บทที่3.เลือกทางเดินใหม่
“เ้าไม่ต้องออกไปเรียกบ่าวที่เป็บุรุษมาให้ข้า” เสียงกระด้างเอ่ยขึ้นอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักเมื่อเห็นสายตาของสาวใช้นางนี้ คงเอาไว้ไม่ได้แล้วสินะ
“แต่ว่าท่านอ๋องเพคะ.. เอ่อ ขะเข้าใจแล้วเพคะหม่อมฉันจะรีบไปเรียกบ่าวที่เป็บุรุษเดี๋ยวนี้เพคะ”
เมื่อสาวใช้อย่างซูซู่ได้เห็นสายตาที่ตวัดมองมาอย่างอำมหิตใจก็สั่นกลัวไปหมดรีบก้มหน้ารับคำสั่งและเดินออกไปทันทีแม้จะผิดหวังที่ไม่ได้หาทางใกล้ชิดกับท่านอ๋องอย่างที่นางวาดหวังก็ตาม แต่อย่างไรนางก็เป็สาวใช้ข้างกายที่คอยปรนนิบัติย่อมต้องมีโอกาสขยับฐานะเปลี่ยนไปเป็สตรีอุ่นเตียงได้ในสักวันแน่ดีไม่ดีหากนางทำให้ท่านอ๋องโปรดปรานได้ อาจจะได้เลื่อนขึ้นเป็อนุก็เป็ได้ซู่ซู่ผู้มีจิตใจมักใหญ่ใฝ่สูงคิดฝันเกิดตัวนั้นไม่รู้เลยว่าอีกไม่นานตนเองจะถูกกำจัดทิ้งไม่ต่างจากสุนัขข้างถนนแล้ว
เมื่อบ่าวชายที่ถูกเรียกเข้ามาเตรียมน้ำร้อนสำหรับอาบให้เรียบร้อยร่างสูงโปร่งของมู่หรงซีเหมินก็ก้าวลงไปนั่งแช่ในอ่างน้ำขนาดใหญ่หมอกควันสีขาวลอยออกจากอ่างน้ำเกิดเป็ภาพจางๆ มองสิ่งใดไม่ค่อยชัดนักซีเหมินหลับตาลงมือใหญ่ข้างหนึ่งเอื้อมไปััลูบไล้ไปมาอย่างแ่เบาที่ตัวแหวนหยกสีขาวลวดลายเมฆเมฆาที่สวมติดนิ้วอยู่เขาเองก็พึ่งจะรู้สึกตัวตอนถอดเสื้อผ้าเมื่อครู่นี้เองว่าแหวนหยกที่ซินโหยวสวมให้เขาก่อนดื่มสุราพิษตามติดตัวเขามาด้วยช่างอัศจรรย์ยิ่งนัก
ตาคมกริบดุจหมาป่าร้ายกาจที่ทั้งดุดันและมากไปด้วยเล่ห์กลยังคงหลับตาแช่น้ำและมีบ่าวชายค่อยถูหลังให้อยู่เงียบๆตอนนี้เมื่อได้แช่น้ำก็ทำให้เริ่มรู้สึกสดชื่นและหายจากอาการมึนงงเพ้อพกเพราะฤทธิ์จากการเสพหญ้าห้าน้ำค้างได้บ้างแล้ว
ตัวเขาในอดีตนั้นเหี้ยมโหดอำมหิตทั้งยังฉลาดและมากไปด้วยเล่ห์กล ใช้กลโกงมากมายเพื่อให้ได้ในสิ่งที่้าชมชอบทั้งสุราและสตรี ทั้งยังชื่นชอบเสพหญ้ามึนเมาอย่างหญ้าห้าน้ำค้างเป็ที่สุดจนต้องมีมันติดเอาไว้ในวังชินอ๋องนี้ด้วย
ถ้าไม่ใช่เพราะมีชาติกำเนิดฐานะสูงส่งอีกทั้งยังได้รับบรรดาศักดิ์เป็ถึงชินอ๋องแล้วละก็คงไม่ต่างจากบุรุษเสเพลชั่วช้าหาดีมิได้เลยด้วยซ้ำอ้อเห็นทีคงจะมีเพียงหน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพเซียนลงมาจุติและร่างกายสูงโปร่งกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามที่ไม่ได้มากไปไม่น้อยไปนี่และดวงตาอันมีเสน่ห์ล่อลวงใจผู้คนผิวขาวสว่างราวสตรีทั้งที่ชอบขี่ม้าล่าสัตว์แต่ผิวก็ไม่เคยหมองลงเลยสักคราริมฝีปากหยักลึกสีแดงสดราวผลอิงเถาที่ชอบยกยิ้มหยันผู้อื่นอยู่เป็นิจยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนลุ่มหลงและด้วยรูปลักษณ์เช่นนี้ถึงแม้จะขึ้นชื่อว่าร้ายกาจและชั่วช้าเพียงใดก็ยังมีสตรีที่ริเล่นกับไฟคอยส่งสายตาอยากจะเข้าหาอยู่ตลอด
แต่เขาหาใช่บุรุษที่ชอบมั่วสตรีไม่เลือกหน้าของโปรดปรานที่สุดของเขาก็คืออำนาจและเงินทองต่างหากเล่าหากสตรีที่ส่งสายตาทอดสะพานหาได้มีประโยชน์ส่งเสริมกับงานของเขาแม้แต่ห่างตาก็ไม่คิดจะแลให้เสียเวลา
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกตนเองชั่วช้ายิ่งนักเป็เช่นนี้แล้วซินโหยวนางยังจะรักเขาอยู่อีกหรือไม่นะ ได้กลับมาครั้งนี้สิ่งที่เขาคิดถึงก่อนสิ่งอื่นใดมีเพียงชายาเอกของตนเองเท่านั้นหยางซินโหยวหากดูจากเวลาแล้ว่เวลานี้ยังเป็เพียง่ที่เขาพึ่งจะริเริ่มวางแผนรวบรวมคนสนับสนุนและซ่องสุมกองกำลังลับเท่านั้นแต่ยังเป็เพียงแค่แผนที่ยังไม่ได้ลงมือทำอย่างจริงจัง ไอ้แก่ขุนนางชั่วที่จะเข้าร่วมสนับสนุนเขาในชาติก่อนนั้นตอนนี่ยังไม่ได้ลงมือดำเนินการใดๆ เพราะยังต้องรอคำสั่งจากเขาอยู่ฉะนั้นยังแก้ไขได้ทัน...
และจากนนี้นับเวลาไปอีกสามปีทีเดียวกว่าจะได้รับสมรสพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ให้หยางซินโหยวจะแต่งให้เขาเช่นนั้นยามนี้นางก็น่าจะอายุเพียงสิบสี่หนาวเท่านั้นสินะแต่ให้รอเวลาอีกสามปีนั้นนานเกินไปไว้รอนางปักปิ่นในวัยสิบห้าหนาวแล้วเขาจะแต่งนางทันที
แต่สิ่งที่น่ากังวลคือตอนนี้ชื่อเสียงมู่หรงอ๋องที่คนในเมืองหลวงแห่งนี้โจษจันเล่าลือกันไม่มีเื่ไหนดีเลย นอนจากความน่ากลัวราวกับมารร้ายปีศาจชั่วช้ากระหายเืแล้วเช่นนี่ซินโหยวนางจะยังรักเขาอยู่หรือไม่กันเล่าคิดแล้วก็ขมวดคิ้วกำมือบีบเข้าหากันแน่นเป็กังวลใจยิ่งนัก…
และเมื่ออาบน้ำชำระกายเรียบร้อยแล้วขายาวๆก้าวอย่างมั่นคงพาตนเองเข้ามานั่งที่ห้องหนังสือที่เป็ห้องทำงานส่วนตัว ซึ่งไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อน
ยามนี้ตูเฉิงและลู่ฟงสองคนสนิทได้แต่มองหน้ากันอย่างเป็กังวลด้วยเพราะท่านอ๋องเรียกพบพวกเขาทั้งสองที่ห้องหนังสือแล้วจนตอนนี้ผ่านมาพึงสามเค่อ(45นาที)แล้ว แต่ท่านอ๋องก็ยังไม่เอ่ยสิ่งใดออกมานอกจากนั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดดูเป็กังวลยิ่งนัก
“หรือท่านอ๋องจะกังวลเื่ก่อตั้งกองกำลังลับ”ตูเฉิงมากล่าวเบาๆ เบาชนิดที่ริมฝีปากแทบไม่อ้าเลยด้วยซ้ำทำเพียงขยับริมฝีปากมุบมิบๆ ทั้งยังมองไปข้างหน้าตีหน้าขรึมไปด้วย
“อาจเป็เื่หาวิธีดึงตัวขุนนางเฒ่าพวกนั้นให้มาสนับสนุนเพิ่มก็เป็ได้”ลู่ฟงเองก็มีกิริยาไม่ต่างจากตูเฉิงเลย
“หรือจะเป็เื่เงินที่จะใช้ในการซ่องสุมกำลัง”ตูเฉิงยังคงวิเคราะห์เดาใจผู้เป็นายต่อไป
“เพ้ย!ในแผ่นดินนี้ใครไม่รู้บ้างว่าท่านอ๋องของเราร่ำรวยมากมายเพียงใดแม้ว่าวิธีการที่ทำให้มีตำลึงในคลังเพิ่มนั้นจะ…” ลู่ฟงยังกล่าวต่อไม่ทันจบดีก็ได้ยินเสียงเย็นะเืส่งออกมาพร้อมพลังกดดันจากท่านอ๋อง
“เงียบ”แต่ละอย่างที่เ้าสองคนนี้คุยกันก็มีแต่เื่ที่ชี้ให้เห็นแต่ความชั่วความเลวของเขาทั้งนั้น แค่คิดก็ปวดหัวแล้ว
ทั้งสองรีบคุกเข่าก้มหน้าลงทันทีอย่างนิ่งสงบรอรับโทษที่บังอาจทำให้ท่านอ๋องเกิดโทสะด้วยรู้แล้วว่าเสียงที่พวกเขาแอบคุยกันนั้นไปรบกวนความคิดของท่านอ๋องเข้า
“พวกเ้าว่าข้าควรทำเช่นไรต่อไปดี”ไม่นานเสียงนิ่งราบเรียบก็เอ่ยขึ้นมา นอกจากจะไม่สั่งลงโทษอย่างที่พวกเข้าคิดแล้วท่านอ๋องกลับถามคำถามพวกเขาออกมา
“เอ่อ…ลองส่งสารไปแจ้งขุนนางเ่าั้ให้มาพบอีกครั้งดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”ลู่ฟง
“หื้ม ข้าไม่ได้หมายถึงเื่นั้น”
“เช่นนั้นหรือท่านอ๋องกังวลเื่หาที่ตั้งกองกำลังลับพ่ะย่ะค่ะ”ตูเฉิง
เฮ้ออ! เสียงถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดด้วยพื้นเพนิสัยของเขาหาใช่บุรุษที่ใจดีหรือใจเย็นไม่ แต่ก็เข้าใจได้ว่าเื่ที่เขากำลังคิดวนเวียนอยู่นี้หาได้มีผู้ใดมาล่วงรู้กับเขาด้วยไม่
องครักษ์ทั้งสองมองหน้ากับเลิ่กลั่กไปมาอยากจะถามออกไปเหลือเกินว่าแล้วมันเื่อันใดกันเล่าพ่ะย่ะค่ะที่สามารถทำให้ท่านอ๋องเป็กังวลได้ถึงเพียงนี้ทั้งสองคนสนิทคิดในใจไหนเลยจะกล้าพูดออกไปตามที่คิด
ส่วนคนเป็นายนั้นก็ถอนหายใจอย่างนึกรำคาญคนสนิทของตนเองจนต้องยอมเอ่ยปากออกมา
“ข้าหมายถึงชายารักของข้าต่างหากเล่า”
“พะ พระชายาหรือพ่ะย่ะค่ะ” ทั้งสองคนสนิทใจนลืมตัวเงยหน้ามองท่านอ๋องที่กำลังนั้งจิบชาอยู่บนตั่งข้างหน้าต่างทันที
“ส่งคนตามดูแลชายาข้า”
“พ่ะย่ะค่ะ พะเพียงแต่พวกกระหม่อมช่างโง่เขลานัก ที่ไม่ทราบว่าพระชายานั้นหมายถึงเอ่อ...”เอ่ยถามออกไปก็หวั่นเกรงโทสะผู้เป็นายยิ่งนัก เพราะถึงจะมีสตรีมากมายเข้าหาท่านอ๋องแต่ก็ไม่เคยเห็นว่าท่านอ๋องของพวกเขาจะมีท่าทีพึงพอใจสตรีใดจนสามารถเป็พระชายาได้เลยสักคน
“ชายาข้ามีเพียงนางเท่านั้นคุณหนูตระกูลหยาง”
เขาจะไม่ยอมเดินตามเส้นทางเดิมอีกแล้วเส้นทางเดียวที่เขาจะเลือกเดินมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่นางเท่านั้นหยางซินโหยวเพียงผู้เดียว
“พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง/พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง”หลังจากทั้งสองตอบรับคำสั่งพร้อมเพรียงกันแล้วก็ทำท่าเหมือน้าถามบางอย่างจนซีเหมินสังเกตเห็นได้
“พูดมา”
“เื่ที่ท่านอ๋องสั่งให้เรียกคนของเรากลับมาทั้งหมดแล้วหยุดทุกอย่างไว้ก่อนนั้นเรียบร้อยแล้วไม่ทราบท่านอ๋องจะให้ทำเช่นไรต่อไปดีพ่ะย่ะค่ะ”ตูเฉิงเอ่ยถามออกมาอย่างพร้อมรอรับคำสั่ง
“ไม่ต้องทำสิ่งใดตอนนี้ข้าหาได้สนใจในอำนาจที่ไม่ใช่ของข้าอีกแล้ว เพราะมีสิ่งอื่นที่ข้าสนใจและสำคัญมากยิ่งกว่า”เสียงนิ่งขรึมเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจังและไม่ได้มีแววล้อเล่นหรือเ้าเล่ห์มากแผนการใดๆ อีก
ตูเฉิงและลู่ฟงนั้นไม่ว่าผู้เป็นายจะสั่งให้ทำสิ่งใดตัวเขาและเหล่าพี่น้ององครักษ์ทั้งหลายต่างพร้อมยินดีทำทุกสิ่ง
ซีเหมินนั่งเอนกายบนหมอนใบใหญ่ด้านหลังเท้าแขนชันเข่าขึ้นผมสีดำขลับยาวสยายแผ่กระจายอยู่ทั่วแผ่นหลังสาบเสื้อคลุมตัวยาวที่สวมใส่หลังจากพึ่งอาบน้ำเสร็จแหวกออกให้เห็นแผงอกกว้างอยู่รำไรแม้ตอนนี้อากาศเริ่มเข้าสู่เหมันต์แล้วแต่ร่างกายนี้หาได้สะทกสะท้านต่อลมหนาวไม่ตามคมเรียวเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเมื่อแหงนมองท้องฟ้ายามราตรีก็สามารถมองเห็นพระจันทร์ดวงโตที่ถูกรายล้อมไปด้วยหมู่ดวงดาวมากมายพร้อมคิดไปถึงเ้าของร่างนุ่มนิ่มตัวหอมกรุ่นยามตกอยู่ในอ้อมแขนของเขามุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นดวงตาทอเป็ประกายวิบวับๆอย่างหมายมาดในใจ….