ในเมืองเซี่ยงไฮ้ที่คึกคักและไม่เคยหลับใหล มีตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้าและถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนและรถราหรูหรา เฟยเฟย อายุ 27 ปี CEO สาวไฮโซผู้ประสบความสำเร็จในวงการธุรกิจ ด้วยความสวยที่โดดเด่นและการแต่งกายที่หรูหรา เธอเป็สาวที่มั่นใจในตัวเอง เปรี้ยว และมีสไตล์การใช้ชีวิตที่หรูหรา งานของเธอเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการบริษัทขนาดใหญ่ที่ทำให้เธอต้องรับผิดชอบมากมายและเผชิญกับความกดดันตลอดเวลา แต่ภายในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า เนื่องจากความกลัวความรักที่ฝังลึกั้แ่วัยเด็ก เธอเคยสารภาพรักกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งแต่ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ั้แ่นั้นมา เธอจึงปิดกั้นหัวใจและไม่เคยมีแฟนจริงๆ สักคน แม้ว่าเธอจะมีทุกสิ่งที่้า ทั้งเงินทอง ชื่อเสียง และความสำเร็จ แต่เธอกลับรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว
เฟยเฟยมักจะปลอบใจตัวเองด้วยการทำงานอย่างหนักและซื้อของแพงๆ เพื่อเติมเต็มความว่างเปล่าในใจ แต่เธอรู้ดีว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้มาจากสิ่งเหล่านี้ แม้ในวันที่ประสบความสำเร็จสูงสุด เธอกลับยังรู้สึกว่าขาดบางสิ่งที่สำคัญในชีวิต ชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบภายนอก แต่ภายในกลับมีรอยร้าวที่ลึกซึ้งและเ็ป
การที่เธอไม่มีใครข้างกายทำให้เธอรู้สึกเปลี่ยวเหงามากขึ้นทุกวัน แม้จะมีเพื่อนร่วมงานและลูกน้องที่นับถือเธอ แต่เฟยเฟยก็ยังคงรู้สึกว่าตัวเองต้องต่อสู้และเผชิญกับทุกอย่างเพียงลำพัง นี่คือชีวิตของเฟยเฟยในเมืองที่ไม่เคยหลับใหล ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสำเร็จและความว่างเปล่าในหัวใจ
วันหนึ่งหลังจากงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จของบริษัทที่จัดขึ้นในโรงแรมหรู เฟยเฟยขับรถสปอร์ตคันงามของเธอกลับบ้านตามลำพัง ในคืนที่ฝนตกหนัก ถนนที่มืดมิดและเปียกชื้นทำให้การขับขี่เป็เื่ที่ยากลำบาก เม็ดฝนกระทบกระจกหน้ารถเป็จังหวะเร็วและหนักหน่วงทำให้วิสัยทัศน์ข้างหน้ามัวหมอง ไฟถนนและไฟหน้ารถคันอื่นๆ สะท้อนเข้าตาทำให้มองเห็นไม่ชัด ขณะที่เธอขับรถด้วยความระมัดระวัง ใจของเธอกลับล่องลอยไปคิดถึงเื่ราวในอดีตและความเหงาที่ซ่อนอยู่ในใจ
ถนนที่ลื่นและโค้งคดเคี้ยวเป็อุปสรรคที่ทำให้เฟยเฟยต้องจดจ่อกับการขับรถ แต่ความคิดที่ไม่สงบในใจทำให้เธอพลาดพวงมาลัยในเสี้ยววินาที รถของเธอเสียการควบคุมและพุ่งออกนอกถนน มันพลิกคว่ำและตกลงไปในน้ำลึก เฟยเฟยพยายามหนีออกจากรถด้วยความตื่นตระหนก น้ำเย็นเยียบเริ่มไหลเข้ามาในรถอย่างรวดเร็ว เฟยเฟยใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีในการพยายามเปิดประตูและหนีออกมา แต่แรงกดดันของน้ำทำให้ทุกอย่างยากเย็นกว่าที่คิด
ในความมืดมิดและความเย็นเยียบของน้ำ เฟยเฟยเริ่มหมดแรงและหายใจลำบาก สติของเธอค่อยๆ จางหายไปในขณะที่น้ำขึ้นมาเรื่อยๆ ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะดับไป เธอรู้สึกถึงมือที่แข็งแรงดึงตัวเธอขึ้นจากน้ำ และจากนั้นทุกอย่างก็มืดมิดลง
ในอีกห้วงเวลาของอดีตอันห่างไกล โม่ฟางเฟย คุณหนูใหญ่แห่งจวนมหาเสนาบดี กำลังใช้ชีวิตในจวนอย่างหรูหรา แต่ด้วยนิสัยเย่อหยิ่งและเอาแต่ใจ โม่ฟางเฟยเป็หญิงสาวที่ค่อนข้างจะเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจตัวเอง และคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตที่สะดวกสบายทุกอย่าง แม้นางจะมีหน้าตางดงามและเป็ที่รักของพ่อแม่ แต่ความเย่อหยิ่งและการไม่ใส่ใจใครทำให้คนรอบข้างไม่ค่อยพอใจนัก โม่ฟางเฟยมักจะสั่งการสาวใช้ในจวนให้ทำงานตามที่เธอ้า วันนี้เธอให้สาวใช้ไปเก็บดอกบัวจากสระน้ำของจวน ขณะที่เธอกำลังชี้บอกสาวใช้ให้เก็บดอกที่งามที่สุดเพื่อที่จะนำไปจัดแจกัน นางพูดกับสาวใช้ว่า
โม่ฟางเฟย: "เ้าคนนั้น เก็บดอกบัวที่อยู่ใกล้ๆ ศาลานั่นมาให้ข้า เดี๋ยวนี้! ทำไมถึงชักช้าแบบนี้!"
สาวใช้: "ได้เ้าค่ะ คุณหนู ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
โม่ฟางเฟย: "อย่ามัวแต่ชักช้าอีกนะ ข้า้าดอกบัวที่สวยที่สุดไปประดับห้องของข้า เ้าพวกนี้ช่างไร้ประโยชน์จริงๆ!"
สาวใช้อีกคนหนึ่ง: "คุณหนูเ้าคะ ดอกบัวที่นั่นอยู่กลางสระเ้าค่ะ ข้าขอเวลาข้าสักครู่นะเ้าคะ"
โม่ฟางเฟย: "ข้าบอกว่าเดี๋ยวนี้ไม่ได้ยินหรือ!"
ขณะที่โม่ฟางเฟยกำลังชี้บอกสาวใช้ให้เก็บดอกบัวอย่างเคร่งเครียด เธอก็รู้สึกถึงแรงผลักจากด้านหลังอย่างรุนแรง ร่างของเธอล้มลงไปในน้ำทันที น้ำเย็นเยียบกระทบผิวเธอทำให้เธอตื่นตระหนก นางว่ายน้ำไม่เป็และพยายามดิ้นรนเพื่อหายใจ แต่ทุกอย่างก็ยิ่งเลวร้ายขึ้น
สาวใช้หลายคนพยายามช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทันการ เมื่อพวกเขานำตัวโม่ฟางเฟยขึ้นมาจากน้ำ นางก็สิ้นใจแล้ว ดวงตาที่เคยเป็ประกายของเธอปิดลงอย่างเงียบงัน ิญญาของโม่ฟางเฟยหลุดออกจากร่าง
เสียงกรีดร้องของสาวใช้ดังก้องในสวน หลายคนพยายามรีบเข้ามาช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทันการ เมื่อพวกเขานำตัวโม่ฟางเฟยขึ้นมาจากน้ำ นางก็สิ้นใจแล้ว ดวงตาที่เคยเป็ประกายของเธอปิดลงอย่างเงียบงัน ิญญาของโม่ฟางเฟยหลุดออกจากร่างและหายไปในความมืดมิด
ขณะเดียวกัน เฟยเฟยถูกช่วยขึ้นมาจากน้ำและนำส่งโรงพยาบาลทันที ทีมแพทย์พยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยชีวิตเธอ ในห้องฉุกเฉินที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย หมอนำตัวเธอเข้าห้องฉุกเฉินและพยายามช่วยชีวิตเธอด้วยวิธีการทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุด แต่ถึงแม้จะพยายามอย่างสุดความสามารถ เฟยเฟยยังคงนอนหมดสติอย่างไม่รู้สึกตัว ในขณะที่ิญญาของเธอถูกดึงดูดไปยังสถานที่ที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
เมื่อเฟยเฟยลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหราและแปลกตา ห้องนอนนี้มีผนังทาสีด้วยลวดลายสีทองและแดงที่ประณีต เตียงนอนขนาดใหญ่ปูด้วยผ้าไหมลายดอกไม้และหมอนปักลายสวยงาม เฟยเฟยมองไปรอบๆ ห้องแล้วรู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เธอคุ้นเคย
เธอลุกขึ้นจากเตียงด้วยความรู้สึกสับสน เมื่อเดินไปที่กระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง เธอจ้องมองภาพสะท้อนในกระจกแล้วต้องตกตะลึง ผมยาวสีดำสนิทถูกถักเป็ทรงซับซ้อนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ดวงตากลมโตและใบหน้าของหญิงสาวในกระจกไม่ใช่ของเธอ แต่มันเป็ภาพของโม่ฟางเฟย คุณหนูใหญ่แห่งจวนมหาเสนาบดี
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ข้ากำลังฝันไปหรือ?" เฟยเฟยพึมพำกับตัวเอง เธอพยายามเรียบเรียงความคิด แต่ทุกอย่างดูไม่สมเหตุสมผล
ในขณะที่เธอกำลังตะลึงและพยายามหาคำตอบ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกและสาวใช้สองคนเดินเข้ามา หนึ่งในนั้นถือถาดที่มีน้ำชาและผ้าเช็ดหน้า ส่วนอีกคนยิ้มแย้มและคำนับเฟยเฟย
"คุณหนูโม่ฟางเฟย ถึงเวลาเตรียมตัวสำหรับวันแต่งงานของท่านแล้วเ้าค่ะ" สาวใช้คนหนึ่งกล่าวด้วยเสียงที่แสดงถึงความเคารพ
เฟยเฟยยังคงงุนงงและใ เธอพยายามตั้งสติและถามออกไป "ข้าอยู่ที่ไหน? ทำไมข้าถึงต้องแต่งงาน?"
สาวใช้ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รีบตอบด้วยความสุภาพ "คุณหนู ท่านอยู่ในจวนมหาเสนาบดี และวันนี้เป็วันแต่งงานของท่านกับท่านอ๋องเ้าค่ะ"
คำตอบนั้นยิ่งทำให้เฟยเฟยสับสนมากขึ้น "จวนมหาเสนาบดี? ท่านอ๋อง? ข้าไม่เข้าใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"
สาวใช้อีกคนหนึ่งที่ถือถาดน้ำชาเข้ามาใกล้ เธอพยายามอธิบาย "คุณหนู ท่านอาจจะยังไม่ตื่นดี แต่นี่คือวันสำคัญของท่าน ท่านควรเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อไปพบกับท่านอ๋องในพิธีแต่งงานเ้าค่ะ คุณหนูรอคอยเวลานี้มานานมากนะเ้าคะ"
เฟยเฟยรู้สึกเหมือนถูกจับมาอยู่ในโลกที่เธอไม่รู้จัก แต่เธอไม่มีทางเลือกนอกจากต้องปฏิบัติตามสิ่งที่เกิดขึ้น เธอตัดสินใจที่จะไม่แสดงความสับสนออกมาและรับการช่วยเหลือจากสาวใช้ในการเตรียมตัวสำหรับพิธีแต่งงาน
เฟยเฟยถูกนำตัวไปยังห้องแต่งตัว เ้าสาวสาวใช้หลายคนมารวมตัวกันเพื่อเตรียมการแต่งตัวให้เธอ ชุดแต่งงานที่วิจิตรบรรจงด้วยผ้าไหมสีแดงปักด้วยทองและเครื่องประดับศีรษะที่หนักอึ้งถูกสวมใส่ให้กับเธอ เฟยเฟยรู้สึกถึงความแปลกแยกและไม่สบายใจในทุกสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เธอพยายามเก็บความรู้สึกเ่าั้ไว้
ในขณะที่สาวใช้กำลังช่วยจัดทรงผมและแต่งหน้าให้ เฟยเฟยพยายามสอบถามเพิ่มเติม "แล้ว...ท่านอ๋องเป็ใคร? ข้ารู้จักเขาหรือไม่?"
สาวใช้คนหนึ่งยิ้มอย่างเอ็นดู "ท่านอ๋องเป็ผู้มีเกียรติในราชสำนัก ท่านเป็คนเก่งทั้งบุ๋นและบู๊ ข้าเชื่อว่าท่านอ๋องกับคุณหนูจะเป็คู่ที่เหมาะสมกันมากเ้าค่ะ"
เฟยเฟยพยายามทำใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้จะยังไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เธอรู้ว่าเธอต้องปฏิบัติตามสิ่งที่เกิดขึ้น เธอได้แต่สูดหายใจและบอกตัวเองว่าปัญหามีไว้แก้ เพราะชั้นคือ CEO หญิงที่เก่งที่สุดนี่หน่า เริ่มจากการไปเจอหน้าเ้าบ่าวสินะ เฟยเฟยคิดในใจ
โปรดติดตามตอนต่อไป