ทะลุมิติมาเป็นเจ้าก้อนแป้งน้อยตระกูลหลี่ พร้อมมิติลับฝ่าภัยพิบัติ!

    บทที่ 33 สำแดงฝีมือ, ปลาหลีอวี้กระโดดข้ามประตูมังกร

            เมื่อทำก้อนถั่วหมักเสร็จสิ้น ก็ใกล้จะถึงเวลาพลบค่ำแล้ว

     

            เถาหงอิงรีบเก็บกวาดเตาไฟเพื่อเตรียมทำอาหาร

     

            แม่เฒ่าหลี่เอ่ยปากรั้งไว้ “วันนี้กินมื้อค่ำที่บ้านข้าเถอะ ข้าจะให้หงอิงเข้าครัวทำของอร่อยให้พวกเจ้ากิน!”

     

            เหล่าหญิงสาวเคยได้ยินสามีบอกว่าอาหารในงานเลี้ยงของตระกูลหลี่รสชาติดี เมื่อครั้งนี้แม่เฒ่าหลี่เอ่ยปากชวนอย่างจริงใจ พวกนางจึงยอมตกลงอยู่ต่อ

     

            เนื้อกวางที่เหลือจากคราวก่อนยังมีกระดูกอยู่บ้าง เถาหงอิงจึงนำมาเคี่ยวน้ำแกงใส่หัวไชเท้า

     

            จากนั้นนำปลาแห้งที่ตากไว้สิบกว่าตัวมาทอดน้ำมัน ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยว เติมน้ำแกง เคี่ยวกับเต้าหู้สองก้อน สุดท้ายจึงหั่นผักกาดขาวผัดกับเห็ดหูหนู

     

            จ้าวอวี้หรูนำแป้งสาลีหยาบมาจี่ติดไว้ในหม้อปลาเต้าเจี้ยว เพียงไม่นานมื้อค่ำก็เสร็จสมบูรณ์

     

            เหล่าหญิงสาวได้ลิ้มรสฝีมือของเถาหงอิงในที่สุด ต่างก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม

     

            “หงอิงเก่งจริง ๆ ผักกาดขาวกับเต้าหู้ยังทำออกมาได้อร่อยขนาดนี้! อาหารอย่างเดียวกัน ทำไมข้าถึงทำรสชาติแบบนี้ไม่ได้นะ?”

     

            พี่สะใภ้รองจางซึ่งสนิทกับตระกูลหลี่ที่สุดรีบตอบกลับทันที

     

            “เจ้ายังไม่รู้หรือ? บรรพบุรุษของบ้านหงอิงเคยเป็นพ่อครัวหลวงเชียวนะ ฝีมือของนางเป็นมรดกตกทอดทางครอบครัว!”

     

            หญิงผู้นั้นได้ยินดังนั้น ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ดวงตาก็พลันเป็นประกาย มองไปยังเถาหงอิงด้วยความกระตือรือร้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

     

            นางถือชามข้าว ยืนกรานขอเปลี่ยนที่นั่งกับหญิงสาวข้างกายเถาหงอิง แล้วถามด้วยรอยยิ้ม

     

            “หงอิงเอ๋ย เจ้าทำอาหารอะไรเป็นบ้างหรือ?”

     

            เถาหงอิงคิดว่านางอยากเรียน จึงไม่ได้ใส่ใจนัก และตอบชื่ออาหารที่ตนทำเป็นไปสองสามอย่าง

     

            “ขาหมูวุ้น ปลาเปรี้ยวหวาน ลูกชิ้นสี่มงคล และอาหารบ้าน ๆ ประเภทนี้ ข้าทำเป็นเกือบหมด”

     

            หญิงผู้นั้นได้ยินแล้ว สีหน้ายิ่งดูยินดีขึ้นอีกสามส่วน รีบซักไซ้ต่อ

     

            “แล้วอาหารในงานเลี้ยงเจ้าก็ทำเป็นใช่หรือไม่? เจ้าสามารถรับงานทำอาหารในงานเลี้ยงได้ไหม?”

     

            เถาหงอิงกะพริบตา ความคิดหมุนวนอย่างรวดเร็ว แล้วยิ้มตอบ

     

            “งานเลี้ยงทั่วไปข้าพอทำได้ แต่คงไม่ประณีตเท่ากับพ่อครัวใหญ่ในเหลาอาหาร”

     

            “ไอ้หยา แบบนี้ก็พอแล้ว!”

     

            หญิงผู้นั้นตบมือด้วยความดีใจ ราวกับเก็บสมบัติล้ำค่าได้

     

            เถาหงอิงไม่เข้าใจเหตุผล ส่วนหญิงคนอื่น ๆ ที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ก็ถามด้วยความสงสัย

     

            “อาสะใภ้สามอู๋ ถามเรื่องนี้ไปทำไมหรือ?”

     

            อาสะใภ้สามอู๋คือหญิงที่กำลังดีใจผู้นั้น นางรีบดึงมือเถาหงอิงมาอธิบาย

     

            “เป็นแบบนี้ ลูกพี่ลูกน้องทางบ้านเดิมของข้ามีลูกชายจะแต่งงานในอีกสามวันข้างหน้า เดิมทีตกลงจ้างพ่อครัวไว้แล้ว แต่เมื่อคืนเขาเกิดอุบัติเหตุหกล้มแขนหัก ไม่สามารถรับงานได้แล้ว”

     

            นางแอบเบ้ปาก แล้วกล่าวต่อ

     

            “สามีของพี่สาวข้าคนนั้นเป็นถึงบัณฑิตถงเชิง ให้ความสำคัญกับหน้าตาเป็นที่สุด เขาไม่อยากให้พวกผู้หญิงในหมู่บ้านช่วยทำอาหาร ตอนนี้จึงกำลังสืบหาว่ามีใครสามารถมาแทนพ่อครัวคนนั้นเพื่อทำอาหารในงานเลี้ยงให้บ้านเขาได้บ้าง!”

     

            นางพูดพลางตบไหล่เถาหงอิงเบา ๆ พร้อมรอยยิ้ม

     

            “บรรพบุรุษบ้านเจ้าเป็นพ่อครัวหลวง ทำอาหารอร่อย แถมยังทำงานคล่องแคล่ว ข้าว่าเจ้าเหมาะสมที่สุดเลย”

     

            “แต่ว่า...” เถาหงอิงนึกถึงงานบ้านที่มีมากมาย

     

            จ้าวอวี้หรูคนเดียวคงยุ่งจนทำไม่ไหว อีกทั้งเจียอินยังอายุไม่ครบหนึ่งร้อยวัน จึงมีความลังเลอยู่บ้าง

     

            “หงอิง ลองไปดูเถอะ” ในตอนนี้ แม่เฒ่าหลี่กลับเอ่ยปาก

     

            “ที่บ้านมีข้ากับอวี้หรูอยู่ เจ้าไม่ต้องกังวล”

     

            เถาหงอิงคิดทบทวนแล้วจึงพยักหน้า

     

            “ตกลง อาสะใภ้สามอู๋ งั้นพรุ่งนี้ข้าจะตามท่านไป ลองทดสอบฝีมือดูก่อนนะ?”

     

            “ไอ้หยา แบบนี้แหละดีที่สุด!” อาสะใภ้สามอู๋รีบตอบรับ

     

            ไม่นานนัก หลังจากทุกคนกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไป เถาหงอิงจัดการห้องครัวเสร็จก็กลับเข้าห้องไปบอกเรื่องนี้กับหลี่เหลาซื่อ

     

            “ข้าจำได้ว่าบ้านเดิมของอาสะใภ้สามอู๋สามอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งข้าง ๆ ...”

     

            หลี่เหลาซื่อรู้สึกไม่สบายใจที่จะให้ภรรยาออกไปข้างนอกคนเดียว จึงกล่าวว่า “พรุ่งนี้ข้าไม่มีธุระอะไร เดี๋ยวข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า!”

     

            เถาหงอิงย่อมดีใจ นางส่งยิ้มให้เขา

     

            “ได้เลย”

     

            เจียอินแอบดูดนม พลางใช้ดวงตากลมโตมองพ่อแม่ที่กำลังแสดงความรักต่อกัน ในใจก็กำลังวางแผนเล็ก ๆ

     

            ช่วงนี้วนเวียนอยู่ในบ้านตระกูลหลี่ รู้สึกเบื่อเหลือเกิน พรุ่งนี้จะแกล้งอ้อนตามท่านแม่ไปเดินเล่นสักรอบดีไหมนะ?

     

            เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่เจียอินจะได้ใช้ไม้ตายอ้อนวอน แม่เฒ่าหลี่ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดให้หลานสาว ห่อตัวอย่างมิดชิด แล้วส่งให้เถาหงอิงก่อน

     

            เจียอินดีใจจนดิ้นไปมา แทบจะถีบผ้าห่มผืนเล็กจนหลุด

     

            บ้านลูกพี่ลูกน้องของอาสะใภ้สามอู๋อยู่ในหมู่บ้านข้าง ๆ ซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ที่มีบ้านเรือนกว่าร้อยหลัง อยู่ใกล้ตัวอำเภอมากกว่า และเห็นได้ชัดว่ามั่งคั่งกว่าหมู่บ้านชิงสุ่ยมาก

     

            ทั้งกลุ่มเดินไปเพียงหนึ่งเค่อก็ถึง บ้านที่ลูกพี่ลูกน้องของอาสะใภ้สามอู๋แต่งงานเข้าไปนั้นแซ่ซุน ถือเป็นเศรษฐีที่ดินรายย่อย

     

            บ้านหลังใหญ่ก่อด้วยอิฐและกระเบื้อง มีลานบ้านสามชั้น ดูเป็นระเบียบและสง่างามยิ่งนัก

     

            ฮูหยินขงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอาสะใภ้สามอู๋ เมื่อได้ยินจุดประสงค์การมาของนาง

     

            และเมื่อมองดูเถาหงอิงที่แม้จะแต่งกายธรรมดาแต่สะอาดสะอ้าน อีกทั้งเด็กในอ้อมกอดก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ในใจจึงเริ่มพึงพอใจ

     

            “น้องหญิงหงอิง ไม่ใช่ว่าข้าไม่ไว้ใจฝีมือเจ้า แต่ในงานเลี้ยงมะรืนนี้จะมีแขกผู้มีเกียรติหลายท่าน จะปล่อยให้ขาดตกบกพร่องไม่ได้เด็ดขาด เอาเป็นว่า เจ้าลองทำอาหารสองอย่างให้ข้าชิมรสชาติก่อนดีหรือไม่?”

     

            เถาหงอิงตอบตกลงทันที เมื่อเป็นเช่นนั้น อาสะใภ้สามอู๋จึงอยู่เป็นเพื่อนคุยกับฮูหยินขง ส่วนสาวใช้คนสนิทของฮูหยินขงนำครอบครัวตระกูลหลี่ทั้งสามคนไปยังห้องครัว

     

            หลี่เหลาซื่อสะพายลูกสาวไว้บนหลัง คอยช่วยก่อไฟและเป็นลูกมือ ส่วนเถาหงอิงเตรียมวัตถุดิบลงหม้อ

     

            ไม่รู้ว่าตระกูลหลี่ไปซื้อปลาหลีอวี้มาจากที่ใด ในถังมีปลาหลายตัวกระโดดไปมาจนน้ำกระเซ็นไปทั่ว

     

            เถาหงอิงถามคำหนึ่งแล้วจึงฆ่าปลาหนึ่งตัว จากนั้นนำเห็ดหูหนูมาแช่น้ำและหั่นผักกาดขาวอย่างง่าย ๆ

     

            ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม อาหารสองอย่างก็เสร็จสมบูรณ์

     

            อย่างแรกคือ ปลาหลีอวี้ทะยานข้ามประตูมังกร หรือก็คือปลาหลีอวี้ราดน้ำปรุง ส่วนอีกอย่างคือผักกาดขาวผัดเห็ดหูหนูที่รสชาติสดชื่น

     

            หนึ่งจานเนื้อหนึ่งจานผัก ทั้งสี กลิ่น และรสชาติครบถ้วนสมบูรณ์

     

            ฮูหยินขงเพียงแค่มองปลาหลีอวี้ที่ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง ราวกับว่ามันกำลังจะทะยานข้ามประตูมังกรได้ทุกเมื่อ

     

            นางก็ยิ้มแก้มปริด้วยความยินดี เพราะมีความหมายมงคลและเป็นนิมิตหมายที่ดี

     

            เมื่อได้ลองชิมคำหนึ่ง ผิวนอกกรอบ เนื้อปลานุ่มสด รสชาติน้ำปรุงเปรี้ยวหวานกลมกล่อม ช่างเป็นฝีมือที่หาได้ยากยิ่ง

     

            ประจวบเหมาะกับที่นายท่านขงได้กลิ่นหอมจึงเดินมาจากห้องหนังสือ สองสามีภรรยากินกันอย่างเอร็ดอร่อยและพึงพอใจเป็นที่สุด

     

            ฮูหยินขงตัดสินใจเลือกเถาหงอิงเป็นหัวหน้าพ่อครัวทันที และมอบค่าจ้างให้สองตำลึงเงิน

     

            เถาหงอิงสะกดความดีใจไว้แล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นขอให้กำหนดรายการอาหารก่อนนะ ทางบ้านข้าจะได้เตรียมวัตถุดิบ พรุ่งนี้บ่ายข้าจะมาเตรียมของ และทางบ้านข้าจะส่งคนมาช่วยเป็นลูกมืออีกสามสี่คน”

     

            ฮูหยินขงรีบนำรายการอาหารเดิมออกมา ในรายการมีปลาตุ๋นแดงอยู่ จึงลบออกทันทีและเพิ่มรายการปลาหลีอวี้ทะยานข้ามประตูมังกรเข้าไปแทน

     

            ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แขกผู้มีเกียรติล้วนเป็นผู้รู้หนังสือ อาหารที่มีชื่อไพเราะเช่นนี้ย่อมสร้างความประทับใจให้แก่ทุกคนได้อย่างแน่นอน

     

            เมื่อตกลงทุกอย่างเรียบร้อย ก็ใกล้เวลาเที่ยง ทุกคนจึงขอตัวลาและกลับบ้านด้วยความดีใจ

     

            อาสะใภ้สามอู๋ช่วยลูกพี่ลูกน้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้สำเร็จ จึงได้รับผ้าเนื้อละเอียดหนึ่งชิ้น ซึ่งเพียงพอสำหรับตัดชุดเสื้อคลุมและกระโปรงหนึ่งชุด

     

            นางดีใจจนเดินตัวปลิว บอกว่าเศษผ้าที่เหลือจะนำไปทำรองเท้าให้เถาหงอิง เพื่อเป็นการขอบคุณ

     

            บนโต๊ะอาหารมื้อเที่ยงของตระกูลหลี่ เมื่อทุกคนได้ยินว่ามีค่าจ้างสองตำลึง ก็รู้สึกประหลาดใจและยินดี

     

            แม่เฒ่าหลี่อุ้มฝูหนิ่วพลางยิ้มแก้มปริ หอมซ้ายหอมขวาไม่หยุด

     

            “ไอ้หยา ฝูหนิ่วของพวกเราช่างมีวาสนานัก มักจะนำเรื่องดี ๆ มาให้ครอบครัวเสมอ! ตอนนี้แม่ของเจ้าก็กลายเป็นคนที่หาเงินก้อนโตได้แล้ว”

     

            ทุกคนต่างพากันหัวเราะ เจียฮวานที่มีนิสัยขี้อาย กอดชามข้าวอยากจะพูดแต่พูดไม่ออก จนใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหม่า

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นเจ้าก้อนแป้งน้อยตระกูลหลี่ พร้อมมิติลับฝ่าภัยพิบัติ! ที่คุณอ่าน

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592