บทที่ 19 ตัดขาด
แรงะเิสั่นะเืไปทั่วภูพยัคฆ์ แรงะเิขนาดนี้มิใช่การจุดะเิเพื่อเปิดหน้าหิน การจุดะเิมันย่อมหวังผลลัพธ์เพื่อสังหารคน อุโมงค์แคบเล็กย่อมมิอาจทานรับแรงะเิขนาดนี้ได้ไหว หินแหลมคมและเศษซากตะกอนที่หนาหนักทั่วทั้งถ้ำจึงกระจุยกระจายและร่วงหล่น นอกจากปิดทางเข้าออกช่องอุโมงที่แคบเล็ก มันยังถล่มลงมาใส่คนที่อยู่ภายใน เฉินซือหยางและกูตู๋ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติที่ยากแก้ไข!
เพียงแรงะเิที่สะท้อนมาตามช่องว่างของถ้ำ ก็ซัดกระแทกเข้าใส่ร่างของเฉินซือหยางทำให้คนถลาคืนกลับหลัง ชายหนุ่มเสียหลักไปจังหวะหนึ่ง ขณะจะตั้งตัวขึ้นมาชะง่อนหินแหลมคมและก้อนหินขนาดใหญ่ที่้าก็พังครืนลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดินแล้ว เฉินซือหยางชักดาบหมายยืนหยัดฟาดฟันหินที่ถล่มลงมา ทว่าดาบยังมิได้ถูกฟันออก ร่างของมันก็มีสิ่งที่มากระแทกอยู่ด้านหลัง เป็กูตู๋ที่ะโเข้ามาหวังช่วยเหลือ
เป็เหตุให้เฉินซือหยางหลุดจากตำแหน่งที่หินถล่มอย่างหวุดหวิด แต่กูตู๋กลับตกอยู่ในมวลหินที่ถล่มลงมาแทน!
“ไม่!”
เฉินซือหยางตื่นใถึงขีดสุด การที่ถ้ำถล่มลงมาเบื้องหน้ามันยังไม่นึกประหวั่นถึงเพียงนี้ สิ่งที่มันกลัวกลับเป็การสูญเสียสหายหรือบุคคลที่ยอมรับในตัวมันไปต่างหาก ชายหนุ่มจึงหวังเข้าไปช่วยกูตู๋ แต่แรงะเิยังส่งให้ถ้ำสั่นะเืไม่หยุด หินก็ถล่มลงมาเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงไป ต้องใช้ดาบกวัดแกว่งป้องกันหินมากมาย ดาบในมือบิ่นแตกไปหลายเล่ม หินตกกระทบร่างกายไปหลายครา ดีที่ร่างของมันแข็งแกร่งดั่งหินผา จึงยืนหยัดทานทนจนอุโมงค์แห่งนี้สงบลงในท้ายที่สุด
ทว่ากูตู๋าเ็สาหัสจากก้อนหินที่กดทับร่าง เสียงครวญครางด้วยความเ็ปเริ่มแ่เบาขาดห้วงเหมือนกับชีวิตที่ใกล้จะมอดดับลง เฉินซือหยางพยายามขนย้ายกองหินที่ทับถมอยู่เบื้องหน้า ยิ่งขนออกก็ยิ่งร้อนใจ
“เหตุใดเ้าถึงทำเช่นนี้"
เสียงแหบพร่าพร้อมกับลมหายใจที่รวยรินดังออกมาจากกองหินที่ทับถม
“เสมอมาไม่เคยมีใครให้เกียรติหรือยอมรับในตัวตนที่ไร้ค่าของข้า การได้รู้จักและเป็สหายกับเ้าจึงเป็สิ่งที่ทำให้ข้ายินดีแลตื้นตันเป็อย่างมาก เ้ามองข้าไม่เหมือนกับผู้อื่นมอง เช่นนั้นนี่จึงเป็เหตุผลเพียงพอให้ข้าปกป้องเพื่อนเพียงคนเดียวของข้า…”
ยิ่งฟังน้ำเสียงที่แหบพร่าและขาดๆ หายๆ ของกูตู๋ เฉินซือหยางยิ่งรู้สึกว่าั์ตาของตนเริ่มมีความร้อนผ่าวและมีน้ำสีใสไหลออกมา ความรู้สึกเช่นนี้เป็สิ่งที่มันทำใจได้ยากจริงๆ มันเองก็พึ่งพานพบสหายที่ยอมรับในตัวตนของมันได้ไม่นาน กลับต้องมาสูญเสียสหายผู้นั้นต่อหน้าต่อตาโดยที่ช่วยอะไรไม่ได้ ซ้ำเป็มันที่ถูกสหายผู้นั้นช่วยเหลือจนต้องประสบกับความเป็ตายเช่นนี้
“เ้าจะต้องไม่เป็อะไร ข้าจะพาเ้าออกไปเดี๋ยวนี้"
เฉินซือหยางพยายามเคลื่อนย้ายเศษหินรวมถึงกองดินที่ทับถม มันตะกรุยมืออย่างบ้าคลั่ง พยายามเรียกหากูตู๋เพื่อประคองสติ แต่สุดท้ายชายหนุ่มที่ร่างกายอ่อนแอไร้ซึ่งพลังจิติญญาจะทานพิษาแและความเ็ปได้อย่างไร มันยิ้มทั้งน้ำตาที่ปนมากับหยาดโลหิตซึ่งทะลักจากร่าง
“จงใช้ชีวิตในส่วนที่เหลือแทนข้าด้วย”
“ไม่!!!!”
หลังวาจาที่แหบพร่าและติดขัดประโยคสุดท้ายเลือนหาย ลมหายใจและชีวิตของชายหนุ่มก็ดับสูญไปตาม เฉินซือหยางได้แต่เพียงตะกุยหินและดินเบื้องหน้าอย่างคลุ้มคลั่ง สุดท้ายมันก็ได้แต่มองสหายที่ยอมรับในตัวมันเป็คนแรกตกตายอย่างน่าสังเวช
เกิดมาแม้แต่บิดามารดายังไม่เคยรู้จัก ตายไปก็ยังตายอย่างโดดเดี่ยวโดยไร้วาสนา ชะตากรรมของคนผู้หนึ่งไม่คิดว่าจะน่าเวทนาได้ถึงเพียงนี้ อีกทั้งชีวิตคนผู้หนึ่งไม่คิดว่าจะถูกปองร้ายได้ถึงเพียงนี้ กูตู๋ไม่สมควรมาตาย แต่กูตู๋ตายเพราะตัวมัน มันเป็คนพาให้กูตู๋ต้องมาประสบกับเื่ที่อยุติธรรมเช่นนึ้ มีผู้หวังลอบสังหารมัน ส่งให้กูตู๋ต้องพลอยโชคร้ายไปด้วย มันนับเป็ตัวซวยให้แก่คนรอบข้างอย่างแท้จริง
ประกายตาของเฉินซือหยางตอนนี้แดงก่ำอย่างที่มิเคยเป็มาก่อน เสียงหัวใจของมันกรีดร้องราวกับฟ้าที่กำลังคำราม ความโกรธแค้นที่ต้องสูญเสียทำให้มันเสมือนควบคุมตนเองไม่อยู่ หากไม่ติดที่เบื้องหน้ามีเศษหินขนาดมหึมาและดินกองใหญ่ทับถม มันคงโจนทะยานเข้าสังหารตัวการที่วางแผนลอบสังหารมันที่เบื้องนอกไปแล้ว
เฉินซือหยางได้แต่วิ่งชนกองหินและกองดินที่ทับถมจนช่องอุโมงค์แห่งนี้เกิดการสั่นะเืขึ้นอีกรอบ คนที่วางแผนจุดะเิภายนอกย่อมไม่ได้ยินเสียงของผู้ใดเล็ดรอดออกมา ััได้เพียงการสั่นะเืไม่หยุด ก็เข้าใจว่าเกิดการถล่มของอุโมงค์อย่างต่อเนื่อง เมื่อเป็เช่นนี้มันจึงมั่นใจเป็อย่างยิ่งว่า คนที่ไร้พลังจิติญญาย่อมมิอาจจะรอดชีวิต หรือแม้ต่อให้เป็ผู้มีพลังจิติญญา หากติดอยู่ภายในถ้ำแคบที่ไร้หนทางออก อีกทั้งยังเป็จุดเปราะบางที่ง่ายต่อการถล่มของมวลดินและหินจำนวนมหาศาล มันย่อมไม่มีทางรอด ต่อให้รอดตายจากหินถล่ม ก็ต้องตายเพราะติดอยู่ภายในอยู่ดี
เมื่อแน่ใจว่าคนที่อยู่ข้างในไม่สามารถมีชีวิตรอดแล้ว เสียงชราจึงกล่าวออกมา
“ข้าเศร้าใจที่ต้องเห็นเ้ามาตายด้วย กูตู๋เอ๋ย เ้าโชคร้ายนักที่ผูกมิตรกับคนเช่นนั้น หากเ้าหลีกเลี่ยงมัน เ้าก็คงไม่ต้องมาจบชีวิตเช่นนี้…”
เงียบไปเล็กน้อยคล้ายรู้สึกสะท้อนใจ ก่อนที่มันจะกล่าวต่อ
“…ข้าไม่อยากจะติดอยู่ที่เหมืองแห่งนี้ตลอดชีวิต ข้ายังอยากมีชีวิตไปเจอกับลูกหลาน ข้อเสนอของคุณชายรองผู้ที่จะขึ้นเป็ใหญ่อย่างแท้จริงทำให้ข้ามิอาจปฏิเสธ ถ้ามันได้สืบทอดตำแหน่งเมื่อไหร่ มันสัญญาจะย้ายข้าไปทำงานในตระกูล ครอบครัวก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น กูตู๋เอ๋ย หวังว่าเ้าจะเข้าใจข้า"
หากเป็คนปกติ เสียงชราย่อมมิอาจส่งผ่านกองดินและกองหินที่ทับถมปิดสนิทเข้าสู่โสตประสาทการได้ยินได้ แต่สำหรับเฉินซือหยางนั้นแตกต่าง นับแต่มันได้รับการปลูกถ่ายโครงสร้างและแก่นฐานของร่างกายใหม่ด้วยไขกระดูกัา กอปรกับฝึกปรือกำลังภายในอย่างเข้าขั้น ทำให้โสตประสาทของมันตอบรับสิ่งต่างๆ ได้ไว จมูกได้กลิ่นพิเศษ ตามองกว้างไกล หูได้ยินแม้แต่ระดับความถี่ที่ต่ำ เมื่อเป็เช่นนี้มันจึงได้ยินเสียงชราทุกประโยค และทำให้มันรู้ว่าผู้ใดเป็คนลงมือจุดะเิหมายสังหารตน
มันก็คือผู้เฒ่าจงถิง!
เจ็บกว่าการสูญเสียคือการถูกคนที่เคารพไว้ใจหักหลัง นอกจากกูตู๋ก็เป็ผู้เฒ่าจงถิงที่ดีต่อมัน แต่ไม่คิดว่าสุดท้ายคนที่ตนคิดว่าดี คนที่ตนเคารพกลับวางแผนสังหารอยู่เสมอ และที่สำคัญ กลับเป็แผนการของน้องชายที่สืบสายโลหิตจากบิดาคนเดียวกัน เป็น้องชายของมันที่เป็ต้นเหตุแห่งการสังหาร เพียงเพราะตำแหน่งทางตระกูล มันกลับถึงขั้นคิดสังหารพี่น้องร่วมสายเืได้
เสมอมาการชิงดีชิงเด่นในตระกูลจะเป็เพียงการหักเล่ห์ชิงเหลี่ยมกันด้วยปัญญา อย่างมากก็คือการหาทางขับไล่ไสส่งให้อีกฝ่ายตกอับหรือหนีไปจากตระกูลเท่านั้น เสมอมามันคิดว่าน้องชายของมันก็เพียง้าขับไล่ไสส่งตนให้พ้นจากตระกูล ไม่คิดว่าแท้จริงกลับวางแผนที่จะสังหารตนให้สูญหายตลอดกาลเช่นนี้ ดูแล้วน้องชายของมันไม่คิดนับมันเป็พี่ชายแม้เพียงนิด
เฉินซือหยางเอื้อมมือชักดาบที่มีรอยแตกร้าวเล่มหนึ่งมา มันเฉือนฝ่ามือบางๆ ปล่อยให้โลหิตหยาดตกลงบนกองหินและดินที่ทับถมซากร่างของกูตู๋ มันใช้กองดินและหินนี้เป็สุสานฝังศพของสหายมัน และใช้เืเป็คำสาบาน มันจะใช้เืล้างด้วยเื ใครดีมามันดีไป ใครร้ายมามันร้ายตอบ โดยไม่สนพันธะทางสายเือันใด
“เมื่อเ้าไม่เห็นข้าเป็พี่ชาย ข้าจะก็ยึดถือเ้าเป็ศัตรูที่มิอาจร่วมโลกผู้หนึ่ง!”
ั์ตาของเฉินซือหยางแดงก่ำจนน่าหวาดหวั่น มันฟุบลงโขกศีรษะให้แก่กูตู๋ที่ไร้ชีวิตใต้กองหินและดินนี้ ชีวิตผู้บริสุทธิ์ต้องมาสังเวยเพราะคนที่บ้าในอำนาจ มันจะทวงความยุติธรรมคืนให้ และการจะทำให้สาสมใจ คือจะต้องปล่อยให้คนผู้นั้นเสวยสุขในตำแหน่งที่มัน้าให้เพียงพอ เมื่อถูกกระชากลงมามันจะได้เข้าใจถึงความสูญเสียและสิ้นหวัง
“สมใจไปก่อนเถอะ เมื่อถึงเวลาของข้า เ้าจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะเสียใจ"
เฉินซือหยางยังคงคุกเข่าโขกศีรษะอยู่ตรงนั้น ส่วนจงถิงได้เริ่มดำเนินการตามแผนถัดไปที่คุณชายรองและผู้าุโสูงสุดวางไว้แล้ว ตลอดการทำงานที่เหมืองเจ็ดวันมานี้ มันได้วางตำแหน่งให้คนงานอื่นๆ ไปขุดเหมืองในสถานที่ที่ห่างออกไป แล้วชี้แนะกูตู๋ให้พาเฉินซือหยางศึกษามาตรงนี้ ศึกษาไปยังอุโมงค์แคบที่ค้นพบแร่สำคัญมากที่สุด เพื่อสร้างความสนใจแก่เฉินซือหยาง ส่วนตนก็ได้ลอบวางดินะเิและกำมะถันไว้ตามผนังเพดานถ้ำพร้อมแล้ว เมื่อสบโอกาสก็ทำการจุดะเิสร้างสถานการณ์ถ้ำถล่มทับคนตายอย่างไร้ร่องรอยนี้
เมื่อสังหารคน มันก็ได้สร้างสถานการณ์ต่อ ตามแผนคุณชายรอง การปล่อยให้คุณชายใหญ่ของตระกูลมีข่าวการตายเพราะถ้ำถล่มทับจะเป็ที่สนใจแลเคลือบแคลงจนเกินไป จึงให้การตายของคนเป็เื่ปกปิด และให้สร้างเื่ว่ามันได้ลอบหนีออกจากเหมืองภูพยัคฆ์เพราะไม่้ามาเสี่ยงกับสถานที่ที่อันตรายเช่นนี้
โดยคนงานที่เหมืองลำพังก็ต้องทำการจุดะเิถ้ำเพื่อเปิดทางอยู่แล้ว การะเิก่อนหน้าแม้รุนแรงแต่พวกมันก็ไม่รู้สึกแปลกใจอันใด กลับชินชาและไม่รู้สึกใส่ใจมากกว่า มีเพียงข่าวของกูตู๋ที่หายตัวไปที่สร้างความสนใจแก่คนงานเหมือง เด็กที่ขยันและซื่อสัตย์เช่นนั้นมิน่าจะมีความคิดที่อยากหนีออกจากเหมืองภูพยัคฆ์ไปได้ และหากมัน้าหนี มันคงหนีไปตั้งนานไม่ทนอยู่ดักดานมาหลายปีเช่นนี้
แต่ข้อชี้แจงของผู้เฒ่าจงถิงกลับทำให้ทุกคนเห็นพ้อง นั่นเพราะการมาของคุณชายใหญ่ ที่ตอนหลังได้นับถือกันเป็สหายกับกูตู๋ เป็คุณชายใหญ่เฉินซือหยางที่อาจทนความลำบากและความอันตรายมิได้ จึงอาจรบเร้ากูตู๋ให้พาหนีออกไป เมื่อเป็เช่นนี้ก็นับว่ามีเหตุผลรองรับในการหายไปของคนทั้งสองแล้ว
.
.
.
ที่เรือนพำนักของฮูหยินคนรองแห่งตระกูลเฉิน ทั้งผู้าุโสูงสุด เฉินอู่หลง และเฉินหลี่ไป๋ต่างพากันดื่มฉลองด้วยความชื่นมื่นยินดี นกพิราบสื่อสารจากเหมืองภูพยัคฆ์มาถึงแล้ว แผนการจัดการเสี้ยนหนามถือว่าประสบผล เฉินอู่หลงกล่าวขึ้นด้วยความสาสมใจ
“เ้าขยะที่คิดอวดเบ่งวาสนากับข้า รู้ซึ้งถึงชะตากรรมที่เ้าควรได้รับแล้วหรือยัง"
ผู้าุโสูงสุดวางจอกสุราด้วยใบหน้าพึงพอใจ
“วาสนาอาจแข่งกันได้ แต่อำนาจบารมีย่อมมิอาจแข่ง หลานข้า ตำแหน่งอันชอบธรรมล้วนอยู่ในมือเ้าแล้ว"
ด้านเฉินหลี่ไป๋ก็กล่าวยกยอบุตรชายไม่ขาดปาก
“เป็บุญของข้าที่ได้บุตรชายผู้ปราดเปรื่อง แผนของเ้านับว่าลดความเคลือบแคลงและสร้างความชอบธรรมได้อย่างดีเยี่ยม คนตายไปแล้วแต่กลับสร้างสถานการณ์ให้มันหนีคำสั่งตระกูลแทน เป็การทำให้มันผิดธรรมเนียมปฏิบัติของตระกูลจนมิอาจกลับมาได้ บิดาเ้าก็จะไม่ต้องวุ่นวายหรือสงสัยเกี่ยวกับการตาย เช่นนี้ตำแหน่งที่รออยู่ก็จะตกแก่เ้าตามธรรมเนียบปฏิบัติของตระกูลไม่ผิดพลาด"
“ท่านอย่ากล่าวเสียงดังไป หนีก็หนี อย่าได้พูดถึงเื่ตาย"
เฉินหลี่ไป๋ทำท่ามือป้องปาก
“แม่จะไม่ปากมากอีกแล้ว”
ข่าวการหลบหนีจากเหมืองภูพยัคฆ์ของเฉินซือหยาง ผู้นำตระกูลอย่างเฉินจือหานและฮูหยินใหญ่อย่างเฉินจื่อรั่วก็เข้าใจเช่นนั้นมาั้แ่ต้น พอข่าวคราวนี้เริ่มกระจายไปทั่วตระกูล จึงมิได้มีใครสงสัยหรือแปลกใจอันใด กลับกลายเป็ความคลายใจของผู้คนมากกว่า มีบางคนที่คลายใจว่าเฉินซือหยางจะได้หลุดออกจากกรงทองที่กักขังและทำลายมันเสียที ส่วนอีกหลายคนล้วนดีใจที่เสนียดและความอัปมงคลของตระกูลจะหายไปอย่างถาวร เมื่อมันหนีจากคำสั่งตระกูลก็เท่ากับผิดกฎและถูกขับออกจากตระกูลโดยไม่มีข้อยกเว้น เช่นนั้นมันก็จะไม่มีทางทำให้ตระกูลล่มจมเหมือนดั่งมีคำทำนายไว้ในอดีตอีกต่อไป
บัดนี้เฉินซือหยางนับได้ว่าถูกตัดขาดและไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเฉินแล้ว