“ คุณณัฐ ไม่สบายหรือเปล่าค่ะถึงตื่นสายขนาดนี้”
“ ถ้าผมป่วยหนักกะทันหันได้ก็ดีสิป้า”
ชายหนุ่มที่รู้สึกว่าตัวเองกำลังจนมุมโผล่หน้าจากผ้าห่มออกมากล่าว
“ พูดอะไรอย่างนั้นค่ะ ไม่เป็มงคลเลย ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวออกไปดูที่โรงแรมดีกว่าว่าเขาจัดอะไรให้พร้อมหรือยัง งานเลี้ยงจะมีเย็นนี้แล้วน่ะค่ะ”
“ นี่แหละเหตุผลที่ทำให้ผมไม่อยากลุกจากเตียง”
ชายหนุ่มตัวโตวัยสามสิบงอแงเหมือนเด็กเล็กๆที่ถูกปลุกให้ตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า
“ ลุกเถอะค่ะ ไหนๆก็หลีกไม่ได้แล้ว ก็ชนกับมันไปให้เต็มที่แล้วทุกอย่างมันก็คงจะดีเอง”
ข้อคิดของคุณแม่บ้านทำให้ชายหนุ่มคิดได้ เขาจึงดีดตัวขึ้นจากเตียงที่นอนแช่อยู่มาตั้งนานแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ จริงอย่างที่ป้าสร้อยว่า ไหนๆเขาก็หลีกไม่พ้นแล้วดั่งนั้นก็ควรตั้งสติให้มั่นแล้วตั้งใจชนกับมันไปให้เต็มที่ ให้รู้กันไปว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้อีก ซึ่งถ้าไม่ใช่เ้าก้อนปัญหาที่เป็ฝ่ายแหลกกระจุยก็คงจะเป็ตัวเขานี่แหละที่จะเละไม่มีชิ้นดี
อาบน้ำแต่งตัวแล้วเสร็จก็ตั้งใจว่าจะหาอะไรทานรองท้องเสียหน่อย แต่เลขาของนนทพัทธ์ที่ตอนนี้ต้องมาทำหน้าที่เป็เลขาให้เขาชั่วคราวก็โทร.เข้ามาบอกว่า ว่าที่เ้าสาวของเขาได้ไปรอจดทะเบียนอยู่ที่ว่าการเขตแล้ว ให้ตายสิ...อะไรมันจะขนาดนั้น นี่เขาต้องจดทะเบียนสมรสด้วยเหรอ เ้าหล่อนเลือกเขตบางซื่อเสียด้วย คงจะถือเคล็ดเหมือนบางคน แต่มันจะมีประโยชน์อะไรในเมื่อเริ่มต้นเขาก็เล่นไม่ซื่อกับเธอเสียแล้ว
ชายหนุ่มรีบสลัดความคิดที่ว่าตัวเองเป็ฝ่ายผิดนั้นทิ้งเสียแล้วขุดเอาความบกพร่องของฝ่ายโน้นมากลบไว้แทน ก็ใครใช้ให้พวกหล่อนอยากได้ทรัพย์สมบัติของแม่นีจนตัวสั่นทำไม
ชายหนุ่มขับรถออกมาจากบ้านก่อนจะนึกได้ว่าไม่ควรจะต้องรีบร้อน เดียวยัยเพิ้งนั้นจะคิดว่าเขาอยากจดทะเบียนด้วย ณัฐพลจึงแวะเข้าร้านอาหารแล้วสั่งอะไรมานั่งทานอย่างใจเย็น แม้มันจะดูไม่เป็สุภาพบุรุษเลยที่ทิ้งให้ผู้หญิงต้องรอ แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นรอไม่ได้แล้วหนีกลับใต้ไปเลยเขาก็จะดีใจเป็ที่สุด
และแม้จะพยายามถ่วงเวลาสักเท่าใด แต่สุดท้ายเขาก็มาถึงที่ว่าการเขตอยู่ดีแล้วอรวรรณผู้เป็เลขาก็เดินเข้ามาหาทันทีที่เห็น
“ คุณผิงมารออยู่นานแล้วค่ะ”
“ หา...ชื่ออะไรน่ะ”
แทนที่จะห่วงความรู้สึกของคนที่รอ เขากลับสนใจเื่ชื่อของเธอมากกว่า
“ ผิงค่ะ ว่าที่ภรรยาของคุณณัฐเธอชื่อเล่นว่าคุณผิง”
“ น่าจะชื่อคุณผีเสียให้รู้แล้วรู้รอด”
ชายหนุ่มยังอดค่อนว่าอีกไม่ได้
“ โธ่ รีบไปกันดีกว่าค่ะคุณณัฐ”
อรวรรณทำเสียงอ่อนใจ
“ คุณเองก็เหมือนกัน จำไว้เสียบ้างสิว่าต้องเรียกผมว่านนท์ เพราะตอนนี้ผมชื่อนนทพัทธ์อยู่เข้าใจไหม”
เขาพาลทำเสียงหงุดหงิดใส่เลขา
“ ค่ะ เข้าใจค่ะ”
อรวรรณรับคำทั้งที่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพวกเ้านายเขากำลังเล่นอะไรกันอยู่ แต่ในเมื่อยังไม่อยากหางานใหม่เธอจึงต้องทำตามคำสั่งไป
“ต่อหน้าคุณผีนั้นห้ามหลุดปากเรียกผิดเป็อันขาด”
เขากำชับก่อนเดินเข้าไปข้างใน พร้อมๆกับในสมองวาดภาพของผู้หญิงตัวอ้วนๆผิวดำปี๋ ผมหยิกหย่อย ตาเหล่ จมูกเบี้ยว ฟันเหยิน ไปด้วย
“ นั้นค่ะ คุณผิงนั่งอยู่นั้น”
อรวรรณตามเข้ามาชี้บอก ชายหนุ่มมองตามแล้วก็ต้องตกตะลึง เพราะหญิงสาวที่ลุกขึ้นเผชิญหน้าด้วยนั้นมีเรือนร่างสูงโปร่ง ผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้ารูปไข่ ริมฝีปากอิ่มเต็มน่าจูบ จมูกโด่งดวงตาคมสวยซึ้งสะดุดใจล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอนและเรียวคิ้วได้รูป เส้นผมยาวสลวยดำขลับเป็ประกาย บุคลิกสง่างามดุจนางพญาและมีท่าทางเชื่อมั่นในตัวเองสูง ซึ่งผิดกับที่เขาวาดไว้ในมโนภาพชนิดฟ้ากับเหว เธออยู่ในชุดสูทเข้ารูปสีเข้ม กระโปรงสั้นเหนือเข่าเผยให้เห็น่ขาเรียวงาม