เมื่อทำก้อนถั่วหมักเสร็จสิ้น ก็ใกล้จะถึงเวลาพลบค่ำแล้ว
เถาหงอิงรีบเก็บกวาดเตาไฟเพื่อเตรียมทำอาหาร
แม่เฒ่าหลี่เอ่ยปากรั้งไว้ “วันนี้กินมื้อค่ำที่บ้านข้าเถอะ ข้าจะให้หงอิงเข้าครัวทำของอร่อยให้พวกเจ้ากิน!”
เหล่าหญิงสาวเคยได้ยินสามีบอกว่าอาหารในงานเลี้ยงของตระกูลหลี่รสชาติดี เมื่อครั้งนี้แม่เฒ่าหลี่เอ่ยปากชวนอย่างจริงใจ พวกนางจึงยอมตกลงอยู่ต่อ
เนื้อกวางที่เหลือจากคราวก่อนยังมีกระดูกอยู่บ้าง เถาหงอิงจึงนำมาเคี่ยวน้ำแกงใส่หัวไชเท้า
จากนั้นนำปลาแห้งที่ตากไว้สิบกว่าตัวมาทอดน้ำมัน ปรุงรสด้วยเต้าเจี้ยว เติมน้ำแกง เคี่ยวกับเต้าหู้สองก้อน สุดท้ายจึงหั่นผักกาดขาวผัดกับเห็ดหูหนู
จ้าวอวี้หรูนำแป้งสาลีหยาบมาจี่ติดไว้ในหม้อปลาเต้าเจี้ยว เพียงไม่นานมื้อค่ำก็เสร็จสมบูรณ์
เหล่าหญิงสาวได้ลิ้มรสฝีมือของเถาหงอิงในที่สุด ต่างก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชม
“หงอิงเก่งจริง ๆ ผักกาดขาวกับเต้าหู้ยังทำออกมาได้อร่อยขนาดนี้! อาหารอย่างเดียวกัน ทำไมข้าถึงทำรสชาติแบบนี้ไม่ได้นะ?”
พี่สะใภ้รองจางซึ่งสนิทกับตระกูลหลี่ที่สุดรีบตอบกลับทันที
“เจ้ายังไม่รู้หรือ? บรรพบุรุษของบ้านหงอิงเคยเป็นพ่อครัวหลวงเชียวนะ ฝีมือของนางเป็นมรดกตกทอดทางครอบครัว!”
หญิงผู้นั้นได้ยินดังนั้น ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ ดวงตาก็พลันเป็นประกาย มองไปยังเถาหงอิงด้วยความกระตือรือร้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
นางถือชามข้าว ยืนกรานขอเปลี่ยนที่นั่งกับหญิงสาวข้างกายเถาหงอิง แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
“หงอิงเอ๋ย เจ้าทำอาหารอะไรเป็นบ้างหรือ?”
เถาหงอิงคิดว่านางอยากเรียน จึงไม่ได้ใส่ใจนัก และตอบชื่ออาหารที่ตนทำเป็นไปสองสามอย่าง
“ขาหมูวุ้น ปลาเปรี้ยวหวาน ลูกชิ้นสี่มงคล และอาหารบ้าน ๆ ประเภทนี้ ข้าทำเป็นเกือบหมด”
หญิงผู้นั้นได้ยินแล้ว สีหน้ายิ่งดูยินดีขึ้นอีกสามส่วน รีบซักไซ้ต่อ
“แล้วอาหารในงานเลี้ยงเจ้าก็ทำเป็นใช่หรือไม่? เจ้าสามารถรับงานทำอาหารในงานเลี้ยงได้ไหม?”
เถาหงอิงกะพริบตา ความคิดหมุนวนอย่างรวดเร็ว แล้วยิ้มตอบ
“งานเลี้ยงทั่วไปข้าพอทำได้ แต่คงไม่ประณีตเท่ากับพ่อครัวใหญ่ในเหลาอาหาร”
“ไอ้หยา แบบนี้ก็พอแล้ว!”
หญิงผู้นั้นตบมือด้วยความดีใจ ราวกับเก็บสมบัติล้ำค่าได้
เถาหงอิงไม่เข้าใจเหตุผล ส่วนหญิงคนอื่น ๆ ที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ก็ถามด้วยความสงสัย
“อาสะใภ้สามอู๋ ถามเรื่องนี้ไปทำไมหรือ?”
อาสะใภ้สามอู๋คือหญิงที่กำลังดีใจผู้นั้น นางรีบดึงมือเถาหงอิงมาอธิบาย
“เป็นแบบนี้ ลูกพี่ลูกน้องทางบ้านเดิมของข้ามีลูกชายจะแต่งงานในอีกสามวันข้างหน้า เดิมทีตกลงจ้างพ่อครัวไว้แล้ว แต่เมื่อคืนเขาเกิดอุบัติเหตุหกล้มแขนหัก ไม่สามารถรับงานได้แล้ว”
นางแอบเบ้ปาก แล้วกล่าวต่อ
“สามีของพี่สาวข้าคนนั้นเป็นถึงบัณฑิตถงเชิง ให้ความสำคัญกับหน้าตาเป็นที่สุด เขาไม่อยากให้พวกผู้หญิงในหมู่บ้านช่วยทำอาหาร ตอนนี้จึงกำลังสืบหาว่ามีใครสามารถมาแทนพ่อครัวคนนั้นเพื่อทำอาหารในงานเลี้ยงให้บ้านเขาได้บ้าง!”
นางพูดพลางตบไหล่เถาหงอิงเบา ๆ พร้อมรอยยิ้ม
“บรรพบุรุษบ้านเจ้าเป็นพ่อครัวหลวง ทำอาหารอร่อย แถมยังทำงานคล่องแคล่ว ข้าว่าเจ้าเหมาะสมที่สุดเลย”
“แต่ว่า...” เถาหงอิงนึกถึงงานบ้านที่มีมากมาย
จ้าวอวี้หรูคนเดียวคงยุ่งจนทำไม่ไหว อีกทั้งเจียอินยังอายุไม่ครบหนึ่งร้อยวัน จึงมีความลังเลอยู่บ้าง
“หงอิง ลองไปดูเถอะ” ในตอนนี้ แม่เฒ่าหลี่กลับเอ่ยปาก
“ที่บ้านมีข้ากับอวี้หรูอยู่ เจ้าไม่ต้องกังวล”
เถาหงอิงคิดทบทวนแล้วจึงพยักหน้า
“ตกลง อาสะใภ้สามอู๋ งั้นพรุ่งนี้ข้าจะตามท่านไป ลองทดสอบฝีมือดูก่อนนะ?”
“ไอ้หยา แบบนี้แหละดีที่สุด!” อาสะใภ้สามอู๋รีบตอบรับ
ไม่นานนัก หลังจากทุกคนกินข้าวเสร็จก็แยกย้ายกันไป เถาหงอิงจัดการห้องครัวเสร็จก็กลับเข้าห้องไปบอกเรื่องนี้กับหลี่เหลาซื่อ
“ข้าจำได้ว่าบ้านเดิมของอาสะใภ้สามอู๋สามอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งข้าง ๆ ...”
หลี่เหลาซื่อรู้สึกไม่สบายใจที่จะให้ภรรยาออกไปข้างนอกคนเดียว จึงกล่าวว่า “พรุ่งนี้ข้าไม่มีธุระอะไร เดี๋ยวข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า!”
เถาหงอิงย่อมดีใจ นางส่งยิ้มให้เขา
“ได้เลย”
เจียอินแอบดูดนม พลางใช้ดวงตากลมโตมองพ่อแม่ที่กำลังแสดงความรักต่อกัน ในใจก็กำลังวางแผนเล็ก ๆ
ช่วงนี้วนเวียนอยู่ในบ้านตระกูลหลี่ รู้สึกเบื่อเหลือเกิน พรุ่งนี้จะแกล้งอ้อนตามท่านแม่ไปเดินเล่นสักรอบดีไหมนะ?
เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่เจียอินจะได้ใช้ไม้ตายอ้อนวอน แม่เฒ่าหลี่ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดให้หลานสาว ห่อตัวอย่างมิดชิด แล้วส่งให้เถาหงอิงก่อน
เจียอินดีใจจนดิ้นไปมา แทบจะถีบผ้าห่มผืนเล็กจนหลุด
บ้านลูกพี่ลูกน้องของอาสะใภ้สามอู๋อยู่ในหมู่บ้านข้าง ๆ ซึ่งเป็นหมู่บ้านใหญ่ที่มีบ้านเรือนกว่าร้อยหลัง อยู่ใกล้ตัวอำเภอมากกว่า และเห็นได้ชัดว่ามั่งคั่งกว่าหมู่บ้านชิงสุ่ยมาก
ทั้งกลุ่มเดินไปเพียงหนึ่งเค่อก็ถึง บ้านที่ลูกพี่ลูกน้องของอาสะใภ้สามอู๋แต่งงานเข้าไปนั้นแซ่ซุน ถือเป็นเศรษฐีที่ดินรายย่อย
บ้านหลังใหญ่ก่อด้วยอิฐและกระเบื้อง มีลานบ้านสามชั้น ดูเป็นระเบียบและสง่างามยิ่งนัก
ฮูหยินขงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอาสะใภ้สามอู๋ เมื่อได้ยินจุดประสงค์การมาของนาง
และเมื่อมองดูเถาหงอิงที่แม้จะแต่งกายธรรมดาแต่สะอาดสะอ้าน อีกทั้งเด็กในอ้อมกอดก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ในใจจึงเริ่มพึงพอใจ
“น้องหญิงหงอิง ไม่ใช่ว่าข้าไม่ไว้ใจฝีมือเจ้า แต่ในงานเลี้ยงมะรืนนี้จะมีแขกผู้มีเกียรติหลายท่าน จะปล่อยให้ขาดตกบกพร่องไม่ได้เด็ดขาด เอาเป็นว่า เจ้าลองทำอาหารสองอย่างให้ข้าชิมรสชาติก่อนดีหรือไม่?”
เถาหงอิงตอบตกลงทันที เมื่อเป็นเช่นนั้น อาสะใภ้สามอู๋จึงอยู่เป็นเพื่อนคุยกับฮูหยินขง ส่วนสาวใช้คนสนิทของฮูหยินขงนำครอบครัวตระกูลหลี่ทั้งสามคนไปยังห้องครัว
หลี่เหลาซื่อสะพายลูกสาวไว้บนหลัง คอยช่วยก่อไฟและเป็นลูกมือ ส่วนเถาหงอิงเตรียมวัตถุดิบลงหม้อ
ไม่รู้ว่าตระกูลหลี่ไปซื้อปลาหลีอวี้มาจากที่ใด ในถังมีปลาหลายตัวกระโดดไปมาจนน้ำกระเซ็นไปทั่ว
เถาหงอิงถามคำหนึ่งแล้วจึงฆ่าปลาหนึ่งตัว จากนั้นนำเห็ดหูหนูมาแช่น้ำและหั่นผักกาดขาวอย่างง่าย ๆ
ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม อาหารสองอย่างก็เสร็จสมบูรณ์
อย่างแรกคือ ปลาหลีอวี้ทะยานข้ามประตูมังกร หรือก็คือปลาหลีอวี้ราดน้ำปรุง ส่วนอีกอย่างคือผักกาดขาวผัดเห็ดหูหนูที่รสชาติสดชื่น
หนึ่งจานเนื้อหนึ่งจานผัก ทั้งสี กลิ่น และรสชาติครบถ้วนสมบูรณ์
ฮูหยินขงเพียงแค่มองปลาหลีอวี้ที่ทอดจนเป็นสีเหลืองทอง ราวกับว่ามันกำลังจะทะยานข้ามประตูมังกรได้ทุกเมื่อ
นางก็ยิ้มแก้มปริด้วยความยินดี เพราะมีความหมายมงคลและเป็นนิมิตหมายที่ดี
เมื่อได้ลองชิมคำหนึ่ง ผิวนอกกรอบ เนื้อปลานุ่มสด รสชาติน้ำปรุงเปรี้ยวหวานกลมกล่อม ช่างเป็นฝีมือที่หาได้ยากยิ่ง
ประจวบเหมาะกับที่นายท่านขงได้กลิ่นหอมจึงเดินมาจากห้องหนังสือ สองสามีภรรยากินกันอย่างเอร็ดอร่อยและพึงพอใจเป็นที่สุด
ฮูหยินขงตัดสินใจเลือกเถาหงอิงเป็นหัวหน้าพ่อครัวทันที และมอบค่าจ้างให้สองตำลึงเงิน
เถาหงอิงสะกดความดีใจไว้แล้วกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นขอให้กำหนดรายการอาหารก่อนนะ ทางบ้านข้าจะได้เตรียมวัตถุดิบ พรุ่งนี้บ่ายข้าจะมาเตรียมของ และทางบ้านข้าจะส่งคนมาช่วยเป็นลูกมืออีกสามสี่คน”
ฮูหยินขงรีบนำรายการอาหารเดิมออกมา ในรายการมีปลาตุ๋นแดงอยู่ จึงลบออกทันทีและเพิ่มรายการปลาหลีอวี้ทะยานข้ามประตูมังกรเข้าไปแทน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แขกผู้มีเกียรติล้วนเป็นผู้รู้หนังสือ อาหารที่มีชื่อไพเราะเช่นนี้ย่อมสร้างความประทับใจให้แก่ทุกคนได้อย่างแน่นอน
เมื่อตกลงทุกอย่างเรียบร้อย ก็ใกล้เวลาเที่ยง ทุกคนจึงขอตัวลาและกลับบ้านด้วยความดีใจ
อาสะใภ้สามอู๋ช่วยลูกพี่ลูกน้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้สำเร็จ จึงได้รับผ้าเนื้อละเอียดหนึ่งชิ้น ซึ่งเพียงพอสำหรับตัดชุดเสื้อคลุมและกระโปรงหนึ่งชุด
นางดีใจจนเดินตัวปลิว บอกว่าเศษผ้าที่เหลือจะนำไปทำรองเท้าให้เถาหงอิง เพื่อเป็นการขอบคุณ
บนโต๊ะอาหารมื้อเที่ยงของตระกูลหลี่ เมื่อทุกคนได้ยินว่ามีค่าจ้างสองตำลึง ก็รู้สึกประหลาดใจและยินดี
แม่เฒ่าหลี่อุ้มฝูหนิ่วพลางยิ้มแก้มปริ หอมซ้ายหอมขวาไม่หยุด
“ไอ้หยา ฝูหนิ่วของพวกเราช่างมีวาสนานัก มักจะนำเรื่องดี ๆ มาให้ครอบครัวเสมอ! ตอนนี้แม่ของเจ้าก็กลายเป็นคนที่หาเงินก้อนโตได้แล้ว”
ทุกคนต่างพากันหัวเราะ เจียฮวานที่มีนิสัยขี้อาย กอดชามข้าวอยากจะพูดแต่พูดไม่ออก จนใบหน้าแดงก่ำด้วยความประหม่า