ตอนที่ 8 แลก
“ฝ้าย” ผมยืนตัวชาอยู่กับที่รู้สึกถึงมือทั้งสองข้างนั้นเย็นเฉียบขึ้นมากะทันหันฝ้ายยิ้มเจื่อนๆ ส่งมาให้ผมพร้อมกับพยายามมองไปรอบๆ เหมือนกำลังมองหาใครอยู่ผมหันไปรอบตามสายตาของฝ้ายแล้วนึกเข้าใจความรู้สึกฝ้ายทันทีฝ้ายคงกำลังคิดว่าผมพาผู้หญิงคนอื่นมาดูหนังด้วยแน่ๆ
“อินทร์มากับใครเหรอ” ฝ้ายถามผมทันที
“มากับ...เอ่อ มากับเ้านาย” ผมหันไปทางไอ้บ้าที่มันยืนตีหน้าขรึมอยู่ข้างๆผมชำเลืองมองคนข้างๆ ด้วยหางตาและรับรู้ทันทีว่าตอนนี้อารมณ์ของคนข้างๆ แปรเปลี่ยนไปแล้ว
“อ่อ สวัสดีค่ะ” ฝ้ายยิ้มแล้วยกมือไหว้ ไอ้บ้าหน้าเขียวที่มันยืนคอแข็งอยู่ข้างผมทันที
“แล้วฝ้ายมาดูหนังกับใคร” ผมเอ่ยถามทันทีเพราะปกติผมจะเป็คนพาฝ้ายมาดูหนังฝ้ายแทบจะไม่เคยมาดูหนังคนเดียวหรือมากับคนอื่นเลย ถ้าจะมากับเพื่อนฝ้ายก็ลากผมมาด้วยทุกครั้ง
“อืม ฝ้ายมาคนเดียวก็อินทร์บอกว่าอินทร์ไม่ว่าง ฝ้ายอยากดูเื่นี้”ฝ้ายชี้นิ้วไปยังป้ายโฆษณาหนังเข้าใหม่เื่เดียวกับที่ผมชวนไอ้เ้านายจอมปลอมของผมมาดู
ผมจุกจนพูดไม่ออกทำได้เพียงยิ้มกลับไปแทนคำขอโทษซึ่งผมะโก้องอยู่ภายในทั้งที่อยากดึงฝ้ายมากอดแล้วพูดขอโทษสักล้านครั้ง แต่ก็ไม่รู้ว่าคำขอโทษของผม มันจะลบล้างความผิดความเลวที่ผมทำกับฝ้ายได้หรือเปล่า
“อินทร์ขอโทษนะ ที่อินทร์ผิดสัญญา” ผมเดินเข้าไปหาสบตากับแฟนสาวฝ้ายแค่ยิ้มตอบผมแววตาคู่นั้นเศร้าลงเล็กน้อย
“ไม่เป็ไร ไม่ต้องคิดมากนะ” ฝ้ายตอบผมเสียงเครือ
“จะดูด้วยกันก็ได้ ฉันไม่ว่าอะไร” ไอ้ั์หน้าเขียวนั่นพูดขึ้นมาเสียงเข้มฟังจากเสียงนั่นแล้วผมรู้ว่ามันไม่ได้เต็มใจ แต่ผมไม่ได้สนใจความรู้สึกไอ้บ้านั่นผมสนใจแค่ความรู้สึกฝ้ายเท่านั้น
“เอ่อ...คุณพูดจริงเหรอ” ผมหันไปจ้องหน้ามันนิ่ง แววตาคู่นั้นกำลังลุกโชนเหมือนผมเห็นเปลวไฟลุกพรึบขึ้นมาจากดวงตาคู่นั้นมันคือความโกรธ ความอาฆาต ผมรู้ว่ามันหมายถึงอะไร
ผมหันกลับมามองดูแววตาอีกคู่ที่กำลังแย้มยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้เห็นหน้าผมแววตาแห่งความหวังฉายอยู่จนปิดไม่มิดของฝ้ายเมื่อได้ยินว่าเธอสามารถดูหนังเื่นี้กับผมได้ ผมเอื้อมมือไปลูบหัวฝ้ายเบาๆแล้วยิ้มพยักหน้าให้สาวน้อยของผม
“อินทร์สัญญาไว้แล้วนี่ว่าจะพาฝ้ายมาดูหนังเื่นี้ ถ้าอย่างนั้นวันนี้ก็ดูด้วยกันนะ”ผมยิ้มให้ฝ้ายแต่ในใจของผมหนาวะเื
“อินทร์ทำงานอยู่หรือเปล่า” ฝ้ายถามผมด้วยความเป็ห่วง ผมถอนหายใจนิดๆ แล้วหันกลับไปหาคนตัวโตซึ่งอยู่ใกล้ๆ
“ไม่เป็ไร เดี๋ยวอินทร์ไปขอเ้านายได้”
ผมขยับไปยืนอยู่ต่อหน้าเ้าของร่างสูงซึ่งยืนตัวแข็งพร้อมกับทำหน้าถมึงทึงจ้องผมเหมือนอยากจะกินเืกินเนื้อผม ถ้าทำได้เวลานี้มันคงอยากขย้ำคอผมให้แหลกคามือ
“ผมลางานได้มั้ยวันนี้” ผมเงยหน้าขึ้นไปหาคนตัวโตที่ยืนจ้องผมอยู่ตาเขียว
“แค่หนังเื่นี้จบ” ไอ้บ้านั่นตอบผมมาสั้นๆ แล้วมันก็เดินหนีไปยืนรออยู่ใกล้ๆพร้อมกับไอ้สองคนซึ่งยืนจ้องมาทางผม
ฝ้ายเดินเข้ามาหาผมสีหน้าไม่ค่อยดีนักผมรู้ว่าฝ้ายคงเป็ห่วงและคงกลัวว่าผมอาจจะมีปัญหาเื่งานอีก
“อินทร์ ฝ้ายดูคนเดียวได้ อินทร์ดูแลเ้านายเถอะ”ฝ้ายบอกกับผมพร้อมกับยิ้มน้อยๆ
ผมรู้ว่ารอยยิ้มนั้นฝืนแค่ไหนผมรู้ว่าฝ้ายกำลังน้อยใจอยู่ ผมยกมือขึ้นไปโยกหัวเล็กๆ นั้นเบาๆ แล้วเลื่อนมือไปกุมมือเรียวบางนุ่มนั้นมาจับไว้อย่างมั่นคงแล้วเงยหน้าหันไปมองโปรแกรมหนังเข้าใหม่เบื้องหน้า พร้อมกับรั้งไหล่บางนั้นเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
อะไรจะเกิดก็ช่างมันผมยินดีรับชะตากรรม ขอแค่ให้ผมได้ทำหน้าที่แฟนที่ดี แม้สักแค่่เวลาสองสามชั่วโมงนับจากนี้ก็พอฝ้ายเงยหน้าขึ้นมามองผมนิดหนึ่ง ดวงตาหวานคู่นั้นรื่นไปด้วยน้ำตาผมรู้ว่าฝ้ายอยากมีผมอยู่ข้างๆ และตอนนี้เธอคงดีใจที่จะได้นั่งดูหนังด้วยกันฝ้ายยกแขนขึ้นมาโอบเอวผมเหมือนที่เธอชอบทำเสมอ
หลังจากผมเลือกรอบฉายหนังและที่นั่งได้แล้วผมจึงเดินกลับไปหาคนตัวโตซึ่งนั่งคอแข็งรอผมอยู่ตรงชุดโซฟาตัวใหญ่หน้าโรงฉายระดับเฟิร์สคลาส ไอ้สองคนนั้นยืนประกบเ้านายมันไม่ห่างผมกับฝ้ายแยกตัวออกมานั่งอยู่ตรงโซฟาห่างออกมาอีกนิด
“อินทร์” ฝ้ายยื่นหน้ามากระซิบเรียกผมเบาๆ
“ว่าไง” ผมถามฝ้ายแต่สายตายังจับอยู่ที่คนหน้าตึงซึ่งจ้องผมตาเขม็ง
“เ้านายอินทร์ ดูดุมากจริงๆ ด้วย” ฝ้ายจับมือผมไปบีบแรงๆ มือฝ้ายเย็นเฉียบไปหมด
“ก็นิดหนึ่ง ฝ้ายไม่ต้องคิดมากหรอก"
“จะไม่เป็อะไรแน่นะ ที่ฝ้ายมาดูหนังด้วยแบบนี้”ฝ้ายหันไปมองแล้วยิ้มให้ไอ้คนหน้าั์ แล้วฝ้ายก็หน้าเจื่อนลงเมื่อได้รับเพียงความเ็าตอบกลับมา
“อืม ไม่เป็อะไร ไม่ต้องห่วงเขาเป็อย่างนั่นแหละ”ผมรีบบอกเพื่อให้ฝ้ายสบายใจทันที
“จ้า ไม่เป็ ก็ไม่เป็”
“แล้วมือนี่ไปโดนอะไรมา” ผมถามเมื่อเห็นว่ามือแฟนผมเป็แผล
“ก็...” ฝ้ายยิ้มแห้งๆ ส่งให้ผมเป็รอยยิ้มซึ่งผมคุ้นเคยดีเวลาแฟนสาวแอบทำอะไรผิด
“ก็.....ก็ซุ่มซ่ามอีกแล้วล่ะสิ” ผมหัวเราะแล้วยกมือไปบีบจมูกแฟนเบาๆฝ้ายยิ้มพร้อมกับย่นจมูกใส่ผม
“ก็ฝ้ายไม่ระวัง ซ่อมราวตากผ้าหลังห้องเหล็กมันเกี่ยวเอานิดเดียวไม่เป็อะไรหรอก” ฝ้ายยกแผลที่มือขึ้นมาจ่อตรงหน้าผม
“ถ้ามันพัง ทำไมฝ้ายไม่รออินทร์ล่ะ บอกอินทร์สิ เดี๋ยวอินทร์จะไปซ่อมให้”
ผมขยับตัวดึงกระเป๋าเงินตัวเองออกมาจากกระเป๋าหลังของกางเกงยีนในนั้นผมพกพลาสเตอร์ยาติดกระเป๋าไว้ตลอด เพราะรู้ดีว่าแฟนผมเป็คนซุ่มซ่ามแต่ไหนแต่ไรมามักมีแผลเล็กๆ น้อยๆ ตลอด
ผมหยิบพลาสเตอร์ยานั้นออกมาชูไปตรงหน้าฝ้ายฝ้ายยิ้มอย่างน่ารัก ผมก้มลงจูบไปบนรอยแผลนั้นเบาๆ เหมือนอย่างที่เคยทำมาทุก ครั้งฝ้ายยิ้มแล้วยื่นมือให้ผมแปะพลาสเตอร์ให้
“โอมเพี้ยง จงหาย!” ผมเป่าลมจากปากใส่แผลนั้นเบาๆ ยิ้มแล้วลูบไปบนเรือนผมนิ่มฝ้ายยิ้มแล้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“อินทร์ซื้อมือถือใหม่เหรอ” ฝ้ายถามผมพร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ของผมไปดู
“อืม เครื่องเก่ามันตกแตก พังยับเลย” ผมยื่นมือถือนั้นให้ฝ้ายดูทันที
“เครื่องใหม่มีรูปคู่ของเราหรือยัง”ฝ้ายยิ้มถามผมแล้วขยับมานั่งโซฟาข้างๆผม
“ยังเลย ไหนมานี่สิ” ผมดึงเอาฝ้ายมานั่งลงมาบนตักผม แล้วปลดล็อกหน้าจอให้พร้อมกับเข้าโปรแกรมถ่ายรูปทันทีฝ้ายยกมือถือขึ้นมาถ่ายเซล์ฟี่เหมือนทุกทีเวลาเราไปไหนด้วยกันเรียกว่ากว่าจะรูปที่ถูกใจแม่คุณแฟนผมก็กดไปเป็สิบๆ ภาพ
“อินทร์ฝ้ายชอบรูปนี้” ฝ้ายกดเลือกดูรูปในเครื่อง ผมเหลือบตาดูแล้วกดตั้งรูปนี้เป็รูปพักหน้าจอทันทีฝ้ายหันมายิ้มให้ผมแววตาคู่นั้นมีความสุขผมรับรู้ได้ ผมเลื่อนไปยังแอปพลิเคชั่นแสดงยอดเงินในบัญชีอีกรอบแล้วส่งให้แฟนสาวดู
“ฝ้ายดูนี่สิ”
“โอ้โห อินทร์ทำไมเงินเยอะจัง” ฝ้ายหันมาถามผม
“ก็ทำงานหนักแลกมานี่” ผมกดโอนเงินในบัญชีให้กับฝ้ายทันที
“อินทร์ไม่เอานะ” ฝ้ายผลักมือผมออกทันที
“ทำไม”
“อินทร์เก็บไว้บ้างสิ เผื่อมีเื่ฉุกเฉินอะไรต้องใช้”ฝ้ายดุผมเสียงเขียว
“อินทร์ไม่ใช้หรอก เก็บไว้ที่ฝ้ายปลอดภัยกว่า” ผมกดยืนยันการโอนเงินทันที
“สามแสนนะอินทร์ ไม่ใช่สามพัน ไม่คิดหน่อยเหรอ” ฝ้ายดูสีหน้าเป็กังวลมาก
เงินก้อนนี้มันเป็เงินที่ไอ้คนหน้าเขียวนั่นโอนมาให้ผมหลังจากที่ผมอยู่ร่วมห้องยอมเป็ทาสรักทาสสวาทของมันมาครบเดือน อยู่ที่นั่นผมไม่ต้องใช้เงินสักบาทจึงไม่มีเหตุจำเป็อะไรที่ผมจะหวงมันไว้กับตัวและจุดประสงค์ที่ผมยอมไปที่นั่นก็เพราะผม้าทำทุกอย่างเพื่อให้ฝ้ายแฟนสาวของผมสบายใจเพื่อทำให้มันเบื่อและยอมปล่อยผมไป
“เก็บไว้เตรียมงานแต่งของเราไง ทีนี้พ่อกับแม่ฝ้ายจะได้สบายใจว่าอินทร์น่ะจะไปขอลูกสาวเขาจริงๆ นะ”
“เหนื่อยมั้ยอินทร์ ถ้ามันเหนื่อยนัก อินทร์ไม่ต้องทนก็ได้นะ”
ประโยคคำถามสั้นๆทำเอาผมตีบตันในหัวใจจนพูดไม่ออก ผมฝืนยิ้มแล้วแกล้งหันไปทางอื่นพอดีกับโรงหนังของเราเปิดให้เข้าได้ ผมจึงดึงมือคนข้างๆให้ลุกขึ้นแล้วโอบไหล่ฝ้ายเดินเข้าไปภายใน โดยไม่ได้หันกลับไปสนใจคนข้างหลังอีก
ผมนั่งดูหนังกับฝ้ายโดยทิ้งให้เ้าของเงินซื้อตั๋วไปนั่งอยู่คนเดียวด้านหลังแต่ยังมีสองคนนั่นนั่งประกบอยู่ถัดออกไปอีกหน่อย ตลอดเวลาที่ดูหนัง ผมรู้สึกเสียวต้นคอตลอดผมรู้ว่ามีสายตาแข็งกร้าวกำลังลุกโชนด้วยไฟโทสะจ้องมองผมอยู่ตลอดเวลาฝ้ายเอนตัวซบหน้าลงมากับไหล่ผมเหมือนที่เคยทำเป็ปกติเราสองคนนั่งจับมือกันอยู่อย่างนั้นจนหนังจบ หลังจากหนังจบ ผมเดินไปส่งฝ้ายขึ้นแท็กซี่เพื่อกลับหอ ด้วยหัวใจอันปวดร้าว ผมอยากนั่งไปข้างๆเพื่อไปส่งฝ้ายจนถึงหอพัก อยากกลับไปนอนกอดเธอ ได้นั่งกินข้าวข้างทางด้วยกันแล้วฟังเสียงฝ้ายบ่นเื่นั้นเื่นี้
“ขอบคุณนะคะ ที่วันนี้อนุญาตให้ฝ้ายดูหนังกับอินทร์ได้” ฝ้ายหันไปยกมือไหว้ขอบคุณไอ้บ้านั่นมันแค่พยักหน้าขรึมๆให้ฝ้ายนิดหน่อยเท่านั้น
“ถึงห้องแล้วบอกด้วยนะ” ผมยีหัวฝ้ายเบาๆ
“อืม ฝ้ายไปล่ะนะ”
“ฝ้าย” ผมร้องเรียกชื่อแฟนสาว
ฝ้ายหันกลับมาหาผมพร้อมกับรอยยิ้มเศร้าๆผมรู้ว่าฝ้ายกำลังรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึก ความรู้สึกเมื่อต้องแยกกันทั้งที่ใจจริงแล้วไม่อยากเลยสักนิดผมดึงเอาร่างบางๆ นั้นเข้ามากอดแน่น ฝ้ายดูอึ้งไปแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาเฉยๆฝ้ายหันไปทางไอ้บ้าโรคจิตที่ตอนนี้มันสะบัดหน้าเดินหนีไปแล้ว
“อินทร์....รักฝ้ายนะ”
“อินทร์ ฝ้ายก็รักอินทร์นะ”
ผมเดินกลับมายังรถคันใหญ่ซึ่งติดเครื่องยนต์รออยู่ผมรู้สึกหนาวจนตัวสั่นไปหมด มือทั้งสองข้างเย็นเฉียบ รู้สึกกลัวขึ้นมาจับหัวใจผู้ชายในชุดสูทสีดำอีกคนนั้นยืนอยู่อีกฟากหนึ่งของรถ มันหันหลังให้กับตัวรถสายตามองไปรอบๆ บริเวณลานจอดรถที่มืดสนิทและค่อนข้างเปลี่ยวคนชื่อโชคเปิดประตูรถให้ผมแล้วปิดประตูตามหลังผมมา
เมื่อผมเข้าไปนั่งในรถไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองหรือว่าแอร์ในนี้มันหนาวจริงๆเพราะผมสั่นไปหมด รถยนต์คันใหญ่ ภายในรถไม่มีใครอื่นนอกจากผมและไอ้บ้าตัวโตนี่
ผมหันไปรอบตัวสองคนนั้นยังยืนหันหลังให้รถคันนี้อยู่ไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นมานั่งในรถแล้วขับออกไปเลยสักนิดเดียวผมหันไปสบตากับคนหน้าั์ข้างๆ ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก
“มีความสุขพอแล้วใช่มั้ย” เสียงแข็งเข้มเย็นเฉียบนั้นพูดกับผมแววตาของสัตว์ป่าฉายวาบออกมาจากดวงตาคู่นั้นความรู้สึกหวาดกลัวแล่นเข้ามาจับขั้วหัวใจจนผมรู้สึกหนาว
“ผม...”
ผมยังไม่ได้ตอบอะไรมือหนาๆนั้นก็คว้าคอเสื้อของผมกระชากดึงเข้าไปหาตัวมัน จนผมหน้าคะมำฟุบลงไปกับเบาะ เมื่อเงยหน้าขึ้นไปหาเ้าของร่างซึ่งผมกำลังทับอยู่บนตัวมัน
“เวลาความสุขของเธอหมดแล้ว”
ใช่เวลาความสุขของผมกับฝ้ายมันหมดลงแล้วเพราะนับจากนาทีนี้มันคือ่เวลาที่ผมต้องชดใช้กรรม นรกขุมใหม่กำลังเปิดประตูรอรับผมอยู่
ผมถูกมือหนาของมันบีบเคล้นจนกระดูกแทบแตกริมฝีปากนั้นบดลงมาอย่างไร้ความปรานี คอ บ่า ไหล หน้าอก แขน ขาทุกส่วนของเรือนร่างผมคือที่ระบายอารมณ์ของมัน
ิญญาสัตว์ป่าแสนดุร้ายมันคงสิงสู่อยู่ในร่างผู้ชายคนนี้เสื้อผ้าของผมถูกมันดึงทึ้ง ฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี ผมดิ้นรนเพื่อ้าจะหนีจากมันทั้งที่ก็รู้ว่าไม่มีทางหนีพ้น ผมกรีดร้องให้คนช่วยทั้งๆที่ก็รู้ว่าไม่มีใครช่วยผมได้ ผมร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย ร้องขอความเห็นใจจากคนที่ไร้ความรู้สึกอย่างมันแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าคนไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึกอย่างมันไม่มีวันฟังคำร้องขอจากผม
“พอแล้ว อย่าทำผมเลย พอแล้ว ผมเจ็บ” ผมร้องขอให้มันปรานีทั้งน้ำตา
น้ำตาจากผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยต้องยอมร้องขอความเห็นใจจากใครแต่ผมร้องขอจากมันเพราะความทารุณป่าเถื่อนที่มันย่ำยีผมมันเกินกว่าที่ผมจะทนรับได้
ผมกรีดร้องเหมือนผู้หญิงร้องไห้สะอึกสะอื้น พยายามดิ้นหนี แต่ผมก็หนีไปไหนไม่ได้ภายในรถคันนี้คือคุกนิรภัยซึ่งกักขังผมเอาไว้ให้อยู่กับซาตานในร่างมนุษย์
“เจ็บอย่างนั้นเหรอ เจ็บสิดีเพราะฉัน้าทำให้เธอเจ็บ” มันผลักผมไปกระแทกกับประตูรถอีกฟากเสียงดังโครมในสภาพอันแสนทุเรศ ผมอยู่ในสภาพร่างเปลือยเปล่าทั่วทั้งตัวมีแต่รอยกัด รอยแดง ฟกช้ำคล้ำเขียวคราบน้ำรักของมันที่พ่นใส่ผมเหม็นคาวคละคลุ้งตลบอบอวลชวนสะอิดสะเอียนทั่วรถไปหมด
ผมซุกตัวลงนั่งกับพื้นรถกระถดตัวหนีให้พ้นจากเงื้อมมือผีห่าอย่างมันฟุบหน้าลงร้องไห้คร่ำครวญ ด้วยความรู้สึกเจ็บแค้นฝังแน่นอยู่ในอกผมร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้สึกอาย มันไม่เหลืออะไรอีกแล้วในชีวิตผมย่อยยับไม่มีชิ้นดีทั้งร่างกายและจิตใจ
เสียงประตูรถด้านหน้าเปิดและปิดลงนั่นหมายความว่าไอ้สองคนนั้นกลับขึ้นมาประจำที่ของมันแล้ว ผมยังไม่กล้าแม้จะเงยหน้าขึ้นมาจากเบาะรถซึ่งตัวเองฟุบหน้าลงไปร้องไห้อยู่
รถเคลื่อนตัวออกไปและเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆผมขดตัวซุกร่างเปลือยตัวเองเบียดเข้าหาหลังเบาะคนขับซึ่งนายโชคทำหน้าที่ประจำอยู่แล้วเลื่อนมืออันสั่นเทาขยับมันอย่างช้าๆท่อนแขนปรากฏร่องรอยความป่าเถื่อนของสัตว์ร้ายที่มันกระทำต่อผมไอ้ผีร้ายตัวนั้นที่มันนั่งอยู่ห่างจากผมไปเพียงแค่่แขนเดียว
ผมเอื้อมหยิบเอาเศษเสื้อผ้าตัวเองที่ยังหลงเหลือขึ้นมาปิดคลุมร่างกายเพื่อหลบจากสายตาของใครก็ตามที่อาจมองเข้ามาเห็นผมในสภาพทุเรศนี้
ผมนั่งก้มหน้าร้องไห้อยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาอีกจนกระทั่งรถจอดสนิทลง เสียงเปิดและปิดประตูจากด้านตรงข้ามดังขึ้นตามมาด้วยเสียงกรีดร้องของผมอีกครั้ง
“อ๊ากกก ฮือออ” ผมทิ้งตัวนอนลงกับพื้นรถ เมื่อไอ้ผู้ชายคนนั้นมันเดินจากไปโดยที่มันไม่ได้สนใจผมเลยสักนิดเดียว
เสื้อสูทหนาตัวหนึ่งถูกหยิบยื่นส่งมาคลุมร่างของผมไว้ไม่มีเสียงปลอบโยน ไม่มีคำแสดงความเห็นใจใดๆ ไม่มีอะไรเลยผมนอนร้องไห้อยู่อย่างนั้นอีกนานเป็ชั่วโมง กว่าจะเรียกสติแล้วทำใจให้ลุกขึ้นมาสวมกางเกงยีนตัวเดิมกับสวมทับเสื้อสูทของนายโชคทดแทนเสื้อของผมซึ่งมันขาดจนไม่เหลือชิ้นดี
ผมกลับเข้ามาภายในห้องชุดสุดหรูหรานี้ด้วยร่างกายอันบอบช้ำและความรู้สึกย่อยยับแตกละเอียดความสัมพันธ์ต่างๆ ที่มันเหมือนจะค่อยๆ ดีขึ้นระหว่างผมกับมันแท้จริงแล้วมันไม่ได้มีอะไรเกินไปกว่าการให้และการรับที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์จากกันผมนอนร้องไห้อยู่ภายในห้องนอน ส่วนไอ้บ้านั่นหายไปไหนผมไม่รู้แต่ผมภาวนาในใจขอให้มันตายแล้วหายไปจากโลกนี้เลยยิ่งดี
เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นปรากฏภาพหน้าจอเป็ภาพคู่ของผมกับหญิงสาวที่ผมรักภาพที่ผมกับฝ้ายเพิ่งถ่ายด้วยกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา ผมกลืนความเจ็บ ความแค้นทั้งหมดลงไปแล้วกดรับโทรศัพท์พร้อมน้ำตาซึ่งไหลลงมาอาบแก้ม
ฝ้าย : อินทร์กลับถึงที่พักหรือยัง
ผม : อืม เพิ่งมาถึงเมื่อกี้
ฝ้าย : อินทร์เ้านายอินทร์ไม่ได้ว่าอะไรอินทร์ใช่มั้ย
ผม : ไม่...เขาไม่ได้ว่าอะไร ฝ้ายไม่ต้องคิดมาก // ผมยกแขนตัวเองขึ้นมากัดแรงๆเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นและพยายามกลั้นน้ำตาตัวเองที่มันกำลังไหลบ่าลงมาจนนองใบหน้าทั้งสองแก้ม
ฝ้าย : อินทร์ ขอบคุณนะที่วันนี้ให้ฝ้ายดูหนังด้วยฝ้ายมีความสุขมากๆ เลยนะ ฝ้ายอยากให้เราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ทุกวันจัง
ผม : อินทร์ก็มีความสุข // ผมกำหมัดขดกอดตัวเองเองจนแน่นนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ผมฝังเขี้ยวกัดแขนตัวเองจนเืไหลซึมออกมา เพื่อระงับเก็บซ่อนอารมณ์ภายในซึ่งมันกำลังปะทุขึ้นมาอีกครั้ง
ฝ้าย : อินทร์.....ฝ้ายรักอินทร์มากๆ นะ
ผม : อินทร์ก็รักฝ้าย ฝ้ายรออินทร์นะเราจะแต่งงานกันปีนี้แน่นอนอินทร์สัญญา แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันทุกวัน
ฝ้าย : อืม ฝ้ายจะรออินทร์นะ อินทร์พักผ่อนเถอะ แล้วอย่ามัวแต่เล่นเกมจนนอนดึกล่ะฝันดีนะอินทร์
ผม : ฝันดีนะ
“อ๊ากกก”
ผมฟุบหน้าลงกับพื้นห้องแล้วรัวทุบกำปั้นลงไปอย่างบ้าคลั่งรู้สึกทั้งโกรธ ทั้งแค้นไอ้สัตว์นรกตนนั้น และเจ็บแค้นเกลียดตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรให้มันดีขึ้นไปกว่านี้ได้ นอกจากยอมทนให้มันกระทำย่ำยีจนเหมือนตัวเองไม่ใช่คน
ผมวิ่งเข้าไปในห้องน้ำะโดังลั่นพุ่งชกรัวกำปั้นเหวี่ยงใส่กระจกเงาบานใหญ่นั้นเหมือนคนบ้าจนกระจกบานใหญ่แตกร้าวพร้อมกับเืสีแดงกระจายเปรอะไปทั่ว ไหลลงมาเป็ทางยาว
“อ๊ากกกก”
ผมกำหมัดตัวเองซึ่งเวลานี้เปรอะไปด้วยเืสีแดงฉานทิ้งตัวทรุดนั่งลงอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่ซึ่งแตกละเอียดจ้องมองดูเงาสะท้อนอันน่าสมเพชของตัวเองเสียงฝีเท้าของคนหลายคนวิ่งกรูเข้ามาในห้องน้ำ ผมไม่รู้ว่าเป็ใครบ้างเพราะผมไม่ได้หันไปมองเห็นแค่ขากางเกงผ้าสีดำเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆ ผมเท่านั้น
“คุณอินทร์”