เหตุการณ์ต่างๆ เป็ที่วิพากษ์วิจารของคนทั้งห้องหลังเหตุการณ์นั้น นักเรียนห้อง 2 จึงได้ไปเรียนรวมกับเด็กห้อง1 เื่ราวก็เลยถูกพูดกันออกไปขยายวงกว้างขึ้น จนกระทั่งเลิกเรียนเวลาเย็นทางด้านหลังอาคารเรียนกลุ่มของเชอร์รี่เดิน ทางเพื่อจะกลับหอพัก
“นี่เชอร์รี่ มะนาวว่านะ เธอไม่น่าไปยุ่งกับพวกนั้นเลยนะ นี่เห็นว่าเื่ถึงอาจารย์บุญศักดิ์เลยนะ”มะนาวเข้ามาขวางทางเชอร์รี่ไว้
“ถึงก็ถึงสิ กว่าอาจารย์จะทำอะไรได้ ถึงตอนนั้น ฉันก็คงจัดการไปเรียนร้อยแล้วละ”เชอร์รี่พูดโดยที่ไม่ยอมหยุดแม้มะนาวจะขวางทางไว้
“เชอร์รี่เธอยังจะทำอีกเหรอ” เมล่อนรีบวิ่งเข้ามาจับแขนเชอร์รี่ไว้ที่เห็นว่ามะนาวหยุดเชอรร์รี่ไว้ไม่ได้
“ใช่สิ ฉันไม่ยอมหยุดแค่นี้หรอก ฉันอ่อนให้ยัยมามากพอแล้ว”เชอร์รี่หันมาจ้องหน้าเมล่อนเขม็ง
“แม้ว่าเธอจะถูกทุกคนตราหน้า” เมล่อนย้ำทำเอาเชอร์รี่หยุดคิดไปชั่วขณะหนึ่ง
“ฉันไม่สนใจ ขอเพียง...” ไม่ทันที่เชอร์รี่จะพูดจบก็ต้องตะลึงเมื่อมองเห็นแม็กยืนตาแดงกล่ำด้วยความโกรธอยู่หลังเมล่อน
“แม็ก” เชอร์รี่ะโเรียกด้วยความใ ทำให้เมล่อนและมะนาวรีบหันไปมองทางแม็ก
“เชอร์รี่เธอยังไม่สำนึกอีกนะ ได้ฉันจะทำให้เธอสำนึกเอง” พูดจบแม็กก็ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเศษตะปูขึ้นมาเต็มกำมือทั้งสองข้าง
“เชอร์รี่หนีเร็ว” มะนาวร้องเตือน แต่ในขณะนั้นที่แม็กกำลังท่องมนต์เพื่อจะปล่อยของ วุธและเอกก็วิ่งมาฉุดตัวแม็กล้มลงทำให้ตะปูตกกระจายบนพื้นดิน
“ปล่อยๆ ปล่อยกู วันนี้กูจะแก้แค้นให้เจ้ฝ้าย ยังไงวันนี้ยัยเชอร์รี่ต้องสำนึก”แม็กดิ้นทุรนทุรายพยายามสะบัดวุธและเอกให้หลุดทันใดนั้นพลายก็พุงตัวลงมาจากหน้าต่างชั้นสอง
พลายตกลงถึงพื้น ก็พุ่งตัวมาทางแม็ก พลายใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากแม็กแล้วเขียนอักขระตัวหนึ่งบนหน้าผากแม็กอักขระส่องแสงแล้วหายไป พร้อมกับแม็กก็หายคุ้มครั่ง
“ตะปู 2 กำมือ มึงคิดจะฆ่า 3 คนนี้หรือไง” พลายกระฉากคอเสื้อแม็ค และตะวาดใส่แม็กด้วยความโมโห
“ป่าวนะพลายกูก็แค่จะสั่งสอนให้ยัยเชอร์รี่ให้รู้สำนึกเท่านั้นเอง” แม็กสะบัดมือพลายออกหันไปมองเชอร์รี่ แต่ถูกวุธกระฉากคอเสื้อกลับมา
“สั่งสอน นายมีสิทธิ์อะไรไปสั่งสอนคนอื่น และการกระทำของนาย เคยรู้ตัวใหมว่าจะมีคนได้รับอันตราย”วุธตะคอกใส่แม็กบ้าง แม็กก็ได้แต่นั่งเงียบไม่พูดอะไร
“พอเถอะนายแสนดี ตะคอกมากๆเดี๋ยวจะเสียประวัติความแสนดีนะ” เชอรี่หันมาพูดกับวุธ
“อีกอย่าง คนที่ทำอะไรขาดสติมักจะทำอะไรแบบไม่รู้ตัวหรอก” เชอรี่เดินเข้ามาหาแม็กทุกคนหันมามองที่เชอรี่
“พลายนายแก้ได้ใช่ใหมเสียใจด้วยนะที่ฉันช่วยนายแม็กงี่เง่านี่ไม่ทัน” เชอรี่หันมาทางพลายเพื่อจะขอความช่วยเหลือจากพลาย
“อื่อได้ เื่แค่นี้ขี้ผง น้องฉันโดนมากกว่านี้อีก” พลายหันมารับคำเชอร์รี่เื่ที่ทั้งสองคนพูดทำให้วุธ เอกและแม็ก งงกันเป็แถว
“นี่มันเื่อะไรกันครับคุณพลายคุณชอรรี่” เอกหันมาถามสงสัยวุธก็พยักหน้ารับ ด้วยความที่อยากรู้ว่าทั้งคู่พูดเื่อะไรกัน
“ใช่ มันหมายความว่าอะไร” วุธเสริม ส่วนแม็กยัง งงๆ ไม่พูดไม่จา
“เพราะเื่ทุกอย่างไม่ได้เป็อย่างที่พวกเธอคิดนะสิ” มะนาวและเมล่อนเดินเข้ามาอธิบายแต่ถูกเชอร์รี่ห้ามไว้แล้วมองไปทางพลายเพื่อให้พลายอธิบาย
“ใช่ ตัวการทั้งหมดที่ทำให้เกิดเื่ขึ้นวันนี้ไม่ใช่เชอร์รี่”พลายพยายามอธิบายทำเอา วุธและเอกใและงงมากขึ้นกว่าเดิม
“หมายความว่าไง” วุธถามแทรก
“เอาละว่าไงละ ฉันจะบอกความจริงทุกอย่างแล้วนะจะว่าไงละคุณตัวการก่อเื่ทั้งหมด” พลายะโพร้อมกับหันไปมองที่มุมตึกทุกคนหันมองตามก็เห็นคนๆหนึ่งเดินออกจากมุมตึกและทุกคนต้องใเมื่อคนที่เดินออกมาจากมุมตึกคือ เจ้ฝ้าย นั่นเอง
“เจ้ฝ้าย” วุธเอกและแม็กต่างพูดพร้อมกัน
“หมายความว่าไงที่ว่าตัวการก่อเื่ทั้งหมดคือเจ้ฝ้ายทั้งๆที่คนเสียหายคือเจ้ฝ้ายนะ” แม็กไม่เชื่อ จึงพุ่งเข้าถามพลาย
“เก้าอี้ โต๊ะที่พังไม่ใช่ผีมือผีพราย” พลายเริ่มอธิบาย
“ไม่ใช่งั้นเหรอ แล้วใครทำ แกอย่าบอกนะว่าเจ้แกแอบตัดเก้าอี้สร้างสถานะการณ์มันเป็ไปไม่ได้ ถ้าเกิดใครมานั่งหรือมาโดนโต๊ะก่อน ความก็จะแตกนะสิ” แม็กยังไม่ยอมเชื่อพยายามหาเหตุผลเพื่อปกป้องเจ้ฝ้าย
“ใช่ เจ้ตัดโต๊ะ กับเก้าอี้ไว้ก่อนแต่ที่แกสงสัยมันจะไม่เกิดขึ้นเพราะสิ่งนี้” พลายหยิบเศษดินขึ้นมา
“เศษดินนี้ตกอยู่ใกล้ๆ เก้าอี้ที่ถูกตัด เจ้ใช้มนต์ดำผนึกเก้าอี้ที่ถูกตัดให้มั่นคงด้วยการใช้หุ่นดินปั้นและเมื่อเจ้นั่งลงนั่งเจ้ก็หักดินเหล่านี้ เก้าอี้จึงพังลง” พลายโยนดินไปทางเจ้ฝ้าย
“ไม่จริงอะ ใช้หุ่นดินปั้นกับสิ่งของ บ้า มันต้องบ้าไปแล้ว ไม่จริงใช่ใหมเจ้ฝ้าย”แม็กหันไปถามเจ้ฝ้ายด้วยที่ไม่เชื่อว่า จะมีใครใช้หุ่นดินปั้นกับสิ่งของได้
“ใช่ มันวิเศษไปเลยใช่ไหม ใช้หุ่นดินปั้นกับสิ่งของได้ตอนแรกที่เขามาบอก ฝ้ายเองก็แทบไม่เชื่อนะ แต่พอลองทำดู มันทำได้ วิเศษมากไม่ยุ่งยากด้วย ต่อไปไม่จำเป็ต้องทำของใส่คน ก็เล่นงานคนได้นะ ตอนแรกฝ้ายก็คิดจะลองทำกันยัยเชอร์รี่จอมจุ้นนะแต่มันช้า มันไม่เ็ป การทำให้ทุกคนมองมันด้วยสาตาแบบเดียวที่มันมองฉันมันเจ็บวดกว่า” เจ้ฝ้ายเริ่มพูดอย่างเยือกเย็นจนรุ่นแรงขึ้น ทำเอาเอกวุธและแม็กต่างไม่เชื่อสายตาตังเองในตอนนี้
“โดยใช้แม็กเป็เครื่องมืองั้นเหรอ” พลายถามกลับ แม็กเอกและวุธต่างงงกับคำพูดของพลาย
“ยังไงกันครับ”เอกถาม
“ก็หล่อนหลอกให้นายแม็กมาพบที่ลานกว้างและแอบลงอาคมแม็กให้กลายเป็หุ่นเชิดของเธอ ฉันก็เลยส่งผีพรายไปขวาง แต่ก็ไม่ทัน” เชอร์รี่อธิบายแม็กวุธและเอกต่างมองมาที่เชอร์รี่
“งั้นที่คุณเชอร์รี่ส่งผีพรายออกไป เพื่อช่วยคุณแม็ก ไม่ใช่ส่งไปทำร้ายสินะครับ”เอกเริ่มเข้าใจเหตุการณ์
“แต่ว่าตอนที่ฉันทำร้ายเธอ ทั้งตอนเย็นวานเมื่อเช้าและเมื่อกี้ฉันรู้ตัวตลอดนะ” แม็กยังสงสัยอยู่
“นั่นก็เพราะมันคือมนต์ดำแฝงร่าง โดยดึงจิตใต้สำนึกที่รุนแรงออกมาทำให้คนที่โดนมนต์ดำทำอะไรที่รุนแรงด้วยความคิดของตัวเองมันก็เหมือกับการยืมมีดฆ่าคน แต่มนต์นี้จะส่งผลให้ตัวผู้ที่ได้รับเกิดอาการผิดปกติที่รุนแรงด้วยเช่นกัน แล้วถ้าปล่อยไว้ตัวนายก็ต้องตายเหมือนกันที่เมื่อเช้าเจ้ใที่เห็นแกทรมาณเป็เพราะความไม่ชำนานการใช้มนต์ทำให้ผลข้างเคียงเกิดขึ้นเร็วไป เธอจึงกลัวว่าไม่ทันจะกำจัดเชอร์รี่ได้ก่อนนะสิ”ทุกคนถึงกับอึ้งกับคำพูดของพลาย ที่เหตุการณ์มันเลวร้ายเกินที่คาดคิด
“เจ้ฝ้ายครับ เจ้ทำแบบนี้ทำไม ทำไมถึงแค้นคุณเชอร์รี่ขนาดนั้น แล้วทำไมต้องทำกับคุณแม็กแบบนี้”เป็ครั้งแรกที่เอกโมโห และถามด้วยเสียงดัง
“คงเพราะฉันไปเห็นความชั่วของหล่อนไง นางมารร้ายในคราบแม่พระไง”เชอร์รี่ตอบคำถามแทน
“ฉันไปเห็นหล่อน แอบใช้เด็กมัธยมจุฑาราช เป็หนูทดลองมนต์ดำจนเด็กนั่นอาการปางตายนะ”
“หรือว่า เด็กที่เขาลือกันว่าถูกผีที่ป่าช้ากลางรุมทำร้าย” เอกถามขัดขึ้นแม่ปะติดปะต่อเื่ราวทั้งหมดเข้าด้วยกัน
“ใช่ทำร้ายเขาแล้วโยนความผิดให้ผี”เชอร์รี่หันด่าทอเจ้ฝ้าย
“แล้วทำไม เธอมันแส่เองที่เขามาเห็น และคอยเหน็บแหนมฉันตลอดเวลาความจริงเธอน่าจะตายั้แ่วันที่โดนตะปูแล้วนะ น่าเสียดายจริงๆ” เจ้ฝ้ายเริ่มมีสีหน้าที่เปลี่ยนไปดูเ็าขึ้น
“เื่ใหญ่แบบนี้ทำไมคุณเชอร์รี่ไม่เอาเื่นี้ไปบอกอาจารย์ละครับ”เอกหันกลับมาถามเชอร์รี่ด้วยความสงสัยว่าทำไมเื่แบบนี้ถึงยังไม่ไปถึงอาจารย์และตำรวจ
“เคยแล้วละ แต่พูดไม่ได้ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน” เชอร์รี่หันมาคลายความสงสัยให้เอกแต่ก็ดูเหมือนว่ายิ่งพากันสงสัยกันมากขึ้นกว่าเดิม
“ฝังรูปฝังรอย บังคับจิต แย่ละเชอร์รี่เธอโดนทำหุ่นดินปั้นฝังรูปฝังรอยแล้ว” พลายะโเตือนเชอร์รี่ขณะที่ทุกคนใกับคำพูดของพลาย แม็กก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าครั่ง
“เื่ทั้งหมด เจ้สร้างเื่ขึ้นมาทั้งหมดหรือเนี้ย ไม่น่าเชื่อฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”
“คุณแม็กเป็อะไรไปครับ”เอกเขย่าตัวแม็กที่ยืนหัวเราะร่าอยู่ราวกับคนบ้า
“หรือว่า ทุกคนระวังตัวด้วยครับ มันต้องมีอะไรแน่มันเร็วเกินไปที่อยู่ๆ เจ้ฝ้ายจะเดินออกมาแล้วสารภาพแบบนี้” เอกะโเตือนสติทุกคนซึ่งการคาดเดาของเอกเป็จริงดังคาด พวกเขารู้มากเกินไป เชอร์รี่ได้ฟังดังนั้นจึงเดินออกไปเผชิญหน้ากับเจ้ฝ้าย
“มาเลยยัยฝ้าย มาเจอกันซึ่งหน้า”เชอร์รี่ท้าทายเจ้ฝ้ายพร้อมกับหยิบตุ๊กตาฝางขึ้นมาสองตัว
“ไม่จำเป็ ก่อนที่จะมีใครรู้มากกว่านี้ พวกเธอก็จงไปนอนเป็เพื่อนไอ้เด็กทรยศนั่นสะ”เจ้ฝ้ายเสยะยิ้มทีหนึ่ง มะนาวกับเมล่อนก็เข้ามาจับตัวเชอร์รี่ไว้
“พวกเธอ โดนคุณไสยั้แ่เมื่อไหร่” เชอร์รี่ใกับสิ่งที่เกิดขึ้นพลายเห็นดังนั้นจึงจะเข้ามาช่วย
“คุณแม็กอย่า”เสียงร้องของเอกดังขึ้นทำให้พลายต้องหันกลับมามองก็เห็นว่าแม็กกำลังใช้มือข้างหนึ่งบีบคอเอกและอีกมือหนึ่งก็บีบคอวุธไว้แล้วดันไปจนติดข้างฝาพลายก็ทำท่าว่าจะวิ่งเข้าไปช่วยแต่ก็ถูกวุธะโห้าม
“ไม่ต้องห่วงพวกเรา นายไปช่วยเชอร์รี่ก่อน”พลายรับคำวุธแล้วจึงหันกลับไปช่วยเชอร์รี่ พลายตรงเข้าหามะนาวและเมล่อนพลายะโไปด้านหน้าและกำลังใช้นิ้วทั้งสองข้างเขียนอักขระบนหน้าผากมะนาวและเมล่อนพลันพลายก็ต้องละมือมาจับคอตัวเอง คอของพลายเกิดรอยรัดเหมือโดนเชือกรัดขึ้นทันใดนั้นพลายก็ถูกดึงขึ้นไปในอากาศ พลายพยายามหมุนตัวไปมองทางเจ้ฝ้าย ก็เห็นเจ้ฝ้ายใช้เชือกรัดคอหุ่นแล้วถือปลายเชือกชูขึ้น
“ฉันกะเอาไว้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเพราะฉะนั้นฉันได้ทำตุ๊กตาเสียกบาลของพวกแกทุกคนไว้” เจ้ฝ้ายพูดจบก็แกว่งเชือกไปมาทำให้พลายถูกแกว่งไปมา
ทางด้านวุธกับเอกที่ถูกแม็กบีบคออยู่นั้นวุธพยายามที่จะเรียกโหงพรายแต่ว่า คอที่ถูกบีบอย่างแรงแทบจะเปล่งเสียงไม่ได้เอกจึงได้พยายามล้วงไปในกระเป๋ากางเกง หยิบดินที่ปั้นเป็รูปควายไว้เอกพยายามท่องคาถา พลันควายดินตัวเล็ก ก็ค่อยๆขยายเป็ควายธนูตัวใหญ่ชนเข้าที่หน้าท้องแม็กจนแม็กกระเด็นออกไป เอกและวุธหลุดจากการบีบตกลงพื้นแทบสำลัก แม็กยังไม่ยอมแพ้ ลุกขึ้นมาเสกตะปูพุ่งใส่ควายธนูควายธนูต้องชะงักเนื่องจากห่าตะปูพุ่งมาจนไม่สามารถวิ่งต่อได้
“มัสเซิล” เมื่อวุธะโเรียกโหงพรายของตนพลันก็ปรากฏโหงพลายรูปร่างสูงใหญ่ในร่างเปลือยเปล่าใส่แต่กางเกงตัวเดียวเผยให้เห็นมัดกล้ามที่ใหญ่และชัดเจนทั้งร่าง พุ่งเข้ามาชนแม็ก แม็กล้มลงห่าตะปูก็หายไป
ควายธนูที่หลุดจาห่าตะปูก็วิ่งเข้าชาร์ตแม็กลุกขึ้นะโหลบและใช้มือจับเขาควายะโขึ้นขี่หลังแม็กหยิบตะปูขึ้นมาอันหนึ่งท่องบริกรรมคาถาใส่ตะปู ตะปูก็ขยายใหญ่ขึ้นแม็กจึงแทงตะปูลงบนหัวควายธนู ควายธนูล้มลงรูปปั้นควายในมือเอกก็ดีดตัวออกจากมือทำให้เอกกระเด็นไปติดผนัง ตกลงพื้นตอนนี้เอกจุกแทบลุกไม่ขึ้น
โหงพรายพุ่งเข้าใส่แม็กอีกครั้งคราวนี้แม็กหยิบตะปูขึ้นมาอันหนึ่ง ร่ายคาถา แล้วตะปูก็ยาวขึ้นแม็กแทนตะปูด้ามยาวเข้ากลางอกโหงพราย โหงพรายร้องโหยหวน แม็กจึงจับเหวี่ยงไปทางวุธวุธโดนโหงพรายของตัวเองกระแทกกระเด็นล้มไป วุธพยายามพยุงตัวลุกแต่ไม่ไหวแม็กเดินไปทางเอก ใช้มือบีบคอเอกลุกขึ้นและเงื้อตะปูลงอาคมหมายจะแทงเอก
“หยุดนะแม็กนั่นมันเอกเพื่อนของนายนะ” วุธได้แต่เพียงะโห้ามแม็กหันมามองวุธทีหนึ่ง แสยะยิ้มให้และหันกลับไปจะแทงเอกอีกครั้งเอกพยายามยกมือเรียกควายธนู ควายธนูพยายามยันตัวขึ้นและออกวิ่ง
“เอก อย่า แบบนั้นนายก็จะโดนด้วยนะ” วุธยันตัวขึ้นค่อยๆกะเพกตัวเข้าหาแม็กและเอก แต่ช้าไปควายธนูวิ่งเข้าชนแม็กทางด้านหลังอย่างแรง จนแม็กกระแทกใส่เอกอีกต่อหนึ่งทั้งสองล้มลงหมดสติ ควายธนูเลือนหายไป วุธรีบเข้าไปดูทั้งสองคน
ทางด้านพลายที่ถูกผูกคอดึงขึ้นฟ้า เชอร์รี่ก็ร่ายคาถาทันใดนั้นรอบๆตัวมะนาวและเมล่อนก็เกิดลมหมุนขึ้นทั้งสองกระเด็นออกไปล้มลงกับพื้นสลบไปลมหมุนทั้งสองปรากฏกลายเป็โหงพรายสองตัวในผ้าคลุมสีดำปกปิดใบหน้าและรูปร่างไว้ เชอร์รี่ส่งโหงพรายทั้งสองตัวออกไปตัวหนึ่งพุ่งเข้าชนพลายและสลายตัวไป พลายตกลงพื้น ตุ๊กตาในมือเจ้ฝ้ายก็กระเด็นหลุดจากมือ
โหงพรายอีกตัวพุ่งเข้าหาเจ้ฝ้าย เจ้ฝ้ายหลบและโยนตุ๊กตาอีกตัวหนึ่งใส่โหงพรายโหงพรายชนตุ๊กตาจนสลายตัวไป เชอร์รี่ผงะล้มลงทันทีที่ตุ๊กตาโดนโหงพรายพุ่งชนถึงกับอาเจียนออกมาเป็เื
เจ้ฝ้ายเห็นท่าไม่ดี จึงรีบวิ่งมาหยิบตุ๊กตาทั้งสองตัวแล้วบีบอย่างแรงทำให้เชอร์รี่ล้มลงดิ้นทุรนทุรายด้วยความเ็ป ทางด้านพลายนั้นนั่งขัดสมาธิบริกรรมคาถาไร้ซึ่งความเ็ปใดๆแม้ว่าเจ้ฝ้ายจะบีบหรือเอาเข็มทิ่มตุ๊กตาเสียกบาลของพลายพลายก็ยังคงนั่งสมาธิไม่มีทีท่าเ็ป
พลายลืมตาขึ้นแล้วเขียนอักขระลงบนผ่ามือและกระแทกมือลงบนพื้นดินทันใดนั้นก็มีลมพุ่งขึ้นจากพื้นดินโดนตัวพลาย เชอร์รี่ มะนาวและเมล่อนพลันตุ๊กตาในมือเจ้ฝ้ายก็ะเิออก เจ้ฝ้ายร้องด้วยความเ็ป
แต่ความเ็ปก็ไม่อาจหยุดเจ้ฝ้ายได้ เจ้ฝ้ายพยายามกลั้นความเ็ปชักมีดออกมา ปามีดไปทางเชอร์รี่ พลายเห็นจึงรีบวิ่งเข้าไปช่วยพลายะโเข้าคว้ามีดไว้ได้ทัน พลายจึงถูกคมมีดบาดเอา เจ้ฝ้ายยังไม่หยุดหยิบมีดอีกอันมาเตรียมขว้างออกไป
“พอสะทีเถอะ” เสียงหนึ่งดังขึ้น เจ้ฝ้ายหันมามองด้านหลังเห็นมะลิยืนอยู่มะลิใช้จังหวะนี้ตบหน้าเจ้ฝ้ายฉากหนึ่ง เจ้ฝ้ายถึงกลับล้มลงกับพื้น เจ้ฝ้ายลูบหน้าที่ถูกตบก็โมโหก็พุ่งตัวหมายจะแทงมะลิ แต่ก็มีมือๆ หนึ่งมาขวางไว้
พอปลายมีดกระทบฝ่ามือมีดก็อ่อนยวบเหมือนยางทันที มีดพลัดตกจากมือเจ้ฝ้ายและกลับคืนสภาพเป็มีดดังเดิม เจ้ฝ้ายใสุดขีดเมื่อเห็นว่าเ้าของมือคืออาจารย์บุญศักดิ์เจ้ฝ้ายทรุดตัวลง พยายามถอยห่างออกไป
“ไม่นะค่ะ ไม่ใช่อย่างที่อาจารย์เห็นนะค่ะ มันเป็เื่เข้าใจผิดหนู หนู เปล่า ไม่ ไม่ ไม่...” เจ้ฝ้ายขวัญเสียใจนสลบไป
พลายมองดูและหันไปมองทางวุธก็เห็นหญิงแว่นกับนักเรียนหญิงสองสามคนกำลังปฐมพยาบาลแม็ก วุธและเอกอยู่ มะลิวิ่งเข้ามาหาพลายเอาผ้าพันแผลมาพันแผลที่มือพลายนักเรียนอีกกลุ่ม เข้าไปช่วยเหลือเชอร์รี่ มะนาว เมล่อน และเจ้ฝ้าย
“อาจารย์ครับ รู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่นี่”พลายถามหลังจากที่เหตุการณ์สงบลง
“คุณมะลิไปตามผมมา และออกตามหาพวกคุณนี่แหละ”อาจารย์บุญศักดิ์อธิบาย
“ขอบใจมากนะมะลิ เธอรู้ได้ไงว่าเราจะเกิดเื่”พลายถามต่อ
“ก็หญิงแว่นนะสิ หายไปฉันก็เลยไปหาที่ห้องน้ำหญิงเจอหญิงแว่นจมอยู่ในโอ่งน้ำ แทบแย่แน่ะ พอหญิงแว่นได้สติก็บอกว่าถูกเจ้ฝ้ายจับยัดโอ่งก็เลยไปบอกอาจารย์ อาจารย์ก็ให้ออกตามหาพวกนายนี่แหละ” มะลิตอบคำถามและหญิงแว่นก็เดินเข้ามาพอดี พลายยิ้มให้หญิงแว่น และหันกลับไปหาอาจารย์บุญศักดิ์
“อาจารย์ครับแล้วจะทำยังไงต่อกับเจ้ฝ้ายครับ”
“เราคงต้องส่งตัวฝ้ายไปรับการรักษาก่อน หลักจากนั้นก็คงเป็เื่ของตำรวจนะเพราะตอนนี้ทางตำรวจได้ประสานงานขอตัวฝ้ายไปสอบปากคำในฐานะผู้ต้องสงสัยคดีฆาตรกรรมเด็กนักเรียนมัธยมจุฑาราช” อาจารย์บุญศักดิ์พูดจบ ทุกคนต่างใและไม่คาดคิดว่าเจ้ฝ้ายจะทำเื่ราวให้มันใหญ่โตได้ถึงเพียงนี้