“คุณชายหยุดก่อนเจ้าค่ะ”
“หรูเอ๋อมีอะไรหรือ” ฉินซีหลางถามออกไป แต่ใบหน้าของเขากลับวนเวียนอยู่ไม่ห่างจากคอเรียวระหงของหญิงสาว
“คุณชายส่งครอบครัวแม่นมจางไปอยู่ที่ใดหรือเจ้าคะ”
“ข้าส่งพวกเขาไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว เจ้าไม่ต้องห่วง” ฉินซีหลางยังพยายามรุกต่อ “เรามาทำเรื่องสำคัญของเราต่อดีหรือไม่”
ฟู่เซียงหรูแสร้งปฏิเสธอย่างมีจริต “ข้าไม่ได้เป็นห่วงพวกเขา แต่ข้ากลัวว่าพวกเขาจะมาสร้างปัญหาให้ท่านต่างหากเจ้าค่ะ”
“หรูเอ๋อช่างดีกับข้าจริงๆ ข้ารับรองว่าถ้าข้าได้ขึ้นเป็นใหญ่ เจ้าจะได้ยืนอยู่เคียงข้างข้าอย่างสง่างาม” ฉินซีหลางคลอเคลียอยู่บนร่างของฟู่เซียงหรูไม่ห่าง เขาแทบจะอดกลั้นอารมณ์ไม่ไหวแล้ว
“ข้าไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ขอแค่คุณชายเมตตาข้าและรักข้าบ้าง เท่านี้ข้าก็พอใจแล้วเจ้าค่ะ” ฟู่เซียงหรูทำเสียงออดอ้อน เวลานี้ใบหน้าของนางแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย บวกกับท่าทางและสายตาหยาดเยิ้มชวนให้หลงใหลที่นางใช้มองเขา ทำให้ชายหนุ่มทนไม่ไหวจึงโถมเข้าไปหาหญิงสาวทันที
จากนั้นพายุในห้องก็เริ่มต้นขึ้น จากร้อนแรงกลายเป็นเรียบเรื่อย ไม่นานก็ปะทุขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เป็นเช่นนี้อยู่หลายรอบกว่าพายุจะสงบลง ฟู่เซียงหรูนอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ส่วนฉินซีหลางกลับลุกขึ้นมาแต่งตัวพร้อมกับมองหญิงสาวที่นอนอยู่อย่างเย้ยหยัน “ผู้หญิงอย่างเจ้าหรือจะรักข้า เจ้าก็แค่หลงในอำนาจและเงินทองของข้าเท่านั้น ขอโทษด้วยนะฟู่เซียงหรูที่คราวนี้เจ้าต้องเสียสละตัวเองเพื่อข้าแล้ว แต่เจ้าจะไปกลัวอะไร เจ้ามีบิดาเป็นถึงรองเจ้ากรมอาญา ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าฟู่เต๋อหย่งจะจัดการเรื่องนี้ยังไง จะปล่อยให้บุตรสาวและฮูหยินของตัวเองถูกประหาร หรือว่าจะยอมปิดบังความจริงแล้วช่วยชีวิตพวกนาง ฟู่เต๋อหย่งนะฟู่เต๋อหย่ง หากเจ้าไม่คิดตีตัวออกหากจากข้า ข้าก็จะไม่ทำลายครอบครัวเจ้าเช่นนี้ ยังเหลือฟู่วั่งเสียน หลี่หยาง และหลี่ซุย พวกเจ้ารอก่อนเถอะ อีกไม่นานข้าจะทำลายพวกเจ้าเหมือนกัน”
“หรูเอ๋อ เราทำอย่างนี้มันดีจริงๆ ใช่ไหมลูก แม่รู้สึกกลัวขึ้นมาบ้างแล้ว หากจวนอ๋องฉีสืบรู้ความจริง เราสองคนจะไม่แย่หรือ โทษฐานฆ่าคนตายนั้นถึงประหารชีวิตเลยนะ” ฟู่ฮูหยิน (หลี่อี๋เหนียง) บอกกับลูกสาวอย่างกังวล “อีกอย่างแม่นมจางก็เป็นแม่นมของข้า ทำแบบนี้นางจะไม่เกลียดข้าไปมากกว่านี้หรือ”
“ท่านแม่คิดว่าทุกวันนี้แม่นมจางยังดีและซื่อสัตย์กับท่านอยู่หรือเจ้าคะ ท่านแม่ลืมไปแล้วหรือว่าตั้งแต่ที่นางรับโทษโบยแทนเรา นางก็เริ่มสงบนิ่งและไม่ปรนนิบัติท่านอย่างใกล้ชิดเหมือนแต่ก่อน ดูอย่างตอนนี้สิเจ้าคะ นางหายไปไหนทำไมถึงไม่มาปรนนิบัติท่าน” ฟู่เซียงหรูพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ เวลานี้นางอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก เพราะเมื่อนางตื่นขึ้นมาก็หวังว่าตนเองจะยังนอนซบอกชายในดวงใจอยู่ แต่ไม่นึกว่าเขาจะจากไปโดยไม่แม้แต่จะปลุกนางขึ้นมาร่ำลาสักคำ พอมารดามาร้องไห้คร่ำครวญ นางจึงรู้สึกรำคาญอย่างบอกไม่ถูก
“ข้าบอกให้นางไปพักเอง ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ดีๆ นางก็อยากออกไปเยี่ยมลูกชายกับครอบครัวของนาง”
“ท่านแม่ไม่ปล่อยนางออกไปก็ดีแล้วเจ้าค่ะ หากนางรู้ว่าลูกชายของนางเสียชีวิต นางต้องมาอ้อนวอนให้เราช่วยสืบหาความจริงให้ หรือไม่นางก็อาจจะไปขอความช่วยเหลือจากท่านพ่อ ถ้าเป็นอย่างนั้นท่านพ่อก็จะสงสัยมาถึงเรา ท่านแม่อย่าลืมว่าท่านพ่อเป็นคนรับผิดชอบคดีนี้นะเจ้าคะ”
“ข้าจะลืมไปได้อย่างไร ไม่เช่นนั้นข้าก็ปล่อยให้นางออกจากจวนไปได้แล้วสิ แต่ยังไงก็เถอะ...ข้ายังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี”
ฟู่เซียงหรูจำเป็นต้องปลอบมารดา หากนางปล่อยให้มารดาแสดงท่าทางร้อนรนเช่นนี้ ไม่เพียงแต่แม่นมจาง แม้แต่บิดาก็ต้องสงสัย “ท่านแม่เจ้าคะ ท่านแม่คิดดูว่าบุตรชายแม่นมจางนอนป่วยมานาน แม่นมจางกับครอบครัวเสียเงินรักษาเขาไปมากมายเท่าไหร่ หมอหลายคนก็บอกอยู่แล้วว่าโรคของเขาเป็นโรคที่รักษาไม่หาย อีกอย่างที่เขาเสียชีวิตไปก็เพราะเป็นความต้องการของเขา เขารับเงินเราไปแล้วห้าร้อยตำลึงเพื่อปรักปรำจูจื้อโหยวด้วยการดื่มยาพิษปลิดชีพตัวเอง เพราะฉะนั้นเราไม่ได้ทำร้ายเขา แต่เป็นเขาที่เลือกใช้วิธีนี้”
ฟู่ฮูหยินพยายามสงบจิตใจลง “มันก็จริงอย่างที่เจ้าพูด เราไม่ได้ไปบังคับให้เขาดื่มยาพิษเสียหน่อย เป็นเขาที่อยากได้เงินห้าร้อยตำลึงไปแสดงความกตัญญูต่อครอบครัวเองต่างหาก”
ฟู่ฮูหยินกับฟู่เซียงหรูไม่รู้เลยว่าบทสนทนาของพวกนางนั้นจะถูกแม่นมจางได้ยิน แม่นมจางปิดปากร้องไห้เพราะกลัวจะส่งเสียงให้คนในห้องได้ยิน นางกำหมัดแน่นอย่างโกรธแค้น บุตรชายของนางป่วยเป็นโรคที่รักษาไม่หายนั้นนางรู้ดี และบุตรชายก็มักพูดเสมอว่าไม่อยากให้ครอบครัวต้องมาสิ้นเปลืองกับการหาเงินมารักษา แต่คนเป็นแม่จะยอมให้ลูกตายไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร ดังนั้นแม่นมจางมีเงินเท่าไหร่ นางก็ส่งออกไปให้ครอบครัวใช้ดูแลลูกชายไม่เคยขาด
แต่นางไม่นึกเลยว่าสองแม่ลูกคู่นี้จะใจร้ายให้ลูกชายเลือกจบชีวิตตัวเองเพื่อแลกกับเงินห้าร้อยตำลึง ถึงแม้เงินจำนวนนี้จะมาก แต่เมื่อเทียบกับชีวิตของลูกชายแล้วมันกลับไม่มีค่าอะไรเลย
อีกอย่างการกระทำของลูกชายยังส่งผลต่อจูจื้อโหยว หากจูจื้อโหยวไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ นางก็ต้องโดนโทษประหารให้ตายตามลูกชายของตนเองไป จูจื้อโหยวเคยมีพระคุณช่วยชีวิตนางไว้ครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นครั้งนี้นางต้องช่วยจูจื้อโหยวเป็นการตอบแทนให้ได้
แม่นมจางทั้งเครียดทั้งแค้น นางต้องการแก้แค้นฟู่ฮูหยินและฟู่เสียงหรู แต่อีกทางหนึ่งก็ต้องการจะช่วยคืนความบริสุทธิ์ให้กับจูจื้อโหยวด้วย หากทำสองอย่างนี้ได้สำเร็จ ต่อให้นางตายนางก็นอนตายตาหลับแล้ว แต่จะให้ทำอย่างไร เพราะนางไม่มีหลักฐานใดอยู่ในมือ นอกเสียจากว่านางจะหาตั๋วแลกเงินใบนั้นเจอ
ตกค่ำแม่นมจางลอบออกจากจวนโดยใช้ประตูด้านหลัง นางหันกลับไปมองที่จวนฟู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะวิ่งไปยังจวนอ๋องฉี
“ท่านอ๋องขอรับ มีหญิงสูงวัยท่านหนึ่งมาขอพบ บอกว่ามีเรื่องสำคัญจะแจ้งให้ทราบ เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตจากคดีโรงน้ำชาของคุณหนูจูขอรับ” พ่อบ้านไฉ่รีบรายงาน
“หญิงสูงวัยเช่นนั้นหรือ แล้วทำไมนางมาขอพบข้าดึกดื่นป่านนี้” อ๋องฉีถามอย่างสงสัย
“ท่านลุงไฉ่ได้ถามหรือไม่ขอรับว่านางเป็นใคร” ฟู่ซีซวนถาม
“นางไม่ได้บอกขอรับ แต่นางฝากผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มาให้คุณชายด้วย” พ่อบ้านไฉ่ส่งผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกบัวให้ฟู่ซีซวน
“พี่รอง ความหมายของผ้าเช็ดหน้าผืนนี้คืออะไรหรือขอรับ” อู๋เจี้ยนกั๋วถาม
“นี่คือผ้าเช็ดหน้าที่ท่านแม่ของข้าปักให้กับคนในจวนก่อนที่นางจะล้มป่วย” ฟู่ซีซวนตอบพร้อมกับหันไปสั่งพ่อบ้าน “ลุงไฉ่ไปพานางเจ้ามาเถิดขอรับ ข้าคิดว่านางคงเป็นคนของจวนฟู่”
พ่อบ้านไฉ่ได้ฟังอย่างนั้นก็รีบไปพาแม่นมจางเข้ามาทันที
“เจ้าคือแม่นมของฟู่ฮูหยินที่ยักยอกเงินสินเดิมของโหยวเอ๋อหรือ เจ้ายังกล้ามาที่จวนของข้าอีก ไม่กลัวว่าข้าจะสังหารเจ้าหรือไร” อ๋องฉีตวาดถาม
“เป็นท่านเองหรือแม่นมจาง” ฟู่ซีซวนถาม
“คุณชายใหญ่เจ้าขา คุณชายโปรดช่วยครอบครัวของข้าด้วย ลูกชายของข้าถูกบังคับให้ตายเพื่อที่จะใส่ร้ายคุณหนูจูจื้อโหยว เขาถูกหลอกให้ทำเรื่องเลวร้าย เขาไม่ได้ตั้งใจทำร้ายคุณหนูจูจริงๆ เจ้าค่ะ” แม่นมจางคุกเข่าร้องไห้
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” ฟู่ซีซวนถามเสียงเข้ม
“โรงน้ำชาของคุณหนูจูกำลังถูกสอบสวนเรื่องที่มีคนเสียชีวิตเพราะเข้าไปใช้บริการ ชายคนนั้นคือบุตรชายของข้าเองเจ้าค่ะ แต่เขาถูกหลอกให้ปรักปรำคุณหนูจู เดิมทีลูกชายของข้าป่วยและไม่มีทางรักษาหาย เขาถูกคนหลอกให้ใส่ร้ายคุณหนูจูเพื่อแลกกับเงินห้าร้อยตำลึง เวลานี้ลูกชายของข้าตายไปแล้ว แต่ครอบครัวที่เหลือกลับหาไม่พบ ข้าเกรงว่าพวกเขาจะตายไปหมดแล้วเช่นกัน คุณชายโปรดช่วยข้าด้วย หากตายข้าก็อยากเห็นศพของพวกเขาสักครั้ง”
“เจ้าบอกว่าลูกชายของเจ้าถูกหลอกให้มาใส่ร้ายภรรยาของข้า เป็นใครที่ทำเรื่องเลวร้ายนี้”
“ฟู่ฮูหยินกับคุณหนูฟู่เซียงหรูเจ้าค่ะ”
“เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นฝีมือของสองคนนั้น”
“เดิมทีวันนี้ข้าตั้งใจจะขออนุญาตฟู่ฮูหยินออกไปเยี่ยมลูกชาย แต่บังเอิญได้ยินพวกนางพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาพอดี ข้าแอบฟังอยู่นานจนมั่นใจ แต่น่าเสียดายที่ข้าไม่มีหลักฐานมายืนยัน คุณชายใหญ่โปรดเชื่อข้าสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ เพราะสิ่งที่ข้าพูดมาคือความจริงทั้งหมด”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าครอบครัวของเจ้าคนเป็นร้องเรียนโหยวเอ๋อ”
“ข้าทราบเจ้าค่ะ แต่พวกเขาคงเข้าใจผิดคิดว่าลูกชายของข้าเสียชีวิตเพราะถูกยาพิษจากการกินอาหารของคุณหนูจู แต่ไหนแต่ไรสามีของข้าก็รักลูกชายคนนี้มากที่สุด เมื่อเห็นว่าลูกชายต้องมาตายไปอย่างทรมาน สามีจึงอยากสืบหาความจริงและแก้แค้นให้ลูกชายเท่านั้น นั่นคงเป็นเหตุผลที่เขาไปร้องเรียนที่กรมอาญาเจ้าค่ะ”
“ถึงแม้ข้าจะเชื่อคำพูดของเจ้า แต่เจ้าไม่มีหลักฐานอะไรออกมาแสดง เพราะฉะนั้นโหยวเอ๋อของข้าก็ยากที่จะพ้นผิด”
แม่นางจางรีบพูดขึ้นมาทันที “ขอแค่หาครอบครัวของข้าเจอ ข้าเชื่อว่าตั๋วแลกเงินที่ฟู่ฮูหยินกับคุณหนูฟู่เซียงหรูมอบให้ต้องยังอยู่ที่พวกเขาเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นหากข้าได้ตั๋วแลกเงินนั้นมาเป็นหลักฐาน พวกเจ้ายินยอมไปเป็นพยานให้ข้าหรือไม่”
“ข้ายินดีเจ้าค่ะ” แม่นมจางรีบรับคำ นางจะถือโอกาสนี้แก้แค้นฟู่ฮูหยินกับฟู่เซียงหรู ทั้งยังได้ตอบแทนบุญคุณจูจื้อโหยวไปพร้อมกันอีกด้วย
ฟู่ซีซวนหันไปพยักหน้ากับอู๋เจี้ยนกั๋ว ก่อนที่อู๋เจี้ยนกั๋วจะเดินออกไปและพาผู้ชายร่างกายผ่ายผอมคนหนึ่งเดินเข้ามา