ตอนที่35 ตกลงว่าข้าพูดอะไรผิดเหรอ
"เอาอย่างนี้เพื่อเป็การให้ยุติธรรมให้องค์ชายทั้งสองต่อสู้กัน ในกฎของเมืองอสูรวารีน้ำจืดใครเข้มแข็งผู้นั้นเป็ใหญ่ ลองดูสิว่าองค์ชายสิบสี่ที่กล้าขัดขวางเย้ยหยันขบวนเสด็จองค์ชายเก้าจะมีกำลังแข็งแกร่งพอเพียงหรือไม่ที่จะยกตัวขึ้นเทียบบารมีองค์ชายเก้าพระโอรสในฮองเฮา ฝ่ายซ้าย..." เสียงขององครักษ์ทมิฬกล่าวขึ้นใช้กฎเหล็กของเมืองเข้าบีบคั้นกริชเพชร
ชายหนุ่มงงเป็ไก่ตาแตกเขาเป็เหมือนเต้าหู้ชิ้นเล็กๆ ที่วางอยู่บนกองดินเหมือนว่าใครจะเตะให้กระจายก็ทำได้ตลอดเวลา
กริชเพชรนึกแล้วสะท้อนในใจโลกอสูรทำไม? มันช่างโหดร้ายป่าเถื่อน เอากำลังเข้าเข่นฆ่ากันยิ่งกว่ายุคดึกดำบรรพ์ ซึ่งจริงๆ ชายหนุ่มก็คิดถูกอยู่แล้ว นี่มันโลกอสูรทุกอย่างย่อมเป็เื่ ใครมีกำลังมากกว่าคนนั้นชนะเป็เื่ปกติ
"ข้าขอโทษพวกท่านด้วย ข้าขอคารวะองค์ชายเก้า และขออภัยอย่างสูงในการที่ขัดขวางการเสด็จของพระองค์ ข้าขอคำนับท่านสามครั้งเป็อันจบสิ้นเื่ราว ข้าไม่มีกำลังที่จะต่อสู้องค์ชายเก้าได้หรอก ขอโปรดอภัยให้ข้าด้วย...."
กริชเพชรใช้หลักการทูตแบบไม่้าทำร้ายพี่ชาย จึงยอมขออภัยองค์ชายเก้าหวังว่าเขาจะเลิกลาง่ายๆ ทุกคนพอได้ยินคำพูดของกริชเพชรต่างหันมามองเขาด้วยสายตาเดียวกัน
องค์ชายเก้ามองกริชเพชรด้วยแววตาเป็ประกายเหยียดหยาม ดูถูกเขาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มเบะปากเกือบจะสะบัดแขนเสื้อ ยกโทษให้กริชเพชรแล้วจากไป
สำหรับหัวหน้าองครักษ์ทมิฬขมวดคิ้วผูกกันเป็ปมบนหน้าผาก หันไปมองชายหนุ่มรูปร่างสง่างามตรงหน้า กายอสูรของเขาต้องอยู่ในระดับสูงแน่นอน อาจจะถึงระดับกายอสูรขั้นที่สี่ตอนปลายก็ได้ เขาทำเป็อ่อนด้อยเพื่ออะไร
แต่สำหรับองค์หญิงจ้าวเฟิงกับตะลึงลานในสิ่งที่องค์ชายสิบสี่เอ่ยออกมา นางรู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรง เชื้อสายขององค์ฮองเฮาพระนางฝ่ายขวา ช่างอ่อนด้อยไร้ค่าเสียจริงๆ แทบจะไม่สามารถอ้างถึง ถ้านางฟังข่าวมาไม่ผิดไข่ของพระนางสี่ใบมีเขารอดกลับมาคนเดียว ที่ปรากฏออกมาเป็ชายที่แสนจะนุ่มนิ่ม เหมือนจะไม่มีแรงแม้แต่ตอกไข่กินเอง
"องค์ชายสิบสี่ท่านว่าอะไรนะ? ..."
นางข้าหลวงเอ่ยถามเสียงแ่เบา เหมือนสายลมที่จางหายไปในอากาศ ใจของสาวใช้องค์ฮองเฮาฝ่ายขวาหดหู่และเศร้าสร้อย
ถ้าองค์ชายสิบสี่ที่เป็เืเนื้อเชื้อไขของพระนางมีสภาพเยี่ยงนี้ ใครจะปกป้องพระมารดาของเขาได้เล่า ยิ่งนับวันอำนาจของพระนางยิ่งถูกบดบังกลืนกินไปแทบสิ้น
การที่จะเอาชีวิตพระนางอาจจะเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ เพราะมีองค์จอมจักรพรรดิเขตแดนวารีผู้เป็ปู่คอยปกป้องอยู่
แต่ถ้าเื่การจัดการบริวารหรือกดดันทุกข์ทรมาน เข่นฆ่าเชื้อสายของพระนาง ก็ไม่ใช่เื่ยากอะไร เสียงของหญิงสาวแทบขาดห้วง เมื่อคิดเื่นี้ขึ้นมาอย่างปัจจุบันทันด่วน
กริชเพชรหันหน้ามองทุกคนแล้วนิ่งอึ้งเขารู้สึกว่า สิ่งที่เขาพูดออกไปมันเป็คำพูดที่ล้ำเลิศสมานฉันท์ แต่ดูปฏิกิริยาของทุกคนกับเหมือนสิ่งที่เขาเปล่งวาจาออกมานั้น มันสถุนเสียเหลือเกิน เป็อะไรที่คนรอบข้างรับไม่ได้ ชายหนุ่มมึนงงยิ่งกว่าเก่า
"อัมมม..ตกลงว่าข้าพูดอะไรผิดเหรอ ข้าก็เพียงแต่อยากจะขอโทษองค์ชายเก้า ผู้เป็พระเชษฐาก็แค่นั้นเอง คงไม่เป็การฝืนกฎระเบียบอะไรละมั้ง..." กริชเพชรคิดไปไกลนึกว่าตัวเองทำผิดกฎมณเฑียรบาล ของราชสำนักอีกแล้ว
กริชเพชรเพิ่งเข้ามานครใหม่ๆ ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปมันเป็การหลู่เกียรติ จึงทำให้ทุกคนหันมามองหน้าเขาด้วยอาการแปลกๆ
"ช่างเถอะ.."
เสียงองค์ชายเก้าดังขึ้นกลางคันเขาเกือบที่จะสะบัดแขนเสื้อไล่กริชเพชรให้เข้าเมืองไป
'ไม่ได้นะองค์ชายเก้า องค์ฮองเฮามารดาขององค์ชายสั่งให้ฆ่าเขา พวกเราจะปล่อยองค์ชายสิบสี่เข้าเมืองไม่ได้ถึงแม้ว่าเขาจะอ่อนด้อย แต่เราต้องทำตามคำสั่งมหาอำมาตย์ องค์ชายเก้าท่านก็เขี่ยๆ เขาให้ตายไปก็แล้วกัน อ้างว่าเขากากแม้แต่ลมหายใจของท่านก็ไม่สามารถทนทานได้ องค์ชายก็เพียงแค่อยากสั่งสอน บอกเขาเสือกตายเองช่วยไม่ได้ ข้ออ้างแบบนี้ก็ถือว่าดีนะองค์ชาย....'
เสียงกระแสจิตของหัวหน้าองครักษ์ทมิฬกระซิบบอก ภารกิจที่ถูกนายเหนือหัวตัวเองมอบหมายมาไม่อาจปล่อยกริชเพชรให้ผ่านมือไปได้
"เออ..ช่างเถอะ..ข้าไม่ถือโทษโกรธเคืองเ้าหรอก แต่กฎก็ย่อมเป็กฎเ้าบังอาจมาขัดขวางการมาของข้า..ข้าจะตบตีเ้าเพียงเล็กน้อย เพื่อสั่งสอนแล้วก็จะปล่อยเ้าไป ยังไงเ้าก็ฝืนใจทนเอาหน่อยก็แล้วกัน เื่ครั้งนี้เ้าก็ถือว่าให้อโหสิกรรมข้าผู้เป็พี่ของเ้า...."
องค์ชายเก้าพูดขึ้นอย่างเหยียดหยามดูถูก ถ้าไม่ใช่เพราะคำสั่งพระมารดาเขาคงจะไม่เหลียวแล แม้แต่หางตากับคนผู้นี้ที่ขาดความองอาจ และในคำพูดขององค์ชายเก้า ก็แฝงถึงท่าทีคิดหมายเอาชีวิตกริชเพชร
"ไม่ได้องค์ชายสิบสี่ไม่ประลองเด็ดขาด ข้าต้องนำตัวท่านเข้าไปหาองค์ฮองเฮาพระมารดา......"
นางข้าหลวงรีบตัดบทเพราะนางก็คาดคะเนแล้วว่า องค์ชายเก้าต้องสังหารองค์ชายสิบสี่อย่างแน่นอน เอากฎการประลองผู้เข้มแข็งมาอ้างแค่นั้นเอง
ถ้าเขาพลาดพลั้งฆ่าองค์ชายของนางตาย นางก็ไม่สามารถจะเอาผิดฝ่ายองค์ชายเก้าได้
ครึนๆ ๆ!
"ฮ่าๆ ..บ่าวรับใช้หญิงเ้าบังอาจนัก..นี่เป็กฎของเมืองอสูรวารีน้ำจืดเราไม่อาจหลบหนีไปได้ แค่กฎของผู้มีกำลังมากกว่าเป็ใหญ่..ยังไม่สามารถเผชิญได้ จะเป็องค์ชายได้เยี่ยงไรเสียชาติเกิดเสียนี่กระไร..."
เสียงของผู้เฒ่าแหวกอากาศลงมามันเป็งูั์ขนาดใหญ่ คล้ายงูเหลือมดวงตาสีดำสนิท ขดตัวกลางอากาศแล้วกลายร่างเป็ชายชรา หัวหน้าองครักษ์รีบก้มหัวลง คารวะผู้มาใหม่อย่างร้อนรน
"มหาอำมาตย์เดินทางมาด้วยตัวเอง บ่าวทาสช่างไร้ความสามารถ ขอโปรดท่านอภัยให้ข้าด้วย....."
เสียงขององครักษ์ทมิฬสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เขาแอบส่งรายงานไปว่า ฮองเฮาฝ่ายขวาส่งปิ่นช่วยชีวิตสามครั้ง มาขัดขวาง
ทำให้มหาอำมาตย์ต้องเดินทางมาด้วยตัวเอง ยังไงเขาก็ต้องตัดรากถอนโคนพระโอรสฮองเฮาฝ่ายขวาให้สิ้นซาก แผนการที่มหาอำมาตย์วางไว้มานานจะต้องสำเร็จในวันนี้
ดังนั้นเขาจึงมาควบคุมด้วยตัวเองและเมื่อเห็นชายหนุ่มมีท่าทางอ่อนแอ มหาอำมาตย์ยิ่งปลาบปลื้มใจบีบให้องค์ชายเก้า ประลองกับพระโอรสของพระนางฮองเฮาฝ่ายขวา เพื่อจะฆ่าองค์ชายสิบสี่ให้สิ้นซาก
ครึนๆ!!
"การประลองนั้นไม่มีปัญหาหรอกสหายของข้า..ชนะหรือพ่ายแพ้..ก็เห็นแก่หน้าข้าผู้เฒ่าอย่าพลาดพลั้งทำให้เขาเสียชีวิตก็พอ ยังไงเขาก็เป็หลานชายคนเดียวของข้าในเวลานี้..." เสียงกังวานมาจากฟากฟ้าปรากฏงูสีขาวมีหงอนสีแดง ขึ้นกลางหัวเลื้อยทะยานลงมา เขาคือผู้ตรวจการจิงจูท่านตาขององค์ชายสิบสี่นั่นเอง
"ฮ่าๆ ..เื่ของเด็กผู้นี้คนเดียว ถึงกับท่านผู้ตรวจการใหญ่ของนครอสูรวารีน้ำจืด ต้องมาด้วยตัวเองน่าแปลกใจจริงๆ แต่อย่างไงก็ต้องดูผลการประลองละกัน.. แต่ท่านจิงจูก็ต้องทำใจไว้ก่อนนะ การประลองย่อมมีพลาดพลั้งได้ อาวุธไม่มีตาเกิดสูญเสียชีวิตไป พวกท่านก็เป็พยานด้วยละกัน ถ้าองค์ชายสิบสี่ไม่อ่อนด้อยเกินไป เขาก็คงจะเก็บชีวิตคืนกลับไปหาพระมารดาได้กระมั้ง..หึๆ "
..............................................................................................................................................................................................