงสร้างภัยคุกคามแก่พวกเขาได้จำกัด สิ่งที่สามารถสั่นคลอนความปลอดภัยของพวกเขาได้จริงคือมารนอกพิภพขั้นหยวนตันเ่าั้ต่างหาก
"ข้ารับผิดชอบจัดการมารนอกพิภพขั้นหยวนตันระดับสามตัวนั้นเองขอรับ" ซุนกวนเอ่ยด้วยความมั่นใจ
"ข้าสามารถจัดการมารนอกพิภพขั้นหยวนตันระดับสองได้หนึ่งตัวเ้าค่ะ" มั่วชิงอู่ยิ้มกล่าว
"อีกตัวหนึ่งให้ข้าจัดการเองขอรับ" หยวนทงเทียนรีบเอ่ยขึ้น
โจวเหยียนขมวดคิ้วแน่น "ไร้สาระ! ช่างเพ้อเจ้อเหลวไหล พวกเ้าคิดว่าามันง่ายดายปานนั้นหรือ? บางทีพวกเ้าอาจสามารถจัดการมารนอกพิภพเ่าั้ได้จริง แต่คนอื่นเล่าจะทำอย่างไร? พวกเ้ารับประกันได้หรือว่าจะไม่พลาดพลั้งทำร้ายสหายระหว่างต่อสู้กับมารนอกพิภพ? หากคิดเพียงจะโดดเด่น คิดแต่จะแสดงความสามารถ เช่นนั้นก็จงรีบไสหัวกลับไปเสีย จะได้ไม่ทำให้คนอื่นต้องมาทิ้งชีวิต การศึกายึดถือการทำงานเป็กลุ่ม ยึดถือความพร้อมเพรียงสอดประสาน ไม่ใช่การมาสร้างผลงานส่วนตัว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของพวกซุนกวนก็พลันแข็งค้างไปทันที
"เอ่อ..." ซูเก๋อเอ่ยกับทุกคน "ทุกคนปฏิบัติตามคำสั่งของท่านรองแม่ทัพโจวเถิดขอรับ ได้มาทำภารกิจร่วมกันนับว่ามีวาสนาต่อกัน ข้าหวังว่าทุกคนจะได้กลับไปอย่างปลอดภัยแข็งแรงดีทุกคนขอรับ"