ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 76 คนเห็นแก่ตัว

            หลินเมิ้งหยาส่งสัญญาณผ่านทางสายตาให้ป๋ายจีที่อยู่ด้านหลังนางรีบผลักประตูหลังออกไปดูทันที

            ได้ยินเสียงร้องเอะอะโวยวายชัดมากขึ้นเรื่อยๆ

            โชคดีที่องครักษ์ของจวนกำลังคุ้มครองรถม้าอยู่ดังนั้นราษฎร์จึงมิอาจย่ำกรายเข้ามาประชิดรถม้าได้

            “นายหญิง เป็นพวกลี้ภัยนอกเมืองมาล้อมรถม้าเพื่อขออาหารกินเจ้าค่ะหนู่ปี้เป็นผู้สั่งให้องครักษ์นำอาหารและเสื้อผ้าเก่าไปแจกจ่ายแก่คนเหล่านั้นแล้วเจ้าค่ะ”

            ป๋ายจีเป็นคนคิดเร็วทำเร็วเมื่อรู้ว่าคนเหล่านั้นเป็นผู้ลี้ภัยและเป็นคนยากคนจนนางจึงสั่งห้ามองครักษ์ทำร้ายคนเหล่านั้น

            “อืม ดีมาก หมู่เฟยคิดเห็นเช่นไรเพคะ?”

            พระสนมเต๋อเฟยพยักหน้าลง นางเป็นคนจิตใจดีมีเมตตาทุกครั้งที่ออกมาไหว้พระก็มักจะนำของมาบริจาคด้วยทุกครั้ง

            “เจ้าเด็กคนนี้ทำได้ดีมากอันที่จริงของพวกนี้ก็นำมาเพื่อแจกคนยากคนจนอยู่แล้ว ในเมื่อคนเหล่านั้นมาแล้วพวกเราจะเก็บไว้ก็ใช่เรื่องมิใช่หรือ?”

            หลินเมิ้งหยาแอบแหวกผ้าม่านออกเล็กน้อย มองดูเหตุการณ์ภายนอกล้วนเป็นพวกยาจกสวมใส่ชุดขาดวิ่น

            สิ่งที่พวกนางจะให้ได้เป็นเพียงของเล็กๆ น้อยๆหากจะแก้ปัญหาความยากจนของทั้งประเทศ คงมิอาจพึ่งกำลังของพวกนางเพียงฝ่ายเดียว

            ผู้มีอำนาจรู้จักเพียงการพึ่งพาอาศัยกันแก่งแย่งชิงดีผลประโยชน์ของกันและกันแต่พวกเขากลับลืมรากฐานที่สำคัญของประเทศอย่างพวกผู้ลี้ภัยเหล่านี้

            ผู้ลี้ภัยถูกอาหารและเสื้อผ้าเบี่ยงเบนความสนใจในที่สุดรถม้าก็สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้

            วันนี้เป็นวันดีในการไหว้พระขอพรตลอดทั้งเช้าล้วนมีรถม้าของตระกูลขุนนางทั้งหลายเดินทางเข้ามายังตีนเขาไม่ขาดสาย

            โชคดีที่พระสนมเต๋อเฟยเป็นแขกคนสำคัญของวัดดังนั้นจึงมีเณรน้อยรออยู่ที่หน้าประตูวัดด้วยความหวังอยู่ก่อนแล้ว

            “ถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟย อาตมามีนามว่าชิงเยว่พระสนมเต๋อเฟยทรงมีความเมตตากรุณาเหลือเกิน”

            เณรน้อยอายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้น ใบหน้ากลมกลึงรูปไข่ขนคิ้วละเอียดอ่อน สวมใส่จีวรเรียบง่าย แต่กลับดูน่าเลื่อมใสยิ่งนัก

            “ท่านกล่าวชมเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”

            นิ้วมือทั้งสิบของพระสนมเต๋อเฟยประกบกัน ก่อนจะทำความเคารพจากนั้นเดินตามหลังเณรรูปนั้นขึ้นบันไดหินไป

            “ป๋ายจี เจ้าคอยดูแลรถม้าอยู่ที่นี่ ป๋ายจื่อจงไปที่วัดกับข้าหากมีเรื่องอันใดเกิดขึ้นจงรีบมารายงานข้าทันที”

            พยักหน้าลง ป๋ายจีจึงรออยู่ที่รถม้า

            มีคนมาไหว้พระค่อนข้างมาก แต่ถึงกระนั้นสถานะของพระสนมเต๋อเฟยและหลินเมิ้งหยากลับสูงศักดิ์กว่าคนเหล่านั้นทั้งหมด

            แต่เพราะความแออัด ดังนั้นจึงไม่มีใครสนใจว่าใครสูงศักดิ์กว่าใคร

            เวลาเพียงไม่นาน หลินเมิ้งหยาและป๋ายจื่อก็ต่อแถวอยู่ทางด้านหลังตรงกลางมีแขกที่มาไหว้พระกั้นไว้ประมาณสองสามคน

            นอกจากสามเณรภายในวัด องครักษ์ล้วนรออยู่ที่ตีนเขา

            ใบหน้าของหลินเมิ้งหยางดงามเกินกว่าใครทว่านางกลับแต่งตัวเรียบง่าย ดังนั้นจึงมิได้ดึงดูดความสนใจจากใคร

            วัดโบราณแห่งนี้เงียบสงบและสวยงามน้าจิ้งเยว่เข้ามาถ่ายทอดคำสั่งของพระสนมเต๋อเฟยว่าให้นางเดินเล่นไปก่อน

            พาป๋ายจื่อไปหาพื้นที่โล่งจนในที่สุดก็เดินมาหยุดอยู่ที่ด้านหลังวัดซึ่งอยู่หลังภูเขา

            ที่นี่มีคนเพียงน้อยนิด ส่วนใหญ่เป็นฮูหยินที่อายุยังน้อยทว่าที่นี่เงียบสงบมากเหลือเกิน

            “นายหญิง มานั่งพักที่นี่ให้หายเมื่อยขาเถิดเจ้าค่ะหากรู้ว่าที่วัดมีคนมามากมายขนาดนี้หนู่ปี้คงขอร้องให้ตัวเองได้อยู่ที่จวนแล้วล่ะเจ้าค่ะ”

            ใบหน้าเรียวเล็กน่ารักแสดงอาการไม่พอใจ ป๋ายจื่อหยิบกล่องขนมที่อยู่ในอ้อมกอดออกมา

            ค่อยๆ เปิดกล่องไม้สีแดงลายดอกเหมยออกด้วยความระมัดระวังภายในบรรจุขนมรับประทานคู่กับน้ำชาเอาไว้สิบกว่าชิ้น

            หยิบหนึ่งชิ้นเข้าปากใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่จึงเผยรอยยิ้มออกมาให้เห็น

            “เฮ้อ เจ้านี่หนา! ไปที่ไหนก็กินที่นั่น ข้าว่าข้าควรหาบ้านสามีที่ทำขนมให้เจ้าจะดีกว่ามิเช่นนั้นหากเจ้าแต่งงานกับคนธรรมดาคงกินจนบ้านเขากลายเป็นยาจกอย่างแน่นอน!”

            หลินเมิ้งหยาเคาะศีรษะป๋ายจื่อสมัยเด็กนางไม่เคยรู้เลยว่าเด็กคนนี้จะกินเก่งขนาดนี้

            บางทีอาจเพราะจวนเจิ้นหนานโหวปฏิบัติกับนางไม่ดีดังนั้นเมื่อมาอยู่ที่จวนอวี้ นางจึงกินทุกอย่างตามใจตนเอง

            “คุณหนูเป็นคนซื้อขนมกล่องนี้ให้หนู่ปี้มิใช่หรือเจ้าคะ?หนู่ปี้เพียงแต่กินตามคำสั่งเท่านั้น จริงสิเจ้าคะช่วงนี้หนู่ปี้ได้ข่าวมาว่าคุณชายกำลังจะกลับมาที่เมืองหลวงเจ้าค่ะ!”

            คุณชาย?สมองของหลินเมิ้งหยาพลันปรากฏภาพใบหน้าหล่อเหลาอบอุ่นขึ้นมา

            มุมปากกระตุกยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน

            ท่านพ่อและท่านพี่จากบ้านไปทำสงครามสามปีแล้วในที่สุดก็กำลังจะกลับมา?

            “ข้าผิดเอง นานมากแล้วที่ไม่ได้รับข่าวของท่านพ่อและท่านพี่เลย”

            แม้จะอยากเขียนจดหมาย แต่นางก็ไม่รู้ว่าจะฝากให้ใครส่งให้

            ขณะที่ยังอาศัยอยู่ในจวนของเจิ้นหนานโหว ซ่างกวนฉิงค่อนข้างเข้มงวดกวดขันในการติดต่อกับคนภายนอกมิเช่นนั้นกลอุบายของฮองเฮาจะสำเร็จง่ายๆ ได้อย่างไร

            “จะโทษคุณหนูได้อย่างไรเจ้าคะฮูหยินต่างหากที่ไม่ยอมให้คุณหนูติดต่อกับโลกภายนอก ไอ้หยาใครบังอาจแย่งกล่องขนมของข้า!”

            เสียงโกรธเกรี้ยวของป๋ายจื่อแผดดังลั่น ดวงตาประหนึ่งผลซิ่งคู่นั้นเหลือกกว้างจ้องมองผู้ที่ขโมยกล่องขนมของนางไป

            “นี่คืออะไร? น่าสนใจจัง มอบให้ข้าได้หรือไม่?”

            ชายร่างสูง ดั้งโด่งเป็นสันใบหน้าหล่อเหลาทว่าแฝงไว้ซึ่งความดื้อรั้น

            แม้จะสวมใส่ชุดคุณชายผู้สูงศักดิ์ แต่ชายตรงหน้ากลับรูปร่างหน้าตาไม่เหมือนคนเมืองต้าจิ้น

            “ไม่มีทาง! นั่นเป็นขนมที่คุณหนูมอบให้ข้าเอาคืนข้ามาเดี๋ยวนี้!”

            ระเบิดอารมณ์โกรธเกรี้ยว ปกติแล้วกล่องขนมเปรียบเสมือนชีวิตจิตใจของนางไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้อง

            ทว่าตอนนี้กลับถูกคนแปลกหน้าแย่งชิงไปเด็กน้อยที่เคยน่ารักดั่งสาวโลลิต้ากลับกลายเป็นไดโนเสาร์กินเนื้อขึ้นมาทันที

            “คุณชาย สุภาพบุรุษมิควรรังแกผู้น้อย โดยเฉพาะกับสาวใช้ที่รักการกินเป็นชีวิตจิตใจของข้าหากท่านแย่งชิงไปเช่นนี้ เกรงว่าจะมิเป็นการดี”

            ส่งเสียงเรียบแต่มีมารยาท

            ฝ่ายชายหันมามองหลินเมิ้งหยา เห็นอีกฝ่ายเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่สูงไม่ถึงครึ่งของหน้าอกตนเองดังนั้นเขาจึงเพิกเฉยนางแทบจะทันที

            พลิกมือกลับแล้วกอดกล่องขนมเอาไว้อีกเพียงนิดเดียวป๋ายจื่อก็จะแย่งมันคืนมาได้แล้ว

            “นี่เงินสองตำลึง ถือว่าข้าซื้อมันแล้วกัน”

            หยิบเงินออกมาจากหน้าอกแล้วโยนให้ป๋ายจื่อ ก่อนจะหมุนตัวจากไป

            “โอ้โหยว...เอาของของเด็กน้อยข้าไปแล้วคิดจะตบตูดเดินหนีอย่างนี้หรือ?”

            เสียงยั่วยุดังขึ้น ชิงหูที่อยู่ในชุดองครักษ์พลันปรากฏตัวออกมา

            ขณะที่กำลังสบตากัน มือพลันยื่นเข้าไปกระชากกล่องขนมของป๋ายจื่อออกมา

            “เอ้า เอาไป”

            ชิงหูและป๋ายจื่อเปรียบเสมือนมิตรรักนักกินทั้งสองเปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งการกินก็มิปาน

            “เป็นวิทยายุทธ์ที่งดงามยิ่งนัก ข้าไม่ต้องการกล่องนั้นแล้วเจ้ามาประลองกับข้าสักครั้งได้หรือไม่?”

            หลินเมิ้งหยาดึงตัวป๋ายจื่อมาที่อีกฝั่งชายทั้งสองล้วนเป็นพวกสัตว์ประหลาด

            แม้หลินเมิ้งหยาจะไม่เข้าใจเรื่องการต่อสู้ แต่นางรู้สึกได้ว่าชายคนนั้นจะต้องถูกชิงหูสั่งสอนเพียงฝ่ายเดียว

            “อย่าสู้จนถึงตายก็พอหากสู้เสร็จแล้วควรมอบเงินให้อีกฝ่ายไปรักษาตัวสักตำลึงสองตำลึง”

            สิ้นเสียงเย็นชา หลินเมิ้งหยาวางเงินสองตำลึงลงบนพื้น

            หมุนตัวพาป๋ายจื่อจากไปทว่าด้านหลังกลับเกิดเสียงแผดร้องโหยหวนของชายแปลกหน้าดังลั่น

            “ห้ามต่อยหน้า!”

            “คนเมืองต้าจิ้นช่างหยาบคายเสียนี่กระไร เหตุใดต้องต่อยหน้าด้วย?”

            “โอ๊ย! หน้าของข้า!”

            สมน้ำหน้า!

            เดินตรงมาตามทาง หลินเมิ้งหยาใกล้จะถึงกลางภูเขาเต็มที

            ที่นี่มีคนค่อนข้างน้อย โชคดีที่มีป๋ายจื่อเดินเป็นเพื่อน

            เหมือนกับว่าชิงหูทำสัญญาอะไรบางอย่างกับหลงเทียนอวี้ เขามักมาอาศัยอยู่ที่ตำหนักของนางเสมอทุกคนล้วนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นประหนึ่งกำลังปิดตาข้างเดียว

            ณ ทางออก

            ทุกครั้งล้วนเป็นชิงหูที่มักจะคอยแอบตามดูแลนางเสมอ

            หากไม่ใช่เพราะวันนี้บังเอิญเจอเข้ากับคนประหลาดแล้วละก็ชิงหูคงไม่ยอมปรากฏตัวออกมาง่ายๆ

            “คุณหนู เจ้าคนนั้นเป็นคนเลวเหลือเกิน ฮือๆ ขนมของข้าเสียหมดแล้ว”

            ป๋ายจื่อจ้องมองขนมของตนเองเสมือนคนร้องไห้แต่ไร้ซึ่งน้ำตาทว่าคนที่มีประสาทสัมผัสว่องไวอย่างหลินเมิ้งหยากลับร่างกายแข็งทื่อขึ้นมา

            มีคนกำลังล้อมที่นี่เอาไว้!

            แม้จะไร้ซึ่งวิทยายุทธ์หรือแยกเสียงของอาวุธแต่ละชนิดได้ ทว่าประสาทสัมผัสทั้งห้าของนางกลับดีกว่าคนปกติทั่วไป

            ผลปรากฏว่ามีชายสวมชุดดำสวมใส่หน้ากากเป็นจำนวนมากกระโดดลงมาจากต้นไม้

            ดวงตาสุกสกาวคู่สวยของหลินเมิ้งหยามองเหล่าคนตรงหน้าอย่างระมัดระวังพวกเขามิได้มาดี

            “พวกเจ้าเป็นใคร? นี่คือพระชายาอวี้ อย่าได้เสียมารยาท!”

            หักห้ามไม่ทันป๋ายจื่อรีบร้อนป่าวประกาศสถานะของหลินเมิ้งหยาไปเสียแล้ว

            เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้มาที่นี่ก็เพราะนางต่อให้แสดงสถานะออกมาแล้วจะมีประโยชน์อันใด?

            “เอาตัวไป!”

            ชายชุดดำเหล่านั้นถูกฝึกมาเป็นอย่างดีพวกเขาล้อมหลินเมิ้งหยาเอาไว้และคิดจะเข้ามาจับตัวนาง

            ตอนนี้ชิงหูมิได้อยู่ข้างกายนาง ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้หลินเมิ้งหยาคงทำได้เพียงยื้อเวลาเอาไว้

            “ช้าก่อน พวกเจ้ารู้จักตัวตนของข้าแล้วเช่นนั้นอย่าได้ทำอะไรเกินควร”

            หลินเมิ้งหยาดึงป๋ายจื่อ ก่อนจะโยนกล่องขนมของนางลงพื้น

            หลังจากชิงหูสั่งสอนเจ้าคนนั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาจะต้องตามหานางอย่างแน่นอน

            หวังว่า...เขาจะเข้าใจความหมายของสิ่งที่นางทิ้งเอาไว้

            “คงต้องทำให้พระชายาขุ่นเคืองแล้ว”

            หัวหน้าชายชุดดำสับคอของหลินเมิ้งหยาอย่างแรง ความเจ็บปวดแล่นพล่านสุดท้ายหลินเมิ้งหยาสลบไป

            ไม่อาจขยับเขยื้อนร่างกายได้อย่างใจนึก ถึงคราวซวยแล้วจริงๆ

            ความรู้สึกแรกหลังจากตื่นขึ้นจากโลกอันมืดมิดคือแขนและขาของตนเองถูกมัดเอาไว้แน่น

            พยายามสูดลมหายใจ เปลือกตาของหลินเมิ้งหยาค่อยๆ เปิดขึ้น

            ด้านนอกมีเสียงกลีบเท้าของม้า แม้จะเบามากแต่หลินเมิ้งหยากลับแยกออกได้

            ร่างกายสัมผัสกับพื้นแข็งทื่อ ดูเหมือน นางจะอยู่ในรถม้าคันหนึ่ง

            หลินเมิ้งหยาพยายามแข็งคอยกขึ้น มองสำรวจบริเวณรอบๆนอกจากป๋ายจื่อที่กำลังนอนอยู่อีกมุมหนึ่งแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครอื่นอีก

            คนกลุ่มนี้ต้องการพานางไปที่ไหนกันแน่

            “ป๋ายจื่อ ป๋ายจื่อ ตื่นได้แล้ว”

            หลินเมิ้งหยากดเสียงให้เบาลง กระแทกตัวป๋ายจื่อโชคดีที่นางสลบไปเพียงเท่านั้น

            ป๋ายจื่อค่อยๆ ฟื้นคืนสติ หลินเมิ้งหยาอุดปากนางได้ทันเวลาดังนั้นจึงไม่ได้ยินเสียงร้องของนาง

            “ชู่ เบาเสียงหน่อย พวกเรากำลังอยู่บนรถม้า”

            ป๋ายจื่อพยักหน้าลง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความกลัวโชคดีที่คนปิดปากนางในตอนนี้คือคุณหนูมิเช่นนั้นนางจะต้องใช้ฟันกัดลงไปอย่างแน่นอน

            ภายในรถม้าถูกปิดล็อกอย่างหนาแน่น

            แม้แต่หน้าต่างยังถูกตอกตะปูเอาไว้ แม้จะไม่ได้ยากต่อการหายใจแต่ถึงกระนั้นนางคงหนีไปไม่ได้แน่นอน

            ตกลงคนพวกนี้เป็นใครกันแน่?

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808