“ทุกคนทำได้ดีมากกับ 6 เดือนที่นี่ แต่ขอให้ระลึกไว้ว่า นี่เป็แค่สนามซ้อม โลกแห่งความเป็จริงนั้นโหดร้ายและลำบากกว่านี้มาก แต่ขอให้รู้ไว้ว่า ไม่มีค่ำคืนที่มืดมิดตลอดไป” แกเร็ตยืนพูดบนเวที
นักเรียนอคาเดมี่รุ่น151 นั่งฟังการบรรยายครั้งสุดท้ายของเ้าหน้าที่ระดับ A+แกเร็ต โฟลโคลเวอร์ อย่างสงบบนเก้าอี้ในหอประชุมของโรงเรียน ่เวลาอันยากลำบาก6 เดือนได้หล่อหลอมให้พวกเขากลายเป็เ้าหน้าที่ ARPDผู้พร้อมปกป้องมนุษย์จากริงเกอร์ชั่วร้าย วันนี้คือวันสุดท้ายของการเป็นักเรียนเตรียมARPD เพราะในไม่กี่อึดใจ พวกเขาจะได้เป็เ้าหน้าที่ตำรวจต่อต้านริงเกอร์เต็มตัว และอีกไม่นานก็จะถึง่เวลาที่หลายคนต่างรอคอย คือ การประกาศรายชื่อ 10อันดับแรกของชั้นปี และชื่อใดก็ตามที่ถูกขานบนเวที พวกเขาจะได้รับการแต่งตั้งเป็เ้าหน้าที่ระดับ Cในวันเข้าบรรจุ ส่วนนักเรียนที่เหลือที่ไม่ถูกเรียกจะลงเอยในยศเ้าหน้าที่ระดับ D
“ไปตรวจร่างกายเป็ไงบ้างคะ พี่เลเวียร์?” วีโอเลตถามไถ่พี่ชายของเธอ
“ด๊อกเตอร์บอกว่าฉันไม่เป็ไร” เลเวียร์ตอบ “ฉันคงเครียดกับผลการสอบเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ”
“นั่นฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยนะ” เนปจูนที่นั่งข้างหลังยื่นหน้าเข้ามาสอด “คนที่เฉื่อยแฉะอย่างนาย น่าจะฝันหวานถึงการสร้างสันติภาพกับริงเกอร์มากกว่าฆ่าพวกเขาไม่ใช่รึไง?”
“ฮะฮะ…น..นั่นสิ” เลเวียร์หัวเราะเสียงแห้ง “บางที ที่ไหนสักแห่งในใจฉันอาจจะรู้สึกไม่พอใจริงเกอร์อยู่ก็ได้”
“อ่า เื่นั้นจะยังไงก็ช่าง…พวกเรามาฟังผลประกาศยศกันเถอะ!” เนปจูนเปลี่ยนเื่เพราะในตอนนี้ ทุกคนในหอประชุมต่างลุ้นตัวโก่งกับการประกาศของแกเร็ต
“พวกเธอ นักเรียนเตรียม ARPD ทุกคนได้จบการศึกษาเรียบร้อย และจะได้ประดับยศเป็เ้าหน้าที่ระดับ D ในไม่ช้า” แกเร็ตกล่าว “แต่สำหรับนักเรียนที่ทำผลการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติได้ยอดเยี่ยม10 อันดับแรกของรุ่น ตามกฏแล้วจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็เ้าหน้าที่ระดับ C”
“และรายชื่อของผู้ที่ได้รับการประดับยศเ้าหน้าที่ระดับC ทั้ง 10 คน เรียงตามคะแนนรวมดังต่อไปนี้”
“คนแรกวีโอเลต สกายเรสเซอร์”
“ค่ะ!” วีโอเลตลุกขึ้นจากเ้าอี้ แล้วเดินออกไปหน้าเวทีเพื่อรับเหรียญตรา ARPD จากแกเร็ตบนเวทีท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนดังก้องในหอประชุม ถึงจะเด็กอายุน้อยที่สุดในรุ่น แต่ความสามารถของวีโอเลตนั้นเป็ของจริง ด้วยพื้นฐานที่เธอได้รับจากที่สถาบันวิจัยริงเกอร์ทำให้วีโอเลตทำให้คะแนนสอบภาคทฤษฎีอยู่อันดับต้น ๆ ของชั้นปี ยิ่งไปกว่านั้น เธอเป็หนึ่งในไม่กี่คนที่สอบภาคปฏิบัติผ่านทั้งห้ารอบและได้คะแนนภาคปฏิบัติเต็ม50%ความสามารถในการต่อสู้อยู่ในระดับท๊อป จนได้รับฉายาในรุ่นว่า ‘คลอเดียรุ่นที่ 2’ ไม่มีใครกังขากับตำแหน่งอันดับหนึ่งของเธอแม้แต่น้อย
“คนที่2เฟียสต้า แกเบอร์…คนที่ 3มิกส์ วาล”
“ถ้าพวกเรา…เป็เ้าหน้าที่ระดับ C ไม่ได้ เื่ที่พวกเราตั้งเป้าไว้คงจะยากแล้วล่ะ…” โนอาพูดตีตนก่อนไข้
“นั่นสินะ” เลเวียร์ตอบ ถึงแม้จะทราบคะแนนสอบตอนภาคทฤษฎี แต่คะแนนสอบภาคปฏิบัตินั้นไม่ถูกเก็บไว้เป็ความลับ แต่ละคนจึงไม่อาจทราบชะตากรรมของตนเองได้
“คนที่สี่ เนปจูน โกลด์” เสียงประกาศของแกเร็ตทำให้เนปจูนสปริงตัวขึ้นจากเก้าอี้ด้วยรอยยิ้มร่า เขาขึ้นไปรับเหรียญตราบนเวทีท่ามกลางความยินดีของเพื่อนร่วมสาบานอีกสามคน คะแนนภาคทฤษฎีของเขาอยู่อันดับหนึ่ง นั่นจึงไม่แปลกที่คะแนนรวมของเนปจูนติด 10 อันแรกแม้เขาจะสอบตกภาคปฏิบัติั้แ่รอบแรกก็ตาม การที่เนปจูนสามารถขึ้นไปเหยียบบนเวทีได้ทำให้เลเวียร์ โรมและโนอานั้นรู้สึกมีหวังขึ้นมาทันที ทว่าหลายอันดับต่อมา ทั้งสามคนต่างก็ชวดไปทั้งสิ้น จนสุดท้ายผ่านไปแล้ว 7อันดับ ก็ยังไม่มีชื่อของพวกเขาสามคน
“คนที่ 8 เลเวียร์ สกายเรสเซอร์”
“ครับ!” เลเวียร์ยืนขึ้นแล้วเดินไปรับตราบนเวที
“คนที่ 9โรม โคโลซัส”
ในตอนนี้ เลเวียร์ โรมและเนปจูนต่างยืนบนเวที กำเหรียญตราตำรวจไว้แน่น ภาวนาให้ชื่อสุดท้าย เป็สมาชิกอีกคนที่ยังนั่งอยู่ด้านล่าง
“และสุดท้าย… น…”
โนอา… โนอา คูลบรีซ… เพื่อนทั้งสามคนภาวนา
“โนแมน คาไมล์” แกเร็ตพูด ดับความหวังของโนอาและเพื่อนทั้ง 3 คนของเขาจนหมดสิ้น
“ต่อไปก็ขอนักเรียนทุกคน สนุกกับงานปัจฉิมนิเทศที่ทางอคาเดมี่เตรียมไว้เพื่อเลี้ยงส่งพวกเธอได้เลย!”
“เฮ้อ… เศร้าชะมัด” โนอาบ่นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย “ถึงจะทำใจไว้ั้แ่แรกแล้วว่าตัวเองหมดหวังเพราะสอบตกภาคปฏิบัติั้แ่รอบแรก แต่ก็ไม่คิดว่าจะต้องมาลงเอยที่ยศ D จริง ๆ …”
ไฟสปอตไลท์สีเหลืองอ่อนส่องจากเพดานลงบนพื้นของหอประชุม เสียงดนตรีเบา ๆ ดังคลอบรรยากาศอันอบอุ่นภายใน นี่คือสิ่งสุดท้ายที่อคาเดมี่ได้มอบให้แก่นักเรียน ‘งานเลี้ยงส่ง’ ที่จัดขึ้นั้แ่หัวค่ำ ทั้งครูฝึกและนักเรียนนั้นต่างเหนื่อยกับการเรียนการสอน และพวกเขาก็สวมควรได้รับการพักผ่อนในวันนี้ มีอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศวางตั้งกระจัดกระจายทั่วห้อง ต่างคนต่างมุ่งไปยังโต๊ะวางอาหาร ตักอาหารใส่จานราวกันยกใหญ่เพราะนี่เป็ไม่กี่ครั้งที่พวกเขาจะได้ััอาหารอันโอชะจากอคาเดมี่ ่ที่คนอื่นกำลังเพลิดเพลินกับอาหารและดนตรี เลเวียร์กับโรมกำลังนั่งปลอบโนอาที่นั่งซึมอยู่มุมโถง
“อย่าพูดอย่างนั้นสิเพื่อน” โรมตบไหล่โนอาที่ท่าทางยังทำใจกับผลลัพธ์ไม่ได้ “ต่อให้นายไม่ได้เป็เ้าหน้าที่ระดับ C ในตอนนี้ ไม่ได้หมายความว่า นายจะเดินไปพร้อมกับพวกเราไม่ได้ซะหน่อย”
“ที่โรมพูดมาก็ถูกนะ” เลเวียร์พูด “อีกไม่นานพวกเราก็คงได้ทำงานด้วยกันสักวันเองล่ะ”
“อ่า…นั่นสินะ” โนอาพยักหน้า รับความหวังดีของเพื่อน ๆ ทันใดนั้น เนปจูน หนุ่มแว่นที่หายหัวไปั้แ่งานเริ่ม ก็กลับมาพร้อมกับแก้วสี่ใบที่เต็มปริ่มด้วยน้ำสีม่วงประหลาดตา ก่อนจะยื่นมันให้เพื่อนๆ ของเขา
“เอ้า นี่…” หนุ่มแว่นยื่นแก้วหนึ่งให้โนอา
“อะไรเนี่ย เนป?” หนุ่มผมทองถามเนปจูนที่นำเครื่องดื่มมาเสริฟทุกคน
“ฉัน…ปลอบใครไม่เก่ง” เนปจูนกระแอมเสียง พูดอย่างเขินอาย “ฉันหวังว่าไวน์นี่น่าจะพอทำให้นายลืมความเสียใจได้บ้างนะ”
“เนป…” โนอารับเครื่องดื่มนั้นถือไว้ มองหน้าเพื่อน ๆ ของเขาอย่างซาบซึ้งใจ “ถึงจะเจ็บใจก็เถอะ แต่ความฝันของพวกนายก็คือความฝันของฉัน ก่อนจะถึงวันที่ฉันยืนเคียงข้างพวกนาย…ช่วยทำส่วนของฉันเผื่อด้วยนะ”
“อ่า เข้าใจแล้ว” โรมตอบรับความรู้สึกของโนอา “นายก็รีบตามพวกเรามาก็แล้วกัน”
“เอ้า! รออะไรอยู่ เ้าพวกโง่” เนปจูนยื่นแก้วออกมาด้านหน้า “มาชนแก้วร่วมสาบานกันเถอะ โนอา โรม เลเวียร์!”
“โอ้ว!” ทุกคนตอบรับเสียงของหนุ่มแว่น ยื่นแก้วมาชนกันตรงกลาง “จากนี้ พวกเรามาพยายามเป็ ‘ฮีโร่ที่แท้จริง’กันเถอะ”
แกร๊ง!
หลังจากที่กระดกไวน์รสเลิศจนหมดแก้ว โนอาก็อารมณ์ดีขึ้นทันตา เนปจูนจึงถือโอกาสลากเขาปลดปล่อยตัวเองจากความโศกเศร้าและร่วมสนุกกับกิจกรรมทุกอย่างในงานเลี้ยงส่ง ส่วนเลเวียร์กับโรมนั่งพักคุยกันตรงเก้าอี้ที่เดิม มองดูเพื่อน ๆ ของเขาอยู่ห่าง ๆ
“ไม่นึกเลยนะ ว่าวันนี้จะมาถึงจริง ๆ วันที่เราได้เป็เ้าหน้าที่ระดับ C…” เลเวียร์เอ่ย “นึกว่าจะตายั้แ่สัปดาห์แรกแล้วซะอีก”
“พูดอะไรอย่างนั้น เลเวียร์ นายน่ะมีคุณสมบัติมากที่สุดในหมู่พวกเราเลยนะ” โรมพูด
“แหะ ๆ ไม่หรอก…” เลเวียร์พยักหน้า ก่อนจะถอดถุงมือข้างขวาออก เผยริงเกียร์ที่สวมใส่อยู่ที่นิ้วโป้งและนิ้วกลาง “ถ้าฉันไม่ได้ริงเกียร์ของนายั้แ่วันแรก ป่านนี้จะเป็ยังไงบ้างยังไม่รู้เลย.. และฉันคงรู้สึกแย่มากถ้าฉันได้เป็เ้าหน้าที่ระดับC แต่นายไม่ได้…ขอบใจนะ โรม…นายเป็เพื่อนที่ดีจริง ๆ”
“หึหึ งั้นหรอ… ถ้าคิดอย่างนั้น…ไว้ชดใช้ฉันคืนสักวันก็แล้วกัน” โรมหัวเราะ พลางจิบเครื่องดื่มไปพลาง ๆ
“เอ่อ โรม…”
สาวคนหนึ่งเดินเข้าหาชายร่างั์ที่นั่งข้างเลเวียร์อย่างเขินอาย เธอคือ แอนนีต้า ฮูเวอร์ สาวหน้าตาน่ารักประจำรุ่นของพวกเลเวียร์
“โอ้ ว่าไง แอนนีต้า มีอะไรให้ฉันช่วยหรอ?” โรมถามอย่างเป็มิตร
“นายพอจะมีเวลาว่างคุยกับฉันไหม?” เธอถามโรม นั่นทำให้โรมมีท่าทีลังเล เพราะถ้าเขาเดินออกไป เลเวียร์จะต้องนั่งอยู่คนเดียว
“นายไปเถอะ ฉันไม่เป็ไร” เลเวียร์ไล่เขา “สุภาพบุรุษอย่างนายไม่เคยปล่อยให้ผู้หญิงเป็ฝ่ายรอไม่ใช่รึ?”
“อ..อืม นั่นสินะ…” โรมตอบ “ถ้างั้นเดี๋ยวฉันมานะเลเวียร์”
แล้วโรมก็เดินออกไปพร้อมกับสาวคนนั้น พวกเขาเดินไปตรงมุมโถงอีกฝั่งที่ไม่ค่อยมีคน เลเวียร์จับตาดูทั้งคู่อยู่ห่าง ๆ เขาเห็นแอนนีต้ากับโรมคุยกันอยู่พักใหญ่ ก่อนที่โรมจะก้มหัว แล้วแอนนีต้าก็เอามือกุมหน้าตัวเอง แล้ววิ่งออกไปข้างนอกงาน ส่วนโรมก็ยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับมาหาเลเวียร์ที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม
“กลับมาแล้วหรอ?” เลเวียร์ทักเพื่อนร่างั์ที่กลับมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
“อ่า… กลับมาแล้ว” โรมตอบ เขากลับมานั่งตรงเก้าอี้ ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่ตรงนั้น
“นี่เป็คนที่เท่าไรแล้วนะ ที่นายปฏิเสธ? 6?”
“นี่นายนับด้วยรึไง?”
เพราะโรมเป็คนที่ใจดีและมีบุคลิกดี จึงทำให้นักเรียนหญิงหลงเสน่ห์ของเขา ตลอดหกเดือนที่ผ่านมา มีนักเรียนหญิงหลายคนมาสารภาพรักโรม แต่ทุกคนก็ถูกโรมปฏิเสธหมด รวมถึงคนล่าสุด แอนนีต้าด้วย
“ทำไมนายถึงไม่เลือกแอนนีต้าล่ะ? เธอก็น่ารักออกนี่นา” เลเวียร์ถาม
“ก็… ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอน่ะ” โรมตอบ “และเธอก็อุตส่าห์รวบรวมความกล้ามาสารภาพรักฉัน จะเลี่ยงไม่ให้คำตอบ ก็คงไม่แมนเท่าไร … ปฏิเสธเธอไป คงเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วล่ะ”
“หรอ…”
โรมหยิบแก้วไวน์ที่วางทิ้งไว้ั้แ่เมื่อครู่มาจิบใหม่ โรมมองดูวีโอเลตที่ยืนคุยและหัวเราะเพื่อน ๆ ของเธอในอคาเดมี่ตรงกลางหอประชุม
“แล้ว… นายจะสารภาพกับวีเมื่อไหร่ล่ะ?”
พร้วด!
“น..น…นาย พูดเื่อะไรน่ะ เลเวียร์!?” โรมสำลักน้ำเพราะเลเวียร์ดันพูดอะไรแปลก ๆ ออกมา “ฉ…ฉันไม่มีทางคิดอะไรอย่างนั้นกับน้องสาวของนายหรอก!”
“ไม่เอาน่า…ฉันเป็พี่ชายของเธอ ฉันก็สังเกตทุกคนที่อยู่รอบตัววีนั่นแหละ” เลเวียร์เหล่ตามอง “นายปิดเื่นี้กับฉันไม่ได้หรอกนะ…”
“ตต ตต…ต…แต่ว่า…” โรมที่ปกติพูดจาฉะฉานกลับลนลานจนปะติดปะต่อไม่เป็ประโยค ก่อนจะยอมแพ้แล้วจิบเครื่องดื่มไปเงียบ ๆ ในหัวเขาคิดว่าในเมื่อความแตกแล้ว ความหวังที่จะมี่เวลาดี ๆ กับวีโอเลตคงจะจบลงเพียงเท่านี้เพราะพี่ชายขี้หวงคนนี้คงไม่ยอมรับเขาอย่างแน่นอน
“ฉัน…ไม่ว่าอะไรหรอกนะ…ถ้าเกิดว่าวีโอเลตชอบนายเหมือนกัน”
โรมชะงักเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากเพื่อนที่เป็ซิสค่อนตัวพ่อ
“น…นายโอเคหรอ…?”
“หา!? นายบ้ารึเปล่า!?” เลเวียร์กอดอก หายใจฟึดฟัด “แน่นอนว่าฉันไม่โอเคหรอก!”
“ฮะฮะ…นั่นสินะ…”
“แต่ว่า…” เลเวียร์ยิ้ม “ถ้าวีโอเลตตอบรับความรู้สึกของนาย ฉันก็จะไม่ขัดขวางอะไรทั้งนั้น นั่นเพราะ…ฉันมั่นใจสุด ๆ เลยล่ะ ว่านายจะต้องทำให้เธอมีความสุขได้อย่างแน่นอน ชีวิตที่ผ่านมาของเธอ เจอเื่แย่ ๆ มาเยอะแล้ว ฉะนั้นฉันจะไม่มีทางจะสกัดกั้นสิ่งดี ๆ ที่เข้ามาในชีวิตเธอเด็ดขาด”
“เลเวียร์…” โรมยิ้ม แล้วก็ยื่นมือไปตบไหล่ของเขาเบา ๆ “ขอบคุณนะ”
“ว่าแต่…นี่พอจะแทนบุญคุณที่นายให้ริงเกียร์ฉันยืมได้รึยัง?” เลเวียร์ถาม
“หึหึ แน่นอนว่า ไม่พอหรอก”
คิก…ฮ่าฮ่าฮ่า
พั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เสียงที่ดังก้องจากด้านนอกราวกับพายุกลบเสียงดนตรีในห้องจัดงานจนสนิท ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเปิดประตูอาคารดังโครม คนที่เข้ามาคือเ้าหน้าที่ชุดดำที่จ้ำอ้าวตรงไปที่แกเร็ตและคลอเดียอย่างเร่งรีบ
“แย่แล้วครับผู้อำนวยการแกเร็ต!! สถาบันวิจัยริงเกอร์สาขาตะวันออก เมืองลูมอส ถูกเนตรสีชาดบุกครับ!” เ้าหน้าที่คนหนึ่งเปิดประตูไม้โผลงเข้ามาภายในงานแล้วะโลั่นผ่าเสียงดนตรีและบทสนทนาซ่อกแซกของทุกคน “ศูนย์บัญชาการกลางสั่งให้พวกเราที่อยู่ใกล้ที่สุดรีบไปเสริมช่วยโดยด่วนครับ!”
“กลุ่มเนตรสีชาดบุกงั้นหรอ?แล้วทำไมถึงมาเรียกพวกเราล่ะ?” ทั้งแกเร็ตและคลอเดียสงสัย แม้จะรู้ดีว่าเนตรสีชาดเป็กลุ่มก่อการร้ายริงเกอร์ที่อันตรายที่สุดในโลก แต่ที่สถาบันวิจัยริงเกอร์เองก็มีกองกำลังต่อต้านริงเกอร์ที่พร้อมรับมือกับพวกนั้นอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็ที่พวกเขาจะต้องนั่งเครื่องบินเฉียดร้อยกิโลเมตรไปช่วยเหลือให้เสียเวลาเปล่า ๆ อีกอย่าง ยังมีสถานีตำรวจต่อต้านริงเกอร์ประจำทุกเมืองอยู่แล้ว เื่นี้จึงไม่ควรส่งมาถึงมือของเ้าหน้าที่ที่ดูแลอคาเดมี่
“พวกเนตรสีชาดที่บุกมา มี ‘ฮันเดรท เลค’เป็หัวหอกครับ!” เ้าหน้าที่คนนั้นรายงานเพิ่ม
“อะไรนะ!? ฮันเดรทด้วยงั้นหรอ!?” แกเร็ตชะงักเมื่อได้ยินชื่อนั้น
ฮันเดรท เลค คือ เนสริงเกอร์ที่เข้าร่วมกับกลุ่มเนตรสีชาดเมื่อสิบปีก่อน เขาบ้าคลั่งและอันตรายเกือบที่สุดในบรรดาเนสริงเกอร์ที่องกรณ์ ARPD เคยเจอมาในยุคนี้ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เ้าหน้าที่นับพันคนตายลงด้วยเงื้อมมือของฮันเดรท และแม้แต่เ้าหน้าที่ระดับ A นับสิบคนก็ไม่อาจต่อกรกับฮันเดรทได้ คนที่จะสามารถต่อกรกับศัตรูระดับเนสริงเกอร์ได้ มีเพียงเ้าหน้าที่ระดับ S และเ้าหน้าที่นภาทั้ง 7ขององกรณ์ ARPD [ได้แก่ ดวงตะวัน [The Sun]จันทรา[The Moon]ดวงดารา[The Star]เมฆา[The Cloud]วายุ[The Storm]รุ้ง[The Rainbow] และแสงเหนือ[The Aurora]] เท่านั้น
และแกเร็ตเอง ก็ เคยเป็ หนึ่งในนภาทั้ง 7มาก่อน และเขาเองก็เคยสู้กับฮันเดรทด้วยเช่นกัน
“ดวงตะวัน[The Sun] และจันทรา [The Moon] กำลังมุ่งไปเมืองลูมอสก็จริงครับ…แต่สภาพอากาศทางนั้นไม่เป็ใจ เกรงว่าต้องใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงกว่าจะบินไปถึง ถึงตอนนั้น หน่วยป้องกันคงรั้งพวกเนตรสีชาดไว้ไม่อยู่แล้ว!” เ้าหน้าที่คนนั้นแจงเหตุผล “แต่ถ้าเป็พวกคุณ จะใช้เวลาไปถึงที่หมายในสองชั่วโมงแน่นอน”
“พวกเรา้ากำลังจากอดีตดวงดารา[Fallen Star] อย่างคุณครับ!ได้โปรดเถอะครับคุณแกเร็ต!”
ทันทีที่เขารายงานจบ แกเร็ตและคลอเดียเข้าใจความตึงเครียดของสถานการณ์ทันที หากพวกเขาไม่ไปตอนนี้ จะมีเ้าหน้าที่ นักวิจัย รวมถึงเด็กกำพร้าจำนวนมากต้องตายลงในค่ำคืนนี้ และซ้ำร้าย ข้อมูลงานวิจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็อาวุธ ยุทโธปกรณ์และงานวิจัยทางสันติที่สถาบันวิจัยริงเกอร์ใช้เงินและเวลามหาศาลในการศึกษา อาจถูกทำลายจนสิ้นซาก ไม่รอช้า แกเร็ตหยิบเสื้อคลุมของตัวเอง แล้วะโลั่นงานเลี้ยงที่เงียบสงัด
“ภารกิจด่วน! เ้าหน้าที่ทุกคนที่อคาเดมี่ยกเว้นพวกเด็กใหม่ …พวกเราจะมุ่งหน้าไปเมืองลูมอสและช่วยเหลือทุกคนที่สถาบันวิจัยริงเกอร์” แกเร็ตกล่าว ทันทีที่พูดจบ เ้าหน้าที่ระดับสูงทุกคนก็วิ่งตามหลังแกเร็ตไป นั่นทำให้บรรยากาศสนุกสนานในงานเลี้ยงกร่อยลง
“ด…เดี๋ยวสิคะ รุ่นพี่คลอเดีย!” วีโอเลตเรียกคลอเดียก่อนเธอจะพ้นประตู “หนูขอ…”
“ไม่ได้!” คลอเดียพูดเหมือนรู้ว่าสาวน้อยกำลังจะพูดอะไรออกมา เธอจึงตัดไฟแต่ต้นลม เพราะรู้ว่าวีโอเลตที่เป็สกายเรสเซอร์ไม่อาจอยู่นิ่งเฉยกับเหตุการณ์ที่โกลาหลที่กำลังเกิดขึ้นกับสถานที่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็บ้านหลังที่สองของเธออย่างแน่นอน “พวกแกยังเป็มือใหม่ จะให้ออกไปตายเปล่าไม่ได้เด็ดขาด”
“แล้วก็…อย่าดูถูกเ้าหน้าที่ ARPD ให้มากนัก พวกเราไม่ใช่พวกที่จะต้องขอความช่วยเหลือจากลูกเจี๊ยบอย่างพวกแกหรอกนะ”
วีโอเลตชะงัก ก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยอย่างนอบน้อม “ถ้าอย่างนั้น…หนูขอฝากรุ่นพี่ช่วยเหลือทุกคนด้วยนะคะ”
คลอเดียพยักหน้าด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ “นี่คือค่ำคืนของพวกแก…จงสนุกกันให้เต็มที่เถอะ …”
“นี่คือคำสั่ง”
และแล้วครูฝึกทุกคนในอคาเดมี่ก็ขึ้นเครื่องบินขนส่งลำใหญ่ แล้วบินจากไปท่ามกลางความอึมครึมของนักเรียนในงานเลี้ยง แน่นอนว่าไม่มีใครสามารถสานต่อความสนุกจากเมื่อครู่ได้อีก เพราะต่างรู้สึกผิดที่ขณะพวกเขากำลังสังสรรค์กันอยู่ มีใครบางคนที่สถาบันวิจัยริงเกอร์กำลังถูกฆ่าอย่างเืเย็นโดยริงเกอร์เนตรสีชาดโดยที่พวกเขาไม่อาจทำอะไรได้เลย วีโอเลตเดินมาหาเลเวียร์ด้วยความกังวล
“ด๊อกเตอร์จะเป็อะไรไหมคะ” เธอถามพี่ชายตัวเอง “นี่เป็เวลาเลิกงานแล้วก็จริง…แต่ด๊อกเตอร์ชอบทำงานดึกบ่อย ๆ…แล้วพี่น้องคนอื่น ๆ จะเป็อะไรไหมคะ…”
“ฉัน…ก็ไม่รู้เหมือนกัน” เลเวียร์ส่ายหน้าไปมา “แต่ฉันเชื่อว่า รุ่นพี่แกเร็ตและรุ่นพี่คลอเดียต้องทำอะไรสักอย่างได้แน่ ไม่ต้องห่วงหรอก”
ฟุดฟิด…
“มีอะไรรึเปล่า แซนดี้?” เนปจูนที่นั่งข้าง ๆ สาวไวท์โกล้บถามอย่างสงสัย เพราะจมูกของเธอขยับไปมาราวกับได้กลิ่นอะไรบางอย่าง นี่คือความสามารถพื้นฐานของริงเกอร์ที่มีแหวนนิ้วนาง‘แหวนอสุรา’ ที่เรียกว่า ััสัตว์ป่า [Animal sense] ซึ่งตัวของแซนดี้นั้น มีพลังแหวนอสุราของสุนัขจิ้งจอกที่มีประสาทััการฟังและการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยม
“ดิฉันได้กลิ่นแปลก ๆ ค่ะ คุณโกลด์” เธอขมวดคิ้ว พยายามนึกว่ากลิ่นนี้ตรงกับอะไร
“เอ่อ…ฉันเปล่าตดนะ” เนปจูนรีบแก้ตัว
“ไม่ใช่สิคะ! กลิ่นของคุณโกลด์ไม่ใช่กลิ่นนี้ค่ะ” เธอขึ้นเสียง “กลิ่นนี้มัน…”
“เมทานอล?”
ตู้ม!!
เสียงะเิดังขึ้นด้านนอกจนทุกคนสะดุ้งโหยง พวกเขาต่างวิ่งโร่ออกจากงานเลี้ยง มองหาต้นเสียงนั้น ก่อนจะเห็นอาคารเรียนที่คุ้นเคยลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงโหมครอกทั้งตึก
“ก…แก๊สะเิหรอ!?” ทุกคนต่างชะงัก “ตอนนี้เนี่ยนะ!?”
“เอิ้ก… ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจะไปดับไฟเอง!” โนอาที่เริ่มเมาสุราวิ่งฝ่ากลุ่มคน เขาชูนิ้วชี้ตรงไปยังเปลวเพลิงที่ลุกอย่างโชติ่ ใช้งานริงเกียร์บัญชาลดอุณหภูมิของไฟทำให้เพลิงที่โหมใหญ่หดกระจ้อยลงไป
“ทำดีมาก โนอา!” เพื่อนหลายคนที่เริ่มได้สติว่าพวกเขามีพลังที่สามารถระงับเหตุการณ์ทำนองนี้ได้อย่างง่ายดาย รีบวิ่งไปช่วยหนุ่มผมทองอีกแรง คนอื่น ๆ ต่างรู้สึกโล่งอกไปตาม ๆ กัน รวมถึงเนปจูนด้วย จนกระทั่งเขาสังเกตหูของแซนดี้ที่ขยับไปมา กับสีหน้าแปลก ๆ ที่เธอแสดงออก
“เธอ โอเครึเปล่า แซนดี้?”
“คุณโนอา! ระวัง!” แซนดี้ะโผ่ากลุ่มคนที่กำลังจะไปช่วยเขา
“ระวัง…?” โนอาชะเง้อคอเหลียวหลังมองที่แซนดี้ เขาเห็นวัตถุเรียวยาวตวัดมาจากด้านข้าง
ฉับ!
หา? โนอาเห็นตัวเองกำลังลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะตกลงมายังพื้นด้านล่าง ที่มีร่างที่ไร้หัวยืนทื่ออยู่
ตุบ…
เลเวียร์ โรม เนปจูน วีโอเลตและคนอื่น ๆ ต่างอ้าปากค้าง เพราะหนุ่มผจญเพลิงคนนั้น จู่ ๆ ก็หยุดใช้ริงเกียร์กะทันหัน เปลวไฟที่กำลังมอดกลับมาโหมกระหน่ำใหม่อย่างได้ใจ
“ฮ…เฮ้ย…”
“ม…ไม่จริงใช่ไหม…?” เลเวียร์ช๊อก “โนอา…?”
หัวของเขาวางอยู่ที่พื้นอย่างแน่นิ่ง
“โนอา!?”
“กรี๊ด!!!”เสียงผู้หญิงที่เห็นหัวของโนอาตกอยู่ที่พื้นหวีดร้อง ทำให้นักเรียนที่เพิ่งจบการศึกษามาหมาด ๆ เริ่มเสียขวัญและตกอยู่ในความโกลาหล
สวบ!
นักเรียนหญิงที่แหกปากเมื่อครู่ถูกเงาดำหนึ่งพุ่งเข้าหา อาวุธยาวเรียวคล้ายหอกแทงทะลุท้องของเธอ ยกร่างนั้นขึ้นเหนือพื้น เืไหลย้อยจากปลายแหลมลงมาชโลมด้ามจับ เธอดิ้นอย่างทุรนทุรายเพื่อให้ร่างของเธอหลุดออกจากปลายหอก จนกระทั่งหมดแรงดิ้นและห้อยแน่นิ่งบนนั้น นักเรียนคนอื่นต่างตัวสั่นเกร็ง มองดูฆาตกรที่ถือทวนยิ้มเยาะอย่างวิปริต เขาสวมเสื้อคลุมสีดำที่มีลายดวงตาสีเืหมูอยู่ตรงหน้าอก
“หึหึ…ไม่ทำหน้าดีใจสักหน่อยหรอ เ้าพวกแบล๊คโกล้บ…” ชายคนนั้นยิ้ม ก่อนจะเลียเืของหญิงสาวที่ย้อมด้ามจับของทวน แล้วคนที่แต่งกายคล้ายๆ กันก็เดินออกมาจากป่าที่มืดมิด “คนที่พวกแกอยากเจอมาอยู่ตรงหน้าแล้วน้า…”
“เนตรสีชาดยังไงล่ะ”
