“แรงจูงใจ! ปัญหาใหญ่ที่สุดของเราตอนนี้ก็คือเื่แรงจูงใจในการฆ่าของฆาตกร! ถ้าเราหาเจอก็จะจับเ้าบ้านั่นได้!” หวังย่าหนานพูดเร็วปรื๋อ เวลาตื่นเต้นเธอมักจะพูดเร็วติดจรวดจนคนฟังตามไม่ทัน
“พวกคุณดูนี่ หวังย่าจิงเป็แค่เด็กสาวบ้านนอกที่เพิ่งจะเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่ได้ไม่นาน พูดได้ว่าเธอยังมีเพื่อนไม่มากนัก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเื่แก้แค้น แค่ระยะเวลาที่หล่อนอยู่ในเมืองเทียนฉางสามารถนับได้อย่างชัดเจน ลองคิดดูนะ เด็กผู้หญิงที่ไม่มีสังคมถูกฆ่าด้วยเหตุผลอะไรกัน เหตุผลมีอยู่ข้อเดียว นั่นก็คือหล่อนโชคร้ายที่บังเอิญตรงกับเป้าหมายของฆาตกรเข้า! และคุณหมอจางก็พิสูจน์แล้วว่าเ้าฆาตกรคนนี้ต้องเป็คนที่มีร่างกายกำยำแข็งแรง แตกฉานเื่ศัลยกรรม ไอคิวสูง เ็าไร้ความรู้สึก แถมฆาตกรยังมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าอีกต่างหาก ั้แ่การเลือกเหยื่อในตอนแรก จนถึงการเข้าใกล้เหยื่อ แล้วเลือกสถานที่และเวลาทิ้งศพ ท้ายสุดจึงเลือกจังหวะลงมือ เป็แผนฆาตกรรมที่แทบจะสมบูรณ์ไร้ที่ติ!”
พอหวังย่าหนานพูดจบ ห้องประชุมที่เงียบเป็เป่าสากเมื่อครู่ก็มีเสียงวิพากย์วิจารณ์เซ็งแซ่ขึ้นมาทันที
หัวหน้าหลี่กระแอม คิ้วขมวดเอ่ย “ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ หัวหน้าหวัง ถ้าเป็ไปตามที่คุณพูด เหตุผลที่ฆาตกรคนนี้ลงมือฆ่าคนก็มาจากตัวฆาตกรเองทั้งสิ้น”
หวังย่าหนานพยักหน้า “มีความเป็ได้ค่ะ เพราะว่าผู้ตายหวังย่าจิงไม่ได้มีสังคมที่ไหน ดังนั้นฉันเลยพุ่งความสงสัยไปที่ฆาตกรคนนี้แทน เขาลงมือได้อำมหิตขนาดนี้ สันนิษฐานได้สองอย่าง หนึ่งคือเขาอยากโชว์ความฉลาดของตัวเองให้พวกเราได้เห็น ส่วนอีกข้อสันนิษฐานหนึ่งเป็อะไรที่ฉันไม่อยากจะคิดเลย นั่นก็คือฆาตกร้าจะแก้แค้น เขาใช้วิธีการที่ไม่เหมือนใครนี้มาแก้แค้น แสดงว่าต้องมีเหตุการณ์ในอดีตที่ทิ้งแผลไว้กับเขาจนยากจะลืมเลือนแน่นอน ทำให้เขาได้รับาเ็ ดูท่าว่าตอนนี้สภาพจิตใจของเขาไม่ปกติอย่างมาก แถมยังอยู่ในขั้นอันตรายอีกด้วย”
“เขา้าแก้แค้นใคร”
หวังย่าหนานส่ายศีรษะหน้าเครียด “ตอนนี้ยังไม่ทราบค่ะ แต่ที่ฉันกังวลคือ คดีนี้อาจจะเป็เพียงแค่ ‘การเริ่มต้น’ เท่านั้น!”
“งั้นขั้นต่อไปคุณมีแผนอะไรไหม” หัวหน้าหลี่ขมวดคิ้ว
“ล่อเสือออกจากถ้ำ! จุดอ่อนของฆาตกรก็คืออารมณ์ของเขา ดูจากการเลือกสถานที่ทิ้งศพที่เตรียมการมาอย่างดี คนคนนี้จะต้องเป็พวกหลงตัวเอง พวกเราจะต้องท้าทายเขา แล้วบีบให้เ้าตัวเป็ฝ่ายออกมาหาเราเอง” หวังย่าหนานพูดอย่างมีแผนการ
คืนนั้น่เวลาไพร์มไทม์ของสถานีโทรทัศน์เมืองเทียนฉางออกอากาศสัมภาษณ์พิเศษหวังย่าหนานหัวหน้าหน่วยอาชญากรรมพิเศษที่ดูแลคดีสืบสวนแห่งกรมตำรวจประจำเมือง เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความคืบหน้าล่าสุดของคดีฆ่าหั่นศพนักศึกษาสาวที่ยังปิดคดีไม่ได้นั้น หวังย่าหนานตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่าคดีใกล้จะปิดแล้ว
ออกอากาศไปได้ไม่ทันไร สายฮอตไลน์ของสถานีโทรทัศน์ก็แทบจะะเิ บรรดาผู้ชมรายการช่างสงสัยต่างสอบถามเข้ามาถึงเื่คดี แต่คำตอบที่ได้กลับเหมือนกันหมดนั่นคือ คดีใกล้จะปิดแล้ว แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถพูดอะไรได้
จางถงที่ดูข่าวจบก็โทรศัพท์หาหวังย่าหนานด้วยเหมือนกัน
“ย่าหนาน จริงเหรอที่ว่าคดีมีความคืบหน้า จะจับเ้าบ้านั่นได้จริงๆ แล้วเหรอ” น้ำเสียงของจางถงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หวังย่าหนานฝืนหัวเราะ “ยังไม่ได้อะไรเลยต่างหากล่ะ ฉันกำลังกดดันให้ฆาตกรมันออกมา”
“งั้นเธอต้องระวังตัวมากหน่อย อย่าหาว่าฉันไม่เตือน คนคนนี้ไม่เพียงแค่มีไอคิวสูงเท่านั้น แต่จิตใจยังผิดปกติมากอีกด้วย!”
“ฉันรู้ แล้วฉันจะระวังตัวนะ!”
พอวางสายลง หวังย่าหนานเดินไปที่ประตูห้องทำงานแล้วเรียกผู้ช่วยเข้ามา “รีบนำเทปที่พวกเราถ่ายสถานที่เกิดเหตุทั้งสองแห่งมาเปรียบเทียบกัน แล้วดูว่ามีคนที่คล้ายกันปรากฏตัวขึ้นในสถานที่เกิดเหตุทั้งสองแห่งไหม ฆาตกรมันจะต้องย้อนกลับไปดูที่เกิดเหตุแน่นอน!”
“ทำไมล่ะครับ” ผู้ช่วยไม่เข้าใจ
“เขา้าชื่นชมผลงานตัวเองน่ะสิ!” หวังย่าหนานตอบเสียงเ็า
สิ่งที่มนุษย์อย่างเราเข้าใจยากที่สุดบนโลกใบนี้อาจจะต้องนับรวมจิตใจของมนุษย์เข้าไปด้วย เรามองไม่เห็นรูปทรงของมัน และคนอื่นก็ไม่สามารถเข้าใจมันได้จริงๆ แม้แต่ตัวเ้าของเองก็จนปัญญาที่จะอธิบายที่มาที่ไปของอารมณ์ได้อย่างชัดเจน
หวังย่าหนานดูเทปอยู่หลายต่อหลายรอบ แต่ก็ยังไม่ได้อะไรขึ้นมา หรือว่าเ้าฆาตกรคนนี้จะไม่ได้ย้อนกลับไปยังสถานที่เกิดเหตุ ถ้าแบบนี้มันก็ไม่เข้ากับสภาพจิตของเขาเลยนี่นา
หรือเขากลับไปแล้วแต่พรางตัวอย่างดี จนทำให้หล่อนไม่ทันสังเกต
เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น หวังย่าหนานเงยหน้าขึ้นมองเห็นเป็จางถง
“เสี่ยวถง? รีบเข้ามาสิ!” หวังย่าหนานชี้ไปยังเก้าอี้ที่อยู่ตรงกันข้าม
จางถงปิดประตูแล้วเดินมาที่โต๊ะทำงานหวังย่าหนาน เธอล้วงรูปถ่ายที่สีกลายเป็สีเหลืองใบหนึ่งจากกระเป๋าสะพายข้างขึ้นมา และวางรูปถ่ายลงตรงหน้าหวังย่าหนาน หวังย่าหนานมองรูปถ่ายชายวัยกลางคนสองคน ที่มีฉากหลังเป็กำแพงเมืองจีนที่ปักกิ่ง
“ย่าหนาน ฉันรู้ว่าเธอยุ่งมาก แต่ถ้ามีเวลาก็ช่วยฉันตามหาคนคนนี้หน่อยได้ไหม” จางถงชี้ไปยังชายวัยกลางคนที่อยู่ด้านซ้ายมือในรูปถ่าย “เขาชื่อเฉินไห่จวิน เป็เพื่อนของพ่อ เคยเป็แพทย์อยู่ที่เมืองเทียนฉางมาก่อน ฉันมีอะไรอยากจะถามเขาสักหน่อย พวกเราไม่ได้ติดต่อกันมานานมากแล้วั้แ่ปี 1992 ”
หวังย่าหนานอยากจะเอ่ยปากถามแต่ก็เปลี่ยนใจ ล้มเลิกความตั้งใจลงอย่างรวดเร็ว หล่อนมองจางถงที่่นี้ซูบผอมลงไปถนัดตา จึงพยักหน้าแล้วเอ่ย “ได้สิ ฉันจะรีบจัดการให้ ฉันมีเพื่อนอยู่ที่กองสำมะโนประชากร จะให้เขาช่วยตรวจสอบให้นะ ว่าแต่แม่เธอสบายดีใช่ไหม ่นี้งานฉันเยอะมากจนไม่มีเวลาไปเยี่ยมท่านเลย! ”
จางถงยิ้มน้อยๆ “ว่างแล้วก็แวะมาเยี่ยมสิ แม่บ่นคิดถึงเธอตลอด”
หลังออกมาจากห้องทำงานของหน่วยอาชญากรรมพิเศษ จางถงตรงมาที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าใต้อาคาร เพิ่งจะเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ นึกไม่ถึงว่าอยู่ๆ หวังย่าหนานจะโทรเข้ามา
“เสี่ยวถง รีบออกมาที่เกิดเหตุเดี๋ยวนี้ ตรอกซีซื่อ!”
“ได้ ฉันจะรีบไป!” จางถงรีบเปิดประตูตู้เก็บของ หิ้วกล่องเครื่องมือที่เตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้วออกมา พร้อมกับเรียกพานเจี้ยนผู้ช่วย
“มีคดี รีบไปกันเร็ว! นายไปเอารถออก!”
จ้าวจวิ้นเจี๋ยที่สวมชุดทำงานกำลังก้มหน้าก้มตาจัดเครื่องมือชันสูตรได้ยินเข้าก็ดี๊ด๊าขึ้นมาทันที เขยิบเข้ามาใกล้ ท่าทางอยากไปด้วย “คุณหมอจาง ขอผมไปด้วยคน!”
จางถงถลึงตาใส่เขา “คุณนักข่าวจ้าว คุณพักซะเถอะ ถ้าไปทำลายสถานที่เกิดเหตุขึ้นมาฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ ยังไงเดี๋ยวก็ต้องกลับมาชันสูตรอยู่ดี แค่นี้ก็เพียงพอให้คุณหาประสบการณ์ได้แล้ว!”