ย้อนเวลามารวย ยุค 2000

    ตอนที่ 10 หนทางแบ่งเบาภาระ

    เช้าวันถัดมาหลังจากที่เอกจัดการธุระในตอนเช้าของตนเองเสร็จ ก็เดินเท้าไปหาสองเพื่อนสนิททั้งสองคน เพื่อวางแผนการทำอะไรบางอย่าง

    แผนนี้เกี่ยวกับเ๹ื่๪๫เมื่อคืนที่ผ่านมา นั่นคือค่าใช้จ่ายในการจองอุปกรณ์การเรียนและเสื้อผ้านักเรียนนั่นเอง

    ...พวกเขาต้องหาหนทางแบ่งเบาภาระพ่อแม่ให้ได้ แม้จะเล็กน้อยก็ตาม...

    กว่าทั้งสามหน่อจะหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับปรึกษาหารือ ก็กินเวลาจนถึงสิบโมงเช้า 

    ในตอนนี้ทั้งสามหนุ่มนั่งอยู่ที่กระท่อมปลายนาของคนในหมู่บ้าน รอบข้างไร้ผู้คน เต็มไปด้วยสายลมเย็นอันเงียบสงบ เหมาะที่จะใช้ประชุมพอดี

    เจมส์อดสงสัยไม่ได้ มันคันปากมากจนต้องถามออกไป เมื่อกำลังเดินถึงกระท่อมปลายนาดังกล่าว

    “เอก มึงมีอะไรจะพูดวะ ถ้ามีอะไรในใจก็รีบพูดออกมาสิ จะลีลาไปถึงไหน สีหน้าจริงจังเชียว”

    บาสที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็หันหน้ามามองที่เอกฉายแววเห็นด้วยกับเจมส์ เขาสงสัยเหมือนกันว่าหัวหน้าแก๊งมีอะไรจะชี้แจงแถลงไข

    ในเวลาต่อมาเอกได้จับคางครุ่นคิดแล้วก็กล่าวเริ่มเข้าเ๱ื่๵๹

    “เมื่อคืนกูให้แม่ของกูจองชุดและอุปกรณ์การเรียนที่โรงเรียนให้มา รวมๆ แล้วก็สองพันกว่าบาท ของพวกมึงเท่าไหร่”

    “สองพันเก้าร้อยยี่สิบบาท” เจมส์พูดออกมาโดยไม่ปิดบัง เพราะเขากับแม่ของเขานั้นช่วยกันเลือกสรรในคืนที่ผ่านมา

    “สองพันห้าร้อย”ส่วนบาสตอบเสียงทุ้มอย่างกระชับ

    เอกถึงกับผงะเพราะทั้งสองคนจองชุดแพงกว่าของเขาอีก สงสัยทั้งคู่จะจองพวกเสื้อผ้ามาเผื่อแน่ๆ

    “อย่างที่ว่ามามันแพงมากใช่ไหมล่ะ?” เอกถามกลับซึ่งทั้งคู่ก็พยักหน้าตอบ

    เอกปรายตาสังเกตกิริยาของทั้งคู่แล้วก็พูดต่อ

    “ที่กูเรียกพวกมึงมาในวันนี้ก็คือเ๹ื่๪๫นี้แหละ ราคาเสื้อผ้ามันแพงมาก! พวกเรามาหาเงินช่วยพวกพ่อแม่กัน!” เอกมองหน้าเพื่อนสนิททั้งสองคนแล้วพูดขึ้นหาแนวร่วมอย่างมีกำลังใจ

    เมื่อเจมส์ได้ยินคำว่าหาเงินจากปากของเอก ดวงตาของเขาก็เป็๲ประกายทันที

    เจมส์ดีใจมากที่ได้กลับมาหาเงินอีก เพราะครั้งก่อนเขาเอาเงินไปให้แม่ของเขา ท่านก็ชื่นชมเขาซะยกใหญ่

    ร้อยวันพันปีเจมส์ไม่เคยโดนแม่ชื่นชม แต่เธอกลับชื่นชมเพราะเขาเอาเงินที่หาด้วยกันกับเอกไปมอบให้  จะไม่ให้เขาดีใจได้อย่างไรล่ะ

    “หาเงินเหรอ? ดีๆๆ” เจมส์ดีใจจนอุทานออกมาอย่างมีแรงฮึด

    ส่วนบาสยังคงนิ่งเฉยแถมยังถามกลับ “แล้วเราจะหาเงินกันยังไง?”

    เอกพูดขึ้นทันทีที่ได้ยินบาสถามเพราะเตรียมคำพูดมาแล้ว “อีกห้าถึงหกวันก็จะเข้าหน้าร้อนแล้ว เราจะทำหวานเย็นขายกัน!”

    “หวานเย็น? เราจะขายได้เหรอวะ!” เจมส์ถามด้วยความสงสัย

    “ได้สิ! เ๹ื่๪๫ขายของเชื่อมือกูได้เลย!” เอกตอบอย่างมั่นใจ ส่วนบาสนิ่งเฉยเพราะยังไงเขาก็จะทำอยู่แล้ว ก็มันได้ตังค์ยังไงล่ะ!

    เมื่อเห็นเพื่อนเอาด้วย ในเวลาต่อมาเอกพูดก็ต่อ

    “ครั้งนี้พวกเราต้องช่วยกันทำ แถมพวกเราต้องออกเงินกันเพื่อเป็๞ต้นทุนด้วย ซึ่งกูคิดมาแล้วว่าพวกเราต้องออกเงินกันคนละเจ็ดสิบห้าบาท มันจะได้สองร้อยยี่สิบบาท ซึ่งพอดีกับสิ่งที่เราจะทำด้วย”

    “บ้าเอ๊ยกูพึ่งให้เงินแม่กูไป” เจมส์สบถอย่างเสียดาย

    บาสนี่ยื่นแบงก์หนึ่งร้อยบาทเอกทันทีเลย ทั้งเอกและเจมส์แปลกใจกันมากทีเดียว ว่าบาสพกเงินทีละเยอะขนาดนี้เลยเหรอ

    “เจมส์เอางี้กูจะให้มึงยืมก่อน มีเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืน” เอกยื่นข้อเสนอให้เจมส์

    “ได้ๆ” เจมส์ตกลงอย่างง่ายดาย

    หลังจากที่ทั้งสามหน่อวางแผนกัน โดยมีเอกเป็๲หัวหน้าแก๊ง

    เอกสั่งให้เจมส์กับบาสทำหน้าที่ไปซื้อวัตถุดิบ  ได้แก่ เครื่องดื่มหวานเย็นห้าขวด ขวดละสี่สิบบาท ถุงพลาสติกขนาดเล็กแล้วก็หนังยางรวมเป็๞ยี่สิบบาท ส่วนตัวเขาก็เตรียมอุปกรณ์รออยู่ที่บ้าน

    เวลาผ่านไปสักพักประมาณสิบนาที เพื่อนสนิททั้งคู่ของเอกก็กลับมาพร้อมกับวัตถุดิบที่เขา๻้๵๹๠า๱

    หลังจากที่เอกตรวจทุกอย่างให้แน่ใจเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็เป็๞คนลงมือทำคนเดียวไม่ให้เพื่อนช่วยในกระบวนการนี้ เพราะเขาไม่ค่อยมั่นใจในตัวเพื่อนของเขา (เดี๋ยวทำเสียของ)

    เอกผสมเครื่องดื่มหวานเย็นกับน้ำ ในอัตราส่วนเครื่องดื่มหวานเย็นห้าขวดกับน้ำห้าลิตร จากนั้นก็กวนให้เข้ากัน

    เมื่อเขามั่นใจว่าทุกอย่างได้ที่แล้ว เขาก็ตักใส่ถุงพลาสติกขนาดเล็กมัดปากด้วยหนังยาง เป็๞อันเสร็จ!

    ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะทำทุกอย่างเสร็จ ซึ่งได้หวานเย็นมาทั้งหมดหนึ่งร้อยยี่สิบถุง

    “เอกมึงตั้งใจจะขายถุงละกี่บาท” บาสถามอย่างกระตือรือร้น

    เอกตอบกลับทันที “ถุงละสามบาท ถ้าเราขายได้ทั้งหมดร้อยยี่สิบถุงเราจะได้เงินสามร้อยหกสิบบาท..อ้อเราต้องให้แม่กุลด้วยนะ20บาทเพราะเราใช้ตู้แช่กับอุปกรณ์ของแม่กุล”

    “สรุปถ้าพวกเราขายได้หมดพวกเราจะได้กำไรคนละประมาณสี่สิบบาทสินะ ถ้าเราทำหนึ่งสัปดาห์ก็จะได้สองร้อยแปดสิบบาท ถ้าเราทำหนึ่งเดือน..หนึ่งพันสองร้อยบาท!” เจมส์คิดอย่างดีแล้วตอบออกมาอย่างตื่นเต้น

    “มึงหัวไวขึ้นนะเนี่ย!” เอกเอ่ยชมเจมส์จากใจ ถ้าเป็๲เ๱ื่๵๹เงินไอ้นี่มันหัวดีมาก

    “มันแน่นอนอยู่แล้ว มึงรู้เปล่ากูใคร? เจมส์หัวจรวดนะเว้ย! อีกอย่างเงินๆๆๆๆ” เจมส์พูดด้วยความโลภมาก ขณะนี้ดวงตาของมันเป็๞รูปเงินบาทแล้ว

    “นี่แค่อย่างแรกนะ มีสิ่งที่กูคิดจะทำอีกอยู่...” เอกพูดเปรยๆ

    “มีอีกเหรอวะ รวยแล้ว! รวยแล้วเรา!” เจมส์๷๹ะโ๨๨โลดเต้นสมกับวัย

    อยู่ๆ บาสก็ถามขึ้น “เอกทำไมมึงถึงดีกับพวกกูจังวะ ถ้ามึงทำคนเดียวมึงจะได้เงินเยอะมากไม่ใช่เหรอ?”

    “ใช่กูก็สงสัยเหมือนกัน..” ตอนนี้สีหน้าของเจมส์ก็ดูจริงจังขึ้นมา ทั้งคู่จ้องเอกเขม็ง

    เอกถึงกับทำตัวไม่ถูกหลังจากได้ยินคำถามของบาส “ก็..พวกเราเป็๲เพื่อนกันไง อีกอย่างพวกเราพึ่งเริ่มทำเองนะยังไม่ได้ขายเลย อย่าพึ่งคิดไปก่อนสิ ทุกอย่างมันไม่ง่ายเหมือนที่เราคิดหรอกนะ” เอกพูดตัดบทไป

    จะให้บอกความจริงไปว่าทดแทนบุญคุณเมื่อครั้งปางก่อนพวกมันคงจะเชื่อตายละ พูดแบบนี้แหละดีแล้ว..

    จากนั้นเอกก็ยกหวานเย็นเข้าตู้แช่ปล่อยให้ทั้งคู่ยืนงงอยู่ตรงนั้น เขาคาดการณ์ว่าพรุ่งนี้เที่ยงน่าจะเอาออกมาขายได้

    หลังจากนั้นเอกและผองเพื่อนก็กินข้าวเที่ยงพร้อมกับวางแผนว่าวันนี้จะไปหาหอยนากัน

    หลังจากที่เอกย้อนอดีตกลับมา เมื่อพวกเขาทั้งสามรวมตัวกันเมื่อไหร่ทุกเย็นจะมีวัตถุดิบทำอาหารติดไม้ติดมือกลับบ้านตลอด ทำเอาผู้ปกครองชื่นชมในตัวพวกเขามาก

    ครั้งนี้เอกไปไม่ไกลจากบ้านมากนัก เพราะเขาไม่อยากเดินไกล แค่หาหอยเอง

    การหาหอยนั้นไม่ยาก เราแค่เดินตามหาน้ำในที่นาแต่นี้ก็เจอหอยแล้ว บางครั้งเจอปูด้วย แน่นอนว่าเอกและผองเพื่อนไม่ปล่อยมันไปอย่างแน่นอน

    มันคืออาหาร!!

    ตกเย็นถังที่เอกถืออยู่ก็เต็มไปด้วยหอยและปู หลังจากแบ่งกันเสร็จก็ยังเหลือเยอะอยู่ดี

    วิถีชีวิตชาวบ้านไม่ต้องใช้เงินซื้ออาหารเหมือนในเมือง แค่เดินออกจากบ้านสักเล็กน้อยก็ได้อาหารกลับมาแล้ว ไม่เสียเงินสักบาท


    ...แน่นอนว่าผ่านไปอีกสักสามถึงสี่ปี ทุกอย่างจะไม่หาง่ายเหมือนอย่างนี้แน่นอน...

    พอแม่กุลกลับมาจากทำธุระแม่เห็นหวานเย็นอยู่ในตู้แช่แม่ก็ถามเอกยกใหญ่ เอกก็เล่าทุกอย่างให้แม่กุลฟังอย่างหมดเปลือก

    พอเล่าจบแม่ก็ยิ้มให้แถมลูบเอกหัวสองสามทีไม่พูดอะไรสักคำแล้วก็เดินจากไป

    เอกยังขอแม่อีกว่าจะทำอะไรอีกสักอย่าง ซึ่งแม่ก็อนุญาตแล้วด้วย งานนี้รวยของจริงแล้ว...