บทที่ 10 ทำนายดวงชะตา
"เถ้าแก่มีสายตาดีจริง ๆ ตอนแรกข้าตั้งใจจะขายโสมนี้ให้กับร้านเต๋อจี้ถัง แต่ว่าคนงานในร้านของท่านพูดว่าข้าเป็ขอทาน แถมยังไล่ข้าออกไปอีก ข้าก็เลยต้องขายให้กับคุณชายผู้โชคดีคนนี้แทน" ฉู่ชิงเฉินหยิบโสมมาจากมือเถ้าแก่ แล้วยื่นให้ไป๋เจ๋อ
"นี่ ยื่นหมูยื่นแมว ของมาเงินไป"
"แม่นาง นี่คือตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึง โปรดรับไว้ด้วย"
ไป๋เจ๋อยินดีจ่ายเงินเพื่อซื้อโสมอายุร้อยปี เขายิ้มออกมาได้ เพราะสามารถยืดชีวิตให้มารดาได้ ไม่ใช่แค่หนึ่งร้อยตำลึง แม้แต่หนึ่งพันตำลึงเขาก็เต็มใจจ่าย
"ข้าต้องซื้อของหลายอย่าง ตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงนี้ใช้ไม่สะดวกนัก คุณชายมีเงินย่อยบ้างหรือไม่?"
ร้านเล็ก ๆ ที่นางจะไปนั้น คงไม่มีเงินทอนให้ตั๋วเงินใบละหนึ่งร้อยตำลึงแน่นอน
"วันนี้ข้าเร่งรีบออกจากบ้าน ไม่ได้พกเงินย่อยมา เถ้าแก่ ท่านช่วยอำนวยความสะดวกให้แม่นางท่านนี้ได้หรือไม่ ช่วยแลกเป็เงินย่อยให้ที"
ไป๋เจ๋อได้แต่ขอร้องให้เถ้าแก่ช่วย
เถ้าแก่เก็บตั๋วเงินอย่างรีบร้อน และสั่งให้ลูกน้องคนหนึ่งไปที่ห้องบัญชี เพื่อนับเงินเหรียญออกมาหนึ่งร้อยตำลึง
"แม่นาง ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของคนงานในร้านข้า ที่มีตาแต่ไม่เห็นเขาไท่ซาน*[1] แม่นางใจกว้าง อย่าได้ถือสาคนงานของข้าเลย ข้าจะลงโทษเขาเอง หากแม่นางมีโสมดี ๆ ในอนาคตนำมาที่ร้านเต๋อจี้ถังได้ ข้าจะรับซื้อทั้งหมด"
ฉู่ชิงเชินเก็บเงินหนึ่งร้อยตำลึงไว้ เงินเหรียญมีมากจริง ๆ กองอยู่เหมือนูเาเล็ก ๆ นางค่อย ๆ หยิบใส่ในแขนเสื้อทีละกำ แต่ความจริงแล้ว นางแอบเอาเข้าไปในมิติ ซึ่งสะดวกกว่ามาก
ทว่า คนทั้งสามในที่นั้นกลับมองการกระทำของนางจนตาค้าง แขนเสื้อของแม่นางคนนี้ช่างมหัศจรรย์นัก ใส่ได้ทั้งโสมอายุร้อยปี และยังใส่เงินได้ตั้งมากมายอีกด้วย
"เถ้าแก่ เื่การค้าไม่จำเป็ต้องพูดถึงแล้ว ข้าไม่มีวาสนากับร้านของท่าน และจะไม่มีการติดต่อในอนาคตอีก แต่เพราะท่านช่วยแลกเงินเหรียญให้ข้า ข้าขอเตือนด้วยความหวังดีสักหน่อย สีหน้าของท่านเป็สีม่วงเขียว มีแสงสีเขียวจาง ๆ แผ่ออกมา นี่เป็ลางร้าย ระวังจะมีภัยพิบัติในเร็ววันนี้ ปัญหาอยู่ที่ลูกน้องคนนี้ของท่าน ที่ดีที่สุดคือ ให้เขาลาสักสองวัน บางทีท่านอาจหลีกเลี่ยงภัยพิบัตินี้ได้"
ฉู่ชิงเฉินเห็นบางอย่าง เลยพูดเตือนเล็กน้อย นางมีความปรารถนาดีแล้ว ส่วนคนอื่นจะเชื่อหรือไม่ นางไม่สามารถควบคุมได้
หลังจากพูดจบ นางก็ไม่ได้อยู่ต่อ หันหลังเดินออกไปทันที
ไป๋เจ๋อเห็นหญิงสาวออกไป จึงเดินตามนางออกไปข้างนอกด้วย เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทชอบสอดรู้สอดเห็น แต่เมื่อครู่ ไม่รู้ทำไมถึงยืนฟังนางทำนายดวง ทั้งที่ปกติเขาไม่เคยเชื่อเื่พวกนี้เลย
"เถ้าแก่ หญิงคนนั้นพูดมั่ว ตอนที่นางเข้ามาในร้าน ข้าเผลอล่วงเกินนาง ก่อนกลับนางก็เลยแก้แค้นข้า ท่านอย่าไปเชื่อนางนะ"
คนงานเห็นหญิงสาวคนนั้นจากไปแล้วจึงพูดขึ้น เขาหางานนี้มาได้อย่างยากลำบาก ยังหวังที่จะเลี้ยงปากท้องครอบครัวอยู่ ถ้าหากต้องหยุดงานสองวัน แล้วถูกคนอื่นมาแทนที่ เื่นี้คงเอาชีวิตเขาไปจริง ๆ
"อยากหยุดพักหรือ? ฝันไปเถอะ เต๋อจี้ถังยุ่งขนาดนี้ ขาดคนไปสักคนจะวุ่นวายแค่ไหน แต่เพราะเ้าทำโสมอายุร้อยปีที่หายากหลุดมือไป เดือนนี้หักเงินค่าจ้างครึ่งหนึ่ง!"
"เถ้าแก่ แล้วตำแหน่งคนดูแลร้านของข้าล่ะ?"
"คิดอะไรของเ้าอยู่ เ้าทำให้ร้านเสียลูกค้ารายใหญ่ขนาดนี้ ยังคิดจะเป็คนดูแลร้านอีกหรือ?"
เถ้าแก่พูดอย่างไม่พอใจ พร้อมใช้นิ้วจิ้มที่หัวคนงาน พอนึกถึงโสมร้อยปีนั่น เขาก็รู้สึกเสียดายจนปวดใจ
คนงานก็รู้สึกขัดใจมาก เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่า หญิงสาวที่ดูยากจนคนนั้นจะเป็เศรษฐีที่แอบแฝงตัวมา
.....
"คุณชาย โปรดรอสักครู่" ฉู่ชิงเฉินเอ่ยปากเรียกเขาไว้
"แม่นาง มีอะไรหรือ? มีอะไรให้ข้าช่วยเหลืออีกหรือไม่?"
ไป๋เจ๋อหันกลับมา ก็เห็นนางกำลังยืนอยู่มองเขาอยู่ตรงนั้น
"เปล่าหรอก เราได้รู้จักกันถือเป็วาสนา ข้าดูโหงวเฮ้งของท่าน ตรงกึ่งกลางหน้าผากซึ่งเป็ตำแหน่งขุนนางมีตุ่มขึ้น และใต้ไรผมมีรอยตำหนิ นี่เป็นิมิตหมายของการเสียทรัพย์ จึงอยากจะเตือนคุณชายสักหน่อย"
ฉู่ชิงเฉินเดินเข้าไปใกล้และบอกสิ่งที่คิด คุณชายคนนี้ซื้อโสมของนางไปหนึ่งร้อยตำลึง ถือว่าเป็ผู้อุปถัมภ์ของนางในวันนี้ นางจึงยอมชี้แนะให้สักเล็กน้อย
"แม่นาง ช่วยอธิบายให้ข้าฟังได้ไหม?"
ไป๋เจ๋อครึ่งเชื่อครึ่งสงสัย แค่รู้สึกว่า หญิงสาวคนนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ จึงอยากฟังว่านางจะตอบกลับมาอย่างไร
"ถ้าท่านอยากฟัง ข้าจะทำนายดวงให้ท่านสักครั้ง แต่ต้องมีค่าหมอนะ ท่านสามารถฟังก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินได้ แต่ห้ามไม่จ่ายเด็ดขาด"
ถ้าคิดให้ดี นางไม่เคยดูดวงให้ใครเปล่า ๆ อีกอย่าง ที่บ้านยังมีสามีผู้อ่อนแอต้องเลี้ยงดู ทุกอย่างต้องใช้เงินทั้งนั้น ใครจะไปรังเกียจเงินทองว่ามันร้อนมือกันล่ะ
"ตกลง แม่นางเชิญคำนวณได้เลย ถ้าแม่นจริง ข้าจะไม่ลืมให้รางวัลเ้าแน่นอน"
ไป๋เจ๋อรับคำด้วยสีหน้าขี้เล่น อยากจะฟังนักว่า นางจะทำนายออกมาเป็เื่ราวอะไรได้บ้าง
ฉู่ชิงเฉินถามวันเดือนปีเกิดของเขา แล้วเริ่มนับนิ้วทั้งห้าคำนวณ ดูมีท่าทางเหมือนหมอดูมืออาชีพมาก ทำให้ไป๋เจ๋อมองอย่างตกตะลึง
"คุณชายสูญเสียบิดาั้แ่อายุสิบขวบ เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของมารดา และรับ่ต่อการค้าหยกของตระกูลั้แ่อายุยังน้อย พรุ่งนี้มีของโบราณที่ทำจากหยกชุดหนึ่งจะถูกส่งไปยังเมืองหลวง ของโบราณที่ทำจากหยกทุกชิ้นในชุดนี้ล้วนมีค่ามหาศาล เมื่อครู่ ข้าบอกว่าคุณชายจะประสบกับการสูญเสียทรัพย์สิน นั่นคือจะเกิดขึ้นกับของโบราณชุดนี้นั่นเอง"
ไป๋เจ๋อฟังคำพูดของนางแล้วหุบยิ้มทันที สีหน้าเปลี่ยนจากตกตะลึงเป็จริงจัง
หญิงสาวคนนี้พูดถูกทุกอย่าง ของโบราณที่ทำจากหยกที่จะส่งไปพรุ่งนี้ ซึ่งเป็ของที่จะส่งไปให้ผู้มีอำนาจมากมายในเมืองหลวง เขาได้ทุ่มเงินและทรัพยากรทั้งหมดที่มีลงไป หากหยกชุดนี้มีปัญหา นอกจากชื่อเสียงจะย่อยยับแล้ว ยังจะกลายเป็การล่วงเกินเหล่าขุนนางเพราะผิดนัดสัญญาอีกด้วย ผลลัพธ์นี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะแบกรับไหว
"ท่านปรมาจารย์โปรดอธิบายโดยละเอียดได้หรือไม่ ช่วยชี้แนะข้าด้วย ท่านปรมาจารย์วางใจได้ ค่าดูดวงต้องมหาศาลแน่นอน"
เมื่อก่อน ไป๋เจ๋อไม่เคยเชื่อเื่การดูดวง แต่วันนี้เขาจำเป็ต้องเชื่อ น้ำเสียงของเขามีความวิงวอนอยู่ในที แม้กระทั่งมือของเขา ก็ยังไปวางทับมือนางโดยไม่รู้ตัว นี่เป็เพราะความตื่นตระหนก ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่ทันได้สังเกต
"ช่วยเอามือออกก่อน แล้วเราค่อยคุยกัน"
ฉู่ชิงเฉินรู้สึกจนปัญญา คนคนนี้เปลี่ยนท่าทีเร็วเกินไป ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเขาจริงใจ นางก็เลยยินดีที่จะพูดอีกสักสองสามประโยค
ไป๋เจ๋อเพิ่งตระหนักถึงความไม่เหมาะสม จึงรีบดึงมือกลับทันที
"ข้าไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกิน ขอปรมาจารย์โปรดให้อภัย"
"คุณชายลองเสี่ยงคำทำนายเ้าแม่กวนอิมดูสักใบสิ"
เฉินฉู่ชิงยื่นมือเข้าไปในแขนเสื้ออีกครั้ง ควานหาสักพัก จากนั้นก็ใช้พลังจิตดึงกล่องไม้เสี่ยงทายของเ้าแม่กวนอิมออกมาจากมิติ
นี่เป็ของที่นางใช้ในศตวรรษที่ 21 ดูท่าว่า อีกประเดี๋ยวต้องไปร้านตัดเย็บเสื้อผ้า สั่งตัดชุดที่มีแขนเสื้อกว้าง ๆ หน่อย จะได้หยิบของออกมาจากแขนเสื้อได้สะดวกขึ้น
ไป๋เจ๋อเห็นนางดึงกล่องไม้เสี่ยงทายออกมาจากแขนเสื้อราวกับเล่นกล ก็นึกชื่นชมในใจว่า ปรมาจารย์ผู้นี้ช่างมีวิถีของตัวเองจริง ๆ
ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงได้สติ แล้วสุ่มหยิบออกมาหนึ่งใบ
"คำทำนายจากเ้าแม่กวนอิม ระวังคนพาล นับเป็คำทำนายที่อับโชคจริง ๆ"
ฉู่ชิงเฉินรับใบคำทำนายจากมือเขา และอ่านมัน
"ข้าโง่เขลา หวังให้ปรมาจารย์ช่วยไขข้อสงสัย ชี้แนะทางสว่าง"
"เื่นี้ง่ายมาก ท่านต้องระวังคนใกล้ตัว บอกเลยว่า คนเลวพวกนี้อาจเป็คนที่ท่านไว้ใจและใกล้ชิดที่สุด ท่านต้องระมัดระวังพวกเขาให้มาก ทางที่ดีที่สุดคือ หยกพวกนั้น ท่านควรจัดการเองทั้งหมด ไม่ควรให้คนอื่นทำแทน สิ่งที่ควรพูด ข้าก็พูดหมดแล้ว ส่วนที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวท่านเองที่จะเข้าใจ"
ไป๋เจ๋อจดจำทุกคำพูดของปรมาจารย์ไว้ในใจ เขาเป็คนฉลาดที่เข้าใจได้ทันที
คนที่เขาสนิทที่สุดย่อมเป็อารองและคนสนิทข้างกาย เดิมที เขาไว้ใจพวกเขามาก ถึงขนาดฝากฝังการซื้อขายหยกไว้ในมือคนทั้งสอง ต้องขอบคุณคำเตือนจากปรมาจารย์ ดูท่าว่าสองคนนี้จะมีปัญหาเสียแล้ว
[1] มีตาแต่ไม่เห็นเขาไท่ซาน ใช้เปรียบเปรยถึงการที่ มองข้ามคนสำคัญ หรือคนที่มีความสามารถสูงไป โดยมองเห็นเขาเป็เพียงคนธรรมดา