ฉินลู่เดินอยู่บนถนนเขากำลังคิดว่าจะไปซื้อของใช้ส่วนตัวที่ซูเปอร์มาร์เก็ตสักหน่อย
ในตอนที่เขากำลังจะเดินไปถึงซูเปอร์มาร์เก็ตแก๊งนักเลงที่เป็ลูกน้องของเถ้าแก่หวังก็วิ่งตามมาถึงพอดี
จางปินกับหวังส่วงที่ถูกประคองมาด้วยจำหน้าฉินลู่ได้แม่นแม้ฉินลู่กลายเป็ขี้เถ้า พวกมันก็ยังคงจำเขาได้อยู่ดี พอเจอตัวฉินลู่พวกมันก็รีบพูดขึ้นมาว่า “นั่นไง!คนนั้น! คือมัน!มันนี่แหละที่ไปก่อเื่ที่ร้านพี่ใหญ่ อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!”
“มันเนี่ยนะ”
หัวหน้าแก๊งนักเลงเอียงหัวเล็กน้อยเขาชี้ไปที่ฉินลู่แล้วพูดอย่างไม่เชื่อตาตัวเองว่า “นี่แกพูดอะไร เป็มันจริงๆเหรอ”
“จริงๆ ! มันนั่นแหละ!” จางปินกับหวังส่วงพยักหน้า ดวงตาของทั้งคู่เต็มไปด้วยความแค้นและรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่กำลังจะได้เอาคืน
“พวกแกแน่ใจนะว่าไม่ผิดตัว ไอ้ตัวเล็กร่างบางคนนี้น่ะเหรอดูแล้วก็เหมือนเด็กเหลือขอทั่วไป มันจะมีแรงหักแขนพวกแกได้เลยเหรอ”แก๊งนักเลงต่างมองจางปินกับหวังส่วงอย่างอึ้งๆ
“เป็มันจริงๆ !รีบตามไปสิ อย่าปล่อยให้หนีไปได้”
“เดี๋ยวนี้ฝีมือของพวกแกใช้ไม่ได้เลยนะ หรือฝีมือพวกแกถดถอยไปแล้ว”หัวหน้าแก๊งพูดพร้อมหัวเราะเยาะพวกเขา“เด็กตัวกระเปี๊ยกเดียวก็จัดการไม่ได้แล้วเหรอแล้วยังโดนมันตีมาจนเป็สภาพนี้อีกด้วยหรือเป็เพราะมาเป็พนักงานเฝ้าร้านให้พี่ใหญ่นานไปหน่อยเลยทำให้ความโหดของพวกแกลดลง พวกแกฟันคนั้แ่มัธยมแล้วนะ ทำไมตอนนี้ถึงได้อ่อนนักล่ะ”
แก๊งนักเลงนับสิบคนมองฉินลู่ที่ธรรมดาและผอมแห้ง ไม่มีใครมองเห็นอันตรายจากตัวฉินลู่เลยทุกคนจึงหัวเราะเยาะกันขึ้นมา
“เป็มันจริงๆ นะ พวกแกอย่าประมาทไป พวกฉันไม่มีทางจำหน้ามันผิดแน่!” จางปินกับหวังส่วงจ้องไปที่ฉินลู่แล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเลวร้ายว่า “พวกแกอย่าทำเป็หัวเราะไปไอ้เด็กนั่นมันไม่ธรรมดา มันต้องเคยฝึกวรยุทธ์มาแน่ มันค่อนข้างแข็งแกร่งถ้าไม่อย่างนั้น เราสองคนก็คงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ พวกแกระวังเอาไว้หน่อยก็ดี”
“วรยุทธ์เหรอ” หัวหน้าแก๊งพูดอย่างไม่แคร์ว่า “วรยุทธ์แล้วยังไงมันคืออะไร แล้วมันจะทำอะไรได้ ฉันน่ะนะไม่ว่าจะศิลปะการต่อสู้แบบไหนก็เคยฝึกมาหมดแล้ว ฉันจะตีใครก็ได้ จะต่อยใครก็ได้และมีสักกี่คนที่รับมือฉันไหว ไอ้พวกนักมวยที่อยู่บนสังเวียน ฉันก็ตีมาแล้วไม่น้อยพวกแกกากเองก็ยอมรับมาเถอะ จะมาอ้างอะไรมากมาย”
หัวหน้าแก๊งเริ่มคุยโม้เื่ตัวเองอย่างได้ใจ ไม่ได้สนใจกับสิ่งที่จางปินกับหวังส่วงพูดเลยแม้แต่น้อย
“ใช่น่ะสิ พี่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ไอ้พวกนักเลงในซอยมีใครบ้างที่ไม่รู้จักชื่อของพี่ชายชาตรีสิบคนยังสู้สามหมัดสองเตะของพี่ไม่ได้เลย!” พวกนักเลงที่เหลือเริ่มพูดจาเยินยอหัวหน้าแก๊งกันยกใหญ่
หัวหน้าแก๊งรู้สึกดีมากที่ทุกคนต่างพูดยอตัวเองเขาจึงเชิดหน้าพร้อมกับยืดอก ก่อนหัวเราะอย่างชั่วร้าย แล้วสะบัดมือใหญ่หนึ่งที“พวกแกทุกคน ตามฉันมา ไปต้อนไอ้เ้าเบื๊อกนั่นให้เข้าไปในซอยตันตรงนั้นเราจะได้สั่งสอนมันแทนพี่ใหญ่กับจางปินและหวังส่วง!”
“ครับ!”
ทุกคนพูดพร้อมกันเสียงดัง ทำให้ผู้คนที่ได้ยินต่างใจนหนีไปกันหมด
พวกแก๊งนักเลงเดินรุดมาหาฉินลู่ พวกเขาไม่ได้พูดอะไรมาก พลันล้อมตัวฉินลู่ไว้
“พวกแกเป็ใคร จะทำอะไร”ฉินลู่รู้สึกตัวมาสักพักแล้วว่ามีแก๊งนักเลงเดินตามมาด้านหลังแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร พอพวกแก๊งนักเลงมาล้อมเขาไว้ เขาจึงค่อยหยุดเดินแล้วถามขึ้นมา
หัวหน้าแก๊งเดินมาข้างหน้าก้าวหนึ่ง แล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอกเมื่อกี้นี้ แกเพิ่งไปมีเื่กับเถ้าแก่หวัง เ้าของร้านขายของโบราณมาใช่ไหมล่ะ”
“ใช่” ฉินลู่ยิ้มและพูดว่า “ฉันกับเขามีเื่กันนิดหน่อย อ้อ…ใช่แล้วฉันยังทำสองคนนี้แขนหักด้วยสิ”
“แม่งเอ๊ย ไอ้เด็กนี่อวดดีจังวะ” นักเลงคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยความโมโห
“เฮ้อ!” ตรงนี้มีคนเยอะ ลูกพี่ใหญ่ไม่อยากให้เป็จุดสนใจและไม่้าให้คนที่อยู่โดยรอบเห็นว่าพวกมันกำลังจะก่อเื่จึงห้ามนักเลงที่เพิ่งโพล่งออกมาอย่างหัวเสียเมื่อกี้ไว้ แล้วพูดต่อว่า “น้องชายที่พวกเรามา ก็ไม่ใช่ว่าอยากจะมีเื่หรอกนะ แต่เพราะว่าน้องชายลงมือและทำให้คนของเราต้องแขนหัก พวกเราได้แจ้งความไปแล้วตอนนี้ตำรวจก็กำลังเก็บหลักฐานอยู่ที่ร้าน น้องชายไปกับเราหน่อยเถอะ”
หัวหน้าแก๊งตั้งใจพูดเสียงดัง เขา้าให้ผู้คนแถวนั้นได้ยินเพื่อเป็การบอกว่าพวกเขากำลังช่วยฝั่งตำรวจอยู่ และไม่ได้มาหาเื่คน
เมื่อเป็แบบนี้ ถ้าฉินลู่อยากจะหนีขึ้นมาพวกมันก็สามารถจับตัวฉินลู่ไว้ แล้วลากตัวกลับไปได้อย่างสมเหตุสมผล
แต่เื่กลับไม่เป็อย่างที่คิดเอาไว้
ฉินลู่ไม่ได้ขัดขืน แถมยังพยักหน้ารับอย่างไม่มีความสงสัยใดๆ เลย“ก็ได้ ไปกันเถอะ”
“เอ่อ”
พวกแก๊งนักเลงต่างมองหน้ากันไปมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
สถานการณ์ราบรื่นเกินไปไหม
มันกำลังคิดอะไรอยู่
พวกแก๊งนักเลงกำลังงงอยู่ แต่หัวหน้าแก๊งไหวพริบดีจึงพูดออกมาทันทีว่า “ให้ความร่วมมือก็ดีแล้ว ไปกับพวกเราเถอะ”
หัวหน้าแก๊งโบกมือ พวกลูกน้องจึงเดินล้อมฉินลู่ไว้ ไม่ให้เขาหนีไปได้
ในระหว่างที่เดินกันอยู่ ฉินลู่ไม่ได้มีท่าทีว่าจะตอบโต้เลยทั้งที่เห็นอยู่ว่านักเลงแก๊งนี้กำลังพาเขาเข้าไปในซอยเปลี่ยวไร้ผู้คนแต่เขาก็ยังไม่แสดงท่าทีอะไร
ในที่สุด ทุกคนก็มาถึงซอยตันที่ปราศจากผู้คน พวกมันก็ยืนล้อมฉินลู่ไว้
จางปินกับหวังส่วงยืนพิงกำแพงที่อยู่ข้างๆ มองฉินลู่และหัวเราะก่อนพูดกับฉินลู่ว่า “ที่แท้แกก็เป็คนโง่นี่เอง โง่ถึงขั้นมาติดกับได้ง่ายๆ”
“ติดกับเหรอ” ฉินลู่บิดี้เีไปหนึ่งที แล้วพูดว่า “ติดกับแล้วจริงๆเหรอเนี่ย”
“จะเสียเวลาพูดกับมันทำไม” หัวหน้าแก๊งที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉินลู่พูด“รู้ตัวหรือเปล่าว่าแกเพิ่งไปมีเื่กับใครมา”
“เถ้าแก่คนนั้นเหรอ” ฉินลู่พูด
“แกรู้หรือเปล่าว่าเขาคือพี่ใหญ่ของพวกเรา”หัวหน้าแก๊งพูดออกมาอย่างเย้ยหยัน “แกคงไม่เคยโดนตีจนเจ็บตัวสินะวันนี้ฉันจะสั่งสอนแกเองว่าอะไรที่เรียกว่าโหดร้ายและทารุณ”
“ขอโทษนะ” ฉินลู่พูดขอโทษ “ฉันไม่รู้จริงๆว่าอะไรที่เรียกว่าโหดร้ายและทารุณ ช่วยสอนฉันหน่อยสิ”
“ได้ ไอ้เบื๊อก ปากเก่งนักฉันจะสอนให้แกได้รู้จักกับความโหดร้ายและทารุณเอง!”
พูดจบ หัวหน้าแก๊งก็ยกหมัดขึ้นมา โจมตีไปที่หัวของฉินลู่อย่างแรง!
หมัดอันทรงพลังนี้!ทำให้เกิดเสียงลมดังฟิ้ว! เห็นได้ชัดเลยว่ามันอยากลงมือหนักๆ!
ถ้าเป็คนอื่น เมื่อโดนหมัดนี้เข้าไป ก็มีโอกาสที่หัวจะแตกได้ทันทีเลย
การโจมตีอย่างโหดร้ายของหัวหน้าแก๊ง ทำให้ฉินลู่สายตาเ็าขึ้นมา
“ทำตัวเท่อยู่ได้!”หัวหน้าแก๊งะโ และตอนนี้ หมัดของเขาก็อยู่ห่างจากหัวของฉินลู่เพียงแค่ 1เิเเท่านั้น
แต่ระยะห่างหนึ่งเิเนี้ก็เพียงพอให้ฉินลู่หลบได้แล้ว
ร่างกายของฉินลู่ไม่ค่อยดีนัก เขาไม่คิดที่จะปะทะหรือรับมือแบบจะๆกับนักเลงร่างกำยำที่อยู่ตรงหน้าหรอก
แต่ด้วยความว่องไวและประสบการณ์ในการต่อสู้ของฉินลู่แก๊งนักเลงพวกนี้กลับสู้ฉินลู่ไม่ได้เลย
“ฟึบ!”
ฉินลู่ไม่ได้ขยับเท้าไปไหนเลยแม้แต่นิดเดียวเขาขยับเพียงร่างกาย่บนเล็กน้อยก็สามารถหลบหมัดอันทรงพลังของหัวหน้าแก๊งได้แล้ว!
“อะไรกัน!” หัวหน้าแก๊งตะลึงจากนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังอันตรายที่กำลังย่างกรายเข้ามา!
“ผัวะ!”
ฉินลู่ใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางจิ้มลงไปตรงตำแหน่งที่ห่างจากใต้รักแร้ประมาณ3 นิ้วของหัวหน้าแก๊ง
ทันใดนั้น เสียงร้องอย่างเ็ปของหัวหน้าแก๊งก็ดังขึ้น
ความเ็ปที่รุนแรงทำให้เขาหมดเรี่ยวแรง ลงไปนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น
ฉินลู่ได้โอกาสก็ไม่เคยปล่อยผ่านเขาเตะเข้าไปที่สันจมูกของหัวหน้าแก๊งอย่างจัง
เืสาดกระเซ็นไปทั่วทันที