ตอนที่145 บอดี้การ์ดพิเศษ
“เปล่า.....ไม่มีอะไรหรอกฉันแค่รู้สึกคุ้นหูแบรนด์นี้เท่านั้นช่วยส่งประวัติของเจ้าของแบรนด์นี้มาให้ฉันดูที”
เสิ่นลี่อิงส่ายหน้าอย่างนึกไม่ออกเธอสั่งการคาโยด้วยความเข้าใจในการทำธุรกิจร่วมกันเป็นอย่างดี
“ได้ค่ะนายท่าน”คาโยเอ่ยตอบรับอย่างยินดี
เด็กสาวพิจารณาชุดอื่นไปด้วยเพื่อให้โอกาสจากทุกคนเธอพบว่าไม่มีชุดใดที่เรียบหรูตรงตามความต้องการของตนเองได้เท่ากับชุดเดรสจากยี่ห้อซีเคร็ตได้จึงตัดสินใจเลือกชุดดังกล่าวเพื่อสวมใส่ในงานเลี้ยงคืนนี้
“ฉันจะใส่ชุดนี้แหละให้คนมาแต่งตัวและทำผมได้แล้ว”
คาโยยิ้มแห้งทันทีเมื่อพบว่าเจ้านายเลือกชุดที่ดูแสนธรรมดาแทนชุดอื่นที่มีความงดงามแต่อลังการน้อยสุดตามเจตนาของเจ้านายแล้ว เธอกังวลว่าเจ้านายจะไม่โดดเด่นมากพอในงานสำคัญ
อย่างไรก็ตามคาโยรู้ดีว่าไม่สามารถขัดขืนคำสั่งของเจ้านายได้เธอจึงพยักหน้ารับอย่างไม่เต็มใจพลางส่งสัญญาณให้คนรับใช้แจ้งช่างแต่งหน้าทำผมให้เตรียมความพร้อมทันที
“เจ้านายจะใส่ชุดนี้จริงๆ หรือคะ? นึกว่าสนใจแค่จะทำธุรกิจด้วยกัน”
คาโยสอบถามเสิ่นลี่อิงอีกครั้งอย่างมีความหวังเธอหวังว่าจะทำให้เจ้านายเปลี่ยนความตั้งใจได้ จึงเลือกที่จะพูดทักท้วงอีกครั้ง
“ไม่ล่ะเอาชุดนี้แหละ เร็วเข้าคาโย เดี๋ยวก็บ่นว่าทำผมแต่งหน้าไม่ทันหรอก”
เสิ่นลี่อิงส่ายหน้าพลางเอ่ยบอกแม่บ้านคนสนิทด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองทำให้คาโยได้แต่มองบนอย่างยินยอม
จากนั้นเกิดความโกลาหลเล็กน้อยเมื่อเสิ่นลี่อิงต้องทดลองสวมใส่ชุดเดรสราตรีเพื่อทำการปรับปรุงหากคับหรือหลวมเกินไป
กระนั้นเธอสามารถสวมใส่ได้พอดีโดยไม่แน่นหรือกระชับเกินไป ทว่าชุดที่ได้รับการออกแบบตามรูปร่างอันสวยงามของเธอเมื่อสวมใส่เข้าไปแล้วกลับทำให้คาโยตาโตเป็นประกายด้วยความชื่นชมในความตาแหลมของเจ้านายพลางเอ่ยขึ้นมาอย่างเข้าใจทักษะการเลือกชุดของเจ้านายว่า
“โอ้โฮ! สวยจริง ๆ ค่ะนายท่านตอนอยู่ในไม้แขวนก็ว่าธรรมดา แต่พอเจ้านายใส่แล้ว ช่างสวยงามจังเลย”
เสิ่นลี่อิงจ้องมองตนเองในกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นทั้งตัวเธอยิ้มมุมปากเล็กน้อยด้วยความพอใจในรูปร่างที่สวยงามของตนเองเปรียบเสมือนนาฬิกาทรายที่สวยงามพอดี
เธอทดลองรวบผมยาวสลวยขึ้นสูงโดยนึกถึงละครโบราณที่ตัวละครสวมใส่กวานครอบมวยผมไว้ เธอพบว่าหากทำผมทรงนี้แล้วจะทำให้เธอดูโดดเด่นและน่าเกรงขามขึ้นทันที
คาโยตาโตเป็นประกายมากกว่าเดิมเมื่อเหลือบมองเห็นเจ้านายรวบผมยกขึ้นสูงไว้เหนือหัวโดยปล่อยผมที่เหลือยาวสลวยเป็นหางม้าซึ่งช่วยทำให้ใบหน้าที่สวยคมแลดูสวยเฉี่ยวน่าเกรงขามมากขึ้น
“ว้าว! ทำผมทรงนี้เหมาะกับชุดพอดีเลยค่ะเจ้านายช่างเลือกทรงผมได้เหมาะสมเสียจริงนี่จะเป็นการเปิดศักราชใหม่ของที่นี่เลยนะคะ”
คาโยเอ่ยขึ้นมาด้วยความชื่นชมเธอพบว่าเจ้านายแต่งกายธรรมดาแต่ความสวยเฉี่ยวอันโดดเด่นของเจ้านายจะทำให้เด็กสาวกลายเป็นจุดเด่นได้อย่างง่ายดาย
จากนั้นช่างแต่งหน้าทำผมจำนวนสองคนและผู้ช่วยอีกสองคนรีบเข้ามาแต่งตัวให้กับเสิ่นลี่อิงอย่างรู้หน้าที่
คาโยทำหน้าที่กำกับการแต่งตัวของเจ้านายด้วยความกระตือรือร้นซึ่งเสิ่นลี่อิงต้องนั่งนิ่งใจเย็นให้ช่างแต่งหน้าและทำผมแต่โดยดี
กระทั่งถึงเวลาสิบเจ็ดนาฬิกาคาโยเข้ามาเสิร์ฟอาหารว่างให้กับเจ้านาย เธอพลันยืนนิ่งตกตะลึงเมื่อพบเจ้านายแปลงโฉมเสร็จเรียบร้อยพอดีพลางอุทานด้วยความตื่นเต้นยินดีว่า
“โอ้โฮ! นายท่านคะ นายท่านสวยงามมากจำแทบไม่ได้แน่ะค่ะ กลายร่างเป็นสาวสวยสมบูรณ์แบบมาก”
คาโยพยักหน้าชื่นชมช่างแต่งหน้าและผู้ช่วยทั้งหลายอย่างพึงพอใจเธอเชื่อมั่นว่าจะไม่มีใครจดจำภาพของสาวน้อยแสนสวยคนเดิมได้เหตุเพราะภาพของหญิงสาวสวยงามตรงหน้ามีใบหน้าสวยเฉี่ยวน่าเกรงขามแตกต่างจากภาพของเด็กสาวแสนสวยไปอย่างสิ้นเชิง
“ขอบใจคาโย”เสิ่นลี่อิงกล่าวให้กำลังใจลูกน้อง เธอมีความเชื่อมั่นมากขึ้นในการออกไปพบปะผู้คนในงานเลี้ยง
อัลวาโรแต่งกายในชุดสูททักซิโดเขาเดินเข้ามารับเจ้านายอย่างรู้หน้าที่พร้อมกับเตรียมแจ้งข่าวของหยางจุ้น
พอเห็นเจ้านายสวยงามพร้อมออกงานแล้วทำให้เขายืนนิ่งตกตะลึงไม่แตกต่างจากภรรยา พลางอุทานขึ้นมาด้วยความชื่นชมและภูมิใจว่า
“โอ้โฮ! เจ้านายสวยจังเลยครับแทบไม่เหลือคราบของคนจีนเลย ผมจำแทบไม่ได้แน่ะครับ”
อัลวาโรนึกเรื่องของหยางจุ้นขึ้นมาได้จึงส่งสัญญาณให้ช่างแต่งตัวและผู้ช่วยออกไปจากห้องเขาไม่ต้องการให้คนอื่นรับรู้เรื่องภายในของตระกูลมากนัก
พอช่างแต่งหน้าทำผมและผู้ช่วยออกไปแล้วโดยมีองครักษ์นำตัวออกไปตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนปล่อยออกไปจากคฤหาสน์
อัลวาโรรีบกล่าวรายงานเรื่องของหยางจุ้นให้เจ้านายรับรู้ตามจริงว่า“กัปตันหยางเข้าซื้อหุ้นของออกุสโตเรียบร้อยแล้วนะครับเขาอาสาจะมาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้นายท่านด้วย”
เสิ่นลี่อิงเลิกคิ้วที่แฟนหนุ่มตั้งใจเข้ามาช่วยเหลือปกป้องตนเองอีกทั้งยังช่วยซื้อหุ้นราคาแพงในส่วนของออกุสโต เธอพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจพร้อมกล่าวถามอัลวาโรว่า
“ก็ดี.....เขาจะเดินทางไปพร้อมเราหรือว่าจะรออยู่ที่หน้าโรงแรม?”
“เห็นว่ากำลังเดินทางมาครับคาดว่าคงเดินทางไปพร้อมกับนายท่านเลย”
อัลวาโรกล่าวตอบตามข้อมูลที่ได้รับการสื่อสารมาจากหยางจุ้นเขารู้สึกโล่งใจที่เจ้านายมีพันธมิตรดีคอยช่วยเหลือ พลางแอบคาดหวังอยากให้ชายหนุ่มหญิงสาวได้เป็นคู่รักกันเพราะมีความเหมาะสมหลายอย่างโดยเฉพาะเชื้อชาติเดียวกันที่จะช่วยทำให้การครองคู่ยั่งยืนได้
เสิ่นลี่อิงพยักหน้ารับโดยไม่ได้กล่าวอะไรอีกเธอดื่มน้ำผลไม้พร้อมของว่างเล็กน้อยที่คาโยนำมาให้ เนื่องจากเข้าใจดีว่าในงานเลี้ยงย่อมมีโอกาสได้กินอาหารน้อยมากจึงต้องหาอะไรรองท้องไว้ก่อน
กระทั่งถึงเวลาที่จะเดินทางไปยังโรงแรมหรูห้าดาวในเครือตระกูลเฟอนันโดซึ่งมีผู้จัดการโรงแรมเป็นคนเก่าแก่ของชายชราอันเดรส
เสิ่นลี่อิงเดินกรีดกรายอย่างสง่างามลงมาจากชั้นบนของคฤหาสน์โดยเหลือบมองเห็นชายคนรักยืนรอรับอยู่บันไดขั้นล่างสุด
สายตาของหยางจุ้นที่ส่งผ่านออกมาเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยแฟนสาว ซึ่งเธอรับรู้ได้อย่างชัดเจน
เธอเกิดความอบอุ่นหัวใจที่ในเวลาสำคัญห้วงหนึ่งของชีวิตจะยังมีใครสักคนยืนอยู่เคียงข้าง โดยเฉพาะการที่เขาเลือกมาปกป้องเธอเป็นการเฉพาะยิ่งทำให้เธอรู้สึกรักเขามากขึ้นแต่คิดว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเอ่ยคำว่ารักจนกว่าการแก้แค้นของ
เธอจะสิ้นสุดลง
เมื่อเสิ่นลี่อิงเดินมาถึงบันไดขั้นล่างสุดเธอยื่นมือไปวางบนฝ่ามือของหยางจุ้นที่ยื่นออกมารอรับอยู่ก่อนแล้วอย่างมั่นใจ
จากนั้นเขาเดินนำเธอเล็กน้อยเพื่อตรงไปยังรถยนต์พร้อมเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงชื่นชมแกมหยอกล้อว่า
“หากประตูคฤหาสน์เปิดออกแล้วเจ้าหญิงอย่าได้ตกใจกับกองทัพนักข่าวนะครับพวกเขากำลังรอการทักทายจากเจ้าหญิงผู้เลอโฉมอยู่”
เสิ่นลี่อิงยิ้มมุมปากอย่างสบายใจเธอรู้สึกขบขันเล็กน้อยที่แฟนหนุ่มมีอารมณ์หยอกล้อตนเอง จึงได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆด้วยความผ่อนคลาย
รถยนต์เลกซัสแอลเอสหกร้อยรุ่นกันกระสุนสีดำขลับจอดเทียบรอรับเสิ่นลี่อิงพร้อมแล้วโดยมีรถเมอร์เซเดสเบนซ์รุ่นกันกระสุนอีกสองคันประกบหน้าหลัง
หยางจุ้นส่งแฟนสาวขึ้นนั่งในเบาะหลังส่วนตัวเขาไปนั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับอย่างรู้หน้าที่เขาไม่ต้องการเรียกความสนใจจากผู้คนมากเกินไป เพียงแค่คิดว่าการมาทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดพิเศษให้กับเธอย่อมเกิดปัญหาจากบางคนได้แน่นอน
ประตูหน้าคฤหาสน์เปิดออกกว้างเพื่อให้รถยนต์สามคันเคลื่อนขบวนออกไปบรรดาช่างภาพและนักข่าวเริ่มทำข่าวในทันที ปรากฏแสงไฟจากกล้องกระพริบวาบเป็นระยะ
รถคันกลางที่มีเสิ่นลี่อิงนั่งอยู่เธอยกมือโบกทักทายบรรดานักข่าวด้วยท่าทีสวยงามดั่งนางพญาโดยไม่คิดที่จะเปิดกระจกเพื่อทักทายอย่างเป็นกันเองแต่อย่างใดเนื่องจากเธอไม่ใช่ดาราหรือศิลปินที่จะต้องใส่ใจกับนักข่าวมากนัก
ใช้เวลาเดินทางไปถึงโรงแรมโอเรียนเต็ลมาดริดราวครึ่งชั่วโมงโดยระหว่างทางเธอพบว่ามีรถหรูและรถสปอร์ตราคาแพงต่างเคลื่อนขบวนมุ่งหน้าตรงไปยังโรงแรมเป้าหมายเป็นจำนวนมาก
หยางจุ้นเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแสดงความยินดีแกมหยอกล้อเพื่อให้แฟนสาวคลายความกังวลใจว่า
“สงสัยงานเปิดตัวผู้นำตระกูลเฟอนันโดคราวนี้กิจการโรงแรมโอเรียนเต็ลคงคึกคักน่าดู ผมควรซื้อหุ้นที่นี่ดีไหม?”
“คุณรวยแล้วไม่ต้องมาสนใจหุ้นโรงแรมฉันหรอก”
เสิ่นลี่อิงได้โอกาสเอาคืนแฟนหนุ่มที่ไม่ยอมบอกเธอเรื่องฐานะแท้จริงของเขาพลางกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงเหน็บแนมเล็กน้อย
หยางจุ้นหัวเราะแผ่วเบาในลำคอเขาเองไม่ได้คิดที่จะปิดบังเธอสักนิดเพียงแต่ที่ผ่านมาเขาและเธอยังไม่มีเวลาออกเดตด้วยกันอย่างจริงจังจึงไม่คิดว่าจะต้องบอกเธอเร็วเกินไป
อย่างไรก็ตามสุดท้ายแล้วเสิ่นลี่อิงรับรู้เรื่องของเขาเกือบทั้งหมดเขาจึงแต่ได้ปล่อยไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น